0 Views

จางฮ่าวหลานยิ้มอย่างโหดเหี้ยม และผ่อนคลายร่างกายของเขาเดินไปที่คนทั้งสองด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก เมื่อเขาไปถึงครึ่งทางของฝ่ายตรงข้ามของเขา เขาเริ่มหมุนกำปั้นไปข้างหน้าไฟสีน้ำเงินสร้างกระแสที่อยู่เบื้องหลังกำปั้นของเขาซึ่งทำให้ดูเหมือนกับมังกรคำรามกำลังจะออกมาพร้อมกับกำปั้นนี้

แต่หวู่ซ้งหมิง และเย่เฉินก็กำลังรวบรวมปราณฉีเช่นกัน ในมุมมองของพวกเขาดูเหมือนจะเป็นมังกรที่ดุร้ายที่กำลังพุ่งตรงมาทางพวกเขา มันช่างมีประสิทธิภาพสร้างความหวาดหวั่นแก่พวกเขาเป็นอย่างมาก
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาจะต้องสู้เท่านั้น มันเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่พวกเขาจะรอดไปได้

เย่เฉินกำลังจะทำอะไรบางอย่างก่อนที่เขาจะตระหนักว่าหวู่ซ้งหมิงได้เตรียมพร้อมก่อนแล้ว

“จางฮ่าวหลาน อย่าคิดว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้ด้วยหมัดพยัคฆ์มังกรคำราม!

“สังเวยเปลวเพลิง! ” หวู่ซ้งหมิงรีบประสานมือ และรีบใช้ทักษะของเขา จากนั้นเขาก็กระโดดไปหาจางฮ่าวหลาน พุ่งไปทั้งร่างกายของเขา และชกออกไปแม้จะดูเหมือนช้า แต่ในความเป็นจริงนั้นเร็วมาก

ได้ยินคำพูดของหวู่ซ้งหมิง เย่เฉินก็ต้องรู้สึกตกใจ สังเวยเปลวเพลิงเป็นทักษะที่แข็งแกร่งมากมันเผาผลาญปราณฉีทั้งหมดในการแลกเปลี่ยนกับระดับพลังที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามมันมีเพียงระยะเวลาสั้น ๆ และมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อร่างกายของผู้ใช้ หากใช้บ่อยเกินไปผู้ใช้จะถูกทำลายความสามารถในการฝึกฝนทักษะการต่อสู้

บูม!

เมื่อทั้งสองกำปั้นสัมผัสกันก้อนหินจำนวนนับไม่ถ้วยตกลงบนพื้นดินแล้วกระเด็นออกไปด้วยแรงระเบิด

ช่วงเวลาต่อมาทั้งสองคนถอยกลับมา และมีเลือดไหลออกมาจากปากคนทั้งสอง

“ไม่ต้องแปลกใจที่เจ้ากล้าต่อกรกับข้า แต่มันกลับกลายเป็นว่าเจ้าสามารถใช้สังเวยเปลวเพลิงได้” สังเวยเปลวเพลิงเป็นทักษะมนุษย์ขั้นสูงเช่นกัน อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ใช้สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้จะเพิ่มระดับพลังงานของเขาประมาณสามส่วนจากของเดิม แต่ในทางกลับกันผู้ใช้จะประสบกับผลข้างเคียง หากพวกเขาโชคดีเพียงร่างกายของผู้ใช้แค่บาดเจ็บ แต่หากโคร้ายผู้ใช้อาจจะไม่สามรถฝึกฝนในทักษะการต่อสู้ได้อีก ดังนั้นไม่มีใครกล้าที่จะใช้มันบ่อย ๆ ดังนั้นมันจึงถูกทำเครื่องหมายว่าเป็นทักษะต้องห้ามของนิกายเมฆคราม ในอีกด้านหนึ่งแม้แต่จางฮ่าวหลาน ไม่ได้ยอมแพ้ในการต่อสู้กับหวู่ซ้งหมิง แต่เขาก็ยังต้องถอยห่างออกไปอย่างไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตเพราะมันอาจส่งผลต่อความพยายามของเขาที่จะตัดผ่านไปถึงขั้นควบแน่นปราณแท้จริง
หวู่ซ้งหมิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่เขาก็รู้ว่ามีคนไล่ตามหลังพวกเขามาแล้ว เขาส่งเสียงหัวเราะเยาะ: “ขอโทษทีข้าจำเป็นต้องขอตัวไปก่อน!” วูช!

ด้วยการใช้ทักษะสังเวยเปลวเพลิงของเขาที่ยังมีผลในการใช้งาน, หวู่ซ้งหมิงเพิ่มความเร็วของเขาจนถึงขีดสุด ก้าวออกไปด้วยคลื่นความร้อน และหายไปจากเส้นทางในทันที

“คิดเสียว่าวันนี้โชคดีตกเป็นของเจ้า”

จางฮ่าวหลานต้องการสอนบทเรียนแก่เย่เฉินแต่เขาก็กลัวว่า หวู่ซ้งหมิงจะขโมยอันดับ 1 ของเขาไป เขาได้รับบาดเจ็บแล้ว และหมัดพยัคฆ์มังกรคำรามได้เผาผลาญปราณฉีของเขาไปอย่างมาก เขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาสามารถจะใช้มันได้อีกหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงสามารถทิ้งความคิดเห็นที่มีความหมายเช่นนี้  และก้าวออกไปด้วยการวิ่งตามหวู่ซ้งหมิงออกไป

เย่เฉินหัวเราะเยาะ และเขาก็ยืนนิ่ง ๆ และขจัดความหนาวเย็นออกไป

ไม่นานหลังจากนั้นอย่างน้อยศิษย์จำนวนสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นในเส้นทาง

นาทีต่อมาเย่เฉินเปิดปาก และปล่อยลมหายใจเย็น ๆ ออกมา มือขวาของเขาจับด้ามดาบไว้แน่น เขาแตะไปที่พื้นเบา ๆ และเขาก็พุ่งออกไปตามเส้นทางเหมือนเช่นลูกศร

ลึกลงไปในเส้นทางด้านหน้า

ผู้เชี่ยวชาญดาบไม้กระโดดออกมาทีละตัวสับไปยังสิ่งที่พวกเขารู้สึก สิบคนที่วิ่งอยู่หน้าเย่เฉินต้องชะลอตัวลงเพื่อที่จะไม่ถูกโจมตีในนาทีสุดท้าย

“คนที่อยู่ข้างหลังพวกเราเร็วมาก!” คนที่อยู่ด้านหลังตะโกนใส่เมื่อเห็นว่าเย่เฉินละเลยผู้เชี่ยวชาญดาบไม้ทั้งหมด ขณะที่เขาวิ่ง และพยายามหลบการโจมตีที่ร้ายแรงทุกครั้ง

อ่า!

ทันทีหลังจากที่ตะโกนเขาถูกผู้เชี่ยวชาญดาบไม้ฟาดจนล้มลงบนพื้นพร้อมด้วยความเสียใจ

เย่เฉินได้เพิ่มความเร็วขึ้นเหนือพวกเขาได้อย่างง่ายดาย หลบผู้เชี่ยวชาญดาบไม้ที่กำลังเข้ามา จากนั้นก็ลอดผ่านไประหว่างผู้เชี่ยวชาญดาบไม้ทั้งสองตัวที่แสนอันตรายกับช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบ

เหตุผลที่เย่เฉินอาจสงบนิ่งได้มากขึ้นเกี่ยวกับในเรื่องนี้มันเป็นเพราะว่าพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของเขา เขาสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมภายในรัศมีสองจางโดยไม่ต้องใช้สายตาของเขา แล้วทำการคำนวณเส้นทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางซึ่งช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก

เย่เฉินก็ก้าวไปเป็นอันดับที่สาม และทิ้งอันดับที่สี่ไว้ที่เบื้องหลังของเขา

ณ บริเวณทางออกของงานประลองมู่เหลียนปังก็เหมือนกับประตูทางเข้าซึ่งหมายความว่าผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องวิ่งวนหนึ่งรอบใหญ่ ใครจะสามารถจินตนาการได้ว่างานประลองมู่เหลียนปังมีขนาดใหญ่มากแค่ไหน

แม้ว่าเย่เฉินจะได้เห็นทางออกแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะประสบความสำเร็จ

มีผู้เชี่ยวชาญดาบไม้ที่ยืนอยู่ข้างทางออก ทำด้วยไม้สีแดงเข้มนับร้อยถือดาบบาง ๆ ไว้ในมือ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้มีชีวิตอยู่

คลิกคลิ้กคลิก!

ผู้เชี่ยวชาญดาบไม้วิ่งไปหาเย่เฉินด้วยเร็วที่มากขึ้น และเร็วขึ้น เมื่อมันอยู่ห่างออกไปเพียงห้าก้าวก็เหวี่ยงดาบใส่ทันที

ชิ้ง!

เย่เฉินแทบสูญเสียดาบในมือของเขา ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจกับพลังของผู้เชี่ยวชาญดาบไม้สีแดงเหล่านี้
เมื่อการโจมตีครั้งแรกถูกกันเอาไว้ได้ การโจมตีครั้งที่สองด้วยพลังและความเร็วเท่ากันก็ตามมา

“แสวงพ่าย!”

เย่เฉินส่งดาบเหล็กของเขาบิดออกไปเหมือนปลาไหลและฟันไปที่ข้อศอกของผู้เชี่ยวชาญดาบไม้ด้วยมุมที่แปลกประหลาด

แม้ว่ามันจะไม่หักข้อศอกของพวกมัน, แต่ก็ยังสามารถสร้างช่องโหว่ในเส้นทางของดาบของเย่เฉิน เขาได้โจมตีเข้าไปในหน้าอกของพวกมันอย่างรวดเร็ว

บูม!

ผู้เชี่ยวชาญดาบไม้ล้มลงแล้ว

ความท้าทายเสร็จสิ้นแล้ว!

นอกเส้นทางผู้อาวุโสหลินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นเย่เฉินเขายิ้มว่า

“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าที่ได้รับรางวัลที่สาม ต่อไปนี้นี่คือเม็ดยาน้ำค้างหยกสามเม็ด สำหรับทักษะการต่อสู้และทักษะท่าร่างมนุษย์ระดับสูง เจ้าจะต้องเลือกมันด้วยตัวเองในหอจัดเก็บทักษะ นี่เป็นใบอนุญาตสำหรับขึ้นไปบนชั้นสอง แต่สามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”

ทิ้งเม็ดยา และใบอนุญาต เย่เฉินถอนหายใจออก ไม่ยากเลยที่จะได้อันดับที่สาม

หวู่ซ้งหมิงยิ้มในขณะที่เขาเดินเข้ามาใกล้ ๆ “เมื่อเจ้ามีทักษะระดับสูง ข้าเกรงว่าเจ้าจะก้าวข้ามข้าได้ในทันที”

เย่เฉินสามารถจัดการกับจางฮ่าวหลานได้ด้วยการบ่มขอบเขตของปราณฉีขั้นที่ 6 ทำให้หวู่ซ้งหมิงสนใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขามาก มีมิตรย่อมดีกว่าสร้างศัตรูเสมอ

เย่เฉินเจียมตัวพลางตอบว่า “ไม่หรอก ถ้าหากไม่ได้เจ้าช่วยเอาไว้ ข้าอาจจะไม่ได้มายืนอยู่ที่นี่”

“ไม่เป็นไร ในอนาคตข้าหวังว่าพวกเราจะออกไปดื่มด้วยกัน”

” แน่นอน ”

“โอ้ อย่างไรเจ้าก็ต้องระวังจางฮ่าวหลานเอาไว้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถทำอะไรกับข้าได้ แต่เขาอาจจะพยายามทำร้ายเจ้าดังนั้นจงระวังไว้ให้มาก ๆ ”

เย่เฉินพยักหน้าและมองไปที่จางฮ่าวหลาน
จางฮ่าวหลานไม่ได้ดูดีนัก เขาล้มเหลวในวันนี้ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่อาจเอาชนะหวู่ซ้งหมิงได้ เขายังล้มเหลวที่จะช่วยลูกพี่ลูกน้องของเขา โชคดีที่เขาได้รับรางวัลอันดับหนึ่งด้วยย่างก้าวคืบคลาน มิฉะนั้นเขาจะไม่ยกโทษให้ตัวเองอย่างเด็ดขาด

จริง ๆ แล้วเย่เฉินไม่ได้สนใจในจางฮ่าวหลานมากนัก ด้วยทักษะมนุษย์ขั้นสูง ในอนาคตเขามั่นใจว่าเขาจะสามารถก้าวไปสู่ระดับต่อไปได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ในเวลาไม่เพียงกี่เดือนหลังจากที่เขาได้ฝึกฝนปราณฉีของเขาเพื่อให้ก้าวไปสู่ขอบเขตของปราณฉีขั้นที่ 7 หรือ 8 และหากว่าเขาสามารถฝึกฝนทักษะใหม่ขนเชี่ยวชาญและยกระดับไปสู่ขั้นสูงสุดได้ ก็จะเป็นไปได้ที่เขาจะต่อสู้กับจางฮ่าวหลานได้โดยลำพัง อย่างไรก็ตามฝ่ายตรงข้ามของเขานั้นมีทักษะเพลงหมัดพยัคฆ์มังกรคำราม มันจึงยังเป็นภัยคุกคามซึ่งจะยุ่งยากมากในการจัดการ ทักษะนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นทักษะมนุษย์ขั้นสูงสุด อย่างไรก็ตามเย่เฉินไม่ได้อยู่ไกลไปจากจางฮ่าวหลานมากนัก ด้วย สุดยอดสิบสามกระบวนดาบที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถจัดการกับจางฮ่าวหลานได้ในอนาคต