0 Views

 

“ศิษย์พี่เย่เฉินเป็นตัวอันตรายจริง ๆ แต่ว่าศิษย์พี่เมิ่งชง และศิษย์พี่หลี่กวงก็ยังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริง แม้แต่ศิษย์พี่ฟงผิงก็พ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของศิษย์พี่สองคนนี้เช่นกัน” พวกศิษย์ที่เหลือก็เริ่มค่อย ๆใส่คำว่า “ศิษย์พี่” ไว้ข้างหน้าชื่อของเย่เฉิน สองคำนี้แสดงว่าพวกเขาได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของเย่เฉินแล้ว

“เอาล่ะ ลองมาดูกันว่าศิษย์พี่เย่เฉินสามารถสู้กับกระบวนท่าแรกของดาบผีของศิษย์พี่หลี่กวงได้หรือไม่ แม้ว่าเขาจะทำได้ แต่ยังคงมีกระบวนท่าที่สอง และสามของดาบผีอีก”

ดาบผี หลี่กวงมีทักษะดาบที่คาดเดาไม่ได้ เพียงเผยช่องเพียงเล็กน้อยเขาจะสร้างปัญหาให้แก่ฝ่ายตรงข้ามของเขา เฉพาะผู้ที่มีทักษะเท่ากันหรือสูงกว่า และระดับความแข็งแกร่งที่สามารถเเทียบกับเขาได้จึงจะสามารถต่อสู้กับเขาได้

บนเวทีการต่อสู้

ด้วยสายตาที่เย็นตา หลี่กวงยืนตรงเหมือนเช่นดาบ

อีกด้านของฝั่งตรงข้าม เย่เฉินดูสงบ และไม่สะทกสะท้าน

“โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกยุทธทั่ว ๆ ไป จะไม่สามารถทนต่อดาบที่สองได้ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีฝีมือและมีความสามารถบางอย่าง บางทีเจ้าอาจจะสามารถทำให้ข้าใช้ท่าที่สามได้?” หลี่กวงกล่าวในขณะที่เขาพูดกับเย่เฉิน

เย่เฉินกล่าวตอบว่า “เจ้าแน่ใจหรือ? ข้าขอแนะนำให้เจ้าใช้ทุกอย่างที่เจ้ามีออกมาทั้งหมด”

“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถที่จะทำให้ข้าแสดงทุกอย่างที่ข้ามีด้วยความสามารถของเจ้า?” สายตาของ หลี่กวงแปลเปลี่ยนเป็นหนาวเย็น เขารู้สึกว่าคำพูดของเย่เฉินเป็นการดูถูกความสามารถของเขา

ทั้งสองแยกจากกันห่างออกไปสามสิบก้าว หนึ่งมีลักษณะหนาวเย็นอยู่ภายในสายตาของเขา คนอื่น ๆ อาจดูว่าสงบมาก ผู้ชมดูเหมือนว่าพวกเขากำลังหยุดหายใจ พวกเขาจ้องมองไปบนเวทีการต่อสู้ด้วยตาที่เบิกกว้าง

ฮืม!

ด้วยแสงแห่งความกระจ่างจาง ๆ ดาบเมฆาซ่อนปรากฎอยู่ภายในมือของเย่เฉิน เขาตอบอย่างเย็นชาว่า “ถ้าเจ้าไม่ใช้ออกมาทั้งหมด เจ้าจะไม่มีโอกาสเอาชนะข้าได้”

ผู้ชมเกือบทั้งหมดต่างตกตะลึงกับคำพูดของเย่เฉิน

“อะไรกัน!!! ศิษย์พี่เย่เฉินก็ใช้ดาบเป็นอาวุธเช่นเดียวกับศิษย์พี่หลี่กวง!!”

“นี่เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์จริง ๆ นี่หมายความว่าศิษย์พี่เย่เฉินไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันในรอบที่ผ่านมาอย่างจริงจังหรอกหรือ?”

“มันน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นการต่อสู้ระหว่างสองนักดาบที่ยิ่งใหญ่”

เมื่อเย่เฉินชักดาบออกมา มันทำให้ผู้ชมทุกคนรู้สึกประหลาดใจ พวกเขาทั้งหมดรู้ว่าดาบทั่ว ๆ ไปในมือของเขาจะถูกจำกัดความแรงของการต่อสู้ของเขาอย่างมาก  เฉพาะกับดาบที่เป็นที่รักในมือของเขาเท่านั้น เขาจึงจะสามารถแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่

ผู้อาวุโสพยักหน้าพลางกล่าวว่า “น่าสนใจ! ช่างน่าสนใจจริง!”

มือของเย่เฉินที่กำลังจับดาบเมฆาซ่อนเอาไว้อย่างแน่นหนา และส่งพลังที่แข็งแกร่งของเขากระจายออกมาอย่างเต็มที่ ดวงตาของเขาแหลมคมเหมือนแสงของคมดาบทำให้จิตใจของผู้คนขึงขังขึ้น ในขณะที่ลำตัวของผู้คนถูกฉีกจาดจากความคม

อย่างไรก็ตามหลี่กวงตกใจมากเมื่อพบว่าเย่เฉินก็เป็นนักดาบ หลังจากที่ทุกคนได้เห็นเย่เฉินในลักษณะแบบนี้ ต่างรู้สึกเหมือนเป็นคนธรรมดาเพียงชั่วครู่ แม้กลิ่นอายของเขาก็ไม่มีอะไรที่เป็นพิเศษ เท่าที่เขารู้ดาบจะมีปราณดาบอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น ความคมชัดของปราณดาบ ความหนาวเย็นของปราณดาบ และยังมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ ไม่สามารถตำหนิหลี่กวงได้เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ นี่เป็นเพราะเย่เฉินที่มีความสามารถในการซ่อนมันเอาไว้ หนึ่งต้องเป็นดาบที่มีความสามารถที่ยอดเยี่ยมเพื่อให้สามารถซ่อนความสามารถของเขาในขอบเขตดังกล่าวได้

แต่น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าเย่เฉินเคยฝึกทักษะซ่อนปราณฉีไว้ในระดับสูงมาก ทักษะนี้ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพในการซ่อนระดับการบ่มเพาะของเขา แม้กระทั่งกลิ่นอายของเขาอาจถูกปกปิดทำให้คนไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ที่แท้จริงได้ ไม่ต้องกล่าวถึงหลี่กวง แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธขั้นประสานแดนหยวนก็จะไม่สามารถบอกได้เช่นกัน

“เป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ ที่เจ้ายังเป็นนักดาบอีกด้วย แน่นอนในการต่อสู้ครั้งนี้จะน่าสนใจมากขึ้นโดยการเอาชนะกันด้วยเพลงดาบ ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถยืนหยัดได้ถึงตอนนั้น” ด้วยมือของเขาจับไปที่ด้ามดาบ หลี่กวงส่งปราณฉีของเขาลงไปในด้ามดาบของเขา

หลี่กวง เริ่มต้นการต่อสู้ด้วยฝีมือที่ยอดเยี่ยมของเขา!

ชิ๊ง!

หลี่กวงเหลือทิ้งไว้เพียงภาพเงาของเขา ทั้งคนและดาบพุ่งตรงไปที่เย่เฉิน เช่นเดียวกับดาบที่แหลมคมที่พึ่งออกจากฝัก

ในพริบตาระยะทางของพวกเขาลดลงเหลือเพียงห้าก้าวเท่านั้น

“!!”

ขณะนี้หลี่กวงชักดาบออกมา เมื่อดาบถูกปลดปล่อยออกมามันทำให้เกิดแสงสีดำที่ดูเบาบางแผ่กระจายออกไปโดยรอบ ในความเป็นจริงมันเป็นไปอย่างรวดเร็วคล้ายกับฝันร้าย การโจมตีครั้งนี้ทำให้ผู้คนไม่สามารถบอกได้ว่ามันโจมตีอีกฝ่ายได้อย่างไร

หน้าของจางฮ่าวหลานเปลี่ยนเป็นขาวซีด หลังจากที่เขาพ่ายแพ้ภายใต้ดาบเล่มนี้มา ความทรงจำอันเจ็บปวดของเขาถูกฝังเงาที่หวาดกลัวต่อดาบเล่มนี้เอาไว้ภายในใจทำให้เขารู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมาก

เสียงดังกราว!

เย่เฉินใช้ดาบของเขาท่ามกลางสายตาของผู้ชม เขาวางดาบของเขาไว้ในมุมที่เป็นไปไม่ได้

นอกจากนี้แสงดาบของเย่เฉิน ยังมีความบางเฉียบเป็นแบบเรียบง่ายซึ่งแสดงถึงจุดสูงสุดของความคมที่ชัดเจน

ชิ๊ง!

ดาบแรกของหลี่กวงถูกปัดทิ้ง และกระเด็นกลับไปโดยไม่อาจทำอะไรได้ แต่เขาไม่ค่อยสนใจในเรื่องนี้ เขาอยากจะใช้ดาบท่าที่สองเพื่อปราบปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างสมบูรณ์

แต่เกินความคาดหมาย สร้างความประหลาดใจแก่เขา เย่เฉินสามารถเริ่มโต้กลับได้

“จุดสูงสุดของจุดสูงสุด!”

สุดยอดสิบสามกระบวนดาบ เป็นเพียงทักษะระดับนึงที่อยู่ในระดับสูงสุดหากอยู่ในมือของเหล่านักดาบคนอื่น ๆ แต่เมื่อเย่เฉินเป็นผู้ใช้โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงมากนักกับรุนแรงจนไม่อาจคาดเดาได้ ดาบชี้ตรงไปที่หน้าอกของหลี่กวง

ท่านี้บังคับให้หลี่กวงต้องก้าวถอยหลังออกไป และใช้ด้านหลังของใบดาบของเขาเพื่อป้องกันตัวเอง

เย่เฉินได้ใช้โอกาสนี้อย่างรวดเร็ว และยังคงโจมตีไปที่หลี่กวงด้วยทักษะเพลงดาบของเขา

ดวงตาของเย่เฉินคมกริบ ในขณะที่เขาขยับมือข้อมือ แสงไฟจากดาบที่ซ้อนทับอีกชั้นหนึ่งในระยะเวลาสั้น ๆ มุ่งหน้าไปยังหลี่กวงอย่างรวดเร็ว

” อะไรกัน?” แสงดาบที่พุ่งตรงไปยังหลี่กวงเปรียบเหมือนภูเขา แลกจากเทือกเขากลายเป็นยอดเขาที่ทำให้เกิดผลกระทบอย่างมากภายในใจของเขา

หลี่กวงไม่สามารถปกป้องการโจมตีที่ยากยิ่งนี้ได้ และกระโดดสูงขึ้นไปเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนท่านี้ เขาพยายามที่จะชิงความได้เปรียบโดยการฟันไปที่เย่เฉิน

ชิ๊ง! ชิ๊ง! ชิ๊ง! …..

เมื่อทั้งสองดาบเข้าปะทะกันก็เกิดมีประกายไฟที่บินออกไปอยู่ทุกหนทุกแห่ง คลื่นกระแทกเริ่มทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในบริเวณโดยรอบ

การเคลื่อนไหวของพวกเขาเป็นไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ผู้ชมส่วนใหญ่จะมองเห็นพวกเขาได้อย่างชัดเจน

“นี่เป็นการต่อสู้ที่ดีระหว่างสองนักดาบ! ทุกกระบวนท่าที่ใช้ออกมาสามารถเอาชีวิตของพวกเขาได้ หากพวกเขาไม่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ!”

“เย่เฉินแก้ไขสถานการณ์ได้ดีโดยสามารถป้องกันการโจมตีครั้งแรกของหลี่กวงได้อย่างง่ายดาย และเขายังสามารถเปลี่ยนกระแสของการต่อสู้ได้โดยการเริ่มโจมตีส่วนกลับไปอย่างรวดเร็ว!”

ในกลุ่มผู้ชม เป่ยเช่าฉิง และฉุยรั่วถงกำลังยืนอยู่ด้วยกัน

ฉุยรั่วถงกล่าวว่า “ดูเหมือนเพื่อนของเจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย”

ทันใดนั้น เป่ยเช่าฉิงหัวเราะอย่างมั่นใจและกล่าวว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าตัดสินหนังสือจากปกของมันความสามารถและทักษะของหลี่กวงเหนือกว่าเมื่อปีก่อนอย่างมาก ข้าคาดหวังว่าเขาจะเอาชนะ เย่เฉินได้ด้วยกระบวนท่าที่ 7 ของเขา ตอนนี้เขาพึ่งใช้แค่กระบวนท่าที่ 3 ของทักษะเพลงดาบผีเท่านั้น ”

“แต่ข้าคิดว่าเย่เฉินยังไม่ได้เอาจริง”

หลี่กวงใช้เวลาเพียงไม่กี่ก้าวหลังลงสู่พื้นเวที จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “ข้ายอมรับว่าเจ้ามีความสามารถที่จะทำให้ข้าต้องใช้ทุกสิ่งที่ข้ามี แต่เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะมอบความพ่ายแพ้ให้แก่ข้า! ถึงเวลาที่ข้าจะต้องแสดงให้เห็นถึงพลังอันแท้จริงของข้าแล้ว!”

หลี่กวงก้าวออกไปข้างหน้า ในขณะที่เขากำลังค่อย ๆ ถูกล้อมรอบด้วยคลื่นสีดำขนาดใหญ่ ดาบสีดำของเขาส่องประกายแสงอันน่าสยดสยองออกมา

“ดูดวิญญาณ!”

คราวนี้หลี่กวงไม่ได้ถอยกลับ เขารู้ดีว่าทักษะที่ต่ำกว่ากระบวนท่าดาบที่เจ็ดจะไม่สามารถทำร้าย เย่เฉินได้ เฉพาะดาบที่เจ็ดเท่านั้นที่สามารถเอาชนะเขาได้

คลื่นสีดำขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาเย่เฉินพร้อมด้วยดาบสีดำ เย่เฉินไม่ได้แสดงความกลัวใด ๆ ออกมา เขาหลับตาของเขาลงครู่หนึ่ง และเมื่อเขาลืมตาขึ้นจ้องมองก็คล้ายกับว่ามีแสงดาบปรากฎออกมา มันเหมือนกับว่ามีสายฟ้าไหลผ่านออกมาเหมือนดังเช่นน้ำตา

“ทะลวงผ่าน!” เมื่อเย่เฉินฟันออกไป พวกศิษย์ภายในทุกคนที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างต้องจับดาบของพวกเขาที่ต่างก็เริ่มสั่นสะเทือนรู้สึกราวกับว่าพวกมันต้องการที่จะบินไปมีส่วนรวมกับการฟันที่ออกมาจากดาบของเย่เฉินในครั้งนี้

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งตะโกนดังขึ้น “เจตนาดาบ! นี่คือเจตนาดาบอย่างไม่ต้องสงสัย เขาฝึกสำเร็จได้อย่างไร?”

……