0 Views

แปล : SubMaRk
เกลา : N/A
ตรวจทาน : N/A

ขณะที่ดาบสีเลือดไหลออกมา ศพที่ไร้ศีรษะก็หลุดออกจากกันบนอากาศ

รัศมีเลือด!

การเคลื่อนไหวของซูเฉินทั้งโหดเหี้ยมและรวดเร็ว ประการแรกมันใช้จอมดาบเขี้ยวหมาป่าเป็นเหยื่อล่อเพื่อดึงดูดความสนใจของแม่นางไป่และปิดกั้นการมองเห็นของนาง จากนั้นมันก็เผยให้เป็นการโจมตีที่น่าประหลาดใจและตัดศีรษะของแม่นางไป่ออกทันที

“ไม่!” ไป่ฟานตะโกนออกมาด้วยความเสียใจ

มันไม่คาดคิดว่าภรรยาของมันที่เพียงขอให้ซูเฉินปล่อยพวกมันเหล่านั้นไปจะถูกตอบกลับมารุนแรงเช่นนี้

เหตุใดจึงใช้วิธีนี้? เหจุใดมันถึงทำเช่นนี้?

มันยังรู้สึกเสียใจเมื่อเห็นซูเฉินวางมือลงบนหน้าอกของแม่นางไป่ ก่อนจะนำร่างของนางพุ่งตรงไปที่ไป่ฟาน ขณะนั้นศีรษะของแม่นางไป่ยังคงหมุนเคว้งบนอากาศยังไม่ตกถึงพื้น ตาของนางเบิกกว้างราวกับว่านางเริ่มตระหนักถึงบางอย่าง เมื่อนางเห็นซูเฉินพุ่งเข้ามาพร้อมกับร่างที่ไร้ศีรษะของนางเองราวกับใช้มันเป็นโล่ นางอยากจะกรีดร้อง ถึงอย่างไรนางก็ไม่ีพลังที่จะทำเช่นนั้น จากนั้นวิสัยทัศน์ของนางก็เลือนหายไป ช่วงเวลาสุดท้าย สติของนางก็จางหายไปเหลือแต่เพียงความว่างเปล่า

ขณะเดียวกันซูเฉินก็พุ่งไปที่ด้านของไป่ฟาน

ชั่วเวลานั้นศีรษะของแม่นางไป่ยังคงลอยอยู่บนอากาศ และสภาพอารมณ์ของไป่ฟานก็ไม่สู้ดีนักแลดูไม่มั่นคง มันยังไม่ได้ซึมซับประสบการณ์อันเศร้าโศกอย่างเต็มที่ ซูเฉินก็ได้มาถึงตัวของมันแล้ว

ซูเฉินมาถึงรวดเร็วราวกับสายฟ้า

ช่วงเวลาอันตราย ไป่ฟานรีบถอยหลังตามสัญชาตญาณจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหลายปีของมัน ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะมันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคร่างกายและความเร็ว มีภาพลวงเกิดขึ้นในทุกที่ที่มันใช้วความเร็วของมันในการหลบเลี่ยงการโจมตี

ดาบของซูเฉินตวัดออกไปจนแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะหายใจ ทว่ามันก็ไม่หยุด มันยังคงยกไหล่แล้วพุ่งออกไป ความเร็วของมันไม่ลดลงเลย อีกทั้งยังเร่งความเร็วขึ้นพร้อมกับเสียงดัง ‘ปัง’ ทั้งสองวิ่งทะลุผ่านร้านเหล้าออกไปข้างนอก

ขณะที่มันกำลังจะถอยกลับไป ไป่ฟานชักดาบของมันแล้วตวัดออกไปบนอากาศ ปลดปล่อยแนวดาบมากมายอยูด้านหลังเพื่อชะลอการโจมตีของซูเฉิน ถึงอย่างไร คมดาบของซูเฉินก็ปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งมากกว่า

มันไม่ได้ใช้รัศมีเลือดในการโจมตีครั้งนี้ ทว่ากลับทำให้ดาบยาวของไป่ฟานถูกกระแทกออกไป เผยให้เห็นช่องว่าง

ไป่ฟานตกใจมาก ในช่วงความเป็นและความตาย มันไม่มีเวลารับรู้ถึงความโศกเศร้าหรือโกรธเกรี้ยวอันใด มันเพียงเพ่งความสนใจทั้งหมดของมันไปที่ขา และความเร็วของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของมัน ทันใดนั้นปัญหาเล็กน้อยที่มันไม่เข้าใจก่อนที่จะดูเหมือนว่ามันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง แม้แต่ความแข็งแกร่งของมันก็หายไปก่อนที่ร่างของมันจะบินลอยไปคล้ายกระแสลม

ไป่ฟานตกใจมาก อารมณ์ของมันมีทั้งความเศร้าโศกและความปิติผสนกันอยู่ ทว่าในช่วงต่อมาอารมณ์ของมันก็ตกต่ำลงอีกครั้ง

ความเร็วที่เพิ่มขึ้นของมันกลับมิอาจสลัดซูเฉินพ้น ร่างกายของซูเฉินเพิ่มความเร็วขึ้นในเวลาเดียวกัน ด้วยการใช้ก้าวย่างอสรพิษลวงร่วมกับรองเท้าเหยียบย่างเมฆินทร์ ซูเฉินจึงเข้าใกล้ตัวมันได้มากขึ้น

เป็นไปได้อย่างไร?

แม้จะตัดผ่าน ข้าก็มิอาจเร็วไปกว่ามัน……

“ไม่!” ไป่ฟานตะโกนออกมกอย่างบ้าคลั่ง

ขณะนั้นเองก็ได้มีคลื่นเสียงพุ่งตรงไปที่ซูเฉิน ไป่ฟานปลดปล่อยทักษะต้นกำเนิดประเภทการโจมตีด้วยเสียง

ร่างกายของซูเฉินกระพริบไปด้าข้างขณะที่มันหลบการโจมตี ไป่ฟานใช้โอกาสนี้รีบเปลี่ยนทิศทาง ทว่าขณะนั้นมันเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้น ร่างของมันหยุดลงพร้อมกับเสียงเบา ๆ ไม่กี่ครั้ง เสียงรบกวนจากวัตถุที่ไม่รู้จักกระทบเข้ากับไป่ฟานราวกับเสียงฟ้าร้อง เลือดไหลทะลักออกจากหน้าอกของมันจำนวนมาก

ความเร็วของมันลดลงอย่างมาก

ซูเฉินพุ่งเข้ามาหามัน

ในที่สุดไป่ฟานก็เริ่มหวาดกลัว มันรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ไปสอดและยั่วยุบุคคลที่แข็งแกร่งเช่นนี้

มันตะโกนเสียงดัง “เจ้าฆ่าข้ามิได้ ข้าคือ……”

คำตอบเดียวที่มันจะได้คือแสงของดาบอันเยือกเย็น

วู่ว!

ร่างของไป่ฟานเคลื่อนไหงด้วยความเร็วสูงสุดก่อนจะพลิกตัวหยุดลง

มันก้มลงมองที่กลางลำตัว รอยเส้นเลือดค่อย ๆ แผ่ขยายออกไป ลำไส้ของไป่ฟานเริ่มไหลออกมาจากช่องท้อง

“อา…… ช่างเป็นดาบ…… ที่ทรงพลัง……” ไป่ฟานกดเสียงเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบาก

“นับแต่ที่ภรรยาของเจ้าตาย เหตุใดจึงไม่รั้งอยู่บนโลกนี้ด้วยตัวคนเดียว” ซูเฉินตอบอย่างไม่แยแส

ดาบยาวตวัดผ่านอากาศอีกครั้ง

คราวนี้เลือดรอยเส้นเลือดแยกออกในแนวดิ่งผ่านหน้าผากของไป่ฟานลงไป

ผลั่วะ

ศพของไป่ฟานหล่นลงไปกับพื้น

ผู้คนที่อยู่ภายในร้านเหล้าที่รีบวิ่งออกไปข้างนอกเท่านั้นจึงจะเห็นว่าทั้งสองคนได้ต่อสู้จบลงแล้ว และหนึ่งในนั้นพ่ายแพ้ไป

ราวกับสายฟ้า ซูเฉินได้โผล่ออกมาหลังจากตัดศีรษะทั้งสองคนที่เข้ามา เหล่านักดื่มต่างสูดลมหายใจลึก

เรื่องนี้แตกต่างจากการจัดการกับจอมดาบเขี้ยวหมาป่าและคนอื่น ๆ คราวนี้การกระทำของซูเฉินต่อไป่ฟานนั้นนับว่าทรงพลังมากเท่าที่มันจะทำได้ แม้ว่าซูเฉินจะเป็นคนเปิดการโจมตี เพื่อที่จะฆ่าผู้บ่มเพาะพลังชีสองคนในระยะเวลาสั้น ๆ นั่นก็เพียงพอที่แสดงให้เห็นถึงพลังของมันแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมันไล่ตามและฆ่าไป่ฟาน ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการตอบสนองทั้งหมดในการบดขยี้ไป่ฟาน

สำหรับอาวุธที่ซ่อนไว้ที่ใันใช้ทำร้ายไป่ฟานยังไม่มีผู้ใดเห็นแน่ชัด เมื่อไม่คำนึงถึงวิธีการหรืออาวุธที่มันใช้ไป การฆ่าคนสองคนที่ชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ก็เพียงพอที่จะยืนยันความแข็งแกร่งของมันแล้ว มันไม่ใช่คนที่จะสามารถต่อกรได้

หากคนผู้นี้มีคนคอยหนุนหลังอยู่ นั่นยิ่งกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ไม่มีใครต้องการหาปัญหามาให้ตนเอง

ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้คนที่จ้องมองมันด้วยความโลภหวังจะครอบครองสิ่งที่พวกมันต้องการ

เนื่องจากเป้าหมายของพวกมันได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่มีอยู่จนหมดสิ้นที่นี่

ขณะที่จอมดาบเขี้ยวหมาป่า ไป่ฟาน…… แล้วพวกมันเล่า?

พวกมันไม่มีทางเข้าใจ ด้วยเหตุนี้ทุกคนต่างเดินกลับไปยังที่นั่งและดื่มต่อราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ซูเฉินรู้สึกว่าควรทำในสิ่งที่มันควรทำก่อนที่จะกลับไปยังร้านเหล้า

อินทรีย์แดงและปีศาจภูเขายังคงนอนอยู่บนพื้น

พวกมันไม่มีทางให้หนี ร่างกายของพวกมันถูกวางยาพิษ อีกทั้งมือและเท้าของพวกมันก็ถูกหักเพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี พวกมันเพียงทนดูซูเฉินด้วยความหวาดกลัว

ซูเฉินมองไปที่พวกมัน เก็บดาบริ้วทมิฬกลับไป ถึงอย่างไรมันก็หยิบดาบกลืนจันทราสวรรค์ขึ้นมาขณะที่มันเอ่ย “ข้าไม่ชอบฆ่าคน หากมิใช่สำหรับคู่สามีภรรยาที่แส่หาที่ตาย เข้าก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องตาย ทว่าบัดนี้จอมดาบเขี้ยวหมาป่าตายไปแล้ว และไม่มีเหตุผลที่เจ้าต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”

ท่าทางของพวกมันเปลี่ยนไปพร้อมกัน พวกมันต้องการที่จะอ้อนวอนขอความเมตตา ทว่าวูฌแินกลับยกมือขึ้น พร้อมกับพลังชีที่ไร้รูปร่างเข้าไปในปากของพวกมัน “ข้าได้ยินมาว่าในดาบกลืนจันทราสวรรค์มรวิญญาณของหมาป่าสถิตอยู่ ในการต่อสู้ทุกครั้ง วิญญาณหมาป่าจะปรากฎตัวขึ้นเพื่อช่วงชิงจิตวิญญาณของผู้อื่น เจ้าทั้งสองเป็นพี่น้องของจอมดาบเขี้ยวหมาป่า ด้วยเหตุนี้ข้าจะสงเคราะห์ส่งเจ้าไปด้วยดาบเล่มนี้”

ขณะที่มันเอ่ย มันใช้พลังต้นกำเนิด ทันใดนั้นร่างที่แท้จริงของวิญญาณหมาป่าก็โผล่ออกมาจากดาบกลืนจันทราสวรรค์ มันพุ่งตรงเข้าไปหาอินทรีย์แดงพร้อมเสียงคำรามก่อนจะขย้ำเข้าที่ลำคอ ลำคอของอินทรีย์แดงถูกขย้ำหายไปครึ่งหนึ่งทันที

จากนั้นซูเฉินก็ชี้ดาบไปที่ปีศาจภูเขา วิญญาณหมาป่าเปลียนทิศทางและกระโจนเข้าหาปีศาจภูเขา ปีศาจภูเขาตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ มันโบกแขนที่หักของมันเพื่อพยายามปัดป้องวิญญาณหมาป่า ถึงอย่างไรมันก็ทะลุผ่านร่างของวิญญาณหมาป่า

เดิมทีวิญญาณหมาป่าไมมีอยู่จริง เหตุผลที่มันกัดผู้อื่นเพียงเพราะมันถูกสร้างขึ้นจากพลังต้นกำเนิด แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงทักษะต้นกำเนิดเท่านั้น เว้นเสียแต่ว่าฐานการบ่มเพาะของผู้ใดที่สูงพอ หรือมีทักษะต้นกำเนิดที่คล้ายกัน นั่นไม่ใช่เรื่องยากที่จะป้องกัน

ต่อมาวิญญาณหมาป่าก็ได้เข้าขย้ำต้นคอของปีศาจภูเขา ฆ่ามันลงด้วยการขย้ำเพียงครั้งเดียว

แขนของซูเฉินไม่ได้เคลื่อนไหว วิญญาณหมาป่าลอยวนไปรอบ ๆ เป็นวงกลมก่อนจะกลับคืนเข้าสู่ตัวดาบ

ตามที่คาดไว้ อาวุธต้นกำเนิดชิ้นนี้นับว่ายอดเยี่ยมมาก

ในแง่ความแข็งแกร่ง ดาบกลืนจันทราสวรรค์ยังห่างชั้นกับรัศมีเลือด ถึงอย่างไร นั่นก็ดีกับการที่ต้องโจมตีอย่างต่อเนื่อง ตราบเท่าที่สามารถโจมดีด้วยดาบพร้อมพลังต้นกำเนิดได้ต่อไป หมาป่ากลืนจันทราสวรรค์ก็ยังสามารถต่อสู้ต่อไปได้ ข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวคือการผลาญพลังที่ค่อนข้างมาก

หากไม่ได้เป็นเพราะดาบริ้วทมิฬผลาญพลังเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นอาวุธต้นกำเนิดระดับแปดที่ดีกว่าดาบกลืนจันทราสวรรค์ที่อยู่ระดับเก้า

บัดนี้สามารถกล่าวได้ว่าทั้งสองต่างมีข้อดีและข้อเสีย พวกมันอาจถูกพิจารณาจากส่วยอื่น ๆ

มันสามารถใช้ดาบริ้วทมิฬไปจนกว่าพลังทางกายภาพจะไม่มีเหลือ ถึงอย่างไรมันก็ยังมีพลังต้นกำเนิดหลงเหลืออยู่บ้าง และนั่นจะทำให้มันสามารถต่อสู้ต่อไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนดาบ ความสามารถในการต่อสู้ของมันจะเพิ่มมากขึ้น

ไม่เลว ไม่เลวเลยจริง ๆ ซูเฉินคิดในใจ

ทุกคนที่มองดูต่างรู้สึกอิจฉา ถึงอย่างไรหน้ากากปีศาจได้ใช้วิธีการที่โหดเหี้ยม อีกทั้งมันยังแข็งแกร่ง หากพวกมันไม่ต้องการเป็นตัวอย่าง พวกมันควรที่จะยอมแพ้ไป

คนแรกตายเร็วสุด นี่เป็ฯกฎที่เพิ่งผ่านการพิสูจน์มาเมื่อไม่นานมานี้

หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ก็ไม่มีผู้ใดที่จะพยายามสร้างปัญหาให้กับซูเฉินอีกต่อไป

ถึงอย่างไรก็ยังมีผู้หนึ่งเอ่ยปากขึ้นมา “นั่นนับง่าเป็นดาบที่ดี หน้ากากปีศาจ เจ้าเองก็มีดาบอยู่แล้ว เหตุใดจึงไม่ขายมันให้ข้าเล่า?”