0 Views

เจียงเฉินมีความสุขมากในขณะนี้ แต่เขาไม่ได้แสดงออกมาแม้แต่น้อย ภายนอกจะเห็นแค่เพียงใบหน้าที่น่าสงสาร

 

“พี่ใหญ่ ท่านเป็นคนเดียวที่รักข้ามากที่สุดในตระกูลของเรา ข้าไม่อยากแต่งงานกับแม่นางมู่หรง นอกจากนี้ท่านเองก็เป็นบุตรชายของท่านพ่อ ทำไมท่านถึงไม่แต่งงานกับนางเล่า?”

 

เจียงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“เฮ้..น้องรอง ไม่ใช่ว่าพี่ใหญ่ไม่อยากช่วยเจ้า แต่ข้าเป็นเพียงบุตรบุญธรรม ถึงแม้ว่าข้าจะตกลงแต่งงานกับแม่นางมู่หรง ท่านพ่อบุญธรรมคงไม่เห็นด้วยที่จะให้ข้าแต่งงานกับนางแน่ ข้อตกลงนี้ถูกเตรียมขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อเจ้า”

 

เจียงลู่หรงพูดอย่างจนใจ แต่ในใจของมันกำลังหัวเราะร่า ตราบที่เจ้าขยะนี่ยืนกรานที่จะไม่แต่งงานกับแม่นางมู่หรง ตัวมันก็ยังมีโอกาสอยู่

 

“ตราบใดที่ท่านตกลง ข้ารับประกันว่าว่าพรุ่งนี้ท่านจะเป็นคนที่ได้แต่งงานกับแม่นางมู่หรง!”

 

เจียงเฉินทุบไปที่หน้าอกของเขาในขณะที่พูด

 

“เจ้าพูดจริงหรือ?”

 

เจียงลู่หรงรู้สึกเป็นสุขเสียจริง

 

“แน่นอน”

 

เจียงเฉินพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

 

“เอาล่ะ ในเมื่อพวกเราทั้งสองเป็นพี่น้องกัน พี่ใหญ่จะช่วยเจ้าในครั้งนี้และแต่งงานกับแม่นางมู่หรงเอง”

 

มันตอบเหมือนกับว่ามันกำลังช่วยเจียงเฉิน อย่างไรก็ตามในใจมันลิงโลดจนถึงขีดสุด

 

“สมกับเป็นพี่ใหญ่ของข้าจริงๆ”

 

เจียงเฉินพูดออกมาด้วยความยินดีบนใบหน้าของเขา ราวกับว่าเขากำลังจะร้องไห้ออกมาเสียงดัง

 

“พี่ใหญ่ นี่คือสิ่งที่พวกเราจะทำกันในวันพรุ่งนี้ ที่โถงหลัก ท่านไม่จำเป็นต้องพูดอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างปล่อยให้ข้าเป็นผู้จัดการเอง”

 

เจียงเฉิน พูด

 

“ตกลง พี่ใหญ่จะไม่รบกวนเจ้าแล้ว เจ้าพักผ่อนเถอะ”

 

เจียงลู่หรงตบไปที่ไหล่ของเจียงเฉินก่อนที่จะกลับไป ตัวมันสงสัยว่าน้องชายของมันจะช่วยมันได้อย่างไร แต่จากสิ่งที่มันเคยได้เห็นในอดีต เป็นไปได้สูงว่าน้องชายที่ไร้ประโยชน์ของมันต้องสร้างเรื่องวุ่นวายในวันพรุ่งนี้เป็นแน่

 

“ตราบที่ข้าสามารถแต่งงานกับแม่นางมู่หรง ไม่เพียงแค่สถานะในตระกูลเจ้าเมืองของข้าจะสูงขึ้น ข้าก็จะมีสถานะในตระกูลมู่หรงเช่นกัน! เจ้าเด็กโง่นี่มีโชคอยู่ตรงหน้ากลับไม่คว้ามันไว้ ปฏิเสธการแต่งงานและขอให้ข้าไปแทนที่? อย่างไรก็ดี มันเป็นเรื่องดีต่อข้า เมื่อข้าได้อำนาจทั้งสองตระกูลมากพอ ข้าจะหาทางกำจัดมันอีกครั้ง”

 

เจียงลู่หรงเผยสีหน้าที่แท้จริงทันทีที่ออกจากตำหนัก

 

อีกด้านหนึ่งของตตำหนัก เจียงเฉินยืนพร้อมกับรอยยิ้มที่ร้ายกาจ ‘มาตอแยข้าเช่นนั้นหรือ? เพราะเหตุนั้นทำให้เจ้ากำลังเดินเข้าสู่ความตาย’

 

ในเช้าวันถัดมา ผู้คนมากมายยุ่งกับการตกแต่งคฤหาสน์เจ้าเมืองด้วยริบบิ้นและโคมไฟ วันนี้เป็นวันประกอบพิธีหมั้นหมายของทั้งสองตระกูล เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์เมืองเทียนเซียง

 

“ผู้นำตระกูลมู่หรงมาถึงแล้ว! “

 

ด้วยเสียงประกาศดังขึ้นจากยามที่อยู่เบื้องหลัง ชายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ได้เดินเข้ามาผ่านประตูหลักของคฤหาสน์เจ้าเมือง

 

ชายคนนี้มีรูปร่างใหญ่โต ทำให้เจ้าเมืองดูตัวเล็กไปเลยเมื่อยืนข้างเขา เขาดูเหมือนมีอายุประมาณสี่สิบปี สวมเสื้อคลุมลายดอกไม้ขณะที่เดินเขาดูแกร่งและกล้าหาญราวกับพยัคฆ์

 

เขาคือผู้นำตระกูลมู่หรง มู่หรงเจิ้น

 

“ฮ่าฮ่า ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์ของข้า พี่มู่หรง ข้าหวังว่าท่านจะเพลิดเพลินในที่แห่งนี้”

 

เจียงเจิ้นไห่พูดด้วยท่าทีเป็นมิตร เจียงเจิ้นไห่เริ่มเดินไปที่แขกของเขาโดยมีเจียงลู่หรงและเจียงเฉินพ่วงไปด้วย

 

“ท่านเจ้าเมือง ท่านสุภาพเกินไปแล้ว วันนี้เป็นวันหมั้นหมายของตระกูลของพวกเรา ข้าจะละเลยได้อย่างไร”

 

แม้ว่ามู่หรงเจิ้นจะดูตรงไปตรงมา แต่ในสายตาของเจียงเฉินเขาเป็นเพียงแค่ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง

 

เจียงเฉินมองไปด้านหลังของมู่หรงเจิ้น แต่เขาไม่พบผู้ใด มู่หรงเจิ้นมาเพียงลำพัง แน่นอนเพียงแค่นี้ก็ยิ่งกว่าเพียงพอแล้ว ในเมืองเทียนเซียง แทบจะไม่มีเหตุการณ์ใดที่มู่หรงเจิ้นให้ความสนใจ แต่การที่เขามาเพียงลำพัง ก็สามารถเป็นตัวแทนของคนในตระกูลทั้งหมดได้

 

“โปรดเข้ามาข้างในก่อนเถอะ พี่มู่หรง”

 

ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร เจียงเจิ้นไห่ได้นำพาทุกคนไปยังห้องโถงหลัก

 

ภายในห้องโถงหลัก เจียงเจิ้นไห่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของมู่หรงเจิ้น เจียงเฉินและเจียงลู่หรงนั่งอยู่ข้างๆเขา

 

“น้องเจียง เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า การที่ข้ามาในวันนี้เพื่อพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับบุตรีของข้า เอาล่ะ มาตัดสินใจฤกษ์มงคลระหว่างบุตรชายเจ้ากับบุตรีข้ากันดีกว่า”

 

มู่หรงเจิ้นพูดอย่างตรงไปตรงมา

 

“แน่นอน เมื่อพวกเขาแต่งงานกัน ตระกูลของเราทั้งคู่จะรุ่งเรืองที่สุดในเมืองเทียนเซียง”

 

เจียงเจิ้นไห่ผงกหัวของเขา และหันไปพูดกับเจียงเฉิน “เฉินเอ๋อร์ มาคารวะพ่อตาของเจ้าสิ”

 

“เยี่ยม! เจ้ามีบุตรชายที่ดี เขาดูดีมาก”

 

มู่หรงเจิ้นมองไปที่เจียงเฉินและกล่าวชมเชยเขา แต่ภายในใจของมัน มันรู้ดีว่ามันกำลังพล่ามเรื่องไร้สาระ เพราะว่าทุกคนในเมืองเทียนเซียงรู้ดีถึงชื่อเสียงแย่ๆของเขา เขาเป็นเสือผู้หญิงและความสามารถในการบ่มเพาะพลังก็ไม่ได้เรื่อง

 

แต่มู่หรงเจิ้นไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนั้น มันดูเหมือนจะพอใจที่จะได้ลูกเขยเร็วๆนี้ เวลาส่วนใหญ่ของมันให้ความสนใจกับผลประโยชน์ของตระกูลมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว

 

“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าท่านกำลังเข้าใจผิด?”

 

เจียงเฉินพูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึง “นี่ไม่ใช่การแต่งงานของพี่ใหญ่หรอกหรือ?”

 

เจียงเจิ้นไห่และมู่หรงเจิ้นทั้งสองต่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เจียงเฉินพูด มู่หรงเจิ้นย้ายหัวของมันไปที่เจียงลู่หรง และเริ่มพิจารณาในตัวเจียงลู่หรง จนมันไม่อาจหยุดผงกหัวของมันได้ ‘นี่คือสิ่งที่พวกเราเรียกว่ามีความสามารถและเป็นชายหนุ่มที่ดูดี ด้วยอายุน้อยเช่นนี้ก็ไปถึงระดับเก้าของขอบเขตฉีจิงได้’

 

“เฉินเอ๋อร์ หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว”

 

เจียงเจิ้นไห่พูดพร้อมกับขมวดคิ้วบนใบหน้า

 

“ท่านพ่อ ข้ามิได้โง่ ด้วยคุณสมบัติของข้านั้นไม่คู่ควรกับแม่นางมู่หรง นั่นเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างแท้จริง ท่านพี่ข้าไปถึงระดับฉีจิงขั้นเก้าทั้งที่อายุยังน้อย ในหมู่รุ่นเยาว์ของเมืองเทียนเซียง เขาคือคนที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการแต่งงานกับแม่นางมู่หรง ข้ายังเด็กเกินไปนัก แม้ว่าพี่ใหญ่กับแม่นางมู่หรงยังไม่เคยพบกันมาก่อน เขาก็ยังคงสนใจที่จะแต่งงานกับนาง หากเขาสามารถแต่งงานกับแม่นางมู่หรง ทั้งสองก็จะเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบ! และมันยังสามารถเชื่อมความสัมพันธ์กับตระกูลมู่หรงได้ดียิ่งขึ้น”

 

เขาพูดออกมาด้วยความมั่นใจ เจียงเฉินพูดชมเชยพี่ชายของเขาซ้ำไปซ้ำมา

 

เจียงลู่หรงที่ยืนอยู่ข้างเจียงเฉินแทบจะร้องไห้ นั่นเป็นเพราะว่ามันไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้องชายของมันจะรักมันมากขนาดนี้

 

“ฮ่าฮ่า น้องเจียงเจ้าต้องการช่วยบุตรชายคนโตของท่านแต่งงานได้หรือไม่ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจียงลู่หรงจะหลงรักบุตรสาวของข้ามาเป็นเวลานานแล้ว….นี่มันบังเอิญจริงๆ”

 

มู่หรงเจิ้นหัวเราะออกมาเสียงดัง ใช่แล้ว การแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลทั้งสอง หากแต่มันมีโอกาสเลือกระหว่างเจียงลู่หรงกับเจียงเฉิน มันไม่โง่พอที่จะเลือกเจียงเฉินเป็นแน่

 

ท่าทางของเจียงเจิ้นไห่ซีดเซียว เขายินดีที่จะเตะเจ้าลูกไม่รักดีนี่ออกจากบ้าน อย่างไรก็ตามเห็นว่ามู่หรงเจิ้นนั้นมีความสุข เขาก็ไม่มีสิ่งใดจะพูด

 

เจียงเฉินได้ชมเจียงลู่หรงมากเกินไป ทำให้เป็นที่รู้กันว่าเจียงลู่หรงนั้นหลงรักแม่นางมู่หรง หากเขายังคงยืนกรานเช่นเดิม ไม่เพียงบุตรชายของเขาจะไม่พอใจ แต่มู่หรงเจิ้นจะไม่มีความสุขไปด้วย

 

“ลู่หรง ทักทายพ่อตาของเจ้าสิ”

 

เจียงเจิ้นไห่พูดด้วยรอยยิ้ม และแววตาที่อ่อนแอทำอะไรไม่ถูก

 

“ลู่หรง คารวะท่านพ่อตา”

 

รู่หลงโค้งคำนับด้วยความเคารพต่อมู่หรงเจิ้น

 

“หัวเราะและมีความสุขไปก่อนเถอะ เพราะว่าอีกเดี๋ยวเจ้าจะต้องร้องไห้ออกมาเป็นแน่”

 

เจียงเฉินคิดก่อนที่จะกระแอมไอออกมาและพูดว่า “ท่านมู่หรง ท่านพี่ของข้ายังมีความปรารถนาอีกประการ”

 

“โอ้? พูดมาเถอะ ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้เมื่อน้องเจียงและข้าอยู่ด้วยกัน”

 

เห็นได้ชัดว่า มู่หรงเจิ้นกำลังอารมณ์ดีอย่างยิ่ง

 

เจียงลู่หรงตกตะลึง มันจ้องมองไปทางเจียงเฉินมันพยายามนึกในสิ่งที่มันพูดกับเจียงเฉิน มันจำไม่ได้ว่าเคยพูดเช่นนั้นออกไป

 

“ท่านพี่บอกข้าว่า เขานับถือตระกูลมู่หรงเป็นเวลานานแล้ว หากเขาได้แต่งเข้าตระกูลมู่หรง เช่นนั้นเขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วในชีวิตนี้”

 

เจียงเฉินพูดพร้อมรอยยิ้มบนหน้าของเขา หางจิ้งจอกในที่สุดก็ถูกเผยออกมา

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่เจียงเฉินพูด สีหน้าของเจียงลู่หรงมืดทะมึนไปในทันที

 

“น้องรอง เจ้าพูดอะไรของเจ้า?”

 

เจียงลู่หรงถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึกและเบาบาง

 

“ท่านพี่ ท่านบอกกับข้าเช่นนั้น ถูกหรือไม่? โอ้ ข้ารู้แล้ว….ท่านอายเกินกว่าจะพูดมันออกมาด้วยตัวท่านเอง ไม่ต้องกังวลไป ปล่อยให้น้องชายท่านคนนี้พูดแทนเอง ท่านพ่อและท่านมู่หรงก็อยู่ที่นี่ ความปรารถนาของท่านต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน! นอกจากนี้ ท่านยังนับถือแม่นางมู่หรงมานาน นั่นเป็นความจริง มิใช่หรือ?”

 

มู่หรงเจิ้นรู้สึกปิติยินดีและภาคภูมิใจเมื่อมันได้ยินสิ่งที่เจียงเฉินพูด มันคิดในใจว่าเจ้าเด็กไร้ประโยชน์นี่มีวิธีการพูดที่ดี

 

“น้องชาย เจ้า….”

 

เจียงลู่หรงตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก จริงอยู่ที่มันต้องการแต่งงานกับแม่นางมู่หรง แต่มันไม่ได้ต้องการแต่งเข้าตระกูลของนาง มันต้องการให้แม่นางมู่หรงอยู่กับมันในคฤหาสน์เจ้าเมืองแห่งนี้ มันไม่ได้ต้องการแต่งเข้าตระกูลและไปอยู่กับพวกนาง

 

หากมันออกจากคฤหาสน์เจ้าเมือง มันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลมู่หรง และไม่อาจทำสิ่งใดกับตระกูลเจ้าเมืองได้อีก ความพยายามที่มันได้ทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็จะสูญเปล่า และมันจะยิ่งเลวร้ายไปกว่าเดิมหากมันแต่งเข้าไปในตระกูลมู่หรง มันก็ไม่มีโอกาสจัดการเรื่องสำคัญอีก นั่นทำให้ผู้คนดูถูกมัน

 

หากเป็นเช่นนั้น อนาคตของมันต้องพังทลาย

 

“อะไรนะ? อย่าบอกนะว่าสิ่งที่ท่านพูดมาเมื่อวานทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก? ท่านนับถือตระกูลมู่หรงก็เป็นเรื่องโกหกเช่นนั้นหรือ? นี่ไม่สมกับเป็นท่านเลยนะ ท่านพี่”

 

เจียงเฉินแก้เผ็ดโดยไม่เปิดโอกาสให้เจียงลู่หรงได้พูด

 

เขาตั้งใจทำแบบนี้ เขาวางแผนมาตั้งแต่แรก เจียงลู่หรงโกรธแค้นจนอยากจะฆ่าเจียงเฉินในตอนนี้ สิ่งที่เจียงเฉินพูดได้ผลักมันไปในทิศทางที่ไม่อาจหวนกลับได้

 

เจียงลู่หรงไม่ใช่คนโง่ มันรู้ว่าถูกเจียงเฉินหลอกเข้าแล้ว แต่มันไม่สามารถเข้าใจได้คือทำไมเด็กหนุ่มที่ไม่เคยมีอะไรดี คนที่ทำเรื่องโง่งมอยู่เสมอ ทันใดนั้นก็กลายเป็นคนที่ฉลาด ฉลาดพอที่จะหลอกลวงมันได้

 

‘เจ้ายังห่างชั้นที่จะสู้กับข้าได้’

 

ด้วยรอยยิ้มเย้ยบนใบหน้าของเขา เขาคิดกับตัวเอง ในเมื่อเจียงลู่หรงต้องการฆ่าเขา เช่นนั้นมันต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำ วันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

 

“ฮ่าฮ่า ข้าคาดไม่ถึงว่าบุตรชายคนโตของเจ้าจะหลงรักบุตรสาวของข้าขนาดนี้ เจียงลู่หรงค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองเทียนเซียง ดังนั้นจะเป็นการดีหากเขาแต่งงานเข้าตระกูลของเรา! เมื่อเรากลายเป็นตระกูลใหญ่ ก็จะไม่มีใครกล้าต่อต้านพวกเราในเมืองเทียนเซียงได้อีก”

 

มู่หรงเจิ้นพูดพร้อมหัวเราะเสียงดัง

 

ในทางตรงข้ามเจียงเจิ้นไห่มีสีหน้าเศร้าหมอง สิ่งที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายของเขา ในตอนแรกก็เปลี่ยนคนที่จะแต่งกับแม่นางมู่หรง และตอนนี้เขาก็รู้ว่าบุตรชายของเขาจะแต่งเข้าตระกูลมู่หรงอีก

 

“รู่หลง เจ้าตัดสินใจเช่นนั้น?”

 

เจียงเจิ้นไห่จ้องมองไปที่เจียงลู่หรง หากเขามีโอกาสตัดสินใจ เช่นนั้นเขาไม่ปล่อยให้เจียงลู่หรงแต่งเข้าตระกูลมู่หรงเป็นแน่ ตระกูลเจียงนั้นมีธุรกิจมากมายในเมืองเทียนเซียง และเจียงลู่หรงช่วยเขาในการจัดการพวกมัน แต่เขาก็เคารพการตัดสินใจของรู่หลง หากต้องการเช่นนั้น เขาก็ยอมรับมัน

 

“ท่านพ่อ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ ข้ารู้สิ่งที่ท่านพี่คิดดี เขาต้องมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อเป็นแน่เมื่อความปรารถนาของเขากำลังจะถูกเติมเต็ม! ท่านลุงมูหรง หลังจากที่ท่านพี่ย้ายเข้าไปในตระกูลของท่าน ได้โปรด อย่าปล่อยให้คนอื่นดูถูกเขา”

 

เจียงเฉินรีบร้อนที่จะตอบในนามของเจียงลู่หรง โดยที่ไม่ลืมแสดงความเป็นมิตรกับมู่หรงเจิ้น

 

“ฮ่าฮ่า ไม่ต้องกังวลไป ใครจะกล้าดูถูกลูกเขยของข้ากัน”

 

มู่หรงเจิ้นตอบอย่างมีความสุข

 

เจียงลู่หรงกำหมัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อที่ยาวของมันแน่น มันกำลังเดือดพล่านไปด้วยความโกรธแค้น ไม่มีทางที่มันจะไม่โกรธ….สิ่งที่มันได้ทำมาทั้งหมด ความพยายามทั้งหมดของมันได้สูญสลายหายไปแล้ว

 

แต่สถานการณ์ในตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีทางเลือกอื่น มู่หรงเจิ้นในขณะนี้เต็มไปด้วยความสุข และถ้าไปทำให้เขาอารมณ์เสีย มีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลเลวร้ายลง

 

“ฮ่าฮ่า ยินดีด้วย ท่านพี่ ยินดีด้วยท่านลุงมู่หรง วันนี้ช่างเป็นวันที่มีความสุขจริงๆ! ท่านลุงมู่หรง ในเมื่อพวกเราได้ทำข้อตกลงกันแล้ว ทำไม่ไม่เรียกแม่นางมู่หรงมาร่วมกับพวกเรากัน? เราจะได้เห็นว่าแม่นางเป็นเช่นไรกันแน่”

 

เจียงเฉิน พูด

 

“ใช่แล้ว เจ้าพูดถูก ข้าได้ยินว่าบุตรสาวของพี่มู่หรงนั้นไม่ค่อยปรากฏตัวในที่สาธารณะ นางเป็นเด็กสาวจากตระกูลที่น่านับถือ เมื่อเราได้ข้อสรุปแล้ว ข้าคิดว่าเราควรจะได้พบนางในตอนนี้”

 

เจียงเจิ้นไห้พูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาทำได้เพียงขมวดคิ้วเท่านั้น

 

“ฮ่าฮ่า บุตรสาวข้า มู่หรงเสี่ยวโหรวอยู่ระหว่างเดินทางมาที่นี่ ข้ามั่นใจว่านางจะมาถึงที่นี่ในไม่ช้า”

 

มู่หรงเจิ้นหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ทุกคนในห้องโถงหลักมีความสุขยกเว้นเจียงลู่หรง ที่ยืนด้วยรอยยิ้ม พยายามปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงของมัน

 

“เยี่ยม! แค่ชื่อของนางเพียงอย่างเดียวเราก็รู้นางนั้นต้องอ่อนโยนและงดงามมากเป็นแน่ เด็กสาวจากตระกูลที่น่านับถือควรแตกต่างจากคนทั่วไป นางต้องเหมือนกับเทพธิดาจากสรวงสวรรค์เป็นแน่! พี่ใหญ่ ท่านได้รับภรรยาที่ดี!”

 

เจียงเฉินพูดชมแม่นางมู่หรง ทั้งที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยที่ไม่ลืมที่จะพูดยั่วยุเจียงลู่หรง

 

แค่ก…แค่ก….

 

คำพูดของเจียงเฉินทำให้มู่หรงเจิ้นไอออกมา ด้วยเหตุผลบางอย่าง มู่หรงเจิ้นไม่สามารถที่จะหยุดไอได้ เขาไอออกมาในตอนที่กำลังดื่มชาทันทีที่ได้ยินเจียงเฉินพูดชมบุตรสาวของเขาว่าอ่อนโยน ราวกับเทพธิดา

 

=============================

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…