0 Views

[Web-Dorado_Zoom]แปล : SubMaRk
เกลา : N/A
ตรวจทาน : N/A

คุณสมบัติเฉพาะประการหนึ่งของผงขวางกั้นพลังชี จะสังเกตได้จากเมื่อใดก็ตามที่พยายามใช้พลังชี พวกมันจะได้รับพิษทันที

คุณสมบัติของพิษชนิดนี้ทำให้ผู้คนมากมายไม่มีทางรู้เลยว่าถูกพิษไปแล้วจนกว่าพวกมันจะพยายามเคลื่อนไหว

ปัญหาใหญ่ของจอมดาบเขี้ยวหมาป่าคือมันประเมินซูเฉินต่ำเกินไป

มันไม่คาดคิดว่าซูเฉินจะกล้าวางยาพิษในเหล้าของพวกมัน หลังจากนั้น ซูเฉินก็ยังคงทำงานในร้านเหล้าต่อไป วางยาพิษในเหล้าของลูกค้าร้านของตนเอง นี่มันเรื่องขบขำอันใด? มันไม่แม้แต่ต้องการทำการค้าต่อหรือ?

นั่นนับเป็นวิธีคิดสามัญที่ทำให้จอมดาบเขี้ยวหมาป่าติดกับ

มันไม่คาดคิดว่าร้านเหล้าของซูเฉินแตกต่างไปจากร้านอื่น

หุบเขาสงบเงียบมีร้านเหล้าเพียงร้านเดียวเท่านั้น หากไม่ต้องการดื่มที่นี่ เจ้าจะต้องไปหาที่อื่น

นอกจากนี้ ตอนแรกยังถูกจอมดาบเขี้ยวหมาป่ายั่วยุ ซูเฉินทำไปเพียงปกป้องตนเองเท่านั้น แม้ว่าวิธีการป้องกันตนเองและการตอบโต้กลับจะเกินขอบเขตไปบ้างเล็กน้อย นับว่ายังเข้าใจได้

บทลงโทษสีชาดของมันมีกำหนดการเพียงหนึ่งร้อยวันเท่านั้น มึนจึงไม่ต้องคิดคำนึงอย่างรอบคอบมากเกินไปว่าจะเกิดสิ่งใดตามมาในอนาคต

ที่สำคัญ ศัตรูก็มาเยี่ยมเยียนถึงหน้าประตูแล้ว จะมีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการเอาตัวรอดเล่า?

ข้อจำกัดทางความคิดของจอมดาบเขี้ยวหมาป่าทำให้มันไม่ได้เตรียมแผนรับมือกับวิธีการของซูเฉินเลย ในตอนที่พบว่ามันถูกวางยาพิษ นั่นก็สายไปเสียแล้ว

ทั้งมันและพี่น้องทั้งสองต่างถูกพิษ ทั้งสามกินเนื้อและดื่มเหล้าไปฟรี ๆ จำนวนมาก ผงขวางกั้นพลังชีที่พวกมันกินเข้าไปนั้นมากเกินพอที่จะขัดขวางไม่ให้พวกมันใช้พลังต้นกำเนิดได้อย่างน้อยสองวันสองคืน

ปราศจากพลังต้นกำเนิด พวกมันก็เป็นเพียงคนทั่วไป ความแข็งแกร่งของพวกมันไม่ได้มากไปกว่านักสู้ทั่วไปเลย

ซูเฉินเดินออกมาจากด้านหลังบาร์อย่างช้า ๆ “หินต้นกำเนิดหนึ่งพันห้าร้อยเจ็ดก้อน โปรดจ่ายมันด้วย”

“ไปจ่ายในนรกเถอะ!” น้องของจอมดาบเขี้ยวหมาป่าเคลื่อนไหวก่อน สมองของมันที่ดูค่อนข้างเชื่องช้า ขณะที่ร้องตะโกนและวิ่งตรงไปหาซูเฉิน

ร่างกายของซูเฉินเลือนหายไป มันปล่อยหมัดออกไป จากนั้นก็คว้าจับเข้าที่แขนของปีศาจภูเขาก่อนจะกระชากไปทางด้านหลัง เสียงดัง ‘แกร่ก’ แขนอันแข็งแกร่งที่ไร้คู่แข่งของปีศาจภูเขาถูกซูเฉินหักไปเสียแล้ว จากนั้นซูเฉินก็ตวัดขาออกไปเตะเข้าที่ขาของปีศาจภูเขา พร้อมกับเสียง ‘แกร่ก’ อีกครั้ง ขาของปีศาจภูเขาแยกออกจากกัน มันล้มลงกับพื้นทันที

“ปีศาจภูเขา!” จอมดาบเขี้ยวหมาป่าร้องตะโกนออกมาด้วยความโศกเศร้าและความโกรธขณะที่มันวิ่งตรงไปข้างหน้า

ถึงอย่างไรมันก็สามารถดึงพลังต้นกำเนิดมาใช้ได้ และไม่มีทางที่จะเพิ่มความเร็วหรือความแข็งแกร่งของมัน แม้กระทั่งดาบกลืนจันทราสวรรค์ก็เป็นได้เพียงเครื่องประดับเท่านั้น

ร่างกายของซูเฉินเลือนหายไปอีกครั้ง ขณะที่มันสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของจอมดาบเขี้ยวหมาป่าได้อย่างง่ายดาย จากนั้นมันก็คว้าจับที่ข้อมือของจอมดาบเขี้ยวหมาป่าและกระโชกกลับหลังจนแตกหัก ถัดมามันก็โจมตีเข้าที่หน้าท้องของจอมดาบเขี้ยวหมาป่า ทำให้จอมดาบเขี้ยวหมาป่าเจ็บปวดเป็นสองเท่า ซูเฉินถอยหลังออกมา หลบเลี่ยงการโจมตีของอินทรีย์แดง มันแสดงเทคนิคความเร็วเต็มรูปแบบของมัน นั่นทำให้ร่างกายของมันเลือนหายไป มันคลี่คลายความวุ่นวายจากการโจมตี ขณะที่มันโยนทั้งสามออกไป ทำเกิดเสียง ‘แกร่ก’

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างสงบลง ภาพลวงตาของซูเฉินก็หายไป มันปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งในมุมของผู้คน จอมดาบเขี้ยวหมาป่า อินทรีย์แดง และปีศาจภูเขา ทั้งหมดล้มลงไปกองกับพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก

ด้วยการที่ซูเฉินทำลายมือและเท้าของพวกมันทั้งหมด ทำให้พวกมันมิอาจยืนได้อีกต่อไป

เมื่อได้เห็นฉากนี้ ผู้คนต่างเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นในใจ

หน้ากากปีศาจมิเพียงมีบุคลิกที่ร้ายกาจ ทว่าวิธีการของมันก็ร้ายกาจและโหดเหี้ยมเช่นกัน เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้มีความตั้งใจที่จะปล่อยจอมดาบเขี้ยวหมาป่าไปง่าย ๆ

“หินต้นกำเนิดหนึ่งพันห้าร้อยเจ็ดก้อน หากเจ้าไม่จ่าย ข้าจะเอามาเอง” ซูเฉินล้วงเข้าไปในกระเป๋าของจอมดาบเขี้ยวหมาป่า

ภายในมีดาวตกที่จอมดาบเขี้ยวหมาป่ารวบรวมมาเป็นเวลานาน

เมื่อเปิดออกมองดู ซูเฉินหยิบมาไว้บนมืออย่างลวก ๆ “มีเพียงน้อยนิดเท่านี้? ข้าให้ได้เพียงหินต้นกำเนิดสองร้อยก้อน”

จอมดาบเขี้ยวหมาป่าจ้องที่ซูเฉินอย่างเกรี้ยวกราด ในกระเป๋าของมันมีดาวตกน้ำหนักราว ๆ สิบกิโลกรัม ซึ่งต้องแลกหินต้นกำเนิดได้กอย่างน้อยสองพันก้อน ถึงอย่างไร ซูเฉินก็ลดมูลค่าของมันลงจนเหลือสองร้อย อีกทั้งยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อเทียบกับดาบกลืนจันทราสวรรค์ที่มีราคากว่าหินต้นกำเนิดหนึ่งแสนก้อนกลับเหลือเพียงหินต้นกำเนิดห้าร้อยก้อน ทว่าน่าเสียดายที่แม้กระทั่งคางของมันก็ยังถูกบีบโดยซูเฉิน มันต้องการจะเอ่ย ทว่ามิอาจเปล่งเสียงใด ๆ ออกมา

ซูเฉินไม่ได้วสนใจในตัวมันนัก ยังคงค้นหากระเป๋าของอินทรีย์แดงและปีศาจภูเขาต่อ มันพบดาวตกจำนวนสี่และสามกิโลกรัมครึ่งตามลำดับ และพวกมันก็ถูกซูเฉินประเมินราคาเหลือเพียงหนึ่งในสิบ

กระเป๋าของทั้วสามคนยังมีของอีกสองสามอย่าง ทว่าซูเฉินแกล้งทำเป็นไม่เห็น มันเพียงกำหนดราคาแบบสุ่มขึ้นมาเท่านั้น

“เมื่อเพิ่มดาบเล่มนี้ รวมทั้งหมดก็หินต้นกำเนิดหนึ่งพันก้อน เจ้ายังติดข้าอีกห้าร้อยเจ็ดก้อน” ซูเฉินเก็บดาบออกมา ก่อนจะตบเบา ๆ ที่หน้าของจอมดาบเขี้ยวหมาป่าขณะที่มันเอ่ย “เจ้ายังไม่ไปอีกหรือ…… หลี่ชู่”

“ผู้น้อยอยู่นี่แล้วขอรับ” หลี่ชู่วิ่งออกมา

“พาพวกมันออกไปให้พ้นหน้าข้า และวันพรุ่งนี้ให้พวกมันกลับมาทำงานที่นี่จนกว่าพวกมันจะสามารถจ่ายหนี้ที่ติดค้างทั้งหมด”

“ขอรับนายท่าน” หลี่ชู่เดินไปข้างหน้าเพื่อพาพวกมันออกไป

“หน้ากากปีศาจ นั่นไม่เกินไปหน่อยหรือ?” มีเสียงพูดดังขึ้นมา

เมื่อหันศีรษะไปรอบ ๆ มันเห็นบุรุษสตรีคู่หนึ่งกำลังนั่งอยู่ไม่ไกลจากที่ที่มันอยู่

ซูเฉินจดจำทั้งสองได้ พวกมันเป็นคู่แต่งงาน บุรุษมีนามว่าไป่ฟาน และทั้งสองยังเป็นผู้บ่มเพาะพลังชีในขอบเขตบ่มเพาะพลังชีอีกด้วย ผู้ที่พึ่งเอ่ยออกมานั้นเป็นสตรี นางจ้องมองที่ซูเฉินขณะเอ่ยว่า “พวกมันกินเนื้อและดื่มเหล้าของเจ้าไป เพียงดาบเล่มนั้นก็เพียงพอที่จะซื้อร้านเหล้าของเจ้าได้เป็นสิบหลัง ทว่าเจ้ายังต้องการนำพวกมันมาเป็นทาสรับใช้ของเข้าอีกหรือ? นี่ไม่นับว่าเกินไปหน่อยหรือ?”

“หือ? เป็นเช่นนั้นหรือ?” ซูเฉินเหลือบมองที่นางผู้นั้น “เช่นนั้นแม่นางไป่คงมิอาจนิ่งดูดายได้?”

“ข้าเพียงเอ่ยในสิ่งที่ถูกต้อง” นางตอบอย่างหนักแน่น

ซูเฉินหัวเราะ ทว่าเพราะด้วยหน้ากากปีศาจที่มันสวมใส่อยู่บนหน้า จึงไม่มีผู้ใดมองเห็นรอยยิ้มของมัน

จากนั้นซูเฉินก็เอ่ยว่า “ข้าไม่เคยรู้ว่าแม่นางไป่จะกล้าหาญถึงเพียงนี้ เหตุใดผู้กล้าเช่นท่านถึงไม่เอ่ยปากขึ้นยามที่พวกมันทั้งสามคนไม่ยอมจ่ายเงินสำหรับค่าเนื้อสัตว์และเหล้าที่พวกมันกินดื่ให้แก่ข้าเล่า?”

ใบหน้าของแม่นางไป่แดงขึ้นทันที “มิเช่นเพียงเหล้ากับเนื้อสัตว์หรือ? มันคุ้มกับการที่มาทะเลาะกันเช่นนั้นหรือ?”

ซูเฉินพยักหน้า “เช่นนั้นแล้วอย่างไร ตามที่แม่นางไป่เอ่ย ข้าควรจะปล่อยพวกมันไปหรือ?”

“เจ้าได้นำเงินและดาบไปแล้ว ก็ควรเป็นเหตุผลที่จะปล่อยพวกมันไปมิใช่หรือ?”

ซูเฉินไม่เอ่ยปาก ทว่าเจตนาฆ่าพรั่งพรูขึ้นในใจ

ทุกคนต่างรู้ว่าจอมดาบเขี้ยวหมาป่าและคนอื่น ๆ ที่ถูกปราบไป มิใช่เพียงเพราะพวกมันมีทักษะน้อยกว่าแต่อย่างใด ทว่าเพียงเพราะพวกมันได้รับพิษ

การปล่อยพวกมันไปก็เท่ากับปล่อยพยัคฆ์คืนถิ่น ไม่นานพวกมันก็คงกลับมาฆ่ามัน

ไม่มีผู้ใดมีจุดจบเช่นนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้มีเพียงฆ่าพวกมันเท่านั้น ถึงจะเป็นการกำจัดปัญหาที่อาจจะตามมาในอนาคต

ทว่าซูเฉินไม่ได้ฆ่าพวกมัน เพียงให้พวกมันมาเป็นทาสรับใช้แทน

แม้ว่าจะต้องเจอกับความเจ็บปวดและถูกกระทำจนเสียดายไปบ้าง ทว่าอย่างน้อยพวกมันก็ยังมีชีวิตอยู่

ไม่ใช่ว่าแขกทุกคนในร้านเหล้าจะเข้าใจเจตนารมณ์ของซูเฉิน ทว่ามัเพียงผู้ที่สั่งสมประสบการณ์ทางโลกมาเป็นจำนวนมากเท่านั้นจึงจะเข้าใจว่าซูเฉินได้ช่วยชีวิตของพวกมัน

บัดนี้แม่นางไป่ต้องการให้ปล่อยพวกมันไป นี่ไม่ใช่การช่วยเหลือ นี่เป็นการฆ่า!

นี่นับว่าเป็นการยืมมือฆ่า!

ไม่ว่าจะเป็นซูเฉินฆ่าจอมดาบเขี้ยวหมาป่า

หรือจอมดาบเขี้ยวหมาป่าฆ่าซูเฉิน

ซูเฉินไม่รู้ว่านี่เป็นเจตนารมณ์ของแม่นางไป่หรือไม่ ทว่าการกระทำของนางนับว่าเกินขอบเขตของซูเฉินไปแล้ว

สายตาของซูเฉินมองที่ไป่ฟาน และเห็นว่ามันไป่ฟานไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆ

ในที่สุดมันก็เข้าใจ

ว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำสิ่งใด

แม้ว่าซูเฉินจะจัดการจอมดาบเขี้ยวหมาป่าและขี้ข้าทั้งสอง มันก็เพียงใช้เล่ห์เหลี่ยมราคาถูกเท่านั้น

เพราะมันเป็นเล่ห์เหลี่ยมราคาถูก จึงทำให้ผู้คนไม่พอใจและมีคนใหม่โผล่ออกมาได้ง่าย ๆ

นี่เป็นข้อแตกต่างระหว่างการใช้แรงกับใช้เล่ห์เหลี่ยมราคาถูก

มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านี้ที่จะทำให้ผู้คนพึงพอใจ

คนอื่นต่างรับรู้ถึงข้อนี้ ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงรอดูอยู่ห่าง ๆ ต่อไป

‘ดูเหมือนจะไม่เป็นไร วันนี้ข้าคงต้องลงมือฆ่าคนเสียแล้ว’ ซูเฉินถอนหายใจ

จากนั้นก็เอ่ย “เอาล่ะ เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะมอบพวกมันให้แก่ท่าน”

พร้อมกับเตะส่งจอมดาบเขี้ยวหาป่าพุ่งตรงไปที่แม่นางไป่

“นั่นจึงสมควร” แม่นางไป่หัวเราะขณะที่นางเอื้ัอมมือไปรับจอมดาบเขี้ยวหมาป่า ทันทีที่นางคว้าเตรียมจะคว้าตัวมัน สามีของนางก็ตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว “ภรรยาข้า ระวังตัวด้วย!”

แม่นางไป่ขวัญหนีตีฝ่อ

สิ่งที่นางเห็นคือประกายดาบที่ปรากฎขึ้นตรงหน้าอกของจอมดาบเขี้ยวหมาป่า เปล่งประกายราวกับแสงจันทร์สีเงิน

งดงามยิ่งนัก! นางคิด