0 Views

เฉิงหยางตกอยู่ในภวังค์อย่างเงียบงัน ขณะที่เขาเหม่อมองดูสัตว์อสูรกำลังบินอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า

 

 

ผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังพยายามต่อสู้ดิ้นรนภายใต้กรงเล็บของสัตว์อสูร เสียงกรีดร้องมากมายดังระงมไปทั่ว ทันใดนั้นก็มีกรงเล็บที่น่ากลัวเหมือนกับเครื่องบดหินพุ่งตรงมาที่ศีรษะของเขา…

 

 

“ที่นี่มันที่ไหน?” เมื่อสายตาของเขากลับมากระจ่างชัด ฉากที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาตกตะลึง

 

 

ที่นี่คือห้องเรียน ห้องเรียนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยนักศึกษามากกว่า 20 คน ราวครึ่งหนึ่งของพวกเขาฟุบหลับบนโต๊ะไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่อาจารย์ยังคงบรรยายอย่างยืดยาวจากหนังสือในมือ เขาไม่ได้มองนักเรียนเหล่านั้นหรือบางทีเขาอาจจะไม่ได้ใส่ใจเสียด้วยซ้ำ…

 

 

“นี่…นี่มันห้องเรียนที่มหาลัยของเรา?” เฉิงหยางเริ่มมองสำรวจไปรอบๆ ในขณะที่กำลังพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน

 

 

ดวงตาของเฉิงหยางเผยถึงความตื่นตะลึงและยินดีอยู่ภายใน ฉากที่คุ้นเคยแบบนี้ทำให้เขาคิดถึงบางสิ่ง ที่นี่ไม่ใช่สนามรบนองเลือดอีกต่อไป แต่มันคือห้องเรียนที่สงบสุขและคุ้นเคย

 

 

ดูเหมือนว่าสนามรบนั้นจะเป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่ง เฉิงหยางปลอบใจตัวเองแบบนั้น

 

 

ทันใดนั้นความรู้สึกที่น่าขนลุกก็เริ่มปกคลุมไปทั่วร่างกายของเขา ถ้าเกิดเขาจำไม่ผิด ก่อนที่เขาจะถูกนำไปยังหายนะนั้น เขาก็อยู่อย่างสงบสุขโดยปราศจากสัญญาณบ่งบอกใดๆแบบนี้

 

 

ถ้าเกิดจะมีอะไรที่เหมือนจะเป็นสัญญาณ มันคงจะเป็นช่วง 10 นาทีก่อนที่จะเกิดหายนะ ในตอนนั้นได้เกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงเป็นอย่างมากขึ้น ซึ่งแผ่นดินไหวที่รุนแรงได้ทำให้เกิดรอยแยกกระจายไปทั่วผืนดินและเหมือนกับท้องฟ้าจะถล่มลงมา

 

 

ทันใดนั้นเฉิงหยางก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเหลือบมองเวลา

 

9 : 32 AM ,12 เมษายน 20XX

 

 

ในเวลานี้ เหงื่อเย็นเยียบได้ผุดออกมาเต็มหน้าผากของเขา ทั่วร่างเริ่มจะสั่นขึ้นเล็กน้อย นั่นเพราะเขาจำได้ชัดเจน เหล่าหายนะทั้งหลายในความทรงจำนั้นจะเริ่มขึ้นพรุ่งนี้ในเวลา 5 โมงเย็น

 

นั่นหมายความว่ามันเหลือเวลาเพียงวันกว่าๆเท่านั้น

 

 

หายนะเหล่านั้นจะเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างนั้นหรอ? เฉิงหยางไม่รู้เพราะว่าเขาไม่สามารถบอกได้ว่าช่วงเวลาในความทรงจำเหล่านั้นเป็นความฝันหรือความจริงกันแน่…

 

 

“หยาง นายเป็นอะไรหรือเปล่า?” ที่นั่งถัดจากเฉิงหยางไปคือหลิวเฮ่าที่กำลังเล่นเกมบนมือถืออย่างเมามัน เขาเห็นเฉิงหยางดูแปลกๆจึงเอ่ยปากถาม

 

 

เฉิงหยางตื่นจากภวังค์ เขามองไปที่หลิวเฮ่า เพื่อนที่เขาไว้ใจคนนี้ ชายผู้เสียสละแขนเพื่อช่วยชีวิตเขาเอาไว้หลังหายนะได้เกิดขึ้น ผู้ที่ตอนนี้ยังมีแขนครบสมบูรณ์ ในช่วงเวลานี้ จมูกของเฉิงหยางรู้สึกแสบร้อนขึ้น “ไม่มีอะไร แค่คิดอะไรนิดหน่อยนะ” เฉิงหยางตอบกลับด้วยโทนเสียงต่ำ ก่อนที่เขาจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นความจริงหรือไม่ เขาไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆได้

 

 

หลิวเฮ่าแม้จะดูสงสัยแต่เขาก็ไม่ได้ถามต่อ “พวกเรามีแข่งบาสตอนเที่ยง ถ้าเกิดว่านายป่วยจริงๆ ฝั่งเราคงขาดคนอะนะ” หลิวเฮ่าหยิบมือถือขึ้นมาเล่นต่อ

 

 

หัวใจของเฉิงหยางกระตุก ความวิตกกังวลในดวงตาของเขาเริ่มที่จะเด่นชัดขึ้น ในความทรงจำของเขา ในวันก่อนเกิดภัยพิบัติ ช่วงกลางวันเขาได้เล่นบาสเก็ตบอลกับหลิวเฮ่า หรือฉากเหล่านั้นในความทรงจำมันจะเกิดขึ้นจริงๆ?

 

 

“หยาง แน่ใจนะว่านายโอเคนะ?” หลิวเฮ่าเห็นหน้าที่ซีดของเขา จึงเอ่ยถามด้วยความกังวล “อกหักหรือไง เกี่ยวกับเธอคนนั้นหรอ?”

 

 

เฉิงหยางส่ายหัวอีกครั้ง

 

“หลิวเฮ่า ถ้าฉันบอกว่าพรุ่งนี้เช้าโลกจะถูกเปลี่ยนเป็นเกม นายจะรู้สึกยังไง?” ทันใดนั้นเฉิงหยางก็ถามขึ้นมา

 

 

หลิวเฮ่าลดมือถือในมือลง เขาไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขาจ้องไปที่เฉิงหยางก่อนจะพูดขึ้น “ไม่ต้องคิดมากนะเพื่อน โลกมันจะเปลี่ยนเป็นเกมไปได้ยังไง?”

 

เฉิงหยางถอนหายใจช้าๆและพูดว่า “ชั้นแค่ถามดู”

 

หลิวเฮ่าหัวเราะและเริ่มโม้ขึ้น “สำหรับพวกเรานะ แม้ว่าโลกจะกลายเป็นเกมจริงๆ มันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก? ฆ่ามอนสเตอร์ บุกตะลุยบอสทุกๆวัน เพิ่มความแข็งแกร่งของเรา อะไรจะน่าสนุกขนาดนั้น”

 

 

ฟังจากน้ำเสียงของหลิวเฮ่าแล้ว นี่คงเรียกว่า “ผู้ไม่รู้ย่อมไร้ซึ่งความกลัว!”

 

 

จากนั้นหลิวเฮ่าก็เริ่มเล่นเกมที่มือถืออีกครั้ง ในขณะที่เฉิงหยางจมอยู่ในความคิด

 

 

จากการใคร่ครวญของเฉิงหยาง มีโอกาสกว่า 80% ที่จะเกิดหายนะขึ้น ด้วยโอกาสที่จะเกิดหายนะนั้นมีสูงทำให้เขาจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมพร้อมเพราะเขาไม่อาจะเสี่ยงปล่อยให้เวลาสูญเปล่าไปเฉยๆก่อนที่หายนะจะเกิดขึ้นได้

 

 

ในความทรงจำของเฉิงหยาง เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาหายนะเกือบปี ก่อนที่เขาจะตกตายภายใต้กรงเล็บสัตว์อสูร แม้ว่ามันจะเป็นระยะเวลาเพียงแค่ไม่นาน แต่มันก็ยังมีค่าเป็นอย่างมาก

 

 

ในมุมมองจากคนภายนอก โลกก็แค่ถูกเปลี่ยนเป็นเกม แต่ในมุมมองของมนุษย์นั้น นี่คือ จุดเริ่มต้นของจุดจบ หลังจากที่โลกถูกแทนที่ด้วยเกมนั้น พวกเขาจำต้องอาศัยอยู่กับมัน ซึ่งนั่นหมายความว่าบาดแผลใดๆจะนำไปสู่ความทรมานอย่างยิ่งยวด และถ้าเกิดพวกเขาตาย พวกเขาจะไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้

 

 

เกมที่ไม่ให้ผู้เล่นสามารถคืนชีพได้หลังจากตาย ยังจะมีใครสนใจที่จะเล่นมันอีก? อย่างไรก็ตาม มนุษยชาตินั้นไม่มีทางเลือก พวกเขาถูกบังคับให้ต้องเล่นมัน ผู้คนเริ่มที่จะมีความเชี่ยวชาญในอาชีพที่ต่างกัน และเริ่มที่จะต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

 

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เฉิงหยางก็มองไปที่หลิวเฮ่า หลังจากที่หลิวเฮ่าเปลี่ยนเป็นผู้เชี่ยวชาญเขาได้รับพรสวรรค์ที่ดี มันเป็นพรสวรรค์ที่ช่วยเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่ และความเร็วโจมตีขึ้น 3% หลังจากที่โลกได้ถูกเปลี่ยนเป็นเกม มนุษย์ได้ถูกปลุกพลังพรสวรรค์จากการเปลี่ยนเป็นผู้เชี่ยวชาญ และพรสวรรค์ได้ถูกแบ่งระดับเช่นกัน

 

 

พรสวรรค์ระดับ E จะอยู่ในระดับที่แย่ที่สุดมันจะเพิ่มคุณสมบัติให้แค่ 1% ทุกๆการเพิ่มขึ้น 1% นั้นหมายถึงระดับของพรสวรรค์ที่มากขึ้น แต่ด้วยความเข้าใจของเขาพรสวรรค์จะสามารถเพิ่มขึ้นไปได้ถึงแค่ 3% ยกเว้นแต่พรสวรรค์ที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมที่สุด ซึ่งจะเพิ่มให้ถึง 6% นั่นคือ พรสวรรค์ระดับ S

 

แต่พรสวรรค์ระดับ S นี้มันอาจจะสูญเปล่าก็เป็นได้ ถ้าหากมันเพิ่มพลังโจมตีเวทย์มนต์และพลังโจมตีกายภาพ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์นั้นจะเพิ่มถึง 6% แต่พลังที่แท้จริงนั้นกลับเหมือนอยู่แค่พรสวรรค์ระดับ C (ตัวอย่างเช่น นักเวทย์ มีพลังโจมตีเวทย์มนต์ 3% และ พลังโจมตีกายภาพ 3% ซึ่งพลังโจมตีกายภาพเป็นสิ่งที่สูญเปล่าสำหรับนักเวทย์)

 

 

แต่หลิวเฮ่าไม่เหมือนกัน พรสวรรค์ 3% ทั้ง 2 ชนิดเมื่อนำมาใช้ร่วมกันมันเหมือนกับพรสวรรค์ระดับพระเจ้า ซึ่งนั่นได้ทำให้หลิวเฮ่ากลายมาเป็นผู้ทรงพลังอย่างง่ายดาย

 

 

เพื่อที่จะช่วยเฉิงหยางจากกรงเล็บของสัตว์อสูร

 

แขนของหลิวเฮ่าจึงถูกตัดไป แม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะสามารถรอดมาได้ แต่ความแข็งแกร่งของหลิวเฮ่าก็ลดลงอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ลึกๆในหัวใจของเฉิงหยางจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

 

 

ก่อนที่หายนะจะเกิดขึ้น เขาเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง และหลังจากที่หายนะเกิดขึ้นแล้ว เขาก็ยังไม่มีความสามารถที่จะต่อสู้กับโชคชะตาได้ หลังจากดิ้นรนอยู่แรมปี สุดท้ายเขาก็ยังตายภายใต้กรงเล็บอสูร

 

 

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงย้อนเวลากลับมาได้อีกครั้ง แต่นั่นมันไม่สำคัญอีกต่อไป สิ่งสำคัญคือเขากลับมาแล้ว พระเจ้ามอบโอกาสที่จะให้เขาเริ่มใหม่อีกครั้ง และตอนนี้เขาอาจจะสามารถตอบแทนหลิวเฮ่าและกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งได้

 

 

เมื่อหายนะอุบัติขึ้น ทุกๆคนได้เกิดความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันออกไป แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีความพิเศษยิ่งไปกว่าคนอื่น ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ถูกเรียกว่า ลอร์ด ไม่เพียงแต่พวกเขาจะทรงอำนาจ แต่พวกเขายังเป็นเจ้านายผู้บงการความเป็นความตายของผู้คนนับล้าน

 

 

เฉิงหยางเองก็เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ที่ดีคนหนึ่ง แต่เขาไม่อาจที่จะเปล่งประกายในอดีตได้ นั่นเป็นเพราะว่าแม้เขาจะมีพรสวรรค์ที่เกี่ยวกับลอร์ด แต่มันก็ยังเป็นเพียงแค่พรสวรรค์ระดับ B ซึ่งทำให้แต่ละการยกระดับจะเพิ่มพลังโจมตีเวทย์มนต์ 1% และทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในอาณาเขตมีความเร็วเพิ่มขึ้น 3%

 

พรสวรรค์นี้อาจจะไม่ใช่ระดับท็อป แต่ในโลกแห่งหายนะนั้น มีผู้คนเพียง 10% เท่านั้นที่มีพรสวรรค์สูงกว่าระดับ B

 

 

เท่าที่เฉิงหยางสังเกต ผู้คนที่มีความเชื่อมโยงกับพรสวรรค์ของลอร์ดนั้นหาได้ยาก เต็มที่ก็เพิ่มคุณสมบัติแค่ 2% ยกเว้นเขาที่มี 3% แต่เฉิงหยางกล้าพูดเลยว่าพรสวรรค์เช่นนี้ไม่ควรป่าวประกาศต่อผู้คน นั่นก็เพราะว่านี้เป็นการคุกคามต่อลอร์ดผู้ครอบครองอาณาเขตอย่างยิ่ง (พรสวรรค์ระดับลอร์ดในอาณาเขตของลอร์ดอีกคนนั้นเป็นสิ่งไร้ค่าจะมีเพียงหนึ่งพรสวรรค์เท่านั้นที่แสดงผลในอาณาเขตนั้นๆ)

 

 

ซึ่งหากเขาไม่อยากที่จะทำซ้ำรอยกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว มันทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาควรใส่ใจกับความทรงจำของชีวิตที่แล้วของเขา

 

 

ทันใดนั้นเฉิงหยางที่คิดได้ถึงบางสิ่งก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเช็คข่าวสาร

 

 

“……ในเขตชานเมืองได้มีหินสีดำที่ลึกลับปรากฏออกมา หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการวิเคราะห์นานนับสัปดาห์ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือหินชนิดใด……”

 

 

ข่าวเกี่ยวกับหินนั้นกลายเป็นข่าวดัง มีรูปของหินนั้นอยู่หลายรูป หินในรูปนั้นมีความสูงเกือบ 3 เมตรเป็นรูปทรงกระบอกสีเทาหม่นที่ดูขรุขระอย่างมาก

 

 

หลังจากดูรายงานข่าวเฉิงหยางเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น เขาคุ้นเคยกับมันอย่างมาก นั่นเพราะมันคือแท่นบูชาที่ลอร์ดจำเป็นต้องมีสำหรับการครองครองอาณาเขต

 

 

ในช่วงก่อนหายนะ มีการคาดการณ์ว่าพระเจ้าไม่ได้เปลี่ยนโลกเป็นเกมในหนึ่งวัน แต่ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดเป็นระยะเวลานาน อาณาเขตแท่นบูชานี้เป็นข้อพิสูจน์อย่างดี ซึ่งมันจะปรากฏออกมาในโลกก่อนที่จะเข้าสู่หายนะ

 

 

แต่ในเวลานั้นไม่มีผู้ใดตระหนักถึงผลกระทบจากแท่นบูชา ทุกคนคิดว่ามันคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

 

 

เพียง 2 เดือนหลังจากที่หายนะเกิดขึ้น ก็มีผู้คนค้นพบวิธีใช้แท่นบูชาได้โดยบังเอิญ จากนั้นก็มีการส่งข้อความบอกต่อกันไปทั่วทั้งโลก

 

 

อาณาเขตแท่นบูชานี้ไม่เพียงปรากฏในเขตชานเมือง แต่ยังปรากฏไปทั่วทั้งประเทศ แต่น่าเสียดายที่พวกมันส่วนมากล้วนถูกฝังอยู่ภายใต้พื้นดินและไม่ถูกค้นพบจนกระทั่งหายนะอุบัติขึ้น แผ่นดินไหวที่รุนแรงทำให้อาณาเขตแท่นบูชาเหล่านั้นเปิดเผยลักษณะที่แท้จริงของมัน

 

 

ความตื่นเต้นของเฉิงหยางไม่ได้มาจากแท่นบูชา แต่เป็นเพราะว่าที่ใกล้ๆเมืองเสฉวน ในเนินหงส์ร่วง ห่างไป 5 กิโลเมตรนั้น ที่นั่นก็มีอาณาเขตแท่นบูชาอยู่ ซึ่งในเดือนที่ 3 ของปีหายนะนั้น กองทัพทหารของเมืองได้ครอบครองมันไว้

 

 

สามารถพูดได้ว่า ก่อนที่หายนะจะเกิดแท่นบูชานี้ถูกเปิดเผยไปเพียงบางส่วน บางคนกระทั่งเคยเห็นมันแต่พวกเขาก็คิดว่ามันเป็นเพียงหินธรรมดาทั่วไป ทำให้ไม่ได้ใส่ใจกับมัน ต่อมาเมื่ออาณาเขตแท่นบูชานี้ถูกครอบครอง เหล่าผู้ที่ค้นพบมันเป็นกลุ่มแรกต่างรู้สึกเจ็บปวดใจจนหน้าเขียวคล้ำ

 

 

ในช่วงหายนะ มีการคาดการณ์ว่าอาณาเขตแท่นบูชาอาจจะสามารถถูกครอบครองได้ก่อนการเกิดภัยพิบัติ แต่ ณ ขณะนั้นยังไม่มีผู้ใดพิสูจน์มันได้

 

 

เฉิงหยางมีโอกาสดีที่จะเริ่มมันตั้งแต่ตอนนี้ เขาตัดสินใจไปที่อาณาเขตแท่นบูชาที่เนินหงส์ร่วงเพื่อครอบครองมัน นี่จะทำให้เขาก้าวล้ำหน้าผู้อื่นได้ในโลกแห่งเกม

 

 

หลังการเรียนจบลง เขาหาข้ออ้างเพื่อแยกตัวจากหลิวเฮ่า ก่อนจะนั่งแท็กซี่ไปที่เนินหงส์ร่วงเพียงลำพัง

 

 

ในยุคสงบสุข ค่าโดยสาร 70 หยวนเพียงพอที่จะทำให้เฉิงหยางร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด แต่ตอนนี้เขาไม่ได้ใส่ใจนัก เมื่อหายนะบังเกิด ค่าเงินพวกนี้ก็ไม่ต่างไปจากกระดาษชำระดีๆนี่เอง

 

 

เมื่อแท็กซี่มาถึงที่หมายก็ค่อยๆชะลอรถชิดข้างทาง

 

 

เมืองเสฉวนนั้นรายล้อมไปด้วยภูเขา ซึ่งเนินหงส์ร่วงก็ไม่มีข้อยกเว้น จากความทรงจำของเขาสภาพแวดล้อม ณ ตอนนี้แตกต่างจากหลังเกิดหายนะอย่างสิ้นเชิง เขาถอนหายใจออกมา

 

” ที่นี่จะเปลี่ยนไปขนาดไหนนะ หลังจากเกิดเรื่องในวันพรุ่งนี้แล้ว ” เฉิงหยางได้แต่พึมพำออกมา