0 Views

ภายในห้องอาบน้ำอันเงียบสงบ กู้ชิงหลัวค่อย ๆ ยกมือขึ้นลูบไล้ไปทั่วร่างกายอย่างช้า ๆ ทำให้เกิดภาพอันงดงามและดึงดูดใจ เปี่ยมล้มไปด้วยเสน่ห์ที่มิอาจอธิบายได้

แม้ว่านางจะยังอายุน้อย ทว่าร่างกายของนางได้เติบโตเต็มที่แล้ว สิ่งทึ่ควรนูนออกมาก็นูนออกมา ส่วนที่โค้งก็โค้งออกมา นางมีสิ่งที่ควรจะมีทั้งหมดอยู่บนร่างกายนี้แล้ว

ยามที่มันได้มองเห็นฉากอันงดงามนี้ ซูเฉินไม่อาจยืนตรงได้อีกต่อไป

แม้ว่ามันจะรู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่าการแอบมองผู้อื่นเป็นเรื่องที่ผิดต่อหลักคุณธรรมและไม่ควรกระทำ มันจึงได้แต่ฝืนบังคับตนเองให้หันออกไปจากฉากอันยั่วยวนนี้ ทว่าเมื่อใดที่มันหันออกไป การเคลื่อนไหวร่างกายอันงดงามที่อยู่ภายใต้น้ำก็ยังคงปรากฏเสมือนหยกที่เปล่งประกายสะท้อนผ่านผิวน้ำเข้าสู่หางตาของซูเฉิน ส่งผลให้มันไม่อาจหักห้ามใจมิให้ตนเองหันมามองฉากนี้ได้ หลักศีลธรรมและสัญชาตญาณภายในจิตใจของมันเริ่มทำสงครามอย่างรุนแรง มีบางคราที่หลักศีลธรรมได้รับชัยชนะ ทว่านอกเหนือจากนั้นแล้วสัญชาตญาณจะเข้ามาควบคุมแทน นั่นทำให้ซูเฉินต้องหันศีรษะกลับไปกลับมาเพราะการต่อสู้อันดุเดือดของทั้งสอง

กู้ชิงหลัวยังไม่รู้ว่าซูเฉินกำลังต่อสู้อย่างยิ่งใหญ่อยู่ภายในจิตใจของมัน ทว่าเมื่อหันมาเห็นมันส่ายศีรษะไปมานางจึงเอ่ยปากถามขึ้น “เหตุใดเจ้าจึงส่ายศีรษะไปมาเช่นนั่นเล่า?”

“เอ่อ… ข้ารู้สึกเจ็บต้นคอเล็กน้อย” ซูเฉินตอบและเริ่มขยับศีรษะเหมือนจังหวะเสียงกลอง

การกระทำนั้นทำให้ภาพรูปร่างอันงดงามภายในน้ำเริ่มปรากฏขึ้นที่ดวงตาของมันทุกคราที่สายตากวาดผ่าน ทำให้จิตใจของมันเริ่มสั่นสะท้านดั่งระลอกคลื่นอีกครา ทั้งมันยังส่งผลกระทบต่อร่างกายส่วนร่างของมัน จึงยากที่มันจะปราบปรามส่วนนั้นให้สงบลงได้ ซูเฉินตัดสินใจที่จะค่อย ๆ นั่งลงอย่างช้า ๆ ทว่าสายตาของมันกลับจับจ้องไปที่กู้ชิงหลัวด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความกระหายที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

หากเป็นหญิงสาวมรามากด้วยประสบการณ์ พวกนางจะมองปฏิกิริยาที่ซ่อนอยู่ของซูเฉินออก ทว่ากู้ชิงหลัวนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องจึงไม่ได้คิดสิ่งใด นางจึงเอ่ยถามว่า “ใช่แล้ว เจ้ามีเรื่องอันใดบาดหมางใจกันกับหลินเชี่ยอย่างนั้นหรือ จึงได้มอบความตายให้แก่กันตั้งแต่พบเจอกันคราแรกเช่นนี้? เรื่องบาดหมางกันระหว่างตระกูลหลินกับตระกูลซูเป็นเรื่องใหญ่เช่นนั้นหรือ?”

คำเอ่ยของกู้ชิงหลัวได้หันเหความสนใจของซูเฉิน ทั้งยังช่วยลดแรงกดดันที่เกิดขึ้นในบริเวณช่วงล่างของร่างกายอีกด้วย

มันเอ่ยตอบอย่างใจเย็น “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว แม้ว่าพวกเราทั้งสองตระกูลจะมีข้อขัดแย้งกันบ้างเล็กน้อย ทว่าไม่อยู่ในจุดที่ต้องสังหารทันทีที่พบหน้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันมาจากสาเหตุอื่น…”

ซูเฉินเริ่มเล่าเรื่องราวที่พบเจอมาทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการมาเยี่ยมกู้ชิงหลัว รวมทั้งบทสนทนาที่มันแอบได้ยินมาด้วย

เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่ซูเฉินเล่า กู้ชิงหลัวพลันลุกยืนขึ้น (TL : อ้า!!!!!!!! //เลือดกระฉูด) ภายใต้หมอกอันเบาบาง คู่อกอันเต่งตึงคู่นั้นสั่นกระเพื่อมไปมา ส่งผลให้ซูเฉินเกิดความรู้สึก “ไม่สบาย” ต้นคอของมันราวกับเป็นตะคริวขึ้นมาอีกครา

กู้ชิงหลัวเอ่ยต่อ “เช่นนั้นเจ้าหมายความว่ามีคนรู้เรื่องที่เจ้าสังหารหลินเชี่ย?”

“ใช่” ซูเฉินพยักหน้า “ทว่าเรื่องนี้ข้าจำเป็นต้องไปกังวล นั่นเพราะผู้อาวุโสชางมิได้มาจากตระกูลหลิน มิเช่นนั้นมันคงไม่จำเป็นต้องระมัดระวังมิให้ถูกผู้คุ้มกันของตระกูลหลินพบเจอ ด้วยเหตุผลนี้ มันเลือกที่จะปล่อยให้หลินเชี่ยไล่ล่าข้าเพื่อสังหารข้าแทนตัวมันที่หลบหนีจากไป”

“ทว่ามันก็ยังสามารถใช้วิธีการอื่นเพื่อแจ้งให้ตระกูลหลินทราบว่าเจ้าเป็นผู้กระทำเรื่องนี้”

“มันไม่ทำเช่นนั้นแน่ เจ้าอย่าลืมสิ ข้าได้ยินความลับของพวกมัน แม้ว่าพวกมันจะแอบแจ้งตระกูลหลินอย่างลับ ๆ ทว่าข้าก็ยังสามารถเผยแพร่แผนการของพวกมันได้เช่นกัน หากพวกมันไม่อยากเดือดร้อน พวกมันก็จะเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น” ซูเฉินตอบอย่างสงบ

เมื่อได้ฟังสิ่งที่มันเอ่ย กู้ชิงหลัวถอนหายใจด้วยความผ่อนคลายก่อนที่จะนั่งลงในอ่างน้ำนั้นอีกครั้ง อกคู่นั้นสั่นกระเพื่อมอีกครั้งก่อนที่จะจมหายลงไปใต้ผิวน้ำ เมื่อมองเห็นได้ไม่ชัดเหมือนดังเดิม จิตใจของซูเฉินจึงรู้สึกผ่อนคลาย ทว่าในเวลาเดียวกันก็เกิดความรู้สึกเสียดายขึ้นมาเช่นกัน

กู้ชิงหลัวเอ่ยต่อ “หากเป็นเช่นนั้น เจ้าต้องระวังผู้อาวุโสผู้นั้นจะตามหาเจ้าและลอบปิดปากเจ้าอย่างเงียบ ๆ”

“ด้วยเหตุนี้ข้าจึงบอกทุกอย่างแก่เจ้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” ซูเฉินยิ้ม “บัดนี้มันมิอาจปิดปากข้าได้อีกแล้ว”

“นี่เจ้า!” กู้ชิงหลัวหันกลับมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง “เจ้ากำลังจะดึงข้าเข้าไปเกี่ยวด้วย? จิตวิญญาณอันเที่ยงธรรมและความเสียสละของเจ้าหายไปไหนหมดเล่า?”

“แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร? ผู้อาวุโสผู้นั้นไม่รู้เรื่องของพวกเรา นอกจากนั้นเจ้ายังไม่ใช่คนเดียวที่รู้เรื่องนี้”

กู้ชิงหลัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้ากำลังจะบอกว่า…”

ซูเฉินตอบอย่างช้า ๆ “มันเป็นเรื่องที่ควรที่ข้าจำเป็นต้องทิ้งแผนสำรองเอาไว้บ้าง”

ก่อนหน้านี้มันได้เตือนหัวหน้าร้านหยกพิสุทธิ์เพื่อเตรียมแผนสำรองรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แล้วตัวมันจะหลงลืมได้อย่างไร

กู้ชิงหลัวปรบมือพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ “ยอดเยี่ยม ข้าจะเป็นแผนสำรองให้เจ้า เมื่อใดที่เจ้าถูกสังหาร ข้าจะเป็นผู้กระจายข่าวและทำลายแผนการของพวกมัน”

หืม… เจ้ายังเป็นแขกรับเชิญที่สำคัญของตระกูลหลินอยู่ แล้วเหตุใดเจ้าจึงกระตือรือร้นที่จะทำลายแผนการของพวกมันเช่นนั้นเล่า?

“ข้ายังมีอีกเรื่องที่อยากจะรบกวนเจ้า” ซูเฉินเอ่ย

“ว่าอย่างไร?”

“ช่วยข้าออกไป”

“ข้าคิดว่าคืนนี้คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากตระกูลได้เพิ่มจำนวนผู้คุ้มกัน ในตอนที่เจ้ายังหมดสติ พวกมันมาสอบถามที่นี่ตั้งหลายครา หากข้าพาเจ้าออกไปตอนนี้ เกรงว่าเป็นไปได้สูงที่ข้าจะถูกจับได้ ถึงกระนั้น เมื่อถึงยามเช้าตรู่ ข้ามีวิธีที่จะพาเจ้าออกไปจากที่นี่”

“หากข้าค้างคืนอยู่ที่นี่ ข้าเกรงว่าตระกูลของข้าอาจจะเกิดความยุ่งยากขึ้นมาได้”

“นั่นง่ายมาก ข้าจะส่งจดหมายในนามของเจ้าเพื่อแจ้งให้พวกมันรู้ว่าเจ้ากำลังใช้เวลาค่ำคืนนี้อยู่ที่บ้านสหาย”

“เช่นนั้นเจ้าคงต้องเดือดร้อนเพราะข้า”

“เจ้าเป็นสหายของข้า เหตุใดจึงได้เอ่ยเช่นนั้นเล่า” กู้ชิงหลัวแกล้งเป็นภูมิใจพร้อมทั้งตบลงที่หน้าอกของนางเบา ๆ เมื่อซูเฉินได้เห็นหน้าอกที่เปลี่ยนรูปทรงยามที่โดนมือของนางตบเบา ๆ แล้วกลับไปเป็นรูปเดิมอย่างที่เป็นเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น จิตใจของมันเริ่มเกิดคลื่นโหมกระหน่ำอีกครั้ง

กู้ชิงหลัวมองไปที่มันและแอบพึมพำ “วันนี้มันเสียเลือดไปมาก เหตุใดมันจึงยังมีเลือดให้ไหลออกจากจมูกได้อีก หรือว่าเป็นเพราะยาไม่พอกระมั้ง?”

ซูเฉิน “…”

ทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนที่ซูเฉินจะนึกบางอย่างออกและเอ่ยปากถาม “ใช่แล้ว เจ้าเคยได้เรื่องของเยว่อวู๋ถีกับแท่นฝังวิญญาณบ้างหรือไม่?”

กู้ชิงหลัวส่ายศีรษะ “ข้าไม่เคยได้ยิน ทว่าข้าสามารถตรวจสอบมันให้เจ้าได้ เว้นเสียแต่ว่าเยว่อวู๋ถีจะเป็นนามที่ไร้ชื่อเสียง มันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะสืบหาว่ามันเป็รใคร”

ซูเฉินส่ายศีรษะทันที “มันจะดีกว่าหากเจ้าไม่ตรวจสอบมัน เรายังไม่รู้ว่าผู้อาวุโสชางทำงานให้กับผู้ใดในตระกูลหลิน หากเจ้าถูกพวกมันพบเข้า พวกมันยังไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ เจ้าควรจะอยู่เป็นแผนสำรองให้แก่ข้า ไม่ควรไปเปิดเปยตัวเช่นนี้ เข้าใจแล้วหรือไม่?”

“แล้วเจ้าจะปล่อยให้แผนการของพวกมันสำเร็จอย่างนั้นหรือ?”

“เรื่องนี้… ให้ข้าคิดหาทางแก้เสียก่อน เรายังมีเวลาอีกตั้งหลายปีมิใช่หรือ? ดูจากบทสนทนาของพวกมันแล้ว เป็นไปได้ว่าพวกมันคงยังไม่เริ่มลงมือในช่วงนี้”

กู้ชิงหลัวได้ยินดังนั้นได้แต่เพียงบุ้ยปากเล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้ว”

เมื่อได้เห็นการกระทำอันน่าหลงไหลของนาง ทำให้จิตใจของซูเฉินเสมือนถูกคลื่นโหมกระหน่ำใส่อีกครา

ค่ำคืนนั้น ซูเฉินพักอยู่ในห้องของกู้ชิงหลัว

ในกลางดึก ด้วยอาการไม่สงบของกู้ชิงหลัวทำให้ซูเฉินต้องประสบปัญหาอย่างหนักมาก ในอีกด้านหนึ่งเป็นร่างกายของเด็กสาวที่เย้ายวนใจ ทั้งยังสวมเพียงเอี้ยมขณะที่เดินอยู่ภายในเรือนและพูดคุยกับมัน โดยที่ไม่คิดจะปิดป้องเลยสักนิดเดียว! ในอีกด้านหนึ่งซู้ฉินต้องทำเป็นนิ่งเฉยและพยายามทำให้ดีที่สุดเพ่อไม่ได้เป็นที่สังเกต

ซูเฉินต้องการที่จะมองทว่ากลับไม่กล้าที่จะทำเช่นนั้น ทั้งยังต้องคอยควบคุมปฏิกิริยาอันไม่พีงประสงค์จากร่างกายช่วงล่างให้สงบลงอีกด้วย ความขัดแย้งระหว่างหลักศีลธรรมและสัญชาตญาณทำให้มันต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ความจริง ทว่าความจริงนั้นส่งผลให้ซูเฉินต้องประสบกับช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมาณ

โชคดีที่ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากอาการบาดเจ็บหนักของมัน ทำให้มันหลับไปหลังจากที่ทิ้งตัวลง

เช้าวันรุ่งขึ้น กู้ชิงหลัวปลุกซูเฉินและบอกให้มันตามนางออไปทางประตูหลัง

ขณะที่มันเดินตามกู้ชิงหลัวผ่านผืนป่าเล็ก ๆ ซูเฉินก็ออกมาถึงผืนป่าไม้ แม้ว่ามันจะดูเหมือนป่าไม้ทั่วไป ทว่าเมื่อซูเฉินก้าวเข้าสู่ผืนป่าแห่งนี้ มันรู้สึกได้ถึงพลังต้นกำเนิดที่เปี่ยมล้นอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของมัน

“การก่อรูปแบบพลังต้นกำเนิด?” ซูเฉินชะงักไปชั่วครู่

นี่เป็นการก่อรูปแบบพลังต้นกำเนิด ซึ่งจะสร้างพลังต้นกำเนิดขึ้น

“ซู่ววว!” กู้ชิงหลัวยกนิ้วขึ้นเตือนซูเฉิน

หลังคำเตือนของนางก็ตามมาด้วยเสียงคำรามชองสัตว์อสูรหลายตัวที่อยู่ไม่ไกล

เมื่อได้ยินเสียงคำราม ซูเฉินก็เข้าใจได้ในทันที

อุทยานเดรัจฉาน!

อุทยานเดรัจฉานของตระกูลหลิน!

กู้ชิงหลัวพามันไปที่อุทยานเดรัจฉานของตระกูลหลิน

 

/* เจ๊าะแจ๊ะท้ายตอน */

เชื่อว่าสุภาพบุรุษหลาย ๆ ท่านคงฟินกับบทนี้ไปไม่น้อย อิอิ