0 Views

หลังจากที่เขาได้สะบัดศีรษะด้วยความมึนงง เจียงเฉินก็รู้สึกว่าในหัวของเขากระจ่างชัดขึ้นอีกครั้ง

 

‘ในศักราชที่ 3486 แห่งปฏิทินโลกต้นกำเนิดเซียน เปิ่นเชิง* ผู้นี้ได้ตายไปกว่าร้อยปีแล้ว เจียงเฉิน… ใช่แล้ว ตัวข้ามีชื่อว่าเจียงเฉิน เปิ่นเชิงนึกไม่ถึงเลยว่าจะได้กำเนิดใหม่อีกครั้งในร้อยปีให้หลัง’

 

เจียงเฉิน นักบุญผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งโลกต้นกำเนิดเซียนเมื่อศตวรรษก่อน ดาบของเขาตัดผ่านท้องนภา ทะลวงประตูผ่านไปยังโลกแห่งเซียน บุกเบิกเส้นทางใหม่สำหรับผู้ฝึกตนในโลกใบนี้ จนกระทั่งโลหิตหยดสุดท้ายของเขาและตกตายที่หน้าผาเซียน ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเขาจะได้ถือกำเนิดใหม่หลังจากผ่านไปหนึ่งศตวรรษ

 

เจียงเฉินแหงนเงยใบหน้าขึ้นและตระหนักได้ว่าเขาอยู่ในที่มืดมิด ภายในห้องเก่าๆโทรมๆ มีร่องรอยแตกร้าวไปทั่วฝาผนังและประตูถูกปิดอย่างแน่นหนา ตัวเขาถูกกักขังเอาไว้

 

หูของเจียงเฉินตั้งขึ้น มีใครบางคนกำลังพูดคุยกันในอีกด้านของประตู

 

” พี่หยง เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมือง แม้ว่าเขาจะเป็นคนเสเพล ไร้ซึ่งพรสวรรค์ แต่ถึงอย่างนั้นท่านเจ้าเมืองรักใคร่เขาอย่างมาก หากว่าท่านเจ้าเมืองจับเรื่องนี้ได้ พวกเราจบเห่เป็นแน่! “

 

ด้านนอกของห้อง มีชายสองคนร่างกำยำยืนอยู่ ใบหน้าของชายคนหนึ่งเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ถูกทิ้งร้างในเมืองฟ้าหอม ในวันปกติไม่มีผู้ใดย่างกรายมายังที่แห่งนี้

 

” กลัวผายลมเจ้าสิ… ท่านเจ้าเมืองไม่รู้เรื่องนี้หรอก นอกจากนี้หลังจากที่พวกเราได้ดื่มเลือดของเจ้าเด็กนี่ พวกเราจะออกจากเมืองฟ้าหอมทันที! หยางชวง เจ้าคงไม่ต้องการที่จะใช้เวลาทั้งชีวิตในไอ้ขี้แพ้จริงไหม? “

 

หยางหยงกล่าวหยางชวงด้วยสีหน้าอำมหิต

 

หลังจากได้ฟังเรื่องนี้ ความกังวลบนใบหน้าของหยางชวงได้อันตธานหายไปและสีหน้าของเขาก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นอำมหิตเช่นเดียวกับหยางหยง

 

” พวกเราไม่มีที่ให้ถอยกลับอีกแล้ว! ท่านเจ้าเมืองได้ทุ่มเทอย่างเพื่อบุตรชายคนเดียวของเขา ตั้งแต่เกิด ตัวเขาได้รับการป้อนโอสถจำนวนมาก แต่ยังคงอยู่เพียงฉีจิงระดับหนึ่ง หากว่าโอสถนั่นได้มอบให้พวกเราล่ะก็ พวกเราคงสำเร็จขอบเขตฉีไห่ไปแล้ว! กระทั่งขอบเขตแก่นแท้มนุษย์ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้! “

 

” โอสถเหล่านี้ใช้กับเขาไปก็เสียของ มันเปล่าประโยชน์ มันจะดีกว่าถ้าจะใช้ช่วยพวกเราพี่น้อง รออีกสามวันก่อนเถอะ หลังจากที่โอสถชำระล้างได้ชำระสิ่งที่ปนเปื้อนในร่างกายของเขา พวกเราจะดื่มเลือดเขาและพัฒนาพลังยุทธของพวกเรา! หลังจากนั้นพวกเราไปจากที่นี่ทันที! “

 

หยางหยงกล่าวพลางแสยะยิ้ม

 

คำพูดของทั้งสองนั้นเจียงเฉินที่ได้เกิดใหม่อีกครั้งได้ยินอย่างแจ่มชัด หลังจากได้ผสานความทรงจำของร่างนี้ มุมปากของเจียงเฉินก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน

 

” คิดดื่มโลหิตของเปิ่นเชิงผู้นี้? อย่างเจ้าได้เพียงแค่ดื่มฉี่ของข้าเท่านั้น “

 

เมื่อลองนึกดูในความทรงจำของเขา เจียงเฉินก็พบว่าคนทั้งสองที่อยู่ด้านนอกเป็นยามของจวนเจ้าเมือง พวกมันริอาจหาญกล้าที่จะพยายามที่จะทำร้ายเขางั้นรึ? คิดฝันว่าจะสังหารเจียงเฉินและดื่มโลหิตของเขา?

 

เจียงเฉินไม่เคยรู้สึกเป็นกังวลแม้แต่น้อย ในฐานะที่ตัวเขาเคยเป็นนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่แล้ว เขาได้ผ่านสิ่งต่างๆนับไม่ถ้วน เขาเคยพบเจอเหตุการณ์เลวร้ายนับร้อยพันครั้ง นับประสาอะไรกับเรื่องแค่นี้ เจ้าสองคนนั่นที่ได้ป้อนโอสถชำระล้างเขาเพื่อชำระล้างสิ่งปนเปื้อนภายในร่างกายเขา ทว่ามันยังคงจำเป็นต้องใช้เวลาสามวันในการออกฤทธิ์ เวลาสามวัน นั่นเป็นโอกาสที่เขาจะโต้กลับ

 

โดยไม่สนใจยามทั้งสองคนที่อยู่ข้างนอก เจียงเฉินได้ตรวจสอบร่างกายของเขา เขารู้สึกตื่นเต้นเมื่อสัมผัสได้ถึงโอสถจำนวนมากในร่างกายของเขาที่บิดาของเขามอบให้เขาครั้งตั้งแต่เยาว์วัย

 

” ท่านเจ้าเมือง ไม่สิ…ท่านพ่อข้ารู้วิธีในการป้อนโอสถชั้นเลิศแก่บุตรของเขาอย่างต่อเนื่อง ทว่าเขาไม่ทราบว่าร่างกายบุตรของเขาไม่สามารถที่จะดูดซับมันได้ โอสถทั้งหมดจึงถูกเก็บไว้ภายในร่างกาย ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องเกิดเรื่องขึ้น แต่สำหรับข้านั้นร่างกายนี้มันล้ำค่ายิ่งนัก “

 

บนใบหน้าเจียงเฉินมีรอยยิ้มเปี่ยมสุข ตัวเขาเป็นถึงนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ สำหรับเขาการที่จะดูดซับโอสถที่กักเก็บไว้ในร่างกายเขานั้นเป็นเพียงเรื่องง่าย

 

” เจ้าสองคนที่อยู่ด้านนอกนั่น ยอมกระทั่งป้อนโอสถชำระล้างแก่ข้า ถึงแม้ว่ามันจะเป็นระดับที่ต่ำมาก ทว่าสำหรับร่างกายนี้ผลประโยชน์ของมันไร้ที่สิ้นสุด! โอสถที่กักเก็บไว้ในร่างกายทั้งหมดข้าจักดูดซับเดี๋ยวนี้!”

 

หลังจากที่สืบค้นความทรงจำของเขาชั่วขณะหนึ่ง เจียงเฉินจำทักษะที่สามารถรวบรวมพลังจากโอสถได้และเริ่มที่จะใช้มัน

 

ขณะที่เจียงเฉินเริ่มใช้ทักษะ พลังทั้งหมดของโอสถที่กักเก็บอยู่ภายในร่างกายของเขา เริ่มที่จะเคลื่อนไปรอบๆ ร่างกายของเขาเริ่มที่จะดูดซับพลังจากโอสถ!

 

โอสถได้เริ่มขัดเกลาร่างกาย, กระดูก, โลหิต, ผิวหนัง….. ทุกๆสิ่งได้ถูกขัดเกลา! ในเวลาเดียวกัน โอสถชำระล้างก็ส่งผล ช่วยให้เจียงเฉินขจัดสิ่งปนเปื้อนในร่างกายเขา

 

โอสถทั้งหมดที่เขาได้ทานในระหว่างสิบปีนั้นมีพลังรุนแรงมาก ร่างกายของเขาได้เป็นดั่งสมบัติอย่างแท้จริง มันช่างเสียของนัก! ไม่แปลกใจเลยที่จะมีคนคิดร้ายต่อเขา

 

” ราวกับว่าโอสถทั้งหมดที่ได้เก็บไว้ในร่างกายนี้ได้ถูกข้าดูดซับแล้ว “

 

เขากล่าวด้วยเสียงต่ำและใบหน้าเผยรอยยิ้ม โอสถจำนวนมากกำลังขัดเกลาร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และแปรเปลี่ยนเป็นพลังหยวน

 

เปรี้ยะ!

 

ทะลวงผ่าน!เขาได้ทะลวงไปสู่ระดับขั้นที่สองของขอบเขตฉีจิง

 

เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเจียงเฉินได้ทะลวงผ่านสิ่งกั้นขวางขึ้นไปสู่ขอบเขตฉีจิงระดับสอง!

 

เปรี้ยะ! เปรี้ยะ ! เปรี้ยะ!

 

ระดับสาม ระดับสี่ ระดับห้า เจียงเฉินได้ทะลวงผ่านสิ่งกีดขวาง ขึ้้นสู่ขอบเขตฉีจิงระดับห้า!ทั้งหมดภายในหนึ่งวัน!

 

โอสถจำนวนมากได้ถูกเก็บไว้ในร่างของเขา ถึงแม้ว่าเขาไปถึงระดับขั้นที่ห้าฉีจิง เขาก็ใช้โอสถไปเพียงแค่ครึ่งเดียวที่สะสมอยู่ในร่างกาย

 

ภายนอกประตู หยางหยงและหยางชวงเดินไปมารอบๆใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความร้อนใจ รอคอยอย่างอดทน

 

” พี่หยง มันเป็นวันแล้วนะ พวกเราจักสังหารมันตอนนี้เลยนำเลือดมันมาแล้วออกไปกันเลยดีไหม? “

 

หยางช่วงกล่าวอย่างเป็นกังวล

 

“ไม่ได้ โอสถชำระล้างจะออกฤทธิ์จำเป็นต้องใช้เวลาสามวันในการชำระล้างสิ่งปนเปื้อนอย่างสมบูรณ์ พวกเราจำเป็นต้องทนรอไปก่อน”

 

หยางหยง กล่าว

 

ภายในห้อง เจียงเฉินยังคงนั่งขัดสมาธิ ความรู้สึกอันน่าพึงพอใจของการทะลวงระดับ ทุกคนในโลกต้นกำเนิดเซียนต่างเป็นผู้ฝึกตน เมื่อคนผู้นั้นได้ทะลวงไปถึงขอบเขตฉีจิงระดับเก้า พวกเขาสามารถที่จะสร้างทะเลปราณขึ้นที่จุดตันเถียนของพวกเขา เมื่อถึงขอบเขตฉีไห่ หลังจากนั้นไปถึงขอบเขตตแก่นแท้มนุษย์ ขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ และขอบเขตแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนเรียกระดับขั้นทั้งห้าว่า ห้าขอบเขตพื้นฐาน

 

หลังจากไปถึงขอบเขตฉีจิงขั้นที่ห้าแล้ว เจียงเฉินยังไม่หยุดแค่นั้นเขายังดูดซับพลังงานจากโอสถ แม้ว่าความเร็วในการก้าวหน้าจะตกลงก็ตาม

 

สองวันผ่านไป ในที่สุดเจียงเฉินก็ใช้โอสถที่กักเก็บไว้ในร่างจนหมดสิ้นและอยู่ในจุดสูงสุดของฉีจิงระดับแปด อีกเพียงก้าวเดียวก็เข้าสู่ระดับเก้า

 

” ข้าได้ถึงระดับขั้นที่แปดในสามวัน… ดูเหมือนว่าข้าจะพบขีดจำกัดของร่างกายนี้ “

 

เจียงเฉินดูสงบนิ่ง หากว่ามันเป็นคนอื่นที่ขึ้นจากระดับขั้นที่หนึ่งไปขั้นที่แปดภายในสามวันล่ะก็ พวกเขาคงจะตื่นเต้นจนถึงขีดสุด! ถึงอย่างนั้นเจียงเฉินครั้งหนึ่งเป็นถึงนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด! ตัวเขามีประสบการณ์โชกโชนในช่วงชีวิตที่แล้ว หรือหากว่ากันตามตรง เขาก็เป็นเหมือนสัตว์ประหลาด

 

” ฮ่าฮ่า… ได้เวลาดื่มเลือดมันเสียที “

 

ขณะที่ประตูเปิดขึ้น เขาได้ยินเสียงยามหัวเราะ พวกเขาทั้งสองปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าของเจียงเฉิน

 

” ดื่มเลือดของข้างั้นรึ? พวกเจ้าสองคนดื่มฉี่ข้าแทนเหอะ! “

 

ขณะที่นั่งอยู่บนพื้น เจียงเฉินลุกขึ้นปล่อยหมัดอันดุดันใส่ท้องของยามทั้งสอง ส่งให้พวกเขาลอยผ่านประตู

 

พวกเขาเป็นยามของคฤหาสน์เจ้าเมือง แม้ว่าพวกเขาจะค่อนข้างแข็งแกร่ง ถึงอย่างนั้นก็เป็นเพียงฉีจิงระดับหก พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงเฉิน

 

หลังจากปัดฝุ่นจากหลังของเขา เจียงเฉินก็เดินออกจากห้องอย่างช้าๆ เขารู้ว่าหมัดของเขาใส่พลังมากขนาดไหน ยามทั้งสองไม่อาจจะลุกขึ้นได้อีก

 

ภายนอกห้อง หยางหยงและหยางชวงได้นอนแผ่ราบอยู่บนพื้น กุมท้องด้วยความเจ็บปวดและมองไปยังเจียงเฉินด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

” เป็นไปไม่ได้… นี่มันเป็นไปไม่ได้! เจ้าก็แค่มีพลังระดับหนึ่งฉีจิง เจ้าแข็งแกร่งขนาดนี้ภายในสามวันได้อย่างไรกัน? “

 

หยางหย่งตกตะลึง ในฐานะยามคนหนึ่งในคฤหาสน์เจ้าเมือง เขาคุ้นเคยกับเจียงเฉินอย่างมาก เจ้าเด็กนี่เป็นเพียงขยะไร้ประโยชน์ ผู้ที่ไม่มีสิ่งใดดีสักอย่าง เขามักใช้สถานะของบุตรชายเจ้าเมืองระรานคนอื่น นี่เป็นเรื่องปกติของเขา การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันแทบทำให้ยามทั้งสองไม่เชื่อในสายตาตนเอง! มันเหมือนกับว่ามันเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งโดยสมบูรณ์!

 

” เจ้าพวกสวะไร้ประโยชน์! กล้าดีอย่างไรถึงอาจหาญคิดลักพาตัวข้า! บอกข้ามาซะ ผู้ใดให้เจ้าทำเช่นนี้? “

 

เจียงเฉินมองไปยังหยางหยงด้วยแววตาดุร้าย เขาไม่ได้โง่ เขารู้ว่าเจ้าสวะพวกนี้ไม่กล้าแตะต้องเขาหากไม่มีผู้ใดสั่งให้ทำเช่นนี้ นอกเหนือจากนี้พวกมันไม่มีความสามารถมากพอที่จะหาโอสถชำระล้างมาได้

 

” ไม่…..ไม่มีผู้ใดขอให้พวกข้าทำเช่นนี้ มันเป็นพวกข้าเองที่ต้องการดื่มเลือดของเจ้า “

 

หยางหยงกล่าวออกมา

 

” ในเมื่อเจ้าไม่ยอมพูดความจริงออกมา เช่นนั้นเจ้าคงไม่มีโอกาสอีก “

 

เจียงเฉินก้าวไปข้างหน้าและฟาดฝ่ามือไปยังกะโหลกของหยางหยงอย่างแรง กะโหลกของเขาระเบิดออกมาทำให้เลือดและมันสมองของเขากระจุยกระจายไปทั่ว

 

” เปิ่นเชิงไม่มีการให้โอกาสเป็นครั้งที่สอง “

 

เจียงเฉินกล่าวเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เขาพบเจอฉากนองเลือดเช่นนี้บ่อยครั้ง และเขาเพียงรู้สึกไม่แยแสต่อมันเท่านั้น

หยางชวงรู้สึกเหมือนความตายได้ล้อมรอบเขา เขาไม่ใช่คนกล้า และเขาไม่เคยเห็นฉากเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าของเขาขาวซีดและร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง

 

” ตอนนี้ถึงตาเจ้าแล้ว จงบอกข้ามาซะ ผู้ใดสั่งให้เจ้ามาทำเช่นนี้? “

 

เจียงเฉินหันกลับมาถามหยางชวง

 

” ไม่มี….. จริงๆแล้วไม่มีผู้ใดขอให้พวกข้าทำเช่นนี้ นายน้อยโปรดอภัยให้ข้าด้วย อภัยให้ข้าด้วย! “

 

หยางชวงหวาดกลัว เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาไม่ใช่นายน้อยคนที่เขาคุ้นเคย วิธีที่เขาคร่าชีวิตผู้คนนั้นอำมหิตอย่างยิ่ง

 

” ยังไม่คิดจะพูดความจริง? ประเสริฐ! วางใจได้ ข้าจะไม่ให้เจ้าตายง่ายๆแน่ ข้ารู้วิธีการสังหารที่จะไม่ตายสนิทก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้น ข้าจะสับมือทั้งสองข้างของเจ้าและจากนั้นก็ขา ตัดจมูกของเจ้าและควักตับ ไต ตอนนั้นเจ้าจะได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในร่างกายของเจ้า ถึงตอนนั้นข้าจะควักหัวใจเจ้าออกมา หากว่าเจ้าใจแข็งเจ้าจะได้เห็นถึงหัวใจของเจ้ากำลังเต้นอยู่ “

 

เจียงเฉินแจงรายระเอียด

 

” เข้าใจแล้ว ข้าพูดแล้ว ข้าบอกแล้ว! “

 

ใบหน้าของหยางชวงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เขาไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้! ในสายตาเขา เจียงเฉินเป็นปีศาจ! ปีศาจกระหายเลือด!

 

” เร็วหน่อยนะ ความอดทนของนายน้อยผู้นี้มีขีดจำกัด “

 

เจียงเฉินพูดอย่างใจเย็น

 

” เป็นคุณชายใหญ่! เป็นเขาที่ให้พวกข้าทำเช่นนี้ อีกทั้งเขาได้มอบโอสถชำระล้างให้อีกด้วย”

 

หยางชวงบอกเขาทุกอย่างที่เขารู้โดยไม่ลังเล

 

” เจียงลู่หรง! “

 

ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยในความคิดของเจียงเฉิน เจียงลู่หรงเป็นบุตรบุญธรรมของบิดาเขา ด้วยความจริงที่เขานั้นอ่อนแอเกินไป บิดาของเขาเจียงเจิ้นไห่จึงรับบุตรบุญธรรมมาหนึ่งคน ในความทรงจำของเจียงเฉิน พี่ชายได้ดูแลเขาเป็นอย่างดี ไม่ว่าเขาจักทำสิ่งใด เจียงลู่หรงมักช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ!

 

” เหตุใดเขาถึงต้องการสังหารข้า! “

 

เจียงเฉิน กล่าวถาม

 

” ท่านเจ้าเมืองใช้ทรัพย์สมบัติมากมายเพื่อโอสถเหล่านั้นทั้งหมดให้กับท่าน เขาเป็นบุตรคนโตจึงเป็นธรรมดาที่รู้สึกอิจฉา ตราบที่ท่านหายไป เขาจะเป็นเพียงคนเดียวที่เป็นทายาทอย่างถูกต้องของตระกูลเจียง ยิ่งกว่านั้น ในวันพรุ่งนี้จะเป็นการหมั้นหมายระหว่างตระกูลมู่หรงและตระกูลเจียง หากท่านตายไป สิ่งที่ดีเช่นนี้ก็จะตกเป็นของบุตรชายคนโต “

 

หยางชวงตัวสั่นและบอกทุกสิ่งที่เขารู้ให้กับเจียงเฉิน

 

‘เป็นเช่นนี้เอง’

 

มุมปากเจียงเฉินเผยรอยยิ้มเย้ย ตระกูลมู่หรงเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองฟ้าหอม และพวกเขายังประกอบธุรกิจใหญ่โต กระทั่งคฤหาสน์เจ้าเมืองยังต้องให้ความสำคัญเหนือกว่าสามจุด ไม่กล้ายั่วโมโหพวกเขา หากว่าตระกูลเจียงได้ตบแต่งกับตระกูลมู่หรง ตอนนั้นเองจะนำผลประโยชน์มากมายมาให้และจะไม่เป็นอันตรายอีกต่อไป

 

เจียงลู่หรงผู้นี้เป็นคนฉลาดหลักแหลม ถ้าหากว่าเป็นเจียงเฉินก่อนหน้านี้ แม้มีร้อยคนก็ไม่อาจสู้เขาได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้ต่างออกไป นักบุญผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ถือกำเนิดใหม่ในร่างนี้ เจียงลู่หรงมีหรือจะสู้ได้

 

” นายน้อย ข้าได้บอกทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ารู้หมดแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยขอรับ ข้าน้อยยินดีทำทุกอย่างเพื่อช่วยท่าน “

 

หยางชวงกล่าวขณะโขกศีรษะให้กับเจียงเฉิน

 

” บิดาไม่ต้องการคนอย่างเจ้า “

 

เจียงเฉินซัดฝ่ามือออกไป จากนั้น เสียงของหยางชวงก็หยุดลงในทันใด

 

………………………………………………………………………….

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…

 

*เปิ่นเชิง (本圣) ตัวข้านักบุญ