0 Views

เฉิงหยางใช้ความคิดของเขาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาได้กลายเป็นลอร์ดแห่งหมู่บ้านหงส์ล่วงเรียบร้อยแล้ว และเขาสามารถดูแผงคุณสมบัติของหมู่บ้านได้แล้ว

เขาเดินไปหยุดหน้าแท่นบูชาและเปิดหน้าคุณสมบัติขึ้นมา

 

ชื่อ: หมู่บ้านหงส์ร่วง
ระดับ: หมู่บ้านระดับ 1

สิ่งก่อสร้างปัจจุบัน:
+รูปปั้นนักรบ(ระดับ 1): สามารถเปลี่ยนอาชีพและเลื่อนขั้นของสายอาชีพนักรบได้ที่รูปปั้น สามารถรองรับได้สูงสุด 20 คน
+รูปปั้นนักเวทย์(ระดับ 1): สามารถเปลี่ยนอาชีพและเลื่อนขั้นของสายอาชีพนักเวทย์ได้ที่รูปปั้น สามารถรองรับได้สูงสุด 20 คน
+รูปปั้นนักธนู(ระดับ 1): สามารถเปลี่ยนอาชีพและเลื่อนขั้นของสายอาชีพนักธนูได้ที่รูปปั้น สามารถรองรับได้สูงสุด 20 คน
+รูปปั้นนักอัญเชิญ(ระดับ 1): สามารถเปลี่ยนอาชีพและเลื่อนขั้นของสายอาชีพนักอัญเชิญได้ที่รูปปั้น สามารถรองรับได้สูงสุด 20 คน

 

สิ่งก่อสร้างที่สามารถสร้างได้:
+กำแพง(ระดับ 1): ทำให้พื้นที่กลายเป็นเขตปลอดภัยและมียามรักษาการณ์ประจำการ
ความทนทาน: 1,000 พลังป้องกัน: 5
ครอบคลุมพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร
ทรัพยากรที่ต้องการ: ไม้ 100 ลูกบาศก์เมตร

+ที่พักอาศัย(ระดับ 1): สถานที่สำหรับพักผ่อนและฝึกฝน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกฝน 10% รองรับได้ 5 คนต่อ 1 หลัง
ความทนทาน: 500 พลังป้องกัน: 3
ทรัพยากรที่ต้องการ: ไม้ 10 ลูกบาศก์เมตร

ผลของพื้นที่: ความเร็ว(ระดับ 1)
+ความเร็วเคลื่อนที่ในพื้นที่ฐานของผู้เชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น 10%
ระดับจะเพิ่มขึ้นตามระดับของฐาน
ค่าพลังพื้นที่: 0

เงื่อนไขการยกระดับ:
+เปลี่ยนอาชีพในพื้นที่ 100 คน
+รูปปั้นทั้งสี่ไปถึงระดับที่ 2
+มีคุณค่าพื้นที่ถึง 1,000

 

จากแผงคุณสมบัติของหมู่บ้าน สิ่งที่ให้มาเริ่มต้นมีเพียงรูปปั้นทั้งสี่ หมู่บ้านระดับ 1 มีสิ่งก่อสร้างเพียงไม่กี่อย่าง แต่ถ้ารูปปั้นทั้งสี่ถูกยกระดับก็จะมีอีกหลายสิ่งถูกเพิ่มเข้ามา

 

ตอนนี้สิ่งก่อสร้างที่จำเป็นมีเพียงกำแพงและที่พักอาศัย สิ่งก่อสร้างทั้งสองสำคัญอย่างมาก ยิ่งสร้างได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

 

ส่วนค่าพลังพื้นที่นั้น สิ่งนี้จำเป็นในการเพิ่มระดับของรูปปั้น เพิ่มความเร็วในการฝึกฝน และการยกระดับหมู่บ้าน อีกทั้งยังเกี่ยวกับการเปลี่ยนอาชีพที่โดยปกติจะใช้ค่าใช้จ่ายจากค่าพลังส่วนบุคคล แต่ในกรณีที่ไม่มีมัน ลอร์ดสามารถกำหนดให้ใช้ค่าพลังพื้นที่แทนได้

 

 

ในเมืองใหญ่ เพื่อที่จะสามารถเปลี่ยนอาชีพในช่วงต้นนั้นผู้คนยังไม่มีค่าพลังส่วนบุคคล ทำให้จำต้องหยิบยืมค่าพลังจากพระเจ้าก่อน 10 หน่วย เมื่อค่าพลังถูกยืมมาแล้วมันจะหักออกจากค่าที่จะได้รับมาในอนาคต และถ้าไม่ชดใช้เป็นเวลานานแล้วละก็หนี้จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

ในพื้นที่ของฐานนั้น ลอร์ดมีความสามารถในการจัดการมัน เขาสามารถที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถใช้ค่าพลังพื้นที่ฟรี หรือจะตั้งเงื่อนไขการหยิบยืมได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเขา

 

การได้รับค่าพลังพื้นที่นั้นมี 2 วิธี หนึ่งคือการสังหารสัตว์อสูรในระยะ 1 ตารางกิโลเมตรจากฐาน อีกวิธีคือการรับบริจาคจากผู้คน แต่ตอนนี้ฐานหมู่บ้านหงส์ล่วงยังไม่มีตัวเลือกนี้

 

แผงคุณสมบัติของหมู่บ้านหงส์ล่วงยังดูเรียบง่ายในตอนนี้ แต่เฉิงหยางรู้ว่ามันไม่เรียบง่ายเลย นี่เป็นเพียงแค่หมู่บ้านระดับ 1

เมื่อระดับหมูบ้านเพิ่มขึ้นมันจะยุ่งเหยิงกว่านี้

 

ในแผงคุณสมบัติของหมู่บ้านหงส์ล่วงมีอยู่ 2 หน้า หน้าแรกคือการจัดการ ที่แสดงชื่อของเฉิงหยางในฐานะลอร์ดอยู่ ในหน้านี้เขาสามารถตั้งค่าได้ตามใจชอบ

 

อีกหน้าเกี่ยวกับพรเฉพาะของลอร์ดที่ตอนนี้มีเพียงหนึ่ง นี่เรียกได้ว่าดีเลยทีเดียว

 

พรเฉพาะของลอร์ดฟังดูได้เปรียบอย่างมาก ซึ่งความจริงแล้วมันเป็นรางวัลสำหรับลอร์ดที่ยกระดับพื้นที่ได้ ทุกๆครั้งที่ระดับพื้นที่ถูกเพิ่มขึ้น ลอร์ดก็จะได้รับพรสวรรค์ระดับย่อยเพิ่มขึ้นเป็นรางวัล และเฉิงหยางก็ได้มาหนึ่งอย่างเรียบร้อยแล้ว

การใช้พรนั้นยังมีข้อจำกัดอยู่ ที่หมู่บ้านระดับ 1 พรจะสามารถดึงประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุดเมื่อความแข็งแกร่งของลอร์ดนั้นต่ำกว่าจุดสูงสุดของระดับฝึกหัด

 

อย่างไม่ลังเล เฉิงหยางใช้พรกับตัวเองทันที

 

ภายใต้จิตสำนึกของเขา มีพลังงานลึกลับไหลออกมาจากแท่นบูชา และมันค่อยๆซึมเข้าไปในร่างของเขา

 

หลังจากพลังงานทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายของเขาแล้ว เฉิงหยางรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

ชื่อ: เฉิงหยาง (ลอร์ดแห่งหมู่บ้านหงส์ร่วง)

อาชีพ: นักเวทย์เวทย์ ชนชั้น : นักเวทย์ฝึกหัดขั้นกลาง (0%)
อายุ: 19 อายุขัย: 150 ปี
พลังชีวิต: 40 มานา: 60
พลังโจมตีทางกายภาพ: 2 พลังโจมตีทางเวทย์มนตร์: 10
พลังป้องกันทางกายภาพ: 2 พลังป้องกันทางเวทย์มนตร์: 2
ความเร็วในการโจมตี: 2 ความเร็วในการเคลื่อนที่: 2.2
พรสวรรค์ :
1. เพิ่มขึ้นทุกการยกระดับขนาดเล็ก,เพิ่มพลังโจมตีเวทมนตร์ 3%
2. เพิ่มขึ้นทุกการยกระดับขนาดเล็ก,เพิ่มความเร็วในการฝึกฝนของผู้อาศัยในอาณาเขต 3%
ทักษะ:
1. ทำสมาธิ: Level 2 (ทักษะพื้นฐานของผู้ใช้เวทย์, ระหว่างที่ทำสมาธิจะค่อยๆเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้น,เพิ่มระดับทักษะได้โดยการเลื่อนระดับ)
2. กระสุนเวทย์: Level 1 (กระสุนเวทย์มนตร์ที่ควบแน่นเป็นก้อนใช้ในการโจมตีเป้าหมายที่ห่างไกล สร้างความเสียหายเวทย์ 100% ระยะโจมตี 30 เมตร ไม่มีผลพ่วงพิเศษ สกิลใช้มานา 5 จุด ความชำนาญ 0%)
อุปกรณ์:
+ไม้กายสิทธิ์ : สัญลักษณ์ของผู้ใช้เวทย์ไม่มีคุณสมบัติ

 

ค่าสถานะของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า มันสำคัญมากที่ความแข็งแกร่งนั้นเพิ่มขึ้น ในอดีตเขาต้องใช้เวลากว่า 2 เดือนจึงจะมาถึงจุดนี้ได้

 

โดยปกติ การยกระดับพรสวรรค์ของผู้เชี่ยวชาญนั้นมีโอกาสเกิดที่ไม่ง่ายเลย ยิ่งการก้าวกระโดดเช่นนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ กลุ่มของมนุษย์ที่รวมตัวกันยึดหมู่บ้านหงส์ล่วงนั้นต้องประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก เหตุผลหลักๆก็คือพวกสัตว์อสูรได้เพิ่มระดับจนถึงขั้นสูงสุดของระดับแรกแล้ว ในเวลานั้นความแข็งแกร่งของมนุษย์ส่วนมากยังอยู่ในขั้นต่ำสุดของระดับฝึกหัด ในขณะที่มีเพียงส่วนน้อยได้ไปถึงขั้นกลาง

 

ซึ่งตอนนี้เขาสามารถกลายเป็นผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดขั้นกลางได้อย่างง่ายดาย นี่จะทำให้เขาก้าวล้ำหน้าผู้คนที่พยายามอย่างหนักไปอย่างน้อย 1 เดือน ดังประโยคที่ว่า ” ก้าวเล็กๆในวันนี้ จะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในวันหน้า ”

 

จนกระทั่งเวลาเที่ยง เฉิงหยางยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป

 

ตอนนี้เขามีสองตัวเลือก หนึ่งคือกลับไปที่เมืองเสฉวนเพื่อหาซื้อไม้ สองคือรอจนกว่าหายนะจะมาถึงแล้วค่อยออกไปตัดไม้รอบๆมา ซึ่งไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ แต่สิ่งนี้ยังไม่ต้องรีบทำมากนัก ตราบเท่าที่ยังมีกองไม้ใกล้ๆนี้ถึงแม้หายนะจะเกิดก็ไม่เป็นไร

เกี่ยวกับตัวเลือกที่สอง เขาต้องใช้ความทรงจำจากอดีตเพื่อหาของเฉพาะเจาะจง และถ้าหามันพบ การพัฒนาในอนาคตของเขาจะได้รับประโยชน์อย่างมาก

 

ไม่ต้องพูดถึงผลประโยชน์อื่นๆ แค่ตราบเท่าที่เขาสามารถหาสถานที่นั้นจนพบ เขาก็จะสามารถได้รับค่าพลังหรือวัตถุมนตราบางส่วนก่อนผู้อื่น ซึ่งนั่นจะทำให้หลิวเฮ่าและเหล่าพี่น้องที่เป็นรูมเมทของเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ

 

ที่เขาสามารถเปลี่ยนเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ก่อนจากประโยชน์ของลอร์ด ก็เพราะว่าอาณาเขตนั้นเป็นของเขา ดังนั้นการเปลี่ยนอาชีพของเขาจึงไม่ต้องจ่ายค่าพลังใดๆ ส่วนคนอื่นๆที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพที่นี่นั้นยังจำเป็นต้องใช้ค่าพลังงาน

 

แต่สำหรับเรื่องนี้ เฉิงหยางไม่แน่ใจว่าวัตถุมนตราจะถูกส่งมายังโลกตอนนี้แล้วหรือไม่ เพราะถ้าใช่มันจะง่ายเหมือนปลอกกล้วย เหตุผลก็เพราะว่ายามเมื่อหายนะบังเกิด มันจะเกิดแผ่นดินไหวที่ทำให้ภูมิประเทศรอบโลกเปลี่ยนแปลงไป ที่เขาประสบความสำเร็จในการค้นหาอาณาเขตแท่นบูชาพบนั้นเป็นเพราะข่าวลือในความทรงจำตลอดจนตำแหน่งของทางหลวงและแม่น้ำ

 

หลังจากครุ่นคิดเรื่องนี้ เฉิงหยางตัดสินใจที่จะเสี่ยง

 

หลังจากเดินไปตามถนนของเนินเขาสองหรือสามไมล์ เฉิงหยางไม่พบสถานที่นั้น ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะมุ่งหน้ากลับแทน ดูเหมือนว่าวัตถุมนตราจะยังไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถครอบครองได้ในเวลานี้

เฉิงหยางตัดสินใจที่จะกลับไปมหาวิทยาลัยเพื่อรวบรวมไม้ที่จำเป็นสำหรับหมู่บ้าน เขาไปหากิ่งไม้ใบหญ้ามาปกปิดส่วนหัวของรูปปั้นทั้งสี่ไว้ และหลังจากที่แน่ใจว่าพวกมันจะไม่ปลิวแล้ว เขาจึงเริ่มเดินลงเขา

 

ในตอนเดินลง เฉิงหยางใคร่ครวญว่าจะเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับวันสิ้นโลกดีหรือไม่ แต่ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ ถึงแม้เขาจะพูดออกไปยังจะมีใครเชื่อเขาอีก คงคิดว่าเขานั้นปัญญาอ่อนหรือเสียสติแน่ๆ และถ้าเขาแสดงพลังของนักเวทย์ เกรงว่าเขาคงต้องกลายเป็นหนูทดลองแน่นอน

 

เนื่องจากข่าวเกี่ยวกับวันสิ้นโลกยังไม่ถูกประกาศออกมา ดังนั้นเขาจึงปกป้องได้แค่คนรอบตัวเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆคงต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมละกัน

 

พ่อแม่ของเฉิงหยางเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีคนที่รัก คนที่เขาห่วงใยตอนนี้จึงมีเพียงเพื่อนร่วมห้องสามคนของเขาเท่านั้น ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ด้วยกันมาไม่ถึงปี แต่พวกเขาก็ราวกับเป็นพี่น้องในสายเลือด

 

หลังจากวันสิ้นโลก การพึ่งพาคนคนเดียวนั้นเป็นไปไม่ได้ เขาไม่สามารถลงมือคนเดียวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเขาได้ ถ้าเป็นไปได้ เขาต้องการการสนับสนุนจากคนนับหมื่น แต่เขาก็ตระหนักดีว่าเขาไม่มีความสามารถในขณะนี้

 

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจช่วยสหายเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยพวกเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยตัวเขาเองอีกด้วย

 

หลังจากคิดเป็นเวลานาน เฉิงหยางตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

เมื่อเขากำลังกลับไปที่หอพัก เฉิงหยางพบกับหลิวเฮ่าในระหว่างทางกลับ เขาทั้งสองจึงพูดคุยกันระหว่างเดินกลับไปที่หอพัก

 

ในห้องนอน มีอีกสองคนที่ไม่ได้ไปเรียน ดังนั้นเมื่อเขากลับมาจึงเห็นพวกเขากำลังนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์กันอยู่

 

” หลิว หนิว อวี้ ตอนนี้พวกนายมีเงินอยู่เท่าไหร่? ” เฉิงหยางเดินเข้าไปห้องแล้วจึงถามขึ้น

 

ทั้งสามรวมทั้งหลิวเฮ่ากลายเป็นมึนงง ก่อนที่หลิวเฮ่าจะเอ่ยขึ้น ” หยาง เกิดอะไรขึ้น? ฉันเห็นนายดูแปลกๆตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ แต่ฉันคิดว่าไม่เหมาะที่จะถามในห้องเรียน ”

 

ณ จุดนี้ หนิวปิงและอวี้ไคหยุดเล่นเกมแล้วหันไปมองเฉิงหยาง

 

เฉิงหยางจึงค่อยๆพูดต่อ ” ฉันยังบอกไม่ได้ แต่ตอนนี้ฉันต้องใช้มัน ยิ่งมากยิ่งดี หวังว่าพวกนายคงให้ฉันยืมได้ ”

 

” หยาง ฉันให้นายยืมเงินอยู่แล้ว ” อวี้ไค่พูดด้วยความจริงใจ ” แต่การแสดงออกของนายตอนนี้มันทำให้พวกเราไม่สบายใจ นายอย่าทำให้พวกเรากังวลนักสิ ”

 

เฉิงหยางจึงพูดขึ้น ” สำหรับตอนนี้ฉันไม่สามารถบอกเหตุผลได้จริงๆ แต่ตอนเที่ยงพรุ่งนี้พวกนายจะได้รู้เอง ”