0 Views

แปล : SubMaRk
เกลา : N/A
ตรวจทาน : N/A

ยิ่งเข้าไปลึกมากเพียงใด ก็ยากที่จะหลบเลี่ยงการพบเจอคนอื่นในป่า

ในช่วงคำก่อนหน้านี้ ซูเฉินเคยเจอกับคนอื่นมาแล้วหลายคน บางครั้งพวกมันก็แลกเปลี่ยนอาหารและข้อมูล

ผู้คนส่วนใหญ่ในเทือกเขาสีชาดมักเป็นนักล่า ความแข็งแกร่งของพวกมันไม่เลวร้ายนัก ทว่าพวกมันต่างมีประสบการณ์ในการเอาชีวิตรอดและรู้วิธีหลบเลี่ยงอันตราย พวกมันสามารถรับรู้ถึงสัตว์ร้ายที่อยู่ไกลออกไปและหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว ซูเฉินได้เรียนรู้วิธีการค้นหาสัตว์ร้ายจากนักล่าเก่า มันสามารถค้นหาสัตว์ร้ายโดยใช้สัมผัสทางกลิ่น มิเช่นนั้น หากมันมัวแต่พึ่งพาเพียงการโจมตีหรือหลบหนีโดยใช้ดวงต อัตราความสำเร็จของมันจะต่ำลงและอันตรายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีผู้บ่มเพาะพลังชีอีกหลายคนที่ชอบในการผจญภัยในผืนป่าและมีเป้าหมายเป็นสัตว์ร้าย

ชายหนุ่มที่ถูกเสือสองหางไล่ล่าเป็นผู้บ่มเพาะพลังชีคนหนึ่ง นักล่าทั่วไปไม่อาจมีคุณสมบัติให้พวกสัตว์ร้ายไล่ล่า เพราะพวกมันจะต้องเสียชีวิตก่อนที่จะรู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

เสือสองหางเป็นสัตว์มีหนังที่มีมูลค่ามาก ปกติแล้วซูเฉินจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปแน่ แทนที่มันจะวิ่งหลบไป ซูเฉินซ่อนตัวข้างบนต้นไม้ที่คนผู้นั้นกำลังวิ่งหนีมา

ชายหนุ่มวิ่งอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่วิ่งผ่านต้นไม้ มันไม่ได้สังเกตว่ามันคนอยู่ข้างบน ขณะที่เสือสองหางทั้งสองตัวกำลังวิ่งผ่านไป ซูเฉินก็กระโดดลงสู่พื้นด้านหลังของเสือสองหางที่วิ่งตามมา พวกมันคำรามออกมาด้วยความโกรธ หางคู่ของมันตวัดตรงไปที่ซูเฉิน เกราะอเมทีสต์ที่ซูเฉินสวมใส่เริ่มเปล่งแสง ปรากฎเกราะที่ข้างหลังและป้องกันการโจมตีนั้น เวลาเดียวกัน ที่มือขวาของมันก็ได้ปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงไปที่ลำคอของเสือ

ลำคอถือเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของเสือสองหาง ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เสือสองหางก็สูญเสียความแข็งแกร่งทั้งหมด และซูเฉินก็จับเจ้าเสือเอาไว้ มันกำลังแข่งกับเสือสองหางในด้านความแข็งแกร่ง เนื่องจากมันได้ฝึกฝนเทคนิคกายาวายุพริ้วไหว ความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้สามารถสามารถท้าทายสัตว์ร้ายตัวนี้บนฐานความแข็งแกร่งของมันได้

เมื่อเสือสองหางอีกตัวที่กำลังไล่ล่าอีกคึนอยู่นั้นได้ยินเสียงความตื่นกลัว จึงหันไปรอบ ๆ และพบเห็นซูเฉินกดดันเสืออีกตัวอยู่ มันปล่อยคนที่กำลังไล่ล่าอยู่ทันที ก่อนจะหันไปวิ่งเข้าหาซูเฉิน

“หยุดมัน!” ซูเฉินตะโกน ขณะเดียวกันก็เตรียมตัวปลดปล่อยนัยน์ตาวิญญาณ

ดวงตาของซูเฉินปลดปล่อยแสงออกมา แสงนั้นพุ่งเข้าไปที่ดวงตาของเสือสองหาง ร่างของเสือสองหางสั่นเทาก่อนจะหยุดลงด้วยความมึนงง

ในเวลาเดียวกัน คนที่วิ่งหนีก็มีปฏิกิริยาด้วยเช่นกัน มันรีบหันไปมองรอบ ๆ ก่อนจะนำดาบออกมาฟันฉับที่หัวของเสือสองหางก่อนที่มันจะฟื้นตัวกลับมา

หัวใจของซูเฉินรู้สึกเจ็บปวดเมื่อมันมองไปเห็น หนังเสืออีกตัวได้ตกเป็นของคนอื่นเสียแล้ว

ถึงอย่างไร มือของมันก็ทุ่มเทแรงลงไปมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจัดการกับเสือดุร้ายที่พยายามดิ้นเพื่อเอาชีวิตรอด

เสือสองหางหลุดออกมาได้ มันส่งเสียงคำราก่อนจะกระโดดขึ้น ทั้งซูเฉินและเสือสองหางต่างตวัดฟัดเหวี่ยงพัวพันกันก่อนจะเริ่มหมุนตัว พวกมันยังคงกลิ้งไปจนหายลับไปจากสายตา ชายหนุ่มที่เคยหลบหนีเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ ไม่แน่ใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

หลังจากนั้นไม่นาน ผืนป่าก็ได้เคลือนย้ายอีกครั้ง

ผู้เยาว์คนหนึ่งก็ได้เดินออกมาจากผืนป่า ในมือถือซากศพเสือขนาดใหญ่

ผู้เยาว์ผู้นั้นชนะ

หัวใจชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย

ซูเฉินโยนซากศพเสือลงข้างต้นไม้ก่อนจะเริ่มชำแหละ “ยังไม่เรียบร้อยอีกหรือ? เจ้าต้องการให้ข้าเคลื่อนย้ายหรือไม่? ทว่าหากเป็นเช่นนั้น สัตว์ร้ายครึ่งหนึ่งจะต้องเป็นของข้า”

ชายหนุ่มเอ่ยอย่างเสียงดัง “ไม่จำเป็น ข้าจัดการเองได้”

ขณะที่มันเอ่ย แสงของดาบเกล็ดสีกรมท่าก็ได้ตวัดออกมาหลายสาย ทำให้เลือดจากตัวเสือไหลออกมาทั่ว ซูเฉินเพียงพยักหน้าคราเดียว

การที่ตวัดฟันไปหลายครั้ง นั่นทำให้ชั้นผิวหนังไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง

หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็ฆ่าสองสองหายเสร็จ มันนั่งลงทันทีด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเอ่ยขณะที่เช็ดเหงื่อออกจากบนหน้าผาก “ขอบใจเจ้ามาก ข้าว่าเจ้าก็มีดาบ เหตุใดจึงไม่ใช้เล่า? เหตุใดถึงใช้หมัดของเจ้าในการฆ่ามันแทน?”

มันชี้ไปที่ดาบริ้วทมิฬบนหลังของซูเฉินขณะเอ่ย

“หนังของเสือมีค่า คงไม่เป็นการดีหากพวกมันได้รับความเสียหาย”

ชายหนุ่มหัวเราะ “ในฐานะคนที่ใช้อาวุธต้นกำเนิด เจ้ายังจะสนใจเรื่องนี้อยู่อีกรึ?”

มันเห็นชัดเจนว่าในตอนที่ซูเฉินกำลังต่อสู้กับเสือสองหาง หากไม่ได้รับการคุ้มกันจากเกราะอาวุธต้นกำเนิด ซูเฉินก็คงมิอาจฆ่าเสือสองหางได้ แม้ว่าจะลอบโจมตีมันก็ตาม ยังมีดาบและรองเท้าที่ดูประหลาดพวกนั้น ดูแล้วพวกมันน่าจะเป็นอาวุธต้นกำเนิดเช่นกัน

การที่มีอาวุธต้นกำเนิดอย่างน้อยสามอย่างนี้ แทบไม่มีให้เห็นในเทือกเขาสีชาด

ซูเฉินหัวเราะ “ดูเหมือนว่า แม้แต่คนที่ไม่ใช่อาวุธต้นกำเนิดก็ยังไม่ใส่ใจกับการทำกำไรเพียงน้อยนิด”

ใบหน้าชายหนุ่มแดงก่ำ “ไม่ใช่ว่าข้าไม่ใส่ใจ ข้าเพียงไม่มั่นใจว่าจะจัดการมันได้สำเร็จโดยใช้เพียงมือเปล่า”

“ข้าตรงข้ามกับเจ้า ข้ามีความมั่นใจว่าข้าสามารถกระทำได้ ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่กำหนดรูปแบบการโจมตีที่เรามีไม่ใช่จากเบื้องหลัง ทว่าเป็นความเชื่อมั่นใจตนเองใช่หรือไม่?”

ชายหนุ่มตกใจ ทว่าหลังจากนั้นมันก็เริ่มหัวเราะ “สิ่งที่เจ้าเอ่ยมาล้วนถูกต้อง ข้ามีนามว่าจางเหยียนขวย ข้ามาจากตระกูลจางทางสันเขาทิศประจิม”

“ซูเฉิน จากตระกูลซูในเมืองหลินเป่ย” ซูเฉินเอ่ยตอบขณะที่มันกำลังจัดการกับหนังเสือ

สันเขาทิศประจิมไม่ไกลจากเมืองหลินเป่ยมากนัก พวกมันต่างถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในแถบเทือกเขาสีชาด ถึงอย่างไร สันเขาทิศประจิมแข็งแกร่งกว่าเมืองหลินเป่ยอย่างเห็นได้ชัด ซูเฉินได้ยินเรื่องของตระกูลจางจากสันเขาทิศประจิมมาก่อน พวกมันต่างเป็นตระกูลโบราณที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลซู

“ซูเฉิน? ซูเฉินจากตระกูลซูในเมืองหลินเป่ย?” จางเหยียนขวยตะลึง

“เจ้าเคยได้ยินนามของข้ามาก่อนเช่นนั้นหรือ?” ซูเฉินรู้สึกตกใจเล็กน้อย มันไม่ใช่คนที่มีรูปร่างหน้าตาดีขนาดนั้น ทว่าอีกฝ่ายกัลบเคยได้ยินเรื่องของมันมาก่อน

“ข้ามีสหายอยู่ในเมืองหลินเป่ยอยู่บ้าง และข้าได้ยินเรื่องที่เกี่ยวกับสถานการณ์ของเจ้า มิใช่ว่าเจ้าตาบอดหรือ?”

“ข้าก็ไม่ได้บอกว่าข้ามองเห็น” ซูเฉินตอบอย่างเชื่องช้า “บางอย่างก็สามารถกระทำให้เสร็จสิ้นโดยที่ไม่ต้องมองเห็น”

วู่ว! ขณะที่เส้นเอ็นเส้นสุดท้ายถูกตัดขาดออกจากกัน ซูเฉินยกมือขึ้น เผยให้เห็นหนังเสือที่งดงามและสมบูรณ์ที่มันได้กระทำอย่างพิถีพิถัน

จางเหยียนขวยรู้สึกทึ่ง

ซูเฉินเริ่มแยกส่วนของกระดูกเสือ มันเอื้อมมือข้าไปในซากศพเข้าไปเรื่อย ๆ จนสุด ก่อนจะค่อย ๆ ดึงมันออกมาอย่างช้า ๆ

กระดูกสันหลังของเสือนับเป็นกระดูดที่มีค่ามากที่สุดในร่างของเสือสองหาง มันสามารถใช้ในการปรับแต่งยาสายเลือด หรือแม้กระทั้งนำไปหมักเหล้าที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกาย เสือสองหางยังคงเป็นสัตว์ร้ายระดับต่ำ ด้วยเหตุนี้ ในการใช้มันเพื่อปรับแต่งยาสายเลือดเป็นเรื่องที่ยากเกินไป ทว่าการใช้มันในการหมักเเหล้า จะสามารถสร้างสินค้าที่มีคุณภาพสูงมาก ราคาของมันเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อทำสำเร็จ ยิ่งกว่าหนังเสือที่สมบูรณ์เสียอีก

จางเหยียนขวยโบกมือที่ด้านหน้าซูเฉิน ทว่าซูเฉินทำราวกับว่ามันมองไม่เห็น มีเพียงเสือเท่านั้นที่สามารถดึงความสนใจของมันไปได้

“มันมองไม่เห็นจริง…… ไม่น่าแปลกใจที่มันทำการโจมตีจากด้านบน วิธีนี้เหมาะกับการต่อสู้ที่สุดสำหรับคนตาบอด” จางเหยียนขวยพึมพำกับตัวเอง

จางเหยียนขวยมีข้ออ้างใหม่สำหรับซูเฉิน

หลังจากคิดไปชั่วครู่ จางเหยียนขวยเอ่ย “การพบเจอกันของพวกเราถือเป็นโชคชะตานำพา ในเทือกเขาสีชาดมีอันตรายซุกซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง ในทุก ๆ ย่างก้าวอาจพรากชีวิตไปได้ หากผู้ใดสูญเสียสมาธิไปแม้แต่ชั่วครู่ ในขณะที่อยู่ในที่ทรหดแห่งนี้ นั่นถือว่าจบสิ้นแล้ว ข้าว่า เจ้าสนใจจะทำงานเริ่มกันหรือไม่? ด้วยวิธีนี้ หากเราเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่เข้ามาพร้อมกัน เราก็ไม่จำเป็นต้องหลบหนีอีกต่อไป”

ซูเฉินส่ายศีรษะ “ข้าต้องการเดินทางเพียงลำพัง”

การที่สามารถมองเห็นแสงพลังต้นกำเนิดเป็นความลับที่สำคัญที่สุดของมัน และไม่ต้องการให้คนอื่นรับรู้

ถึงอย่างไรจางเหยียนขวยก็ดูเหมือนจะเข้าใจผิดอย่างชัดเจน มันจ้องที่อาวุธต้นกำเนิดของซูเฉินแล้วเอ่ย “ข้ารู้ว่าเจ้ามีอาวุธต้นกำเนิด ทั้งความสามารถในการต่อสู้ก็ยังสูงกว่าข้า วิธีนี้เจ้าจะได้หกในสิบส่วน และข้าได้สี่ในสิบส่วนดีหรือไม่?”

“นั่มไม่เกี่ยวว่าจะแบ่งกันอย่างไร” ซูเฉินส่ายศีรษะ มันดึงกระดูกสันหลังที่เชื่อมถึงหางของเสือออกมาแล้ว จากนั้นมันก็ควานหาอวัยวะเพศของเสืออย่างช้า ๆ นี่เป็นส่วนที่เหลือในร่างของเสือสองหางที่มีมูลค่า

“เข่นนั้นหากเจ้าเอาไปเจ็ดในสิบส่วน และข้าขอเพียงสามในสิบส่วนเล่า? ควรจะเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่?” จางเหยียนขวยไม่ยอมแพ้ “ซูเฉิน ข้าให้เจ้าไปก็ไม่น้อย ดวงตาของเจ้าก็มองไม่เห็น ด้วยเหตุนี้ หากข้าคอยเป็นตาให้แก่เจ้า แน่นอนว่าเจ้าจะปลอดภัยและผ่อนคลายมากขึ้น ข้าเพียงกระทำเช่นนี้เพื่อตอบแทนที่เจ้าช่วยเหลือข้า”

ซูเฉินส่ายศีรษะ “ข้าได้เอ่ยไปแล้ว มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับส่วนแบ่ง”

วู่ว! แสงสาดประกายออกจากตัวดาบ อวัยวะเพศของเสือถูกตัดออก

ซูเฉินเก็บอวัยวะเพศของเสือแล้วเอ่ยว่า “หากเจ้าต้องการขอบใจข้าจริง ๆ ช่วยข้าก่อไฟและทำอาหารจากเนื้อพวกนี้ เมื่อกินเสร็จ เราจะแยกกันไป”