0 Views

 

ชุ! ชุ!

ถึงแม้ว่าสัตว์เหล่านั้นยังไม่ได้ลงสู่พื้น แต่ก็มีชายหนุ่มสองคนกระโดดลงมาอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในนั้นใหญ่โตเหมือนภูเขา เขามีความสูงใหญ่เป็นอย่างมาก อีกหนึ่งมองคล้ายผู้หญิงมากดวงตาของเขาส่องลงมาด้วยแสงที่หนาวเย็นเหมือนงูพิษกำลังรอโอกาสที่จะโจมตี

“หลินเย่ว เป็นศิษย์ชั้นหนึ่งของนิกายระดับที่ 7 – ภูเขาพยัคฆ์มังกร จากอาณาจักรต้าเซี่ยงเฉียน (ภูเขาช้าง) ตงเฉอ ลูกศิษย์ชั้นยอดของนิกายระดับที่ 7 – นิกายหลาน (นิกายสีฟ้า) จากอาณาจักรเฉียนเซียน (พันด้าย) ทั้งสองคนนี้อยู่ที่ขั้นประสานแดนหยวน พวกเขาอยู่ในระดับที่ 70 และ 66 ในการจัดระดับมังกรซ่อนครั้งล่าสุด ”

ฟังคำพูดของเล่ยหานซาน, ความคิดต่าง ๆ ก็ปรากฏเข้ามาอยู่ในความคิดของเย่เฉิน ในบรรดาผู้ฝึกยุทธสิบสามคนที่อยู่ในการจัดอันดับมังกรซ่อน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ยังไม่ถึงขั้นประสานแดนหยวน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม้สามารถประมาทพวกเขาได้ เพราะมันได้ผ่านมามากกว่าหนึ่งปีครึ่งแล้ว และพวกเขาก็สามารถที่จะอยู่ในการจัดระดับมังกรซ่อน ด้วยพลังของจุดสูงสุดของขั้นควบแน่นปราณแท้จริงขั้นปลาย พลังในการต่อสู้ของพวกเขาอาจจะมากกว่านายน้อยหิมะแดนเหนือ และนายน้อยต้วนมู่

ในทางตรงกันข้ามระดับการบ่มเพาะของผู้เยาว์ในอาณาจักรวายุสวรรค์ไม่ค่อยน่าประทับใจ

“เฮ้คนอื่น ๆ ได้มาถึงกันแล้วดูเหมือนว่าจะมีใบหน้าที่คุ้นเคยมาก” หลินเย่วบิดคอของเขาทำให้กระดูกส่งเสียง

ตงเฉอได้ตรวจสอบฝูงชน และยิ้มเยาะ “นอกจากผู้คนที่มาจากการจัดอันดับมังกรซ่อนแล้วส่วนที่เหลือจะเป็นผู้แพ้ทั้งหมด ข้าหวังว่าพวกเขาจะไม่ได้พบกับข้ามิฉะนั้นข้าจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด”

“ข้าเห็นว่าเจ้ายังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร แต่ถ้าเป็นข้า ๆ จะระวังจวงเฟย ข้าคิดว่าหลังจากผ่านการจัดอันดับมังกรซ่อนเขาจะหาทางแก้แค้นเจ้า” หลินเย่วราดน้ำมันลงบนกองไฟ

“เขาแทบไม่นับว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่ข้าก็ยินดีจะตอบสนองความต้องการของเขา”

แม้ว่าทั้งสองคนนั้นไม่ได้พูดดังมากนัก แต่คนส่วนใหญ่ที่มีความสามารถในการได้ยินก็ได้ยินเสียงการสนทนาของพวกเขาแล้ว

ทางด้านของพระราชวังมรกต

สาวกสองคนดูเหมือนจะโกรธเพราะความคิดเห็นของพวกเขา

“ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่เย่อหยิ่งมาก เขาคิดว่าเขาสามารถเอาชนะศิษย์พี่ได้โดยไม่ต้องดิ้นรนหรือ ?”

“ศิษย์พี่ของเราในตอนนี้ได้มาถึงขั้นประสานแดนหยวนแล้ว เขาจะนำพาพระราชวังมรกตไปสู่อีกระดับหนึ่ง ใครจะสามารถหยุดยั้งเขาได้ ? ”

จวงเฟย กล่าวว่า “หยุดพูดพล่อย ๆ ได้แล้ว หลังจากนี้ข้าจะฆ่าพวกเขาเมื่อข้าอยู่ในนั้น ”

“พวกเราทราบแล้วศิษย์พี่ !”

พวกสาวกทุกคนหยุดพูดพล่อย ๆ ทันทีตามที่ขอ

เวลาค่ำคืนในเร็ว ๆ นี้ก็มาถึง

เวลากลางคืนในดินแดนทะลทรายหนาวเย็นลงกว่าที่คาดไว้มีแม้แต่ชั้นน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นผิวทรายซึ่งแข็งที่สุดเหมือนเช่นเหล็ก

“ทะเลทรายบัดซบ!!!”

เหล่าศิษย์สาวกของนิกายต่าง ๆ ที่เพิ่งออกมาหาที่ปลดทุกข์ได้แต่หวั่นไหว และสาปแช่งอากาศที่หนาวเย็น

ในที่พัก เย่เฉินนั่งสมาธิเพื่อบ่มเพาะเหมือนเช่นทุกครั้ง

ตอนนี้เซียนฉีของเขาเกือบถึงจุดสูงสุดของขั้นควบแน่นปราณแท้จริงขั้นปลายแล้ว แต่ก็ยังขาดความมั่นคงที่คอยห้ามไม่ให้เขาผลักดันให้ไปถึงระดับถัดไปได้

ในโลกแห่งจิตวิญญาณการต่อสู้ต่างคนต่างได้รับการฝึกในรูปแบบต่าง ๆ บางคนชอบที่จะสะสม เซียนฉีสำหรับการปรับปรุงขนานใหญ่ ในขณะที่บางคนค่อนข้างจะปรับปรุงไปทีละขั้น หรือแม้แต่มีคนพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำได้เพื่อเข้าถึงดินแดนถัดไป

ปัจจุบันเย่เฉินอยู่ในกลุ่มคนที่สอง เขาได้รับการฝึกฝนในแต่ละขั้นตอนโดยอาศัยการก้าวไปอย่างมั่นคง ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเป็นเหมือนคนกลุ่มแรก แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่มีเวลาที่จะสะสมความคืบหน้าเนื่องจากเวลาการฝึกจริงของเขามีน้อยกว่าสองปี และไม่มีทางทำให้เขาสามารถเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ ได้ สำหรับประเภทที่สามข้อเสียของมันคือการที่ต้องมีค่าใช้จ่ายมากเกินไปไม่ค่อยใครเลือกตัวเลือกนี้

สิ่งที่ดีเกี่ยวกับการทำทีละขั้นอย่างมั่นคงคือการได้รับอนุญาตให้ใช้อำนาจของตนได้เร็วขึ้น และใช้อำนาจของตนได้เต็มสิบส่วนโดยไม่ต้องเสียอะไร

มันเป็นคืนที่เงียบสงบ

เที่ยงวันของวันที่สอง

มีผู้คนจากนิกายการต่อสู้อื่น ๆ เข้าร่วมซึ่งได้แก่นิกายอัสดงนิลกาฬ, หมู่บ้านหิมะแดนเหนือ และนิกายภูเขาแดนใต้ลู่ต้าจากอาณาจักรวายุสวรรค์ แน่นอนว่ามันยังรวมถึงตระกูลระดับที่ 9 จากอาณาจักรวายุสวรรค์ก็คือตระกูลต้วนมู่เท่านั้น

“ดังนั้นนักรบที่มาจึงทรงพลังมาก”

โอวหยางเลี่ย และกลุ่มอ้าปากค้าง, ความภาคภูมิใจของพวกเขาก็พลันหายไป

ในด้านของเย่เฉิน เขารู้สึกตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าหยวนเช่วเหม่ยจะอยู่ที่นี่ “ข้าไม่คิดว่านางจะได้รับการจัดระดับในหกระดับแรกของนิกายภูเขาแดนใต้ลู่ต้า! แต่นางก็มีความเข้าใจที่ดีในเพลงดาบอาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ผู้นำของนิกายภูเขาแดนใต้ลู่ต้าจึงต้องการให้นางมีโอกาสปรับปรุงได้มากขึ้น”

“กลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังมาหาที่ตาย”

หยวนเฮิงหยิง และโม่หวูเช่วหัวเราะเยาะ

ในวันที่สาม

ดวงอาทิตย์สีแดงขึ้นมาจากทิศตะวันออก และย้อมสีส้มในทะเลทรายโบราณด้วยสีแดงเหมือนเลือด

“ดินแดนแห่งความฝันบนสวรรค์แห่งสวรรค์จะเปิดในอีกครึ่งชั่วยาม มอบแหวนจัดเก็บของพวกเจ้าทั้งหมดออกมาให้ข้า” ผู้อาวุโสที่หนึ่งกล่าวบอกคนทั้งสี่

เล่ยหานซานดูเหมือนจะสงสัย “ท่านผู้อาวุโสที่หนึ่ง ทำไม?”

ผู้อาวุโสที่หนึ่งหัวเราะ “พวกเจ้าอาจจะตำหนิข้าสำหรับเรื่องนี้ ข้าลืมที่จะกล่าวถึงก่อนหน้านี้ดินแดนโบราณความฝันแห่งสวรรค์ตั้งอยู่ในช่องว่างระหว่างมิติ ช่องว่างที่มีเอกภพเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นมีรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน เมื่อพวกเราอยู่ในนั้นมันจะปฏิเสธวัตถุแปลกปลอมทั้งหมดแหวนจัดเก็บที่ทำมาจากคริสตัลพื้นที่ก็จะถูกปฏิเสธโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเจ้าฝืนนำเข้าไป แหวนจัดเก็บของพวกเจ้าจะถูกบดขยี้เป็นขี้เถ้าโดยความผันผวนของพื้นที่”

ทั้งสี่คนเข้าใจได้ในทันทีพวกเขาเอาแหวนจัดเก็บออกมา และส่งมอบให้แก่ผู้อาวุโสที่หนึ่ง

ผู้อาวุโสที่หนึ่งพูดว่า “อย่าได้เป็นกังวลแหวนจัดเก็บเป็นของใช้ส่วนตัวของพวกเจ้าหากไม่ได้รับอนุญาตจากพวกเจ้า พวกเราจะไม่มองเข้าไปในพวกมัน”

‘ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น! ‘  เย่เฉินรู้สึกเป็นห่วงว่าผู้อาวุโสที่หนึ่งจะตรวจสอบแหวนจัดเก็บของเขาเพราะเขาได้เก็บหินวิญญาณระดับต่ำเอาไว้มากกว่าหมื่นก้อน และยังมีกระบี่สมบัติระดับต่ำ และอีกหนึ่งแหวนจัดเก็บระดับกลาง เขาไม่เคยคิดว่าข้าวของของเขาจะมีค่าเท่าไร แต่เขาไม่เคยเห็นผู้ฝึกยุทธคนใดสวมใส่แหวนจัดเก็บระดับกลาง

แน่นอนว่าเย่เฉินไม่รู้สึกอายเลย คำขวัญของเขาคือระมัดระวัง และต้องยิ่งระมัดระวัง ถ้าเขาไม่มีนิสัยแบบนี้เขาจะทำผิดพลาดได้มากทีเดียว แม้ว่าเขาจะไว้ใจพวกเขา แต่ก็ไม่จำเป็นต้องให้เขาบอกทุกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวของเขากับพวกเขา

ขณะที่สายรุ้งสีฟ้าสดใสกำลังสว่างขึ้นประตูแห่งแสงที่เหนือชั้นกลายเป็นของแข็งมากขึ้นราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจากคริสตัลที่ซ่อนตัวอยู่ในแสงสีฟ้า

ครึ่งชั่วยามผ่านไปในพริบตา

บูม!

ประตูเปิดออกอย่างช้า ๆ โดยมีเสียงดังมากพอที่จะทำให้หลาย ๆ คนตกใจ

ผู้อาวุโสปล่อยลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเขาก็พูดด้วยใบหน้าที่จริงจังว่า “พวกเจ้าควรจะเข้าไปตอนนี้ แต่อย่าลืมว่าไม่ว่าพวกเจ้าจะถูกส่งไปที่ไหนให้นิ่งสงบ และอย่าตกใจ!”

“พวกเราทราบแล้ว”

ทั้งสี่คนกำลังจะเดินเข้าไปที่ประตู

ชุ!

“เฮ้ยดินแดนโบราณความฝันแห่งสวรรค์ถูกควบคุมโดยพวกเจ้าหรือไง พวกเราได้มาถึงในวันนี้จะไม่มีใครหยุดยั้งพวกเราได้”

ร่างมนุษย์สองคนบินไปทางประตูแสงอย่างรวดเร็ว ความเร็วของพวกเขาใกล้เคียงกับความเร็วของเสียงทำให้เกิดเสียงดัง

‘สองผู้ฝึกยุทธขั้นประสานแดนหยวน!’

เย่เฉินหยุดมองเขารู้สึกประหลาดใจที่พวกเขาได้ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน

สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดคือบรรดาผู้อาวุโสจากนิกายการต่อสู้ต่าง ๆ ไม่ได้หยุดยั้งพวกเขา บางคนส่ายหัวด้วยความสงสาร แต่ส่วนใหญ่ก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะ

ซืบ!

ซืบ!

จากนั้นบางสิ่งบางอย่างที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น ทั้งสองคนเป็นเหมือนผีเสื้อที่ติดไฟพวกเขาถูกไฟไหม้พวกเขาทั้งสองกลายเป็นเงาสีฟ้า และสลายหายไปไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ไม่มีแม้แต่แหวนจัดเก็บบนนิ้วมือของพวกเขา

“คนโง่เง่าถ้าทุกคนสามารถเข้าไปได้ก็คงจะไม่ใช่แค่สองคนเท่านั้น แม้แต่ผู้ฝึกยุทธที่ทรงอำนาจจากนิกายต่าง ๆ ทุกคนก็จะเข้าไปแล้ว”

กฎของดินแดนโบราณความฝันแห่งสวรรค์เป็นเรื่องแปลกจริงๆ มีเพียงคนที่อายุกระดูกไม่เกิน 24 ปีเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ แม้แต่เหล่าผู้ฝึกยุทธที่มีอำนาจอยู่ในขั้นรู้แจ้งเป็นตาย และสามารถเปลี่ยนอายุกระดูกของพวกเขาได้ พวกเขาก็ยังไม่สามารถเข้าไปได้ ”

หลายคนที่เคยรู้สึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหตุนี้เริ่มพูดคุยกัน เย่เฉินก็เลยเข้าใจว่าทำไมเหล่าผู้อาวุโสเหล่านี้ไม่พยายามที่จะหยุดพวกเขาเพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามก็ไม่ยากที่จะเข้าใจว่าในสมัยโบราณ ดินแดนโบราณความฝันแห่งสวรรค์ได้รับการค้นพบมานานแล้วตอนนี้นิกายต่าง ๆ มีความเข้าใจเรื่องนี้มากหรือมิฉะนั้นพวกเขาจะไม่ปล่อยให้สาวกที่ดีที่สุดเข้าไปโดยไม่ลังเล

“ข้าจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”

ศิษย์ชั้นนำของนิกายปีศาจโลหิต โม่หวูเช่วได้เข้าไปเป็นคนแรกร่างกายของเขากลายเป็นเงาเลือด และเข้าประตูไฟแล้วหายตัวไปอย่างสมบูรณ์

เกือบจะในเวลาเดียวกับที่ผู้ฝึกยุทธคนอื่น ๆ จากการจัดอันดับมังกรซ่อนเดินตามเขาเข้าไป พวกเขาเดินเข้าไปในประตูไฟอย่างรวดเร็วพร้อมกับเซียนฉีที่มีสีต่าง ๆ สร้างฉากที่สวยงามมาก

ชุ! ชุ! ชุ!

ในวินาทีต่อมามันเป็นเหมือนโรคระบาดกว่าหกร้อยสาวกจากนิกายต่าง ๆ ที่มารวมกันวิ่งไปที่ประตูไฟทั้งหมด บางคนเริ่มต่อสู้กัน

“ไปกันเถอะ!”

เมื่อเห็นว่าทุกคนได้เข้าไปแล้ว เล่ยหานซานไม่สามารถรอได้อีกต่อไปดังนั้นเขาจึงกระโดดไปที่ทางเข้าของประตูไฟ

นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เฉินได้เห็นผู้ฝึกยุทธที่มีพลังมากมายรวมตัวกันเขาได้แต่แสดงความคิดเห็นบางอย่าง จากนั้นเขาก็ส่ายหัว และเดินตามซู่อิง และเดินเข้าไปภายในประตูอย่างช้า ๆ

“โอวหยางเลี่ย, โอวหยางหมิง พวกเจ้าสองพี่น้องอย่าลืมฆ่าทุกคนที่มาจากนิกายเมฆครามที่พวกเจ้าพบ และอย่าได้ปล่อยให้พวกเขาหนีไปได้ ข้าอนุญาติให้เจ้าสามารถร่วมมือกับนิกายอื่น ๆ และการสังหารหมู่พวกเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีชื่อว่า เย่เฉิน” ผู้อาวุโสจากนิกายอัสดงนิลกาฬ ส่งข้อความถึงศิษย์ที่หนึ่งโอวหยางเลี่ย และศิษย์ที่สองโอวหยางหมิงด้วยเซียนฉีของเขา

แสงแห่งความชั่วร้ายไหลผ่านดวงตาของโอวหยางหมิงแล้วเขาก็ตอบรับกลับด้วยเซียนฉีของเขาว่า “อย่าได้กังวลใจไปเลยท่านผู้อาวุโสแม้ว่าท่านจะไม่ได้เตือนพวกเรา แต่ข้าก็ยังคงจะจัดการกับสี่สาวกของนิกายเมฆครามสำหรับเย่เฉินแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยุ่งยากสักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้หากมีเวลามากพอเขาจะต้องพบกับการต่อสู้ที่ยากลำบาก ”

“ดีนั่นเป็นสิ่งที่ข้าหมายถึง” ผู้อาวุโสจากนิกายอัสดงนิลกาฬหัวเราะ

โอวหยางเลี่ย กล่าวโดยไม่ลังเลใจว่า “ตราบเท่าที่ข้าอยู่ที่นั่นทั้งสี่คนจะไม่ได้กลับมาอย่างมีชีวิตอีก”

“ดี!!”

ชุ! ชุ!

ทั้งสองเดินเข้าประตูไปด้วยจุดประสงค์ที่พูดไม่ได้

อีกสี่สาวกของนิกายอัสดงนิลกาฬก็ติดตามพวกเขาเข้าไปด้วย

ที่ด้านข้างของผู้อาวุโสที่สี่ได้สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวลึกลับเหล่านี้ เขาได้ส่งข้อความไปยังผู้อาวุโสที่หนึ่งด้วยเซียนฉีของเขาว่า “ไอ้พวกเหล่าร้ายจากนิกายอัสดงนิลกาฬน่าจะวางแผนที่จะทำอะไรที่ชั่วร้าย ”

ผู้อาวุโสที่หนึ่งกล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่พวกเขาเดินเข้าไปในดินแดนโบราณความฝันแห่งสวรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกำมือของพวกเขาเอง พวกเราจะต้องเชื่อว่าพวกเขาจะทำได้อย่างดีที่สุด มันคงจะดีถ้าหากพวกเขาสามารถสังหารสาวกของนิกายอัสดงนิลกาฬก่อนที่พวกเขาจะกลับมา ”

“เล่ยหานซาน และซู่อิงจะโหดเหี้ยมมากเมื่อถึงคราวจำเป็น ซู่เหม่ยยังคงค่อนข้างอ่อนแอต่อเรื่องแบบนี้ส่วนเย่เฉินข้าไม่สามารถอ่านเขาได้ สงสัยว่าเขาจะไม่ง่ายเหมือนอย่างรูปลักษณ์ภายนอก ”

“อย่าประมาทเย่เฉินในช่วงเวลาที่สำคัญเขาจะโหดเหี้ยมยิ่งกว่าคนอื่น ๆ ”

เมื่อเขาเดินเข้าไปในประตูไฟ เย่เฉินรู้สึกว่าพื้นที่รอบ ๆ ตัวของเขาบิดเบี้ยว เขาไม่สามารถมองเห็นหรือรู้สึกอะไรได้แม้ว่าดวงตาของเขาจะจ้องมองอยู่ตลอดเวลา จากนั้นร่างกายของเขาก็เบา และเบาขึ้นมันเหมือนกับว่าเขากำลังเดินทางผ่านเวลาด้วยความเร็วที่ไม่สามารถรับรู้ได้

เขาไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน

เย่เฉินปรากฏตัวขึ้นที่ราบลุ่มที่กว้างใหญ่ นอกเหนือจากบริเวณบึงสีเทาที่ปกคลุมรอบ ๆ ตัวเขามีต้นไม้ยักษ์ที่ดูแปลก ๆ และมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมารอบ ๆ บริเวณดังกล่าว