0 Views

 

ใกล้ ๆ กับปีศาจวัวสายฟ้าสีเงิน และปีศาจหมาป่าหนาม เกิดเสียงคำรามดังออกมาในเวลาเดียวกัน และรีบวิ่งออกมาพร้อมกัน หนึ่งในนั้นเหมือนสายฟ้า ในขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นเหมือนควันสีดำ

บูม!

ต้นไม้โบราณถูกเป่ากระเด็นออกมาจากพื้นดินพร้อมกับราก และดินโคลน

เย่เฉินอยู่ในอากาศในขณะที่เขาฟันออกไปอีกครั้งหนึ่ง

ชุ!

ขาข้างหนึ่งของปีศาจหมาป่าหนามถูกตัดออก มันล้มลงบนพื้น และเลื่อนไถลออกไปหลายร้อยก้าวเนื่องจากแรงต้าน ในที่สุดก็กระแทกกับต้นไม้ และหยุดลง

ปีศาจหมาป่าหนามพยายามยืนขึ้น และส่ายหัวเนื่องจากอาการวิงเวียนของมัน แล้วจ้องมองไปที่เย่เฉินด้วยความกลัวเล็กน้อยที่ปรากฎอยู่ภายในสายตาของมัน

มนุษย์คนนี้ดูเหมือนจะไม่มีพลังมากนัก อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ทั้งปีศาจวัวสายฟ้าสีเงิน และมันไม่สามารถทำร้ายเขาได้ และมันได้เสียขาของมันในตอนนี้มันเกิดความกลัวว่าปีศาจวัวสายฟ้าสีเงิน และมันจะตายก่อนที่พวกมันจะสามารถทำร้ายเขาได้

ปีศาจวัวสายฟ้าสีเงินดูเหมือนว่ากำลังวางแผนที่จะถอยออกมา อย่างไรก็ตามปีศาจหมาป่าหนามยังไม่ได้ถอยกลับออกมา ดังนั้นมันควรจะทำอย่างไร?

“ข้ามีความเข้าใจในพื้นฐานเกี่ยวกับทักษะเพลงดาบสะท้านเมฆาแล้ว และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องกำจัดพวกมันได้แล้ว” ก่อนหน้านี้เย่เฉินยังไม่ได้ใช้เจตนาดาบครึ่งก้าวของเขา การโจมตีด้วยปราณดาบฉีของเขาที่แสดงออกมาเป็นเหมือนเช่นคนปกติใช้กันเท่านั้น

เย่เฉินหันกลับไป และฟันดาบออกไปในอากาศสองครั้ง สองปราณดาบฉีพร้อมกับการเพิ่มเจตนาดาบครึ่งก้าวถูกส่งออกไป

บูม! บูม!

หลุมดาบปรากฏขึ้นบนร่างของปีศาจวัวสายฟ้าสีเงิน และหัวของปีศาจหมาป่าหนาม จากนั้นร่างขนาดใหญ่ของพวกมันก็ล้มลงเหมือนเช่นภูเขาที่พังทลาย

ภายในซากศพทั้งสองมีแกนผลึกขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลายหมื่นเหรียญทอง เย่เฉินเอามาเก็บไว้ภายในแหวนจัดเก็บของเขาพร้อมกับส่วนอื่น ๆ ที่มีค่า

หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เย่เฉินก็ลุกขึ้นยืนตรงมองไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของเนินไร้เสียง

นั่นเป็นสถานที่ต้องห้ามที่แท้จริง เมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมามีบุคคลสองคนที่ทรงอำนาจที่ส่งคนเข้ไปภายในส่วนลึกของป่าเพื่อหาพืชสมุนไพรที่หาได้ยาก แต่น่าเสียดายที่พวกเขาได้เผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจฉีระดับเจ็ด วัวหน้าผี ทำให้เหลือรอดเพียงหนึ่งคนจากหนึ่งร้อยคน แต่สุดท้ายผู้ที่เหลือรอดเขาก็เสียชีวิตในวันต่อมาหลังจากที่ได้รับปราณฉีของสัตว์ปีศาจมากเกินไป นับตั้งแต่เหตุการณ์นี้เป็นต้นมาก็ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปยังที่นั่นอีกต่อไป

‘สัตว์ปีศาจฉีระดับเจ็ด?’ เย่เฉินไม่อาจจินตนาการถึงความน่ากลัวได้ มันใกล้เคียงกับผู้ฝึกยุทธขั้นวิถีดาราไม่ต้องเอ่ยถึงเย่เฉิน แม้แต่ผู้นำของนิกายการต่อสู้ชั้นนำทั้ง 5 แห่งก็ไม่สามารถจัดการกับการโจมตีแบบสบาย ๆ ของมันได้ อย่างไรก็ตามความถูกต้องของข่าวลือยังไม่ได้รับการยืนยัน นอกจากข่าวลือแล้วยังไม่มีใครเคยเห็นมันแม้แต่กับคนเดียว เนื่องจากคนเหล่านั้นได้ตายไปหมดแล้ว

เย่เฉินส่ายหัวแล้วหันหลังกลับ และกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปสิบก้าว หลังจากนั้นอีกไม่กี่การเคลื่อนไหวร่างที่กะพริบผ่านของเขาก็หายตัวไปอย่างสมบูรณ์

ไม่นานหลังจากที่เย่เฉินจากไป ก็ปรากฎร่างของมนุษย์อีกผู้หนึ่งในเงาหมอก

ป๊อบ!

ชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นอยู่บนใบหน้าของเขา เท้าของเขาลงแตะพื้นเบา ๆ เขาเห็นศพของสัตว์ปีศาจฉีทั้งสองตัวที่พื้น และทำได้เพียงพูดบางอย่างออกมา

“ในที่สุดหนุ่มน้อยคนนี้ก็อยู่ตามลำพัง ใครจะคาดหวังว่าเขาจะมุ่งหน้าเข้ามายังส่วนที่ลึกที่สุดของเนินไร้เสียงที่มีหมอกที่แม้แต่ดวงตาของมนุษย์ก็ไม่สามารถมองผ่านได้ยาก ในระยะร้อยก้าวข้าไม่สามารถที่จะรู้สึกถึงกลิ่นใด ๆ มิฉะนั้นข้าจะไม่ปล่อยให้เขาจากไปได้อย่างง่ายดาย ข้าจะฆ่าเขาที่นี่”

ผู้ชายวัยกลางคนที่มีรอยแผลจากดาบบนใบหน้าของเขา ผู้ซึ่งเคยเฝ้าดูการแข่งขันการจัดอันดับของศิษย์ภายในของนิกายเมฆคราม จูเลี่ยหยางซึ่งเป็นคนของนิกายอัสดงนิลกาฬ

เขาได้ส่งคนมาสอดแนมบนภูเขาวายุเพื่อรอโอกาสที่เย่เฉินจะอยู่คนเดียวเพื่อที่จะได้ฆ่าเขาได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคาดหวังว่าเขาจะพบกับโชคร้ายเช่นนั้น เมื่อเย่เฉินออกจากภูเขา เขามุ่งหน้าไปยังเนินไร้เสียงทันที และเข้าไปภายในส่วนที่ลึกที่สุด เมื่อจูเลี่ยหยางรู้ข่าวนี้ เขารีบออกติดตามเย่เฉิน เขาหวังว่าเขาจะสามารถตามเย่เฉินได้ทัน

“คราวนี้เจ้ามีโชคที่ดี แต่ครั้งต่อไปเจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน ” ดวงตาของจูเลี่ยหยางเต็มไปด้วยความต้องการที่จะฆ่าเย่เฉิน

โฮ!!!!!

ในขณะนั้นเสียงคำรามอันน่ากลัวก็ดังออกมา ในเสี้ยวอึดใจถัดมาท้องฟ้ามืดทึบปกคลุมไปด้วยเมฆที่มืดมิด

“สิ่งที่น่ากลัว สัตว์ปีศาจฉี! อย่างน้อยต้องเป็นระดับ 6” ความกลัวปรากฎขึ้นบนใบหน้าของจูเลี่ยหยาง และเขารีบหนีออกไปทันที

ในระยะไกล

มีลำแสงสีดำถูกยิงออกมา ทุกที่ที่มันผ่านต้นไม้ถูกทำลายภูเขาถูกตัดผ่าน ปรากฎเป็นรอยลึก ๆ ถูกแกะสลักไว้บนแผ่นดินด้วยแสงสีเข้ม และมันก็ยังคงเดินหน้าต่อไป

มันเร็วมากจนจูเลี่ยหยางไม่มีเวลาที่จะหลบหนี เขาตะโกน  และจู่ ๆ ก็มีแสงสว่างโผล่ขึ้นมารอบ ๆ ตัวเขา

บูม!

แสงสว่างจางหายไปในที่เกิดเหตุ เลือดไหลออกมาจากปากของจูเลี่ยหยาง และเสื้อผ้าของเขายังได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

“บัดซบ สัตว์ปีศาจฉีมันมุ่งตรงมาทางข้า เพราะเขา!!!” จูเลี่ยหยางเดินทางโดยไม่มีเสียงแน่นอนเขาไม่ได้ดึงดูดความสนใจที่ไม่พึงประสงค์ หลังจากคิดถึงบางอย่างแล้ว เขาก็ตระหนักดีว่าการต่อสู้กับสัตว์ปีศาจฉีก่อนหน้าของเย่เฉินได้ดึงดูดสัตว์ทุกตัวที่มีพลังที่อยู่ในส่วนลึกของเนินไร้เสียง

เขาไม่ได้มีเวลามาสนใจร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บของเขา เขารีบสะสมเซียนฉีทั้งหมดของเขา และกลายเป็นแสงไฟที่ยิงออกไปไกล ในขณะที่เขายังโยนเม็ดสีแดงเข้มลงในปากของเขา

หลังจากนั้นไม่นานเจ้าของแสงสีดำก็ปรากฏตัวขึ้น ร่างขนาดใหญ่ของมันยืนอยู่กลางเทือกเขา มีความสูงสามจั้งแปลกใจที่มันเป็นงูสีดำขนาดใหญ่

ถ้าเมฆหายไปในทันที และคนที่มองลงมาจากฟากฟ้าพวกเขาจะได้เห็นฉากที่น่ากลัวนี้

ช่องว่างขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นดินที่เริ่มต้นห่างออกไปสิบลี้ และต่อเนื่องไปจนถึงสถานที่แห่งนี้ นั่นหมายความว่าแสงสีดำถูกยิงจากระยะไกลถึงสิบลี้ นี่เป็นระดับที่น่ากลัวมาก ถ้ามันเร็วขึ้นกว่านี้อีกนิดหน่อยก็น่าสงสัยว่าจูเลี่ยหยางจะสามารถรอดชีวิตไปได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามจากระยะทางทำให้พลังของการโจมตีจะลดลงอย่างแน่นอน

งูสีดำขนาดใหญ่รู้สึกว่ากลิ่นหายไปจึงใช้หัวขนาดใหญ่กระแทกไปที่เนินเขาที่อยู่ข้างๆ เนินเขาขยับออกเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่เพียงเล็กน้อย มันเริ่มที่จะเดินทางกลับไปยังตำแหน่งที่มันได้จากมา ในขณะที่กระแทกกับต้นไม้ทั้งหมดที่พบ

ท่ามกลางหุบเขาที่มีทิวทัศน์อันงดงามหลายแห่งมีทุ่งหญ้าที่งดงาม

ในลานหน้าบ้านพักข้าง ๆ ทะเลสาบบางแห่งนี้มีเด็กหญิงวัยรุ่นสามคนนั่งอยู่ด้วยกัน และกำลังพูดคุยกัน

“ศิษย์น้องจื่อ เจ้ารู้เกี่ยวกับการแข่งขันการจัดระดับศิษย์ภายในของนิกายเมฆคราม?” สาววัยรุ่นที่สวมหน้ากากสีเขียวกล่าวอย่างกระทันหัน

สาววัยรุ่นที่สวยงามที่มีความรู้สึกหนาวเย็นกล่าวเบา ๆ ว่า “โอ้ข้าไม่คิดว่าจะมีคนของนิกายเมฆครามที่น่าสนใจ”

วัยรุ่นที่ดูดีพยักหน้าของนาง และกล่าวว่า “นิกายเมฆครามอยู่ที่ด้านล่างสุดของห้านิกายการต่อสู้สิ่งที่เรียกว่าสิบอันดับศิษย์ภายในเหล่านั้นก็เป็นเพียงระดับเล็กน้อยเมื่อเทียบกับศิษย์ภายในของพระราชวังมรกตของเรา และศิษย์สิบอันดับแรกของศิษย์ภายในของพระราชวังมรกตของเราทุกคนอยู่ในระดับของเหล่าศิษย์หลักที่สำคัญของนิกายเมฆครามไม่อาจเอามาเปรียบเทียบกันได้ ”

“ข้าได้ยินมาว่าในการแข่งขันจัดอันดับศิษย์ภายใน ในปีนี้มีอัจฉริยะสองคนปรากฏตัวขึ้นมาคนหนึ่งชื่อเมิ่งชง และอีกคนคือเย่เฉินทั้งสองคนมีพลังเทียบเท่ากับใครบางคนของศิษย์หลัก ”

“เย่เฉิน!” ทั้งสาวสวยและเด็กผู้หญิงหน้าตาดีมองไปที่ผู้พูดด้วยความตกใจ

หญิงสาวที่สวมหน้ากากสีเขียวถามด้วยความอยากรู้: “ข้าพูดอะไรผิดไป?”

“เย่เฉินแข็งแกร่งแค่ไหน?” หญิงสาวสวยรีบถาม

“เขาได้มอบความพ่ายแพ้ให้กับเมิ่งชง และได้รับตำแหน่งอันดับแรก ข้าได้ยินมาว่าเขามีพลังมาก”

หญิงสาวสวยนั้นตกใจเล็กน้อยในตอนแรก แต่แล้วนางก็ผ่อนคลาย ‘สิบศิษย์อันดับแรกของนิกายเมฆคราม? แล้วยังไงล่ะ? ตอนนี้นางเป็นหนึ่งในศิษย์หลักของพระราชวังมรกตยิ่งไม่เอาจเอามาเปรียบเทียบได้

“เย่เฉินไม่เพียงแต่ทรงพลังเท่านั้น แต่เขาก็ยังรู้ถึงเจตนาดาบครึ่งก้าว ตอนนี้ทุกคนในอาณาจักรวายุสวรรค์กำลังพูดถึงเขาอยู่”

“อะไร!?”

สาววัยรุ่นที่ดูดีตกใจมาก

พวกนางเชื่อเลยว่ามันเป็นแค่คนที่มีชื่อเดียวกันเพราะไม่มีทางที่จะเป็นเย่เฉินที่พวกนางเคยรู้จักมาก่อน

(TL : ตอนแรกว่าจะไม่บอกแปลตามต้นฉบับไปเลยแต่กลัวบางคนงง หญิงสาวสวย คือจื่อเชว่เยี่ยน สาววัยรุ่นที่ดูดีคือเย่ซวน)