0 Views

เช่นเดียวกับสิ่งที่หยวนเช่วเหม่ยคาดเอาไว้ มีสัตว์ปีศาจฉีบางชนิดที่ซ่อนอยู่ในบริเวณสระหยวนฉีเช่นผึ้งมฤตยูขนาดเท่ากำปั้น, นกเหล็กที่ซ่อนตัวอยู่เสมอ และนอนอยู่บนต้นไม้ และหมูหินที่ขี้หงุดหงิด

โชคดีที่สัตว์เหล่านี้ไม่ได้รับการจัดระดับที่สูงมากนัก และมีจำนวนไม่มาก ดังนั้นอย่างมากอาจจะมีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับบาดเจ็บ และจะไม่มีใครเสียชีวิต

ในช่วงนี้ทักษะราชันย์เซียนฉีบริสุทธิ์ของเย่เฉินได้พิสูจน์ประสิทธิภาพของมันแล้ว ดาบปราณฉีของเขาสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยก้าวด้วย พลังของมันเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธขั้นควบแน่นปราณแท้จริง ด้วยเหตุนี้เขาสามารถช่วยคนที่ตกอยู่ในอันตรายได้อย่างง่ายดาย เขายังสามารถโจมตีสองที่ได้ในเวลาเดียวกัน

ชุ!

หลังจากที่เขาปล่อยดาบปราณฉีของเขาออกไปที่ผึ้งมฤตยูทั้งสองตัว เย่เฉินดูราวกับว่าเขามีความคิดมากมาย

ขณะที่พวกมันได้ใกล้ชิดกับจุดศูนย์กลางของสระ โอกาสที่จะเจอสัตว์ป่าที่ดุร้ายอาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้บรรดาผึ้งมฤตยูที่ออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของสระน้ำมีขนาดใหญ่กว่าหนึ่งในสามของผึ้งมฤตยูปกติ และความเร็วของพวกมันก็สามารถแข่งขันกับนกที่บินอยู่ในท้องฟ้าได้

“ทุกคนเจ้าควรจะเก็บรวบรวมจากด้านนอกของสระ เมื่อเราสำรวจเส้นทางแถวนี้หมดแล้ว พวกท่านสามารถไปที่ส่วนลึกได้” ในขณะที่เย่เฉินใช้เซียนฉีส่งผ่านเสียงของเขาแผ่ซ่านไปทั่วหลายลี้ ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจนราวกับว่าเขากระซิบในหูของแต่ละคน

หลินเซี่ยวเย่วพูดตามหลังเขาว่า “เย่เฉินกล่าวได้ถูกต้อง พวกเจ้าควรเริ่มจากบริเวณด้านนอกของสระน้ำเสียก่อน เมื่อเสร็จแล้วให้รวบรวมมาไว้ที่นี่ ”

 

จริง ๆ แล้วสมาชิกในทีมเก็บรวบรวมสมุนไพรส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าส่วนลึกของสระน้ำไม่ปลอดภัย ถึงแม้พวกเขาจะรู้เรื่องนี้ แต่บางครั้งพวกเขาก็ยังคงไม่สามารถต้านทานการเดินเข้าไปได้เมื่อพบพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าจากในระยะไกล และในที่สุดพวกเขาก็จะเดินลึกเข้าไปจนถึงลุ่มน้ำซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

บริเวณพื้นที่ลาดตระเวนของหยวนเช่วเหม่ยนั้นอยู่ติดกับเย่เฉิน ดังนั้นทุกขณะนี้พวกเขาก็จะพูดคุยกันเป็นระยะ

หยวนเช่วเหม่ย ก็กล่าวว่า “เจ้าไม่คิดหรือว่าทำไมความหนาแน่นของหยวนฉีในธรรมชาติของที่นี่ดูจะหนาแน่น แต่ภายในสระนี้กับมีเพียงเล็กน้อย?”

“ถูกต้อง, บางทีอาจเป็นเพราะพืชสมุนไพร และสระน้ำนี้สร้างวงจรการไหลเวียนของหยวนฉีซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย นี่อาจช่วยเพิ่มความหนาแน่นของหยวนฉีในลุ่มน้ำ ” เย่เฉินคิดถึงเรื่องนี้ และเขาก็ไม่สามารถคิดถึงเหตุผลอื่น ๆ ได้

หยวนเช่วเหม่ยส่ายหัว “ไม่ มันแตกต่างกันมาก เป็นเรื่องปกติสำหรับสระที่เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรจะมีหยวนฉีหนาแน่น อย่างไรก็ตามข้าได้เห็นสระขนาดใหญ่กว่านี้มีพืชสมุนไพรมากยิ่งกว่าที่นี่ แต่หยวนฉีก็ไม่ได้หนาแน่นเหมือนที่นี่ ”

เย่เฉินจ้องไปที่นาง “เจ้าหมายความว่ามีเหตุผลอื่นอีก? ”

” อาจจะเป็นไปได้! รออีกสักหน่อยจนกว่าพวกเราจะเดินลึกเข้าไปด้านในแล้วพวกเราจึงจะสามารถตรวจสอบได้”

เย่เฉินพยักหน้า ถ้ามันเป็นเหมือนสิ่งที่หยวนเช่วเหม่ยได้กล่าวแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องลงมือตรวจสอบ, เนื่องจากอาจพบสิ่งที่มีค่าอยู่ภายใน

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมันเป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว เมื่อเสร็จสิ้นการรวบรวมสมุนไพรทั้งหมดที่ด้านนอกของสระ

หลินเซี่ยวเย่วเอาตะกร้าทั้งหมดที่เต็มไปด้วยพืชสมุนไพรเข้าไปภายในแหวนจัดเก็บของนาง นางหยิบอาหารที่จัดเตรียมไว้ และแจกจ่ายให้กับทุกคน

“คุณหนู! การเก็บเกี่ยวเป็นอย่างไร? ” รองหัวหน้าคณะทำได้แต่ถามออกมา

หลินเซี่ยวเย่วยิ้มก่อนกล่าวว่า “ข้าประมาณดูคร่าว ๆ ว่าสมุนไพรที่เราได้รวบรวมไว้ในตอนนี้น่าจะมีมูลค่าประมาณสามถึงสี่ล้านเหรียญเงินเมื่อนำไปปรุงเป็นเม็ดยา ”

” เยี่ยมมาก! ”

ธุรกิจหลักของตระกูลหลินคือการปรุงยา ดังนั้นพืชสมุนไพรถ้ามีมากขึ้น แล้วพวกเขาสามารถนำกลับไปได้ พวกเขาสามารถทำเงินได้มากขึ้น ถ้าพวกเขาไม่ได้มีพืชมากพอแม้แต่คนงานก็จะได้รับผลกระทบกับความเป็นอยู่ของพวกเขาด้วยเช่นกัน

โดยพื้นฐานชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับสภาพของตระกูลหลิน

เดินไปทางเย่เฉิน และกลุ่มคนที่เหลือหลินเซี่ยวเย่วกล่าวด้วยความรู้สึกทราบซึ้งว่า “ขอขอบคุณทุกคนสำหรับการปกป้องพวกเราในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ ถ้าพวกเจ้าต้องการเม็ดยา พวกเจ้าสามารถซื้อได้ที่ตระกูลหลินของเรา พวกเราจะคิดในราคาต้นทุนเท่านั้น ”

 

จริงๆแล้วมันเป็นเพียงความสุภาพเท่านั้น นางรู้ว่าไม่มีผู้ฝึกยุทธคนใดขาดแคลนเงิน  พวกเขาไม่ได้ขาดแคลนเงินจำนวนเล็กน้อย สิ่งที่ขาดคือจำนวนเงินมหาศาลเท่านั้น แต่นางรู้สึกว่ามันไม่สำคัญ สำหรับตระกูลหลินสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าศิษย์ของนิกายต่าง ๆ เพราะมันจะเป็นประโยชน์มากสำหรับการพัฒนาในอนาคตของตระกูลหลิน

หวังฟงตอบกลับอย่างลวก ๆ  “นับตั้งแต่ที่พวกเราได้เริ่มปฏิบัติภารกิจ พวกเราก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องขอบคุณพวกเรา”

หลินเซี่ยวเย่วรู้สึกอายเล็กน้อย ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งนางต้องแต่งงานออกเรือน นางไม่ชอบพวกที่มาจากตระกูลที่ร่ำรวย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีพลังอำนาจมาก แต่เป็นเพียงเพราะอิทธิพลของตระกูลของพวกเขา หากปราศจากความช่วยเหลือจากตระกูลของพวกเขา พวกเขาจะกลายเป็นคนไร้ค่า ดังนั้นนางต้องการที่จะแต่งงานกับศิษย์คนหนึ่งในนิกายการต่อสู้ที่มีความสามารถอย่างเช่นหวังฟง และเย่เฉินจากทัศนคติ และการปรากฏตัวของพวกเขา นางรู้สึกว่าพวกเขาต้องเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลใหญ่ที่ไม่มีวันขาดเงิน รวมกับทักษะการต่อสู้ที่ทรงพลังของพวกเขา, พวกเขาจะเป็นเพื่อนที่เหมาะที่สุดสำหรับหญิงสาวทุกคน อย่างไรก็ตามในระหว่างการเดินทางครั้งนี้นางได้ค้นพบว่าหวังฟงค่อนข้างไม่แยแส และไม่ให้ใครเข้ามาใกล้เขา ในทางตรงกันข้ามเย่เฉิน ดูเป็นมิตรมาก แต่นางรู้สึกว่ามีบางอย่างถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของความเป็นมิตรของเขา เย่เฉินผู้นี้เก็บทุกคนไว้ในขอบเขตหนึ่งไม่เป็นมิตรมากเกินไปและไม่เย็นชาเกินไป

หยวนเช่วเหม่ยมีการสังเกตที่คมชัด และรวมกับความจริงที่ว่านางยังเป็นผู้หญิง นางจึงสามารถเข้าใจความคิดของหลินเซี่ยวเย่วได้อย่างชัดเจน
ในความคิดของหยวนเช่วเหม่ยนางคิดว่าไม่มีอะไรที่เหมือนกันสักนิดระหว่างผู้ฝึกยุทธกับคนธรรมดาดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะมีโอกาสได้แต่งงานกัน

ในความเห็นของนางหลินเซี่ยวเย่วเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธขอบเขตของปราณฉีเท่านั้น ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นนางอาจจะเข้าถึงขั้นควบแน่นปราณแท้จริงนั่นคือมากที่สุดสำหรับชีวิตของนาง

อย่างไรก็ตามในระดับของหวังฟง และเย่เฉิน เป้าหมายของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่ สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาก็คือความแข็งแกร่ง พวกเขาไม่สนใจเรื่องอื่นใด แม้ว่าพวกเขาจะถึงวัยที่ต้องการ และต่อให้ต้องการหาใครสักคนก็ตามพวกเขาก็จะพยายามหาคนที่อยู่ในระดับการบ่มเพาะเดียวกัน และจะไม่แต่งงานกับคนปกติ

ถ้าคิดอย่างเป็นธรรมชาติแม้แต่หยวนเช่วเหม่ยก็จะไม่แต่งงานกับคนธรรมดาด้วยเช่นกัน

ถ้าหวังฟง และเย่เฉินรู้ความคิดของนาง พวกเขาอาจเห็นด้วยกับนาง

สำหรับพวกเขาไม่ว่าหลินเซี่ยวเย่วจะสวยแค่ไหน นางก็สามารถนับได้ว่าเป็นเพียงคนที่ “ปกติ” คนที่พวกเขาจะไม่ติดต่อด้วยในภายหลังจากนี้ ไม่มีโอกาสสานสัมพันธ์ใด ๆ เมื่อพวกเขารู้ว่าพวกเขาเป็นคนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

บูม!

ในเวลานั้นพื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่ถูกบังคับให้ต้องโผล่ออกมาจากพื้นดิน

ช่วงเวลาต่อมา!

มีลำแสงสีขาวขนาดใหญ่ที่มีความหนาประมาณหนึ่งจั้ง ซึ่งทะยานขึ้นไปสู่อากาศค่อย ๆ สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

หยวนฉีบนท้องฟ้าเหนือสระดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม หยวนฉีที่สร้างขึ้นในเวลานี้มีความหนาแน่นมากจนแทบจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทุก ๆ ลมหายใจของ  เย่เฉินดูเหมือนจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเซียนฉีของเขา

หยวนเช่วเหม่ยตะโกนออกมาว่า “เสานี้ถูกสร้างโดยหยวนฉี มันจะต้องมีน้ำพุจิตวิญญาณอยู่ที่นั่น”

เมื่อได้ยินคำพูดของนาง เย่เฉิน และหวังฟงดูแปลกใจ พวกเขาไม่อาจเชื่อได้ว่ามีน้ำพุจิตวิญญาณแถว ๆ สระแห่งนี้ โดยทั่วไปหินวิญญาณสามารถพบได้ที่น้ำพุจิตวิญญาณ และหินวิญญาณมีความสำคัญมากสำหรับผู้ฝึกฝนทักษะการต่อสู้ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับขนาดของน้ำพุจิตวิญญาณ หากมีขนาดใหญ่ทุกนิกายที่มีขนาดใหญ่ในอาณาจักรวายุสวรรค์จะเริ่มต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อเป็นเจ้าของ

ห่างออกไปประมาณสิบลี้จากสระน้ำ มีชายสามคนสวมชุดสีดำเงยหน้าขึ้นมองพร้อม ๆ กัน

“หยวนฉีได้สร้างเสาขึ้นไปสู่ท้องฟ้า น้ำพุแห่งจิตวิญญาณได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว! ”

“พวกเราควรจะไปเรียนจอมยุทธผี? นิกายทุกแห่งจะได้รับแจ้งถึงลักษณะของน้ำพุแห่งวิญญาณในเร็ว ๆ นี้ ”

“ไม่จำเป็นต้องไปรายงาน และใช้ทักษะการป้องกันตัวแบบลับเพื่อปกปิดกลิ่นอายของพวกเราก็พอ มิฉะนั้นมันจะสายเกินไป แม้ว่าเราจะไปแจ้งจอมยุทธผี ”

 

“ตกลงตามนี้ พวกเราไม่มีเวลามากพอ รีบไปเถอะ! ”

ชุ้ย! ชุ! ชุ!

ทั้งสามคนกลายเป็นเงาที่น่าขนลุก สามเงาสีดำก้าวผ่านป่าไปด้วยความเร็วของพวกเขา และหายไปในพริบตา