0 Views

“ท่านพ่อ” ซูเฉียนที่ยืนอยู่หน้าซูเค่อจีเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น “บุตรของท่านกลับมาแล้วขอรับ”

“ดี ดี ดี” ซูเค่อจีโอบกอดบุตรชายของมันถึงสามครั้ง เห็นได้ชัดว่ามันรู้สึกตื่นเต้นในใจเป็นอย่างมาก

มันตบอกบุตรชายแล้วเอ่ยว่า “ทะเลดันเถียนของเจ้ามันเปล่งประกาย อีกทั้งเจ้ายังมีกลิ่นอายฆ่าฟันปะปนอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่าเจ้าพึ่งจะบรรลุเข้าสู่ขอบเขตบ่มเพาะพลังฉีสินะ เจ้าถึงได้สามารถสร้างกลิ่นอายฆ่าฟันพวกนี้ได้”

ซูเฉียนเอ่ยตอบอย่างตื่นเต้น “ท่านพ่อ บุตรชายของท่านได้สังหารสัตว์อสูรลวงตาในอารามประกายทรัพย์ไปกว่า 308 ตัว อีกทั้งข้าเกือบตายไป 26 ครา ข้าได้รับประสบการณ์ในการต่อสู้แลกโลหิต และตัวข้านี้มิใช่ซูเฉียนเฉกเช่นในอดีตอีกต่อไป”

ซูเค่อจีพยักหน้า “ยอมเยี่ยม ครานั้นเพราะปู่ของเจ้าจำเป็นต้องไปช่วยคนจากอารามประกายทรัพย์ มันได้รับสัญญาว่าเราสามารถร้องขอใช้ขอบเขตประกายทรัพย์ลวงตาได้ ในเรื่องนี้ ข้าได้ใช้สิ่งที่ตระกูลซูมีทั้งหมดไปแล้ว” ซูเค่อจีเอ่ยจากใจขณะที่จับมือของซูเฉียน

ซูเฉียนรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก “สิ่งที่ท่านพ่อจ่ายไปเพื่อข้ามากมายยิ่งนัก”

“ตราบใดที่เจ้ากลายเป็นอัจฉริยะ ทุกสิ่งล้วนคุ้มค่า” ซูเค่อจียิ้มอย่างอ่อนโยน

แม้ว่ามันจะเป็นคนไม่ดี ทว่ามันยังเป็นบิดาที่ดี

แน่นอนว่า เมื่อมองข้ามเรื่องเหล่านี้ มันมิใช่เพียงเรื่องที่ต้องเอาชนะซูเฉินในการแข่งขันสิ้นปีเท่านั้น ที่สำคัญไปกว่านั้น คือการต่อสู้มังกรซ่อน

หัวหน้าคนเก่าเคยกล่าวไว้เมื่อนานมาแล้วว่า หากซูเฉียนสามารถเข้าสถาบันมังกรซ่อนได้ มันสามารถหยิบทรัพย์สินขอบเขตประกายทรัพย์ลวงตาออกมาใช้สักเพียงใดก็ได้ ทว่าหากมันมิอาจเข้าร่วมได้ นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูลซู ซูเค่อจีจำต้องสละทรัพย์สินทั้งหมดของมันในตระกูลซู และแบกรับภาระนั้นด้วยตนเอง

จากจุดนี้ ซูฉางเฉ่อและซูเฉิงอานก็นับว่าคล้างคลึงกัน พวกมันต่างรักบุตรชายและบุตรสาวของตนเองเช่นกันใช่หรือไม่? ใช่

ถึงกระนั้น พวกมันเพียงรักใคร่เพียงบุตรชายและบุตรสาวที่โดดเด่น และเหมาะสมที่จะลงทุนไปเท่านั้นเอง

ซึ่งในความเป็นจริง มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงมิได้ ตราบเท่าที่บุตรชายและบุตรสาวของมันผู้ใดมีความหวังอยู่ มีเพียงคำถามเดียว… มีค่าเพียงใด?

หลายสิ่งขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ มากกว่าดำหรือขาว

ภายในใจของรุ่นที่หนึ่งและสองต่างแสดงความคาดหวังไว้สูงอย่างเห็นได้ชัดเจน นี่เป็นเหตุผลที่ซูเฉินถูกจัดการ และเป็นเหตุผลที่ซูเค่อจีสามารถจัดการมันได้

ประกายทรัพย์เป็นผู้เชี่ยวชาญรูปแบบต้นกำเนิดที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีความชำนาญด้านภาพลวงตาด้วย ถึงกระนั้น ภาพลวงตาของมันแตกต่างจากหลี่ตรงที่มิได้นำไปใช้หลอกลวง ทว่ามันสร้างขึ้นเพื่อเป็นการส่งต่อและฝึกฝนให้แก่ลูกหลานของพวกมัน จิตวิญญาณของซูเฉียนได้เข้าสู่ขอบเขตประกายทรัพย์ลวงตาแล้ว และด้วยการที่ต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรลวงตามาเป็นจำนวนมาก มิเพียงเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้เท่านั้น ยังช่วยขัดเกลาประสบการณ์เฉียดตายด้วย มันสามารถสร้างกลิ่นอายฆ่าฟันผ่านการต่อสู้ และได้รับทักษะที่ใช้กลิ่นอายฆ่าฟันในการป้องกันร่างกาย ขณะเดียวกันมันยังสามารถเสริมสร้างจิตวิญญาณของตนเองให้เพิ่มขึ้น ให้ได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นสมบัติที่แท้จริง ถึงกระนั้น นี่เป็นเหตุผลว่ามันมีราคาในการเข้าไปสูงมาก หากมิใช่ว่าซูฉางเช่อเคยช่วยเหลือประกายทรัพย์เอาไว้ในครั้งอดีต มันอาจไม่ได้รับโอกาสนี้

บัดนี้ โอกาสได้ถูกส่งต่อให้กับซูเฉียน

ซูเฉียน ผู้ที่ได้รับประสบการณ์ 10 วันจากเขตแดนประกายทรัพย์ลวงตา มีกลิ่นอายแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง จนผู้คนสัมผัสได้ว่ามันเติบโตขึ้นมาก

ขณะนั้นเอง ซูเฉียนเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น “ไม่ต้องกังวลไปขอรับท่านพ่อ ครานี้ข้าจะจัดการกับซูเฉินเป็นอย่างดี”

ซูเค่อจีหัวเราะเสียงดัง “ข้าไม่ได้ใช้แรงกายแรงใจไปเพียงเพื่อให้เจ้าไปสั่งสอนบทเรียนให้ซูเฉินเพียงเท่านั้น อีกทั้งซูเฉินเพียงคนเดียวก็มิได้อยู่ในแผนการมากนัก ตอนนี้เจ้าควรมุ่งใช้ความพยายามทั้งหมดไปกับการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเองจะดีกว่า”

ขณะที่ซูเค่อจีเอ่ย มันหยิบกล่องที่ใส่ขวดยาเอาไว้ออกมา “ขวดนี้ได้บรรจุยาพลังต้นกำเนิดเอาไว้ ข้าซื้อมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ ด้วยสิ่งนี้ การเพาะปลูกของเจ้าจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งยังเพิ่มพลังต้นกำเนิดในตัวเจ้าอีกด้วย ทักษะเพาะปลูกต้นกำเนิดจะกลายเป็นเรื่องง่าย ในครึ่งปีที่เหลืออยู่นี้ จงปรับแต่งและฝึกฝนตัวของเจ้า ถึงกระนั้น นี่เป็นยาชนิดใหม่ มันอาจใช้เวลาสองถึงสามวันหลังจากที่เจ้าดื่มมันจึงจะเห็นผล ข้าคิดว่ามันอาจไม่ได้มีประโยชน์มากนักในการแข่งขันปลายปีนี้ ทว่าเจ้าไม่ต้องกังวล ข้ามีสิ่งนี้……”

ซูเฉียนมองตามนิ้วมือของซูเค่อจีไปยังขวดเล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้าง ๆ คำทั้งสี่ที่สลักไว้ด้านข้าง ส่งผลให้หัวใจของมันเต้นอย่างรุนแรง “สิ่งนี้มัน……”

“สิ่งนี้คือสิ่งที่ข้าเตรียมไว้ให้กับซูเฉิน” ซูเค่อจีเอ่ยด้วยน้ำเสียงอาฆาต

ซูเฉียนรีบเอ่ยขึ้น “ทว่าท่านพ่อ ข้าไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวมันอีกต่อไปแล้ว จำเป็นต้องทำเช่นนี้ด้วยหรือขอรับ?”

“หุบปาก! เจ้าจะไปรู้อะไร?” ซูเค่อจีเอ่ยด้วยความโกรธ “เจ้าเชื่อจริง ๆ หรือว่าการที่ซูเฉินสามารถรอดกลับมาจากเทือกเขาสีชาดได้อย่างปลอดภัยถึงสองครั้งจะเป็นเพียงเพราะความโชคดี?”

ซูเฉียนรู้สึกตกใจ ซูเค่อจีจึงเอ่ยต่อ “หากข้าเดาไม่ผิด มันสมควรกลายเป็นผู้บ่มเพาะพลังฉีแล้วมานานแล้ว”

“เป็นไปได้อย่างไรกัน?” ซูเฉียนตกตะลึงเป็นอย่างมาก

“เหตุใดจึงจะเป็นไปไม่ได้? อย่าลืมว่านั่นเป็นเพราะสตรีโง่เขลาเหยียนหวูโชง ซูเฉินจึงสามารถฟื้นคืนกิจการทั้งสี่ของมารดามันได้ ทว่ากิจการทั้งสี่ที่อยู่ในมือของมันมิได้เหมือนดังเช่นแต่ก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างจำเป็นต้องนำเข้าตำหนัก เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวว่ากิจการทั้งสี่ได้สูญเสียเงินไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้งยังถูกกดดันอย่างหนัก เจ้าคิดว่าเงินเหล่านั้นไปไหนเล่า?”

ซูเฉียนเข้าใจทันที “หรือว่ามันจะไปซื้อยาพลังต้นกำเนิด?”

“ใช่แล้ว มันซื้อมาก่อน และเมื่อข้าคิดได้ ข้าก็จัดการทำตามรอยมัน” ซูเค่อจีตบบ่าชองบุตรชายก่อนเอ่ยอย่างจริงจัง “ลูกชายข้า ศัตรูของเจ้าช่างซับซ้อนยิ่ง ฉะนั้นแล้วอย่าได้ประมาทมันเป็นอันขาด! บัดนี้แนวโน้มว่าซูเฉินจะอยู่ในขอบเขตบ่มเพาะพลังฉีแล้ว แม้ว่ามันจะซ่อนเอาไว้ก็ตามที เป้าหมายของมันคือการทำให้ทุกคนตกใจในระหว่างการแข่งขันปลายปีนี้ และจะลงมือจัดการกับเจ้า ทว่าบัดนี้ข้ารู้เบื้องหลังของมันแล้ว ข้าจะให้โอกาสมันทำสำเร็จได้อย่างไร? ถึงตอนนี้เจ้าจะเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตบ่มเพาะพลังฉี ทว่าเจ้าอาจจะช้าไปกว่ามันสองถึงสามเดือน อีกทั้ง ไม่ว่าจะเป็นทักษะต้นกำเนิดหรือพื้นฐานการเพาะปลูก มันควรจะสูงมากกว่าเจ้า แม้ว่าเจ้าจะดื่มยาพลังต้นกำเนิดเข้าไป การต่อสู้ระหว่างพวกเจ้าสองคนควรเป็นห้าในสิบส่วน ข้ามิอาจมั่นใจเต็มที่ว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะมันได้”

เมื่อซูเฉียนได้ยินเช่นนั้น มันถึงกับเงียบ

สิ่งที่บิดาของมันทำได้ อย่างมากเพียงดึงช่องว่างระหว่างพวกมันทั้งสองเท่านั้น?

ซูเฉียนส่ายศีรษะแล้วเอ่ย “บุตรชสบท่านช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก”

ซูเค่อจีส่ายศีรษะก่อนจะเอ่ย “นั่นมิใช่ความผิดของเจ้า ในปีนี้ เราทุกคนต่างมองไปที่มัน ทำให้มันมีโอกาสเติบโต ถึงกระนั้น ครานี้ข้าจะไม่ประมาทมันอีกต่อไป นี่เป็นขวดยาระวับความรู้สึกที่ข้าเตรียมไว้ให้กับมัน ด้วยเหตุนี้มันจะไม่เป็นปัญหากับเราในอนาคตอีกต่อไป”

ซูเฉียนลังเลชั่วครู่ มันมองที่ขวดยาแล้วเอ่ยว่า “ท่านจะอย่างนี้จริง ๆ หรือขอรับท่านพ่อ?”

ซูเค่อจีเอ่ยอย่างไร้ความรู้สึก “หากเจ้าต้องการให้มันสำเร็จ เจ้ามิอาจใจอ่อนได้ จงดื่มมันซะ”

ซูเฉียนสูดลมหายใจอย่างแรง ก่อนที่จะตัดสินใจได้ในที่สุด

มันเอียงศีรษะ ก่อนจะดื่มขวดยาพลังต้นกำเนิดนั้นลงไป

_________________________________________

เมื่อใกล้จะถึงยามค่ำ ซูเฉินยังคงนั่งอยู่ที่ลานฝึก

มันกำลังกำเม็ดถั่วอยู่ในมือราวกับกำลังคิดสิ่งใดอยู่

ทันใดนั้น เสียงลมก็ดังขึ้นในอากาศ

ซูเฉินมิได้หันหน้า มันสะบัดข้อมือขว้างเมล็ดถั่วสีดำออกไป จากนั้นก็มีนกตกลงมาจากท้องฟ้า

“นายน้อย ท่านเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงขอรับ” ขณะนั้นเอง เจี้ยนซินก็เดินเข้ามาในลานฝึก เมื่อเห็นฉากนี้ ทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มันหยิบนกขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า “ปีกของมันบาดเจ็บขอรับ”

“นำมันไปเก็บไว้ในกรง เมื่อบาดแผลของมันหายสนิจแล้ว เราจึงจะปล่อยมันไป”

“ข้าน้อยมิคิดจะทำเช่นนั้น มันได้ตายไปเสียแล้ว ดังนั้น เราควรนำมันไปทำอาหารจะดีกว่านะขอรับ” เจี้ยนซินเอ่ยอย่างมีความสุขขณะที่มันบิดคอนกเพื่อฆ่ามัน

“เป็นเช่นนั้นหรือ น่าเสียดายนัก เจี้ยนซิน เจ้าไปรินชามาให้ข้า”

“ขอรับนายน้อย” เจี้ยนซินตอบตกลงขณะที่เดินไปยังโต๊ะหิน

ชุดชาถูกวางไว้บนโต๊ะหินในลานฝึก

เจี้ยนซินมองไปรอบ ๆ ก่อน เพื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่แถวนี้ จากนั้นก็หยิบเอาขวดยาเทลงไปในกาน้ำชา แล้วค่อยเทใส่ถ้วยชา ก่อนจะมอบมันให้กับซูเฉิน “โปรดดื่มชาขอรับนายน้อย”

“อืม” ซูเฉินเอ่ยตอบก่อนจะรับชามาจิบเบา ๆ

ความรู้สึกถึงพลังต้นกำเนิดกระจายไปทั่วร่างกายของมัน

“ชาดี” ซูเฉินยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะกลืนน้ำชาในถ้วยลงไป

เจี้ยนซินมองมันด้วยสายตาเย็นชา มันแง้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

เมื่อวางถ้วยชาลง ซูเฉินเอ่ย “ใช่แล้ว ข้าได้ยินว่าซูเฉียนกลับมาแล้วเช่นนั้นหรือ?”

“ขอรับ นายน้อยรองเพิ่งกลับมาถึงเมื่อเช้านี้” เจี้ยนซินเอ่ยตอบ

ซูเฉินเอ่ยตอบ “ไม่ว่าอย่างไร มันก็ยังเป็นพี่ชายของข้า ช่วยข้าเลือกของขวัญจากในห้องเพื่อแสดงเจตนารมณ์ของข้า”

เจี้ยนซินหัวเราะเบา ๆ “ยามที่นายน้อยสี่จัดการนายน้อยสอง เหตุใดจึงไม่เอ่ยเช่นนี้เล่าขอรับ?”

ซูเฉินขมวดคิ้ว “หากข้าบอกให้เจ้าไป ก็จงไปซะ อีกทั้งคำพูดพวกนี้เจ้าเอามาจากที่ใด? เจ้าคิดว่าข้าจะจัดการเจ้ามิได้เช่นนั้นหรือ?”

เจี้ยนซินก้มตัวออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก

ขณะที่มันมองเจี้ยนซินจากป ซูเฉินก็เอ่ยขึ้นในทันที “ภูผาเหล็ก”

ร่างขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นจากป่าใกล้ ๆ

“คนระยำ!” ภูผาเหล็กเอ่ยด้วยความโกรธ แววตาของมันรุนแรงราวกับว่าจะเผาผลาญทุกสิ่งอย่างให้มอดไหม้เป็นธุลี

“ไม่ต้องรีบร้อนไป จงอดทนเอาไว้ก่อน” ซูเฉินเอ่ยอย่างสบายใจ “มันยังไม่ถึงเวลานั้น”

ขณะที่เอ่ย มันยกกาน้ำชาขึ้นบนโต๊ะ “ดื่มมัน”

“ให้ข้าหรือขอรับ?” ภูผาเหล็กตะลึง

มันเห็นชัดเจนเลยว่าเจี้ยนซินเทบางอย่างลงไปข้างในนั้น

นั่นคือยาพลังต้นกำเนิด!

ซูเฉินเอ่ยตอบ “ข้าไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งนี้ ตอนนี้เจ้าเองกอยู่ในขั้นแปดของการบ่มเพาะกายาแล้ว เพียงเจ้าดื่มมันเข้าไป เจ้าควรจะอยู่ขั้นปลายของขั้นที่เก้า หากเจ้าพยายามอีกสักเล็กน้อย ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าจะสามารภบรรลุขอบเขตบ่มเพาะพลังฉีได้สำเร็จ”

“นายน้อย!” ภูผาเหล็กเอ่ยพร้อมคุกเข่า

ซูเฉินใช้น้ำเสียงต่างไปจากเดิมเพื่อแสดงความเอาใจใส่ “เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ข้าเพียงหวังว่าในอนาคต ข้าจะมีผู้รับใช้ทีดี และนั่นก็เพียงพอแล้ว”