0 Views

หลังจากเสร็จสิ้นการพูดคุยกับอวี้ไค่ เฉิงหยางจึงเดินไปที่ด้านหน้าของรถบรรทุกเนื่องจากเขาเห็นเจ้าของโรงงานแปรรูปไม้ เถ้าแก่หลี่กำลังสั่งการคนงานอยู่ ดูเหมือนเขาจะจริงจังกับการค้าขายรายการนี้อย่างมาก เขาถึงกับมาด้วยตัวเองเลยทีเดียว

 

เมื่อเขาเห็นเฉิงหยาง ในที่สุดก็เขาโล่งใจได้ซะที ในขณะที่มองไปที่รอบๆเถ้าแก่หลี่จึงพูดขึ้น “เจ้าหนุ่ม ทำไมเธอถึงซื้อไม้ไปมากมายนัก จะสร้างบ้านที่นี่เรอะ ไอ๊หยา พื้นดินที่นี่มันไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่นา”

 

เฉิงหยางหัวเราะ “ก็ประมาณนั้นครับ”

 

นั่นทำให้เถ้าแก่หลี่ประหลาดใจอย่างยิ่ง ปากของเขาเปิดกว้างพอที่แมลงวันจะเข้าไปสร้างเผ่าพันธุ์ได้เลย เจ้าหนุ่มนี่! แม้เนินหงส์ร่วงจะไม่ใช่หน้าผา แต่เพื่อที่จะทำให้ดินแบนพอจะสร้างบ้านแล้ว อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสองสามวัน และมันยังต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่อีกด้วย

 

เฉิงหยางพูด “เถ้าแก่หลี่ไม่ต้องห่วง เพียงแค่ขนกองไม้พวกนี้ไปไว้ที่ข้างถนนก็พอ หลังเสร็จงานแล้ว ผมจะจ่ายส่วนที่เหลือให้”

 

เถ้าแก่หลี่จ้องหน้าเฉิงหยางแล้วจึงถอนหายใจและพูด “ตกลง เธอเป็นลูกค้านี่นะ เราจะจัดการตามนั้น”

 

หลังจากนั้นเถ้าแก่หลี่ได้สั่งให้คนงานของเขานำไม้ออกจากรถบรรทุกทั้ง 12 คัน ไม้แต่ละชิ้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าสองฟุต ยาวกว่า 5 เมตรและหนักอย่างยิ่ง สำหรับเฉิงหยางไม้ขนาดนี้กำลังพอดี เพราะสำหรับเขาหากไม้มีขนาดเล็กจนเกินไปมันก็จะไร้ประโยชน์ทันที

 

เฉิงหยางเดินกลับมาที่ข้างๆอวี้ไค่

 

อวี้ไค่ยิ้มแหย “หยาง อย่าบอกนะว่านายใช้เงินที่ยืมไปทั้งหมดมาซื้อไม้พวกนี้”

 

เฉิงหยางผงกศีรษะ ” ฉันจะไปมีเงินมากพอที่จะซื้อไม้มากขนาดนี้ได้ยังไงล่ะ?”

 

อวี้ไค่เหงื่อตก “หยาง ไม่สิฉันจะเรียกนายว่าบอสเลย  ถึงแม้ว่าจุดจบจะมาถึงแล้ว นายไม่ควรจะซื้ออาหารไว้หรือไง? นายสามารถกินไม้ได้รึไง? เรากำลังอยู่ในถิ่นทุรกันดารแล้วนะเฮ้ย?”

 

เฉิงหยางพูดอย่างเรียบๆ “มั่นใจเถอะ ถึงเวลานายจะรู้เอง”

 

ถึงเขาจะพูดเช่นนั้น แต่เมื่อเวลาค่อยๆไหลผ่านไปอารมณ์ของเขาก็เริ่มที่จะมีความรู้สึกที่ปนเปกันอยู่ในใจ

 

ถ้าเกิดหายนะที่เขาคาดการณ์ไว้ไม่เกิดขึ้นล่ะก็ เขาควรจะทำยังไง เขาจะหาเงิน 100000 หยวนจากไหนมาจ่ายเถ้าแก่หลี่ หรือจะให้เขาบอกเถ้าแก่หลี่นำไม้พวกนี้กลับไปงั้นหรอ? ถ้าเป็นเช่นนั้นเงินเขาก็จะสูญเงินไปกว่า 80000 หยวนเลยทีเดียว ทั้งสองวิธีจะทำให้เขามีหนี้เพิ่มขึ้นมาอย่างน้อย  80,000 หยวน นั่นทำให้เฉิงหยางรู้สึกหดหู่ขึ้นมา

 

แต่ถ้าท้ายที่สุดแล้วหายนะเกิดขึ้น และถ้าเขาไม่ได้เตรียมพร้อมล่วงหน้าไว้ล่ะก็ มันอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของเขาเองก็ได้ เมื่อคิดแบบนั้นแล้วเฉิงหยางก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง

 

เหลือบมองเวลาที่ตอนนี้ 16.45 น. แล้วแต่หนิวปิงก็ยังไม่มา นั่นทำให้เขาเริ่มกังวล

 

เขาจึงรีบโทรหาอีกครั้ง แต่หนิวปิงนั้นพึ่งขึ้นรถและยังไม่ได้ออกจากเมือง เขาถูกสาปแช่งโดยเฉิงหยางที่ต้องการให้เขารีบออกมา

 

เฉิงหยางรีบบอกให้หนิวปิงบอกคนขับให้เร็วขึ้นอีก นายจะต้องมาถึงที่นี่ก่อน 5 โมงนะ!

 

เมื่อสิ้นสุดการโทร เฉิงหยางเริ่มกังวลขึ้นอีก ในความคิดเขาหนิวปิงคงไม่สามารถที่จะออกมาได้ทัน เพื่อที่จะมาเนินหงส์ร่วงนั้นใช้แค่ 15 นาทีคงเป็นไปไม่ได้ หลังจากพิจารณาครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจได้

 

เฉิงหยางมองไปรอบๆ จากนั้นก็ตรงไปหาอวี้ไค่และหลิวเฮ่าก่อนพูด “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าตกใจและอยู่ใกล้ๆฉันไว้ ฉันจะไปหาเถ้าแก่หลี่และบอกพวกเขาด้วย”

 

เฉิงหยางไม่สนใจท่าทางของอวี้ไค่ที่อยากจะถามเขาและมุ่งหน้าไปที่รถบรรทุกก่อนพูด “คุณหลี่ ให้พวกเขาพักผ่อนกันก่อน ยังไงงานนี้ก็ต้องใช้แรงกายเยอะอยู่แล้ว เราคงไม่ต้องการให้พวกเขาเหนื่อยและเกิดข้อผิดพลาดขึ้นหรอกนะ?”

 

จากนั้นเฉิงหยางก็ล้วงซองบุหรี่ออกมาและยัดใส่มือเถ้าแก่หลี่

 

“ตกลง” เถ้าแก่หลี่มองท้องฟ้าแล้วยิ้มขึ้น “ยังไงมันก็คืบหน้าไปเยอะแล้ว เอาล่ะ พวกเรา ลงมาพักผ่อนกันก่อน”

 

เห็นพวกเหล่าคนงานกระโดดลงจากรถบรรทุกแล้ว เฉิงหยางก็มีรอยยิ้มขึ้น ตราบที่คนเหล่านี้ไม่ได้อยู่บนรถบรรทุกแล้ว ชีวิตของพวกเขาคงจะไม่ต้องสูญเสียไป ในอนาคตคนพวกนี้อาจจะกลายเป็นคนของเขาก็ได้ และถ้าพวกเขาบาดเจ็บ นั่นคงทำให้เขารู้สึกลำบากใจยิ่ง

 

16.57………

16.58………

16.59………

 

ขณะที่เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนั้น หนิวปิงก็ยังมาไม่ถึง

 

ฝ่ามือของเฉิงหยางเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา อวี้ไค่ที่กุมขมับ มีเพียงพวกคนงานของเถ้าแก้หลี่เท่านั้นที่ผ่อนคลายและมีความสุขอย่างยิ่ง บางครั้งพวกเขาหันไปมองเฉิงหยางที่มีท่าทางแข็งทื่อและให้ความรู้สึกแปลกๆออกมา

 

ทันใดนั้นก็มีสายลมที่รุนแรงพัดมาจากฟากฟ้ากวาดไปทั่วทั้งโลก และต้นไม้โดยรอบก็เริ่มสั่นขึ้น

 

สายลมนี้แปลกมาก โดยทั่วไปพูดได้ว่า ลมนั้นพัดจากบนลงล่าง ยกเว้นก็แต่ที่ระดับความสูงที่สูงมาก ดังนั้นเถ้าแก่หลี่และคนอื่นๆจึงถูกทำให้ตกตะลึง ขณะที่พวกเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและท้องฟ้าสีครามที่เห็นได้ชัดก็เปลี่ยนเป็นสีเทาที่สร้างบรรยากาศอันน่าขนลุกออกมา

 

“นี่มัน….” เถ้าแก่หลี่ที่กำลังจะพูดบางอย่าง ทันใดนั้นก็เงียบลง เพราะเขาพบว่าพื้นดินที่เหยียบอยู่นั้นเริ่มที่จะสั่นขึ้นมา ยิ่งผ่านไปก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

” แผ่นดินไหว! พวกเราต้องตายแน่ๆ! ” มีบางคนตะโกนขึ้นมาอย่างหวาดกลัว ความกลัวเริ่มที่จะแผ่ไปถึงคนอื่นๆอย่างรวดเร็ว

 

 

เฉิงหยางในตอนนี้ยังคงสงบอยู่และเอ่ยขึ้น ” วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว…”

 

ร่องรอยของความขมขื่นปรากฏในดวงตาของเขาโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

 

” หยาง! นี่….นี่คือสิ่งที่นายจะบอกงั้นเรอะ! ” เสียงของหลิวสั่นอย่างยิ่ง มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ยามเมื่อเผชิญกับสิ่งที่ตนไม่รู้จัก

 

เฉิงหยางเอ่ยอย่างเงียบๆ “นี่มันพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!”

 

การสั่นสะเทือนของพื้นดินเริ่มเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องขอบคุณเนินหงส์ร่วงที่มีพื้นดินที่หนาแน่นสูง ดังนั้นจึงไม่มีหินถล่มลงมา ภายใต้สายลมที่รุนแรงแม้กระทั่งต้นไม้หลายต้นก็ถูกกดลงบนไปกับพื้นอย่างสมบูรณ์

 

“อย่าวิ่ง! ทุกๆคนอยู่กับที่ไว้ ” เฉิงหยางบอกกับกลุ่มของเถ้าแก่หลี่ เขาตะโกนออกมาดังๆ แม้ลมจะแรงมาก แต่เสียงของเฉิงหยางก็ยังส่งไปถึงหูของทุกคน

 

การตัดสินใจของเฉิงหยางถูกต้อง ที่นี่เป็นภูเขาที่ไม่ใหญ่มากและมันก็ค่อนข้างปลอดภัย ถ้ามีบางคนวิ่งออกจากสถานที่แห่งนี้ไปล่ะก็ มันก็ยากที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

ห้านาทีต่อมา การสั่นสะเทือนของพื้นดินยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทุกคนล้วนหมอบไปกับพื้นดินแม้กระทั่งเฉิงหยางก็เช่นกัน เถ้าแก่หลี่ผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องราวก็เกิดความกลัวขึ้นมา “เป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงมาก! ความเสียหายจะกระจายไปไกลแค่ไหนกัน ในเมืองจะมีกี่อาคารยุบตัวลง? และจะมีกี่คนที่ตายจากเรื่องแบบนี้ … ? ”

 

บนท้องฟ้า ได้มีเครื่องบินพุ่งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กระแทกกับพื้นและก่อให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่……

 

เฉิงหยางรู้ดีว่าในเวลานี้ เมืองคงตกอยู่ในความโกลาหลอย่างสมบูรณ์ ความหวาดกลัวที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่ไม่คาดคิดมาก่อน เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ มนุษยชาติก็ไม่มีอำนาจใดๆที่จะสามารถต่อต้านมันได้

 

ผู้คนนับล้านรีบออกจากอาคารแต่ละแห่ง ในขณะนั้นไม่มีใครกล้าที่จะใช้ลิฟต์อีก กลุ่มคนจำนวนมากที่แออัดได้มุ่งไปยังบันไดที่ปลอดภัยเพื่อวิ่งหาทางลง

 

การขึ้นที่สูงที่ไม่ได้เกิดการสั่นสะเทือนหรือยุบลง ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มีโอกาสที่จะหลบหนีได้

 

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นคือ ในระหว่างการหลบหนีได้ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก เป็นตัวเลขที่ไม่มีใครสนใจจะนับ เมื่อหายนะเริ่มต้นขึ้นไม่มีมนุษย์คนใดต้องการจะเสียเวลากังวลกับเรื่องเหล่านี้

10 นาทีต่อมา ในที่สุดอาคารสูงก็ถล่มลงมา ทิ้งเป็นซากปรักหักพังและฝูงชนที่นอนกระจัดกระจายไปทั่ว

 

ทุกคนที่เหลือก็รีบออกมาอยู่ตามที่โล่งและถนนสายต่างๆ ทุกคนพยายามที่จะติดต่อกับโลกภายนอกด้วยโทรศัพท์มือถือของตน พวกเขากังวลว่าระบบโทรศัพท์ทั้งหมดอาจจะหยุดทำงาน

 

มันเกิดอะไรขึ้น? ตอนนี้ทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความกลัว แผ่นดินไหวคงไม่ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายของโทรศัพท์หรอกนะ?

 

ถ้าแค่โทรศัพท์มือถือเพียงหนึ่งหรือสองเครื่อง คุณอาจจะพูดได้ว่าแบตเตอรี่หมด แต่นี่โทรศัพท์ทั้งหมดไม่สามารถเปิดได้มันแปลกเกินไปแล้ว!

 

พื้นดินยังคงสั่นในขณะที่มีสายลมที่ให้ความรู้สึกลึกลับพัดเข้าสู่รูหูของทุกคน

 

ในตอนนี้ทุกคนไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมของตนอีกต่อไปพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังที่ปรากฏบนใบหน้า พวกเขาต้องการที่จะติดต่อกับโลกภายนอกโดยเร็วที่สุด หวังว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดนี้จะสามารถหาทางออกได้ ในขณะนี้พวกเขาก็ยังคงคิดว่ามันเป็นแค่แผ่นดินไหว

 

รัฐบาลของเมืองเสฉวนกำลังเร่งรีบดำเนินการอยู่ในขณะนี้ พวกเขาไม่ต้องการจะรอจนกว่ากองกำลังช่วยเหลือแห่งชาติจะมาถึงและได้รับการตราหน้าว่าเป็นเพียงพวกไร้ประโยชน์ แต่เนื่องจากแผ่นดินไหวที่ยังคงดำเนินต่อไป สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้จึงมีข้อจำกัดอย่างมาก

 

เฉิงหยางนอนราบไปกับพื้นอยู่ในขณะนั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการจะลุกขึ้น แต่พื้นดินมันสั่นรุนแรงอย่างมากจนไม่สามารถที่จะยืนได้  ที่นี่ถึงแม้จะสั่นน้อยกว่าในเมือง ด้วยพวกเขาอยู่ในที่ลาดชัน การสั่นไหวจึงมีระดับต่ำ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะยืนขึ้นบนถนน ใครจะรู้ได้ว่าจะมีแรงกระแทกอะไรเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและส่งพวกเขาลงในแม่น้ำกันล่ะ?

 

“ดูนั่น! นั่น…มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะ?” เถ้าแก่หลี่พูดขึ้นพร้อมกับความกลัวที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าในขณะที่มือหนึ่งยังคงเกาะพื้นไว้แน่น

 

เฉิงหยางและอีกหลายคนมองตามไปและพบว่ายอดของเนินหงส์ร่วงกำลังถล่มลงมาอย่างช้าๆราวกับว่าเป็นที่ราบสูงในทะเลทราย

 

นอกเหนือจากเฉิงหยางทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาล้วนอยู่ในอาการตื่นตระหนก

 

อวี้ไค่พูดด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด “เรากำลังจะถูกสูบลงไปในพื้นดิน! สหายหยาง ฉันคิดว่าเราควรจะไป …… ”

เฉิงหยางยิ้มส่ายหัวและพูดขึ้น “นี่เป็นโอกาศของเราแล้ว เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น! นอกจากนี้ฉันสามารถรับประกันได้ว่าเราจะไม่ถูกสูบลงไปใต้พื้นดิน ”

 

อวี้ไค่และผู้คนบางส่วนเชื่อในคำพูดของเฉิงหยาง แต่กลุ่มคนงานไม่รู้จักเฉิงหยาง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อใจเขา มีคนงานสองคนลุกขึ้นและวิ่งไปที่ถนน

 

“กลับมานี่!” เถ้าแก่หลี่ตอบสนองอย่างรวดเร็วและตะโกนใส่พวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่ได้หยุดลง ท่ามกลางสายลม เสียงของเขาไม่สามารถส่งไปถึงหูของทั้งสองได้

 

เมื่อทั้งสองคนรีบวิ่งไปที่ถนน ในที่สุดรถบรรทุกก็ไม่สามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนของพื้นดินได้และพลิกคว่ำลง รถบรรทุกที่ยังไม่ได้นำไม้ลงนั้นได้ทำให้กองไม้หล่นลงมาทับพวกเขาทันที เกิดความกลัวในสายตาของพวกเขาขณะที่พวกเขาเฝ้ามองความตายย่างกรายเข้ามา ท่อนไม้จึงล่วงทับพวกเขาและฝังไว้ จากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอีก

 

การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของคนงาน ทำให้คนอื่นๆกลัวมากขึ้น  ถึงแม้จะมีการสั่นสะเทือนที่รุนแรง แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่ทันใดนั้นก็มีคนตายไปสองคนและพวกเขาถูกทับถมกันเป็นจนร่างเละ ทำให้สถานการณ์ตอนนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง!

 

หลังจากผ่านไปนานกว่า 10 นาที จู่ๆเนินเขาที่สูงกว่า 100 เมตรก็ถล่มลงสู่พื้นดิน ทันใดนั้นเฉิงหยางก็รู้สึกว่ามันเหมือนกับประสบการณ์ในความฝันนั้นเลย

ถึงเขาจะคาดการณ์ได้อยู่แล้วว่าพื้นดินจะราบเรียบ แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้

 

พื้นดินที่สั่นสะเทือนในที่สุดก็ได้หยุดลง ผู้คนคิดว่าภัยพิบัติทั่วโลกนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงก้องกังวาลอยู่ในใจของทุกคนทั่วโลก ที่แม้แต่คนหูหนวกก็ยังสามารถรับรู้เนื้อหาของเสียงได้

 

” จงฟัง! เหล่ามดปลวกทั้งหลาย ความเกียจคร้านของพวกเจ้าได้ทำให้พระเจ้าโกรธาขึ้น สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในจักรวาลนี้จะเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองการนองเลือดเพื่อส่งเสริมให้เกิดการวิวัฒนาการ!

 

ในเวลานี้พวกเจ้าทุกคนจงเพลิดเพลินไปกับงานฉลองนี้ซะ!”