0 Views

หลังจากที่ความตื่นเต้นของการค้นพบสิ่งที่เก็บไว้ภายในแหวน และไม่ว่าจะเป็นหินวิญญาณ ทักษะระดับปฐพีขั้นต่ำอีกสองเล่มแล้ว

เย่เฉินได้ดึงเอาวัตถุชิ้นสุดท้ายออกมา

มันเป็นกระบี่ยาวและมีฝักกระบี่

มีรูปสลักอยู่บนฝักกระบี่เป็นภูเขา แม่น้ำ นก และปลา ด้ามจับยาวมาก ๆ และที่ด้านบนของฝักก็มีรูปร่างเป็นหัวเสือพร้อมกับอ้าปากไว้คอยกลืนกระบี่เข้าไป

ติ๊ง!

เมื่อเย่เฉินชักกระบี่ออกมาจากฝักเห็นได้ถึงความคมเป็นอย่างมากลำแสงสะท้อนของกระบี่ปราณฉีกระเด็นออกมาทิ้งรอยไว้ที่ผนังยาวสี่ฉื่อ

กระบี่ที่ยอดเยี่ยม! มันมีจิตวิญญาณและปราณฉีเป็นของตัวเอง! ดวงตาของเย่เฉินสว่างขึ้นเพราะเขารู้ว่ากระบี่ที่หยิบออกมานั้นมีปราณกระบี่เป็นของตัวเองไม่ใช่อาวุธระดับมนุษย์ธรรมดาสามัญทั่วไป มันเป็นอาวุธระดับสวรรค์ ตระกูลเย่ของเขาก็ยังมีดาบที่สืบทอดกันมาของตระกูลซึ่งเรียกว่าดาบเงาสุดท้าย ซึ่งมันสามารถปลดปล่อยปราณฉีเล็ดลอดออกมาในอากาศได้โดยไม่ต้องมีจิตสังหารและสามารถสังหารผู้คนได้โดยที่พวกเขาไม่ทันได้สังเกต

ในทำนองเดียวกันกระบี่ที่เขาถืออยู่ในมืออาจจะมีค่าอย่างน้อยหนึ่งล้านเหรียญเงิน

ข้อเสียเดียวก็คือเย่เฉินไม่ได้ใช้กระบี่ เขาใช้ดาบ และในความคิดของเขาดาบได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางโดยผู้ฝุกยุทธว่าเป็นราชาแห่งอาวุธ ในขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ฝึกยุทธเลือกที่จะฝึกในทักษะดาบ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริง

ปากเสือที่อ้าอยู่อย่างน่ากลัวได้กลืนกินกระบี่หายเข้าไปในฝัก ดวงตาของเย่เฉินส่งประกายในความคิด ถ้าข้าคาดเดาได้ถูกต้องเจ้าของบ้านหินแห่งนี้จะต้องเสียชีวิตจากการถูกเผาไหม้เป็นกองขี้เถ้าด้วยเปลวเพลิงของปราณหยวนธรรมชาติ, แหวนจัดเก็บบนมือเจ้าของหลุดออกและกลิ้งเข้าสู่ภายในกองขี้เถ้า

เย่เฉินโค้งคำนับต่อหน้าขี้เถ้าสามครั้ง เย่เฉินพึมพำ: “ท่านผู้อาวุโสแม้ว่าเจ้าจะไม่ได้คิดที่จะทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง แต่พวกมันทั้งหมดเป็นประโยชน์กับข้า ข้าเป็นศิษย์นิกายเมฆคราม ข้าเย่ฉินขอสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นสมบัติของข้า และหวังว่าเจ้าจะไม่ตำหนิข้าสำหรับการเอาสิ่งเหล่านี้ไปโดยภาระการ”

ในขณะที่ก้มหัวลงความคิดในใจของเย่เฉินจากสิ่งต่างๆ ที่เหลือทิ้งไว้ข้างหลังของผู้อาวุโสคนนี้ต้องมีระดับพลังงานสูงอย่างน้อยเหนือกว่าขั้นประสานแดนหยวน หรือแม้แต่อาจจะเอื้อมไปถึงขั้นวิถีดาราแต่เขายังคงจบลงด้วยการถูกทำลายโดยความหลงใหลที่มีต่อราชินีลี้ลับซึ่งจะเป็นบทเรียนเกี่ยวกับความยากลำบากในการฝึกฝนทักษะการต่อสู้, ไม่เพียงแต่หนึ่งจะต้องสามารถที่จะป้องกันปัจจัยภายนอก, แต่เขาก็ต้องระมัดระวังเรื่องปีศาจภายในตัวของเขาอีกด้วย

ติดอยู่ภายในนรกที่ไม่มีทางรู้เวลา ไม่มีอะไรที่ต้องทำเย่เฉินเริ่มฝึกทักษะเสริมร่างกายด้วยทักษะร่างหยกบริสุทธิ์

เขาได้รับการฝึกฝนในขั้นแรก และในขั้นที่สองแล้ว สิ่งที่ขาดหายไปก็คือความสามารถในการสร้างความเข้มแข็งของสวรรค์ในร่างกายของเขาเช่นเดียวกับศิษย์พี่หญิงซู่อิง (แก้ชื่อจากที่เทียบจากต้นฉบับใหม่ของเก่า ฉีจิงเป็นซู่อิง)

ความแข็งแรงของสวรรค์คืออะไร?

หนึ่งในม้าที่ดีที่สุดในตลาดถูกเรียกว่าม้าเหลืองอำพัน มันสามารถวิ่งได้เร็วมากจนดูเหมือนว่ามันกำลังบินอยู่ และมีร่างกายที่แข็งแรงมาก พลังที่โดดเด่นของพวกมันสามารถเทียบได้กับสามพันจิน และนั่นเป็นเพียงแค่การใช้พลังแห่งสวรรค์เท่านั้น

จากนั้นเย่เฉินในตอนนี้สามารถเทียบได้ประมาณสองพันจินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเป้าหมายสามพันจิน แต่เขารู้ว่าเขายิ่งใกล้กับระดับสามพันจินมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งต้องใช้เวลานานมากขึ้นในการก้าวเพื่อให้ไปถึงระดับนั้น

เขาหยิบเอายาออกมาทาตามร่างกายที่เหลือเพียงไม่กี่ขวดด้วยการถอดเสื้อผ้าออกและเริ่มทายาลงไปบนร่างกายอย่างระมัดระวังไม่ทิ้งช่องว่างใด ๆ จนกว่าผิวของเขาจะสุกใสด้วยน้ำมัน เย่เฉินจึงเริ่มฝึกฝนทักษะเพลงหมัด

เขายังคงฝึกทักษะหมัดจ้าววานร

ยิ่งเขาฝึกเพลงหมัดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามทักษะหมัดจ้าววานร ซึ่งเขากำลังฝึกอยู่แตกต่างจากปกติ เย่เฉินได้ผสมผสานกับการขั้นที่สองของทักษะร่างหยกบริสุทธิ์ฝึกทั้งภายใน และภายนอกผลที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ผ่านการเคลื่อนไหวทั้งหมดทุกกระบวนท่าของทักษะเพลงหมัดจ้าววานร เย่เฉินเริ่มลืมสภาพแวดล้อมอย่างช้า ๆ ในการฝึกซ้อมลืมทุกสิ่งทุกอย่างรอบ ๆ ตัว

เขาแทบไม่ได้ยินเสียงใด ๆ  แต่ในทางตรงกันข้ามเขารู้สึกว่าหัวใจเต้นช้าลง แต่ก็ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเสียงกลองสั่นรัวไปทุกกระดูก

ไม่มีใครรู้ว่ามันนานแค่ไหนก่อนที่เย่เฉินจะลืมตาขึ้นร่างของเขาขยับไปด้วยกระบวนท่าเพลงหมัดของเขาชกลงไปบนกิ่งไม้สีเทาขนาดใหญ่

บูม!

กิ่งขนาดใหญ่นี่เกิดรอยแตกเพียงเล็กน้อย

ต้นไม้นี่ทำไมช่างแข็งอะไรปานนี้!! แต่พลังของข้าเพิ่มขึ้นมาอย่างน้อยสองพันจิน! ด้วยการเสริมของขั้นที่สองของทักษะร่างหยกบริสุทธิ์ ทำให้เกิดพลังอย่างน่าประหลาดใจ

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ครึ่งชั่วยามพลังของเย่เฉินเพิ่มขึ้นหนึ่งสองร้อยจิน
หลังจากพักสักครู่ เย่เฉินก็รู้สึกหิว
เขาเดินไปทางแม่น้ำ เย่เฉินคิดว่าปลาในแม่น้ำอาจจะกินได้ใช่มั้ย?

แม่น้ำลึกมาก แต่เห็นได้ชัดว่าเย่เฉินสามารถมองเห็นเงาที่เคลื่อนที่ไปมาใต้พื้นผิวของน้ำได้ ตัวเล็กมีความยาวสามฉื่อตัวใหญ่ยาวเกือบหนึ่งจั๊ง พวกมันว่ายด้วยความเร็วที่รวดเร็วมากพวกมันเพียงแค่ส่ายหางของพวกมันเท่านั้น
เขาหยิบก้อนหินขึ้น เย่เฉินหัวเราะเบา ๆ “เสร็จข้าละ!”

ด้วยพลังสองพันจิน หินก้อนเล็ก ๆ ที่อยู่ในมือของเขาคมกว่าอาวุธบางอย่างเสียอีก มันพุ่งออกไปแล้วลากเป็นเส้นตรงไปที่ด้านล่างของแม่น้ำ

หวือ!

เงาดำบิดเบี้ยว และโผล่ออกมาจากแม่น้ำ

น้ำกระเซ็นไปทั่วทุกแห่งมันเป็นปลาที่มีสีน้ำตาลเข้มแปลก ๆ มีหนามอยู่ใกล้กับเหงือกและมีกล้ามเนื้อเพรียวบางที่มีผิวที่หยาบกร้าน

มันเปิดปากใหญ่ที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคม และกระโดดขึ้นไปที่หัวของเย่เฉิน

เย่เฉินแสดงรอยยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย ก้มลงเพียงเล็กน้อย และทุบไปที่ใต้ท้องของปลา

ตุบ!

ผิวของปลาประหลาดคล้ายกับเหล็กซึ่งทำให้เขาประหลาดใจมาก เขารู้ว่าการชกของเขาทำให้หินกลายเป็นฝุ่นละออง แต่อย่างใดไม่สามารถทำลายผิวหนังของปลาได้

ปัง!!

ปลาประหลาดกระดอนกลับไปสองฉื่อจากพลังหมัด, แม้กระนั้นหางยาวของมันก็ฟาดไปทางเย่เฉินมันเร็วมากจนทำให้เกิดลมแรง แม้แต่เย่เฉินไม่แทบตั้งตัวไม่ทัน

ในช่วงเวลาที่อันตรายกว่านี้แทนการถอยห่างออกไป เย่เฉินชักดาบออกจากฝักแล้วลากผ่านลงไปที่ปลา

หวือ! หางของปลาถูกตัดออก

และปลาแปลก ๆ ก็ถอยกลับลงไปในแม่น้ำมันรีบดำลึกลงไป และกลัวที่จะถูกโจมตี จากเย่เฉินอีกครั้ง

เย่เฉินบังคับรอยยิ้ม เขารู้ว่ามันจะไม่ง่ายถ้าเขาไม่ได้มีดาบ เขาอาจจะยังคงพยายามที่จะทำลายการป้องกันของมัน อย่างไรก็ตามปลาประหลาดดูเหมือนจะไม่ใช่สัตว์ปีศาจฉี ดังนั้นมันอาจจะเป็นสัตว์โบราณที่ทรงพลัง

หางของปลามีความยาวเกือบสามฉื่อมีขนาดหนามาก และควรจะเพียงพอที่จะเติมเต็มท้องของเย่เฉิน

เย่เฉินถือหินไฟ และเขาไปหาไม้มาทำฟืนเพื่อก่อไฟ และเริ่มย่างปลา

หนึ่งเค่อต่อมากลิ่นหอมอันเย้ายวนที่เย่เฉินไม่เคยรู้จักมาก่อนแผ่ซ่านอยู่รอบ ๆ เย่เฉินทำให้เขารู้สึกน้ำลายไหล

เย่เฉินฉีกเนื้อจากหางปลาเข้าไปในปาก เนื้อปลาอ่อนนุ่มจนเกือบจะละลาย

เหลือเชื่อ! เนื้อปลานี้เป็นเหมือนเนื้อวัวและเนื้อไก่ แต่ก็มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมซึ่งข้าไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้ ทำไมร่างกายของข้าเริ่มร้อนขึ้นทำไม?

หลังจากที่เขากลืนกินเนื้อปลาแล้วเย่เฉินรู้สึกว่ามีความอบอุ่นไหลผ่านไปทั่วทั้งร่างของเขาไปจนถึงท้อง และจากจุดนั้นได้แผ่กระจายไปทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ เลือด และแม้แต่กระดูกของเขา