0 Views

ยามรุ่งอรุณส่างยามเช้า ขณะที่ผู้คนต่างรับประทานอาหารพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เต็มไปด้วยความปิติยินดีถึงอนาคตในการก่อสร้างอาณาจักรเทพมังกร และแน่นอนว่าชนชั้นขุนนางที่ตระกูลหยกพฤกษาจะได้ถูกแต่งตั้งนั้นยิ่งเสริม ความปิติของพวกมันให้เอ่อล้น

“วันนี้เราจะเดินทางไปยังหุบเขาหมื่นอสูร”

บรรดาผู้คนของตระกูลหยกพฤกษาที่ร่วมรับประทานอาหารไม่เว้นแม้แต่หลีเปาผู้นำ ตระกูลรวมไปถึงคณะของหยางหลงเองพลันอ้าปากคาง ช้อนหลุดจากมือ สำลักน้ำกันเป็นแถว พวกมันล้วนต่างคิดว่าถ้าหูพวกมันไม่ฝาดก็คงเป็นหยางหลงที่เพี้ยน หุบเขาหมื่นอสูรคือหุบเขาที่มีเหล่าสัตว์อสูรอาศัยอยู่เป็นจำนวนนับหมื่นนับ แสนตัว ยิ่งเข้าไปลึกยิ่งเจอสัตว์อสูรที่แกร่งขึ้น นับว่าเป็นสถานที่ฝึกฝนและหาสมบัติหรือวิชาลับต่างๆ อีกทั้งสัตว์อสูรนั้นมีลูกแก้วแก่นลมปราณอยู่ในตัวซึ่งสามารถนำมาดูดซับ เพื่อเพิ่มพลังลมปราณได้ เป็นวิธีเดียวที่จะสามารถเพิ่มระดับพลังลมปราณได้อย่างรวดเร็ว ความแข็งแกร่ง อายุและระดับพลังลมปราณของสัตว์อสูรนั้นยิ่งมีมากพลังลมปราณในลูกแก้ว แก่นอสูรก็ยิ่งสูงขึ้นไปด้วย แต่น้อยคนที่จะเสี่ยงชีวิตเข้าไปตายในหุบเขาหมื่นอสูรเพราะบางครั้งอสูร ระดับสูงๆ จะเข้ามายังอาณาเขตของสัตว์อสูรระดับต่ำ จึงไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าไป

“หุบเขาหมื่นอสูร? เจ้าอย่าลืมนะว่าวันอีกเพียงสองวันพวกเราต้องกลับไปทำการทดสอบด่านที่ 2 ของสถาบันต้นกล้าแห่งลมปราณ”

คนอื่นได้แต่พยักหน้าตามกับคำพูดของจูล่ง และต่างพากันสนับสนุนคำพูดของจูล่งเพราะการจะเข้าไปยังหุบเขาหมื่นอสูร เปรียบดั่งการนำชีวิตไปทิ้ง

“อาณาจักรเทพมังกร จะอยู่ที่นั้น!!!” หยางหลงพูดเสียงดังหนักแน่น

“หา…? นี่เจ้าพูดจริง ? เดี๋ยวนะข้ายังไม่อยากเข้าไปตาย ไม่ ไม่ เรื่องนี้ข้าขอคัดค้าน ข้ายังไม่มีลูกมีเมียเลยนะ ไม่เอาหน่า…” หลีเป่ยพลันพูดเชิงอ้อนวอน

“ส่วนเรื่องด่านทดสอบ ให้รองอาจารย์ใหญ่เดินทางกลับไป แจ้งทางสถาบันว่า ท่านได้ทำการสอบพวกข้าเป็นการส่วนตัวแล้ว และเพิ่มชื่อจูล่งเข้าไปด้วย”

“แต่ว่าแบบนั้นมัน…” อี่เก๋อรู้สึกเหมือนถูกกีดกันมันรู้สึกว่าเหมือนจะมีรายละเอียดบางเรื่องที่หยางหลงไม่อยากให้มันรู้

“ท่านอย่าได้กังวลไป อี่หลิวยังไปกับพวกเรา หากมีอะไรท่านค่อยถามอี่หลิวเอาก็ได้”

“ถ้างั้นตกลง ข้าจะรีบกลับไป”

จากนั้นอี่เก๋อจึงรีบเดินทางกลับสถาบันต้นกล้าแห่งลมปราณจริงอยู่ที่มันมี ฐานะเป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่ มีธิดาที่นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ก็ยังมีผู้ที่ดูแคลนมันอยู่ หากมันนำหยางหลง หลีเป่ย จูล่ง และอี่หลิว เข้าสถาบันในนามของมัน ด้วยฝีมือของแต่ละคนในอนาคตย่อมต้องสร้างชื่อเสียงให้มันไม่มากก็น้อย หลังจากนั้นอี่เปาพลันถามหยางหลง ที่มันไม่ถามก่อนหน้านี้เพราะมันคิดว่าหยางหลงคงไม่อยากให้อี่เก๋อรู้ ตอนนี้พวกมันควรระวังอี่เก๋อเป็นที่สุด

“แล้วเหตุใดเจ้าถึงต้องการสร้างอาณาจักรที่หุบเขาหมื่นอสูร?”

“การจะมีอาณาจักรเกิดใหม่หากเกิดในสถานที่ธรรมดาคงไม่มีคนพูดถึงมากนัก หากแต่ว่าเกิดในสถานที่ที่ไม่ธรรมดา ข่าวมักจะแพร่ได้ไว อีกอย่างในอณาจักรข้าต้องการสร้างความหวาดกลัวให้กับพรรคอื่นๆ ทำให้พวกมันไม่กล้าบุกอาณาจักรเราได้ง่ายๆ”

“เป็นเช่นนี้เอง เรื่องนี้ข้าเห็นด้วย”

“แต่ว่าหากเป็นเช่นนั้นการเข้าออกอาณาจักรก็จะเป็นเรื่องยาก เพราะอาจต้องพบเจอกับสัตว์อสูรแล้วคนทั่วไปจะยอมย้ายมาอยู่อาณาจักรของพวกเราหรือ?”

อี่หลิวถามซึ่งเป็นคำถามที่หลายคนคิดแต่ไม่กล้าถามเสียเท่าไหร่

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” หลังจากนั้นหยางหลงหยิบเอา “ศิลาเทพอสูร” ออกมา

นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่หลายคนไม่ได้ทำท่าทางตกใจเสียเท่าไหร่จะมีก็ แต่อี่หลิวกับผู้อาวุโสพรรคหยกพฤกษาบางคนที่ยังตะลึง แต่ส่วนมากล้วนเริ่มชินกันไปเสียแล้ว

ศิลาเทพอสูรเป็นศิลาที่สกัดมาจากแก่นแท้สัตว์อสูรพลังลมปราณระดับเทพ  มีสีที่แดงสว่างใสๆบริสุทธิ์เป็นที่สุด สัตว์อสูรพลังลมปราณระดับเทพนับว่าเป็นสัตว์อสูรที่อยู่เหนือกว่าจินตนาการมนุษย์ไปไกลโข เพราะทุกวันนี้ระดับแนวหน้าของยุทธภพล้วนอยู่ในระดับจักรพรรดิทั้งสิ้น

“นี่เป็นของที่ท่านอาจารย์ข้าให้มา” หยางหลงกุเรื่องอาจารย์ขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเคยทำกับเฒ่าแก่ที่อารามแสงจันทร์มาก่อนเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตุจนเกินไป

“ข้าจะใช้สิ่งนี้สร้างม่านพลังทั่วอาณาจักรเพื่อไม่ให้เหล่าสัตว์อสูร เข้าใกล้ สำหรับทางเดินเข้าออกอาณาจักรให้นำศิลาเทพอสูรไปฝังไว้ใต้ดินระหว่างทาง เดิน” พูดจบหยางหลงก็หยิบออกมาอีก 6 ก้อน คราวนี้เหตุการณ์ที่ชวนคิดถึงก็กลับมาอีกครั้ง ทุกคนพลันตะลึงงึงงันกันอีกครั้ง เพราะก้อนเดียวยังพอทำใจได้นี่หยิบมาอีก 6 ก้อน อาจารย์ของหยางหลงมันจะอยู่ระดับไหนกัน พูดถึงสมบัติของหยางหลงถือว่ามีไม่มากนัก แต่ที่มีล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งหายาก ศิลาเทพอสูร 6ก้อน นี้คือทั้งหมดที่มี และนอกเหนือจากนี้ไม่มีสิ่งใดพิเศษนอกจากเกล็ดมังกรที่มีกองโตเท่าภูเขา

“ข้าพอเห็นภาพ แล้วเราจะเดินทางกันเมื่อใด?” อี่เปาถาม

“เดี๋ยวนี้!”

“เดี๋ยวก่อนหยางหลงข้ายังกินไม่อิ่ม เอาไว้ไปหลังจากกินเสร็จเถอะ” ไม่ใช่ใครที่ไหนหลีเป่ยเจ้าเดิม

“งั้นคนที่กินเสร็จแล้วให้เตรียมตัวรอเลยดีไหมจ๊ะ?”

“ตามอี่หลิวว่าใครเสร็จแล้วเตรียมตัวให้พร้อม”

“งั้นพวกข้าขอไปเตรียมตัว”

“เดี๋ยวก่อนท่านหลีเปา การเดินทางครั้งนี้ให้ตระกูลของพวกท่านร่วมเดินทางไปด้วยทั้งหมด”

“อืม….ตกลง”

หลังจากทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ไม่นานก็มารอกันที่หน้าคฤหาสน์หยกพฤกษารอเพียงแต่ หลีเปา ผู้อาวุโส และคนอื่นๆในตระกูลเท่านั้น

ตอนนี้เองหยางหลงก็ได้เปลี่ยนชุดให้ดูมีภูมิฐานน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะมันเกรงว่าจะเป็นปัญหาเอาได้ ทีแรกคนในตระกูลหยกพฤกษาก็ยังทำใจไม่ได้

ถึงจะมีกินมีใช้ตลอดชีวิตแล้วลูกหลานสามารถฝึกและร่ำเรียนวรยุทธ์ได้แต่ จะให้เชื่อใจคนนอกนั้นนับว่ายากยิ่ง ด้วยว่าพึ่งพานพบกันได้ไม่ถึงวัน พวกมันล้วนไม่เชื่อมั่นว่าจะมีคนที่จะมาปกป้องดูแลพวกมันได้ ส่วนมากล้วนเก็บข้าวของตามผู้นำตระกูลออกมาโดยไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก เมื่อมาพบกับหยางหลงทุกคนเป็นตะลึง กับชุดที่ดูแล้วเหมือนขุนนางชั้นสูง ด้วยผมสีดำสนิท ผิวที่ขาวเข้ากับใบหน้าที่เรียวได้รูป สันจมูกที่โด่งเป็นเงา พร้อมสายตาที่เหมือนมังกรกำลังมองเหยื่อทำให้ดูเป็นผู้ชายมากขึ้นและดูน่าเกรงขามเป็นที่สุดถึงแม้จะยังดูเด็กก็ตาม

เหลือบมองไปด้านหลังพลับเห็นองครักษ์ระดับขุนพล 12 คน ที่หยางหลงจ้างมาเพิ่มจากอารามแสงจันทร์ในเมืองใกล้ๆ ความเชื่อมั่นในตัวนายใหม่ของพวกมันพลันพุ่งสูงขึ้นทันที

เปรียบดั่งเทพบุตรที่ลงมาจากสรวงสวรรค์ที่มีความเมตตามาช่วยเหลือพวกมัน จากความยากจนและความลำบากในการใช้ชีวิต เมื่อหยางหลงเห็นว่าทุกคนพร้อมแล้วจึงส่งสัญญาณให้ออกเดินทางทันที

การเดินทางครั้งนี้เป็นไปด้วยความล่าช้าเสียเล็กน้อยเพราะเป็นการเดิน ทางกับคนหมู่ใหญ่รวมแล้วกว่า 1,200 คน การเดินทางครั้งนี้จะแวะพักกลางทางหลบซ่อนในป่าและส่งคนออกไปซื้อของหา เสบียงจากเมืองใกล้เคียง เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยเพราะการเคลื่อนย้ายคนหมู่มากขนาดนี้หากเล็ดลอดออก ไปต้องเป็นข่าวกระจายไปทั่วและต้องเกิดคำถามขึ้นมากมายรวมทั้งบางพรรคอาจจะ ส่งคนมาสอดแนมได้การใช้วิธีนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ไม่นานก็เดินทางมาถึงหุบเขาหมื่นอสูร หยางหลงหยิบศิลาเทพอสูรออกมาทันทีและเดินทางต่อไป จนถึงจุดกึ่งกลางที่หยางหลงเคยเห็นในหนังสือภาพตอนอยู่ในถ้ำของมังกรทอง บริเวณกลางหุบเขานั้นจะมีหุบเขาเป็นเนินสูงอยู่ตรงกลางพอดี

หยางหลงจึงเรียกหลีเปามาพูดคุยรายละเอียด มันต้องการสร้างเมืองเป็นพื้นที่วงกลม โดยมีพระราชวัง (ตอนแรกใช้ชื่อตำหนักหลวง) อยู่บนยอดเนินสูงนั้นซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางพอดีให้สร้างเป็นปราสาทสูงขึ้นไป 9 ชั้น บนยอดสุดของปราสาทให้นำศิลาเทพอสูรประดับไว้เพื่อแพร่กลิ่นอายพลังลมปราณของสัตว์อสูรระดับเทพ ถัดจากพระราชวัง ให้สร้างตำหนักมังกรธาตุ 4 ทิศ น้ำอยู่ทิศเหนือ ดินอยู่ทิศตะวันออก ลมอยู่ทิศใต้ และไฟอยู่ทิศตะวันตก ทางเข้าออกอาณาจักรกับโลกภายนอกอยู่ทิศใต้

ถัดจาก ตำหนักมังกรธาตุให้สร้างกำแพงกันไว้เป็นเขตเมืองหลัก เขตเมืองชั้นใน และ เขตเมืองชั้นนอก ตามลำดับ โดยแต่ละเขตเมืองจะต้องมีสำนักเทพมังกร สำนักเทพมังกรคือสถาบันบ่มเพาะพลังให้แก่คนในอาณาจักร ผู้เข้าสำนักเทพมังกรเขตเมืองชั้นนอกถือว่าเป็นศิษย์ระดับทองแดง เขตชั้นในคือระดับเงิน เขตหลักคือระดับทอง การเข้าและการทดสอบนั้นหยางหลงให้หลีเปาและคนอื่นๆระดมความคิดเห็นกันเอง สำหรับเขตเมืองชั้นนอกจะเป็นเมืองหน้าด่านให้คนนอกอาณาจักรเข้ามาอยู่สร้าง ทำกินค้าขายได้ ตั้งแต่เขตเมืองชั้นในถือเป็นเขตหวงห้าม เป็นที่พักและอยู่อาศัยของศิษย์ระดับเงินเท่านั้น ส่วนเขตเมืองหลัก ศิษย์ระดับทองที่สามารถผ่านการทดสอบสุดท้ายได้  จะถูกเลื่อนยศโดยเพิ่มชื่อคำนำหน้าคือ อัศวินเทพมังกร และย้ายเข้าตำหนักมังกรธาตุ เป็นทหารที่มีหน้าที่ปกป้องบ้านเมือง หรือออกรบ ตามคำสั่งโดยขึ้นตรงกับตำหนักมังกรธาตุตามธาตุของตน ใครมีพลังธาตุลม ขึ้นตรงกับตำหนักมังกรธาตุลม ผู้ใดที่เป็นอัศวินจะได้รับเงินเดือน เดือนละ 100 ทอง

สำหรับเครื่องแต่งกาย ศิษย์ชั้นนอกให้ใส่ชุดสีขาวครีบทองแดง มีสัญญาลักษณ์มังกรสีทองแดงอยู่ด้านหลัง ศิษย์ชั้นในชุดสีขาวครีบเงิน มีสัญญาลักษณ์มังกรสีเงินอยู่ด้านหลัง สำหรับอัศวินเทพมังกรใส่ชุดประจำสีธาตุ ครีบด้วยสีทอง มีสัญญาลักษณ์มังกรสีทองอยู่ด้านหลัง

ผู้ที่เป็นผู้นำสูงสุดของแต่ละตำหนักมังกรธาตุนั้น คือ ขุนพลเทพมังกร ธาตุลมคือหลีเป่ย ธาตุดินคือจูล่ง ธาตุน้ำคืออี่หลิว และธาตุไฟยังไม่สามารถหาคนที่ต้องการได้ สำหรับขุนพลเทพมังกรนั้นจะถูกประทับสัญญาลักษณ์มังกรสีประจำธาตุตัวเองที่ หัวไหล่ซ้าย

 จากนั้นหยางหลงจึงหยิบคัมภีร์วิชาของตนเองออกมาทั้ง 4 ธาตุ ให้หลีเปาเอาไปให้คนในตระกูลส่วนหนึ่งทำการคัดลอก โดยแบ่งวรยุทธ์ระดับ 1-3 (เมืองชั้นนอก) ,4-6 (เมืองชั้นใน),และ 7-9 (เมืองหลัก) เพื่อนำไปไว้แยกในห้องสมุดประจำสำนักเทพมังกรตามเขตเมือง คัดลอกธาตุละ 1,000 เล่ม เมื่อเสร็จแล้วให้นำต้นฉบับมาคืน ต่อจากนี้ให้เริ่มสร้าง พระราชวัง เขตเมืองหลัก เขตเมืองชั้นใน และเขตเมืองชั้นนอก สำหรับที่พักคนของผู้ที่อยู่ระดับขุนนางนั้นจะอยู่ที่เขตเมืองหลักเช่นเดียว กับศิษย์ระดับทอง เขตเมืองชั้นในสำหรับศิษย์ระดับเงินและผู้อาวุโส เขตเมืองชั้นนอกสำหรับศิษย์ระดับทองแดงและคนทั่วไป

เมื่อคุยรายละเอียดกันเรียบร้อยแล้วนั้นหยางหลงจึงมอบเกล็ดมังกรให้หลีเปาไปดำเนินการทันที