0 Views

เเสงอรุณยามเช้าได้สาดส่องมาจากทางทิศตะวันออกผ่านทิวทัศน์เชิงเขาอย่างต่อเนื่อง ภายในหุบเขาเเห่งนี้มีเมืองจักรพรรดิขาวตั้งรกรากอยู่ที่นี่ เมืองเเห่งนี้มีความเป็นมาเเละประวัติศาสตร์อันยาวนาน

 

“ปั้ง ปั้ง ปั้ง !”

 

ในช่วงเช้ามีเด็กหนุ่มคนนึงได้ยืนอยู่ใต้ต้นสนสีดำที่มีความสูงนับ 10 เมตร กำลังฝึกฝน ทักษะต่อสู้อยู่

 

เสียงสะท้อนได้ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณรอบ ๆ บนตัวต้นของไม้สนสีดำได้มีเปลือกไม้บางท่อนยุบตัวลงจากการโจมตีผ่านศึกจำนวนมาก นอกเหนือจากนั้นยังมีคราบรอยเลือด จาง ๆ ปนอยู่อีกด้วย

 

รอยเลือดจาง ๆ เหล่านั้นมาจากกำปั้นของเด็กหนุ่มที่กำลังฝึกยุทธ์โดยการต่อยต้นสนสีดำนี้

 

“ทำไมข้าถึงยังไม่เเข็งเเกร่งขึ้นกัน ข้าพยายามฝึกฝนอย่างหนักตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่งปีมานี้ เเต่ความเเข็งเเกร่งของข้ายังย่ำอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับไปข้างหน้าเเม้เเต่น้อย”ดวงตาสีดำ พร้อมกับใบหน้าอันเรียวคมของเด็กหนุ่มเผยให้เห็นเเววตาเเห่งความมุ่งมั่น

 

“เป็นเพราะข้าไม่สามารถปลุกจิตอสูรขึ้นมาได้ ? เช่นนั้นข้าจะไม่สามารถก้าวเดินไปในเส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ที่เเข็งเเกร่งได้งั้นหรอ ?”

 

“ไม่ได้ ข้าจะไม่ยอมเเพ้ ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะไม่สามารถทำได้ ร่างกายของข้ายังคงไปไกลได้มากกว่านี้ ข้าจะต้องฝืนขีดจำกัดของร่างกายเเละก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ให้ได้”เมื่อตระหนักต่อความคิดของตนเอง เเละ นึกถึงภาพของพ่อบุญธรรมที่เเข็งเเกร่งนั่นเเล้ว ทำให้ จิตใจที่ไม่ย่อท้อของเด็กหนุ่มได้ผงาดขึ้นอีกครั้ง เขาได้กำมือเเน่นพร้อมกับฝึกฝนต่อยหมัดออกไปด้วยร่างกายที่บาดเจ็บ

 

เด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า เย่เฉินเฟิง เขาเป็นศิษย์ของตระกูล เย่ ที่เป็นหนึ่งใน 4 ตระกูลใหญ่ ของ อาณาจักรซือจิน เขาไม่ได้เป็นสาวกหลักของตระกูล เย่ โดยตรง เเต่เป็นเหล่าเด็กผู้มีพรสวรรค์ ที่ถูกเลือกโดย ตระกูล เย่

 

เย่เฉินเฟิงเป็นเด็กกำพร้า แต่เขากลับมีพรสวรรค์ที่น่าตกตะลึง เมื่อตอนเขาอายุ 6 ปี เขาได้แสดงพรสวรรค์ของตนเองออกมาและสร้างความตกใจให้กับเมืองจักรพรรดิขาวอย่างมาก

 

ในอาณาจักรซือจิน มีน้อยคนที่จะมาพร้อมกับพรสวรรค์โดยกำเนิด เเละ พรสวรรค์ระดับ 6 นั้น ในอาณาจักรซือจินทั้งหมด จะปรากฏออกมาทุก  ๆ หนึ่งร้อยปี ถึงจะมีสักคน

 

อาจกล่าวได้ว่าพรสวรรค์ระดับ 6 ของ เย่เฉินเฟิง สามารถทำให้เขาเข้าร่วมนิกายที่แข็งแกร่งและกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เเข็งเเกร่งในอนาคตได้

 

ดังนั้น เมื่อคิดถึงสถานะของ เย่เฉินเฟิง ทำให้ ตระกูล จี้ หนึ่งใน 4 ตระกูลใหญ่ของอาณาจักรซือจินต้องการที่จะเกี่ยวดองกับตระกูลเย่โดยการให้ คุณหนูเล็กของตระกูล จี้ ที่มีพรสวรรค์ระดับ 5 อย่าง จี้ฉิงเสวี่ย เเต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับ เย่เฉินเฟิง

 

เเต่อย่างไรก็ตามราวกับฟ้ากำลังกลั่นเเกล้งเย่เฉินเฟิง เมื่อตอนเขาอายุครบ 13 ปี เขาได้เข้าร่วมพิธีในการปลุกจิตอสูรให้ตื่นขึ้น เเต่เเล้วก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในตอนนั้น จิตวิญญาณของเขาไม่สามารถก่อร่างสร้างเป็นจิตอสูรได้ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เเปลกประหลาดในรอบหลายร้อยปีมานี้

 

พรสวรรค์ระดับ 6 สามารถทำให้ เย่เฉินเฟิง สามารถก้าวเดินไปในเส้นทางผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ได้อย่างสดใสในอนาคต แต่ในทวีปดวงวิญญาณ แห่งนี้เพียงแค่ระดับการบ่มเพาะพลังยังไม่เพียงพอ พวกเขาจะต้องมีจิตอสูรเป็นของตนเองเพื่อข้ามขีดจำกัดและท้าทายสวรรค์

 

คนที่สามารถปลุกจิตอสูรขึ้นมาได้พวกเขาจะดูดซับกลิ่นอายจิตวิญญาณรอบตัวเพื่อเพิ่มพลังฝึกฝน หากปราศจากจิตอสูรคนผู้นั้นอย่างมากก็เป็นเพียงแค่ขยะไร้ประโยชน์คนนึง

 

ดังนั้น เย่เฉินเฟิง จึงกลายเป็นตัวตลกประจำเมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้ ในอดีตพ่อบุญธรรมของเขาก็ได้ตกตายด้วยอาการเจ็บป่วยที่ประหลาด หลังจากนั้น เขาก็ถูกตระกูลเย่ถีบหัวไล่ส่งออกมา

 

หลังจากนั้น เย่เฉินเฟิง ก็ตั้งใจหมั่นฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เขาไม่สนใจคำนินทาว่าร้ายเหล่านั้นเเละหวังว่าสักวันเขาจะทำให้คนเหล่านั้นไม่สามารถหัวเราะตนเองได้อีก

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าบ้าไปเเล้วงั้นหรอเจ้าไม่สามารถยอมรับชะตากรรมที่เจ้าเป็นอยู่ เลยคิดที่จะบีบศักยภาพของเจ้าออกมาเช่นนี้เพื่่อเเลกกับชื่อเสียงที่ไม่เป็นที่ยอมรับเหล่านั้น ? หากปราศจากจิตอสูร การกระทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย”

 

ในเวลานี้หญิงสาวคนนึงได้ปรากฏตัวขึ้นเธอสวมกระโปรงยาวลายดอกไม้สีขาว ผมยาวสลับสีดำ พร้อมกับผิวพรรณที่ราวกับหยกงาม ใบหน้าคมเรียว ต้องลักษณะหญิงงามทุกประการ หญิงสาวได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังพร้อมกับกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

“ข้าไม่ใช่คนของตระกูลเย่อีกเเล้ว เเละชีวิตของข้า ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาชี้นิ้วบอกกล่าวหรอกนะ”เย่เฉินเฟิงหันหลังกลับไปพร้อมกับจ้องมองไปที่ดวงตาคู่งามนั่น

 

คนที่ทัก เย่เฉินเฟิง เธอมีชื่อว่า เย่จื่อหลิง มีพรสวรรค์ระดับ 3 จิตอสูรเฟร์ริต,อายุ 16 ปี เป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับ 4 นับว่าเธอมีพรสวรรค์มากคนนึงในเมืองจักรพรรดิขาว นอกจากนี้ เธอยังเป็นลูกหลานที่รักของตระกูล เย่ อีกด้วย

 

ไม่เพียงเเต่เธอมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามจนชายหนุ่มหลายคนได้หลงใหลชอบเธอเเล้ว เธอยังชาญฉลาดมากอีกด้วย

 

“หึ่ม ! เดี๋ยวนี้เจ้ากล้าที่จะพูดกับข้าเช่นนี้เเล้วหรือ ?”

 

ได้ยินคำตอบของ เย่เฉินเฟิง ความเยือกเย็นเเต่เดิมของเธอได้มลายหายไปเเละเเทนที่ด้วยความโกรธทันที

 

“ข้าเพียงเเค่หวังให้เจ้าไม่จำเป็นจะต้องมาเสียเวลากับขยะเช่นข้า”เย่เฉินเฟิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะขอตัวจากไปเเละไม่หันหลังกลับมามองเธออีก

 

มองดู เย่เฉินเฟิง ที่จากไปโดยไม่เเยเเสเธอ เย่จื่อหลิง จ้องมองไปด้วยความโกรธก่อนที่จะผละตัวออกจากที่นี่ในเวลาต่อมา

 

“ตอนนี้ข้ายังเหลือเงินอยู่ 50,000 เทล ยังพอสามารถซื้อสมุนไพรรักษามาใช้ได้”

 

หลังจากเเยกจาก เย่จื่อหลิง เเล้ว  เย่เฉินเฟิง ก็เดินไปถึงร้านขายโอสถในเขตพระราชวังต่อสู้จักรพรรดิขาว เขาต้องการซื้อโอสถสมุนไพรราคาไม่เเพงมารักษาอาการบาดเจ็บของเขา

 

หลังจากเข้าสู่ร้านขายโอสถ เย่เฉิน เฟิง ก็เห็นหญิงสาวคนนึงที่สวมกระโปรงลายลูกไม้สีดำร่างกายสูงเรียวคมชัดเผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่งดงาม เธอมีชื่อว่า เฉียวจิงหยวน เธอกำลังเลือกซื้อสมุนไพรอยู่

 

เฉียวจิงหยวน เป็นบุตรสาวคนโตของตระกูลเฉียวที่มีความมั่งคั่งในเมืองจักรพรรดิขาว ครั้งเมื่อ เย่เฉินเฟิง ยังเด็ก เขานั้นค่อนข้างมักคุ้นกับ เฉียวจิงหยวน เเต่ภายหลังจากที่เขาไม่สามารถปลุกจิตอสูรขึ้นมาได้ เธอก็ค่อย ๆ หลีกเลี่ยงและถอยตัวออกห่างจากเขา

 

“โฮ่,นี่ไม่ใช่ผู้มีพรสวรรค์ที่เเข็งเเกร่งของ สำนักต่อสู้จักรพรรดิขาว หรอกหรือ ? เป็นอะไรได้รับบาดเจ็บมาหรือไม่ ?”เพื่อที่จะเรียกความสนใจต่อ เฉียวจิงหยวน, ตี้หว่านสือ ที่กำลังเลือกซื้อสมุนไพรเหมือนกัน ได้กระตุ้นความสนใจโดยการถากถาง เย่เฉินเฟิง

 

ตี้ หว่านสือ สวมใส่เสื้อผ้าอันหรูหราพร้อมกับพัดที่อยู่ในมือเขาเดินไปที่เบื้องหน้าของ เย่เฉินเฟิง

 

“เจ้าต้องการอะไรงั้นหรอ ? หากเจ้าต้องการข้าสามารถใช้จ่ายเเทนเจ้าได้”ตี้หว่านสือ พยายามหยอกเย้า เย่เฉินเฟิง เพื่อกระตุ้นเจตนาของ เฉียวจิงหยวน อีกครั้ง

 

จริง ๆ เเล้ว เสียงของ ตี้หว่านสือ ได้สกิดทำให้ เฉียวจิงหยวน ที่เลือกสมุนไพรอยู่หันมามองเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะละสายตาเเละเดินจากไปโดยไม่เเยเเส ตี้หว่านสือ

 

ตัวตนของ เย่เฉินเฟิง กับ ตี้หว่านสือ ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเธอเเม้เเต่น้อยเธอได้ขยับร่างกายไปยังพื้นที่อื่นเพื่อเลือกสมุนไพรต่อไป

 

เเน่นอนว่า เย่เฉินเฟิง ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเห็น เฉียวจิงหยวน เเละ เย่เฉินเฟิง กำลังเดินสวนเขาไป ตี้หว่านสือ ได้ยกพัดออกมาเเละจิ้มไปที่บั้นท้ายของ เฉียวจิงหยวน

 

การกระทำของ ตี้หว่านสือ เย่เฉินเฟิงไม่ได้สนใจ เขาได้ยกขาเดินไปอย่างไม่ใยดี

 

ขณะเดียวกันเมื่อรู้สึกว่าก้นของตนเองถูกสัมผัสด้วยของเเข็งบางอย่างร่างกายของเฉียวจิงหยวนได้สั่นไหวเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าที่เเดงก่ำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างก่อนที่จะหันกลับมาอย่างโกรธเคือง

 

สายตาของเธอจับจ้องไปที่ร่างของ ตี้หว่านสือ ที่ถือพัดในมือ ตอนนี้ความโกรธของเธอเเทบจะพุ่งทะยานสู่สวรรค์”ตี้หว่านสือ เจ้าอยากจะตายนักใช่มั้ย ? เชื่อมั้ยว่าข้าสามารถเด็ดหัวสุนัขของเจ้าออกมาได้”

 

“เห้,จิงหยวน อย่าเข้าใจผิด คนที่เเตะก้นเจ้าไม่ใช่ข้า เเต่เป็นมัน ”

 

เห็นรูปลักษณ์ที่โกรธเคืองของ เฉียวจิงหยวน ,ตี้หว่านสือ รีบเเก้ตัวอย่างสั่นสะท้านเเละตอบกลับอย่างเร่งรีบ

 

“ตี้หว่านสือ เจ้าเป็นคนทำเเละต้องการจะโบ้ยความผิดให้ข้า ? เเม้ข้าเเละเฉียวจิงหยวน จะเคยรู้จักกัน เเต่ข้าก็ไม่มีวันทำเรื่องต่ำช้าเสียหายแบบนี้กับเธอเเน่”เย่เฉินเฟิงได้หยุดเท้าลง เเละ ทวงความชอบธรรมของตนเองคืน

 

“มารดาเจ้าเถอะ ! เจ้าเป็นคนเเตะก้นจิงหยวน เเต่เจ้ากลับไม่กล้ายอมรับ ?”ได้ยินเสียงของ เย่เฉินเฟิง ,ตี้หว่านสือ พยายามจะเเก้ตัวน้ำขุ่น ๆ

 

“ตี้หว่านสือ หนังหน้าของเจ้านี่มันหนาจริง ๆ ไม่เพียงเเต่เจ้ากระทำเรื่องต่ำช้าเเล้วยังกล้าโบ้ยความผิดให้ผู้อื่น ?”เย่เฉินเฟิงยังคงตระหนักเเน่นในคำพูดของเขา

 

“เจ้า…!”

 

ภายใต้การปะทะคารมของ ตี้หว่านสือ เเละ เย่เฉินเฟิง,เฉียวจิงหยวน จ้องมองไปที่ ตี้หว่านสือ ด้วยความโกรธก่อนที่จะระเบิดจิตอสูรออกมาเเสงสีขาวได้หลวมรวมกันจนขยายออกเป็นปีกสีทองเหมือนกับปีกของวิหคตัวนึง

 

“!”

เห็นมวลอากาศได้เปลี่ยนเเปลงไปเเละ เห็น เฉียวจิงหยวน เรียก จิตอสูร วิหคปีกทองออกมาสีหน้าของ ตี้หว่านสือ กลายเป็นมืดครึ้มเล็กน้อย

 

“อั๊ก”

 

จากนั้นไม่นานโลหิตสายนึงก็ได้พุ่งออกจากปากของ ตี้หว่านสือ,ตี้หว่านสือเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับ 1 เขาถูกโจมตีโดยคลื่นพลัง จิตอสูร วิหคปีกทอง จนเขาได้ทรุดเขาล้มลงอย่างเจ็บปวด