0 Views

 

“แม้ว่าฟงผิงจะพ่ายแพ้ให้กับเย่เฉินในแง่ของความเร็ว แต่ความเร็วของเขายังคงค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับศิษย์คนอื่น ๆ แต่เขาก็ไม่สามารถหลบหนีจากการโจมตีของศิษย์พี่เมิ่งชงได้ ช่องว่างนี้ใหญ่มาก”

“ปีนี้ศิษย์พี่เมิ่งชง น่ากลัวกว่าปีที่ผ่านมาเสียอีก”

เมื่อได้ยินการสนทนาของฝูงชน เย่เฉินรู้สึกขุ่นเคืองต่อดาบเงาโลหิตเมิ่งชง เพราะเขาแข็งแกร่งมาก การโจมตีของเขาทำได้ง่าย ๆ  แต่มันได้ตัดออกด้วยความเร็วอย่างมาก ด้วยความสามารถด้านเพลงดาบที่มีความเรียบง่ายเช่นนี้เขาสามารถจัดการกับความเสียหายขนาดใหญ่ดังกล่าวได้

ดังนั้นในการต่อสู้กับเมิ่งชงไม่สามารถพึ่งพาแค่เพียงทักษะเพลงดาบของพวกเขา เว้นแต่ระดับความสามารถของเขาเหนือกว่าเมิ่งชง

ยี่ฉิงมองไปที่ศิษย์ทุกคนที่แข่งขันกันในการต่อสู้ ต่างมองไปทางอันดับหนึ่งในสิบอันดับแรกด้วยความหวาดกลัว

“ข้าคิดว่าข้าอาจจะสามารถเอาชนะเขาได้ในปีนี้ แต่ช่างน่าเศร้ายิ่งนักที่ข้าถูกทิ้งไว้ข้างหลังให้ไกลกว่าเดิม”

ที่ด้านข้างของเขา ซงเฟยถามว่า “เจ้าเป็นอันดับที่สองในการแข่งขันในปีที่ผ่านมาหรือไม่?”

“การจัดอันดับก่อนหน้านี้ไม่มีความสำคัญ ในเวลานี้ช่องว่างได้เพิ่มมากขึ้นพลังของเขาถึงระดับของศิษย์หลักที่ดีที่สุดบางคนแล้ว”

“ศิษย์หลัก” ซงเฟยสูดลมหายใจเย็น ๆ เข้าไป เขาเข้าใจดีว่าคนที่อยู่ในอันดับสูงสุดของเหล่าศิษย์หลักนั้นเป็นอย่างไร แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในจุดสูงสุดยอดของขั้นควบแน่นปราณแท้จริงขั้นปลาย ก็ตามแต่ทุกคนจากเหล่าศิษย์หลักสามารถเอาชนะเขาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ถ้าเป็นคนที่มีอันดับที่ดีในหมู่พวกเขา เขาจะเป็นความผิดปกติที่ยากมากที่จะเอาชนะได้

เย่เฉินได้รับเลือกให้ต่อสู้ในการแข่งขันรอบที่สี่ ชื่อของฝ่ายตรงข้ามคือ หยางเลี่ย

โดยขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามของเขารีบเดินขึ้นไปบนเวที และรีบเดินกลับเพื่อที่จะอยู่ห่างไกลจากเย่เฉินเพื่อไม่ให้เย่เฉินหายตัวไปจากสายตาของเขา

เย่เฉินส่ายหัว เขามีรอยยิ้ม และยืนนิ่ง ๆ อยู่บนเวที

เมื่ออยู่ห่างจากเย่เฉินประมาณสามสิบก้าวหยางเลี่ยได้หยุดเดิน และส่งปราณมีดสามสายจากใบมีดไปยังตำแหน่งของเย่เฉิน

ร่างกายของเขาขยับตัวไปข้างหน้าและหลีกเลี่ยงลำแสง  และปล่อยพลังที่ซ่อนอยู่ไปทางฝ่ายตรงข้าม

“ระเบิด!”

ตูม!!!

พื้นดินใต้เท้าหยางเลี่ยระเบิดทำให้เขาถูกโยนออกจากเวทีไป

การโจมตีในครั้งนี้เป็นไปตามความคาดหวังของทุกคน พวกเขาคิดว่าเย่เฉินจะมอบความพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งด้วยความเร็ว

ชัยชนะของการแข่งขันครั้งที่ห้าเริ่มโดยจางฮ่าวหลาน แม้ว่าเขาจะแพ้ให้แก่ดาบผี, หลี่กวง แต่เขายังคงทรงพลัง และศัตรูของเขาพ่ายแพ้ภายในสิบกระบวน และได้คะแนนสองแต้ม

การแข่งขันต่อไปนี้น่าเบื่อ และไม่มีการคาดเดามากนัก พวกเขาไม่น่าดูเพราะเป็นคนเข้มแข็งที่กลั่นแกล้งคนที่อ่อนแอกว่า

“การแข่งขันที่เก้า, เป่ยเช่าฉิงกับเถี่ยฟง”

ฮืม!

ด้วยการประกาศของผู้ตัดสินฝูงชนตะโกนออกมาอย่างสนุกสนาน

เป่ยเช่าฉิงมีอันดับที่ดีกว่า ดาบผี, หลี่กวง ในการจัดอันดับก่อนหน้านี้ เขาดูสุภาพ และเรียบง่าย แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าการโจมตีของเขาดุร้ายเหมือนปีศาจ แม้แต่เพื่อนของเขา หลี่กวงก็กลัวเขาเล็กน้อย

เถี่ยฟงเป็นคนที่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์น้อยกว่ามาก เขามีเสถียรภาพและมั่นคงเหมือนภูเขาในขณะที่เขาสามารถเอาชนะซงเฟยเพียงสามลูกเตะด้วยทักษะของเขา

 

ทั้งสองคนมีความแข็งแกร่งพอ ๆ กัน และสามารถหาคนที่แข็งแกร่งกว่าได้โดยการต่อสู้

“เถี่ยฟง, โปรดอย่าได้รุนแรงกับข้าเกินไป!” เป่ยเช่าฉิงยิ้ม

เถี่ยฟงตอบด้วยความจริงใจว่า “แน่นอน!”

(TL : สองคนคุยกันละคิดตามเลย- .-)

มองไปที่การแสดงออกของเถี่ยฟง ฝูงชนรู้สึกขบขัน และหัวเราะ แต่นั่นไม่ใช่เพราะความเกลียดชังหรือไม่ชอบ พวกเขาชื่นชมความขยันหมั่นเพียรของเขากับการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องซึ่งนำพาให้เขาลับทักษะของเขาจนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เยี่ยมยอด

รอยยิ้มของเป่ยเช่าฉิงหยุดลง และเขากังวลใจ เขามีสัญชาตญาณเกี่ยวกับเถี่ยฟงจะยาก และยากที่จะจัดการ การที่จะเอาชนะในการแข่งขันนี้ได้ เขาอาจจะต้องใช้ทุกอย่างที่มีทั้งหมดของเขา และปลดปล่อยความแข็งแกร่งออกมาอย่างเต็มรูปแบบ

ฝ่ามือของเขากลายเป็นสีม่วงอมเขียว ด้วยเสียงตะโกนดังขึ้นเขารีบวิ่งไปหาเถี่ยฟงเหมือนปีศาจและพยายามจะกระแทกเขาด้วยฝ่ามือ

วู! วู!

อากาศถูกฉีกขาดออกจากกันโดยแรง ได้ยินแม้แต่เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยที่ฟังดูเหมือนเสียงร้องของผี เหล่าศิษย์ที่อยู่ใกล้ ๆ กำลังเกิดอาการสยองขวัญจากบนใบหน้าของพวกเขา และเลือนหายไปด้วยความน่ากลัว

เถี่ยฟงไม่ได้รู้สึกเหมือนเช่นคนอื่น อย่างไรก็ตามเมื่อเขาขยับทุกคนก็รู้ว่าการโจมตีของเป่ยเช่าฉิงไม่สามารถทำอันตรายแก่เขาได้

เขาก้มตัวลง และยกขาขวาขึ้น กับการเคลื่อนไหวเหล่านี้ พลังงาน และจิตวิญญาณของเขาลุกกระพรือขึ้นขณะที่เขาสะสมแรงพายุในร่างกายของเขา

“กระแทก!”

หนึ่งลูกเตะที่มีประสิทธิภาพได้ทำให้ฝ่ามือของเป่ยเช่าฉิงสูญเสียพลัง พลังของลูกเตะนี้แรงมากทำให้เขาต่อต้านทุกสิ่งได้ แต่ในฐานะที่เป็นหนึ่งในศิษย์ที่ติดอันดับหนึ่งในสิบอันดับแรกของการจัดอันดับศิษย์ก่อนหน้านี้ เป่ยเช่าฉิงยังคงมีกำลังมากพอที่จะโจมตีโดยกระทันหันโดยการหมุนตัวของเขาในลักษณะครึ่งวงกลมรอบตัวเถี่ยฟง

“เรียกปีศาจข้ามภูเขา!”

คลื่นสีฟ้าอมม่วงปรากฏขึ้นหลังจากที่เป่ยเช่าฉิงตระโกนออกมา ท้องฟ้าจู่ ๆ ก็มืดลง และเมฆมืดท่วมท้นปกคลุมเถี่ยฟงอย่างสมบูรณ์ คนที่สามารถเอาชนะสิ่งนี้ต้องแข็งแกร่งมาก

“ข้ากลัว แต่ เถี่ยฟงจะไม่สามารถทนต่อสิ่งนี้ได้!”

“ศิษย์พี่เป่ยเช่าฉิงไม่ใช่ซงเฟย เขาไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ”

“อืม ข้าไม่ทราบว่าเถี่ยฟงสามารถใช้ … ”

มุมมองของเย่เฉินต่างจากคนอื่น ตั้งแต่เถี่ยฟงได้ปลดปล่อยการโจมตีในครั้งแรกของเขาซึ่งทำให้พลังภายในของเขาเติบโตขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น เป่ยเช่าฉิงอาจจะตกอยู่ในอันตรายหากปล่อยเอาไว้แบบนี้

จริง ๆ แล้วการเผชิญหน้ากับคลื่นสีน้ำเงินอมม่วงที่มีพลัง เถี่ยฟงเปิดปากของเขากว้าง และตะโกนออกมา

เสียงที่ดังสนั่นดูเหมือนว่ามีพลังมากจนรู้สึกราวกับว่ามันทำให้บรรยากาศสั่นสะเทือน

“ลูกเตะพิชิตปฐพี!”

เถี่ยฟงยืนอยู่ตรงกลางของเวที และการโจมตีของเขายังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ทันใดนั้นมีพายุขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาพร้อมกับการโจมตีอันยิ่งใหญ่ของการเตะ และกระแทกคลื่นสีฟ้าอมม่วง

แตก! แตก!

ทั้งเวทีรู้สึกเหมือนมีพายุลูกใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุฝนฟ้าคะนองผู้คนไม่สามารถแม้แต่จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขา

ในเวลาต่อมาก็มีร่างลอยขึ้นมา และมีเลือดที่ไหลออกมาจากปากของเขาในอากาศ

เป็นเป่ยเช่าฉิง!

“ไม่น่าเชื่อ เถี่ยฟงได้รับชัยชนะ!”

“เจ้าเห็นเถี่ยฟงเตะออกไปกี่ครั้ง ?”

“มันน่าจะเป็นห้า แต่ข้าคิดว่าอาจจะถึงเก้าครั้ง!”

“แต่ทำไมข้าถึงได้เห็นแต่เงาของการเคลื่อนไหวของเขา … ”

เย่เฉินยิ้มจาง ๆ เถี่ยฟงเป็นคนที่มีอำนาจมากมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเอาชนะเขาได้ ตอนนี้มีเพียง เมิ่งชงเท่านั้นที่สามารถเผชิญหน้ากับเขาได้ แน่นอนว่าในการต่อสู้ทุกอย่างอาจเกิดขึ้นได้ และคนที่มีกำลังมากกว่าอาจไม่จำเป็นต้องชนะ

ที่ที่นั่งพิเศษผู้อาวุโสทั้งหมดของนิกายการต่อสู้ได้ยิ้มให้กันและกัน ดูเหมือนว่าเถี่ยฟงนั้นยอดเยี่ยมกว่าที่พวกเขาได้คาดคิดเอาไว้ การโจมตีที่แสดงเมื่อไม่นานมานี้ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ

เมื่อพายุหมุนหายไป เถี่ยฟงก็ลงมาจากเวทีต่อสู้อย่างสงบ และบังเกิดรอยยิ้มที่สดใจ

ในแง่นี้ผู้ชมทั้งหมดไม่มีเสียงพูดเนื่องจากรู้สึกว่าการต่อสู้ไม่ใช่เรื่องง่าย

การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป

การต่อสู้ไม่กี่ครั้งต่อไปไม่แข็งแกร่งพอ ๆ กับก่อนหน้านี้เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างสองกลุ่มที่อ่อนแอ ไม่มีร่องรอยที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตามในการจับคู่ครั้งสุดท้ายของรอบแรก พัดเหล็ก, ยี่ฉิง ได้สร้างความยินดีให้กับผู้ชมด้วยการสู้รบที่ร่าเริง เมื่อเขาสะบัดพัดของเขาแล้วเงาของพัดของเขาก็ได้รับการปล่อยตัวออกมาทำให้ดูเหมือนผีเสื้อที่กำลังเต้นรำ มันช่างเหมือนฝัน และแปลกประหลาดมากที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามกลัวการต่อสู้กับเขา