0 Views

แม้เสียงลมหายใจของภูผาเหล็กจะแผ่วเบาเพียงใด มันก็เปรียบเสมือนเสียงฟ้าผ่าในหูของชายชุดดำ

ร่างของมันสั่นสะท้านขณะที่หันไปมองรอบ ๆ ก่อนที่จะตะโกนออกมา “เป็นผู้ใด? เผนตัวออกมา!”

น้ำเสียงของมันเจือปนความหวาดกลัวที่มันมิอาจควบคุมได้

เมื่อซูเฉินเห็นดังนั้น มันจึงตัดสินใจหยุดซ่อนตัวแล้วเดินออกมาจากเงามืด

คนผู้นั้นดูตกใจอย่างชัดเจนเมื่อมองเห็นมัน “เป็นเจ้าเองหรือ?”

“แปลกใจนักหรือที่เห็นข้าอยู่ที่นี่?” ซูเฉินถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ท่านหลี่”

ชายชุดดำที่อยู่ตรงหน้าของมันคือปรมาจารย์ภาพลวงตาหลี่ที่เป็นหนึ่งในเจ็ดกลุ่มชายชุดดำก่อนหน้านั้น

ขณะนั้นเอง ท่าทีของหลี่ก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียด มันหลี่ตาลงอย่างช้า ๆ “น่าสนใจยิ่ง สารเลวน้อย เหตุใดเจ้าจึงไม่กลับไปยังเมืองหลินเป่ยแทนที่จะมาที่แห่งนี้?”

“หืม นั่นเป็นเพราะข้ามาท่านอย่างไรเล่า รอให้ท่านกลับมาแล้วเปิดห้องลับที่แท้จริงแห่งนี้” ซูเฉินหัวเราะ

ท่าทางของหลี่น่าเกลียดยิ่งกลัวเดิม “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

“แท้จริงแล้วก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด” ซูเฉินตอบ “ข้าตระหนักได้ทันทีที่เราพบสถานที่แห่งนี้ สิ่งที่เราพบไม่ใช่สมบัติทั้งหมดของหลี่หมิงถาง มันเป็นผู้บ่มเพาะก่อกำเนิดหยาง! หากมันต้องการ มันสามารถกรอกหินต้นกำเนิดระดับต่ำนับร้อยได้ทุกวันเสียดายซ้ำ ในฐานะที่ปล้นผู้อื่นเพื่อนำมาเลี้ยงชีวิต ท่านเชื่อหรือว่ามันจะเก็บเอาไว้เพียงสองหมื่นก้อนเท่านั้น?”

“ทว่ามิใช่ว่าเราค้นคลังสมบัติและสอบปากคำพวกมันไปหมดมิใช่หรือ? และเราก็ยังมิอาจเจอสิ่งใด”

“เจ้าเป็นคนที่สอบปากคำพวกนั้น!” ซูเฉินตอบ “แท้จริงแล้วภริยาของหลี่หมิงถางได้บอกตำแหน่งที่แท้จริงของคลังสมบัติมานานแล้ว ถึงกระนั้น ท่านได้ตั้งใจที่จะปกปิดสิ่งนั้นจากเรา และสังหารนางเพื่อปิดปาก”

หลี่เอ่ยเสียงต่ำ “ทว่าเจ้าก็เห็นว่าข้าสอบปากคำนางต่อหน้าทุกคน ข้าจะปกปิดมันอย่างไรเล่า?”

“นั่นนับว่าถูก หากว่าสิ่งที่เห็นเป็นความจริงตั้งแต่แรก” ซูเฉินตอบ

หลี่มิอาจเก็บงำท่าทางได้อีกต่อไป

ซูเฉินถอนหายใจ “ข้าต้องยอมรับว่าท่านกล้ามาก และต้องยอมรับว่าเป็นปรมาจารย์ภาพลวงตาที่แท้จริง เพื่อที่จะหลอกพวกเราอย่างเงียบเชียบโดยที่พวกเรามิได้ตระหนักถึงเลยแม้แต่น้อย…… การร่ำไห้ของแม่นางหลี่เป็นเพราะนางไม่รู้ว่านั่นเป็นภาพลวงตาที่สร้างโดยเทคนิคภาพลวงตาจากท่านใช่หรือไม่? ท่านดึงพวกเราทั้งหมดให้ตกอยู่ในเทคนิคภาพลวงตาและสร้างฉากปลอม ๆ ขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้วท่านได้รู้ตำแหน่งคลังสมบัติลับจากแม่นางหลี่และวิธีการเปิดห้องนั้นมานานแล้ว ท่านคงใช้ความกล้าไปไม่น้อย แม้กระทั่งกล้าหลอกลวงบารอนแถมยังสำเร็ตเสียด้วย”

เมื่อวานนี้ ยามที่หลี่สอบปากคำแม่นางหลี่ นั่นเป็นภาพลวงตาที่มันสร้างขึ้น ชายผู้นี้สามารถถามตำแหน่งของห้องลับต่อหน้าทุกคน ทว่ากลับกันมิให้พวกมันรู้ความจริง

แท้จริงแล้วความกล้าของมันนับว่ามากล้น!

ช่วงเวลานั้นหลี่หัวเราะอย่างชั่วร้าย “เทคนิคภาพลวงตาถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกลวงผู้อื่นตั้งแต่แรกแล้ว มันคล้ายกับการโยนผู้คนเข้าสู่ความฝัน ตราบเท่าที่เจ้าไม่ปลุกผู้คนจากการหลับฝัน แม้จะเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตระดับสูงก็สามารถลวงได้ตรารบเท่าที่มีความฝันอยู่ ถึงอย่างไร ข้าไม่คาดคิดว่าจะหลอกบารอนได้ ทว่ากลับใช้มิได้กลับเจ้า”

“ไม่เลย ท่านหลอกข้าได้” ซูเฉินตอบ “ภาพลวงตาของท่านยังคงอยู่ และข้ามิอาจมองทะลุมันในตอนนั้นได้”

“เช่นนั้นแล้ว เจ้าพบมันในตอนท้ายหรือ?”

“นั่นเป็นเพราะชิงเหอเป็นคนเตือนข้า” ซูเฉินตอบ

“ชิงเหอ?” หลี่ตกตะลึง

มันไม่เข้าใจว่าสิ่งที่มันกระทำไปเกี่ยวข้องกับชิงเหอได้อย่างไร

ซูเฉินตอบ “ชิงเหอเป็นข้ารับใช้ของตระกูลเหอ และตระกูลเหอกับตระกูลซูก็มักจะมีเรื่องขัดแย้งกันอยู่ตลอด มันกับข้ามิใช่สหาย ถึงอย่างไร ขณะที่มันมองเห็นข้า มันรีบวิ่งมาหาข้าเพื่อขอร้องให้ข้าช่วยชีวิตมันทันที เพื่อที่จะรอด มันจึงบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่มันรู้แก่ข้า ข้าไม่จำเป็นต้องถามสิ่งใด มันที่อยากรอดชีวิตก็เหมือนกับคนที่กำลังจมน้ำ มันไม่คำนึงว่าจะมีสิ่งใดลอยอยู่บนผิวน้ำในทะเลสาบ มันต้องการคว้าไว้ แม้มันจะเป็นเพียงโอกาสเล็กน้อย ทว่ามันอาจช่วยชีวิตของมันได้ ในทางกลับกัน มันเกี่ยวข้องอย่างไรกับแม่นางหลี่เล่า? นอกเสียจากหมอบคลานและเอ่ยปากอ้อนวอนเราเพื่อให้ปล่อยแล้ว นางมิได้ทำอย่างอื่นเลย……”

เมื่อเอ่อยถึงจุดนี้ ซูเฉินหัวเราะ “เจ้าไม่รู้สึกว่าการกระทำของแม่นางหลี่เป็นเพียงหุ่นเชิดหรือไม่เมื่อเทียบกับชิงเหอ? นางเป็นสตรีของหลี่หมิงถาง เช่นนั้นนางควรจะรู้ความลับของหลี่หมิงถาง อย่างเช่นความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลิวกับกองกำลังภูเขาเงา หรือเรื่องอื่นที่พวกเราไม่สมควรจะรู้ ทว่านางกลับมิได้เอ่ยสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งนางมิได้พยายามที่จะทำด้วย ทั้งหมดที่นางทำเป็นการหมอบคลานและอ้อนวอนซ้ำ ๆ แม้กระทั่งจังหวะคุกเข่าของนางยังมั่นคงราวกับหุ่นเชิด”

หลี่มึนงง

ซูเฉินยิ้มเบา ๆ “บอกตามตรง เทคนิคภาพลวงตาของท่านนับว่าสมจริงยิ่งนัก ทิวทัศน์ที่สร้างขึ้นเพื่อลวงทุกคนล้วนถูกต้องแม่นยำ ทว่าน่าเสียดดายที่ท่านบอกเล่าเรื่องราวได้แย่ไปเสียหน่อย แม้ว่าภาพที่ท่านสร้างจะงดงามเพียงใด ทว่าก็ยังขาดสิ่งที่สำคัญซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านล้มเหลว การหลอกลวงที่จะประสบผลสำเร็จนั้นมิเพียงจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพเท่านั้น ทว่าเนื้อหาที่พิเศษและความลึกซึ้งก็จำเป็นเช่นกัน”

หลี่ถอนหายใจ “สิ่งที่เจ้ากล่าวมามีเหตุผล ข้ามิคาดคิดเลยว่าคนที่มีสายตาจะมิอาจมองเห็นข้อผิดพลาดนี้ได้ ทว่าเจ้าที่เป็นคนตาบอดกลับสามารถค้นพบมัน ถึงกระนั้นนั่นมิใช่น้อยเกินไปที่จะกล่าวหาข้าโดยใช้สิ่งนี้ใช่หรือไม่?”

“แล้วหากข้าเพิ่มสิ่งนี้เข้าไปเล่า?” ซูเฉินนำหีบออกมาจากแหวน

หีบกลิ้งลงไปตามบันไดในเส้นทางลับและเปิดออกด้วยตัวมันเอง เหรียญทองขนาดใหญ่ เงิน และหินล้ำค่ากลิ้งออกมาจากมัน

“นี่……” หลี่ตกตะลึงจนอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ “นี่เป็นสิ่งที่เจ้าพบในโรงงานสกุลเงินหรือ?”

“ข้าพบมันในห้องใกล ๆ กัน” ซูเฉินเอ่ย “หีบนี้เก็บหินต้นกำเนิดมูลค่ากว่าสามหมื่นก้อนเอาไว้ หากบุคคลที่สามารถเก็บหินต้นกำเนิดมูลค่ากว่าสามหมื่นก้อนแบ่งเป็นที่ที่ แล้วสิ่งที่อยู่ในกองบัญชาการที่มีมูลค่ามากเท่าใดเล่า? เมื่อพิจารณาความจริงที่สอบปากคำจากแม่นางนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เจ้าเหนื่อย…… ทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่ชี้ให้เห็นว่าท่านเป็นหนึ่งในบุคคลที่กระทำขึ้น”

“เป็นเช่นนั้นแล้วอย่างไร” หลี่เอ่ยด้วยใบหน้าที่ราวกับเข้าใจแล้ว “ทว่าข้ายังไม่เข้าใจว่าเจ้าสามารถนำหีบนี้ออกมากับเจ้าได้อย่างไร? มิใช่ว่าบารอนตรวจสอบแหวนของเจ้าไปแล้วหรือ”

“มันไม่ได้อยู่ในแหวนตอนที่มันตรวจสอบ” ซูเฉินตอบ

หลี่เริ่มกลับมาสับสนอีกครั้ง หลังจากที่มองไปที่ภูผาเหล็กด้านหลังมัน ก็เริ่มตระหนักถึงฉากของทั้งสองที่วิ่งออกมาจากซากปรักหักพัง มันจำได้ว่าภูผาเหล็กกำลังสวมชุดเกราะบนตัวอยู่ในช่วงเวลานั้น

มันมองเห็นความจริงทันที “เจ้านำสมบัติไว้ในหีบของชุดเกราะทอง ด้วยเพราะกระบวนการคิดของพวกเรา เราเพียงสังเกตแหวนมิติของเจ้า ทว่ามิได้ตระหนักถึงหีบใหญ่ที่ว่างเปล่าในยามที่ภูผาเหล็กสวมชุดเกราะทองคำ แล้วเจ้าก็ตั้งใจให้พวกเราเข้าไปค้นหาในซากปรักหักพังนั่นเพื่อที่จะใช้ในการถ่ายสมบัติทั้งหมดในหีบลงไปในแหวนมิติของเจ้า เพราะเราได้ตรวจสอบแหวนมิติของเจ้าไปแล้วหนึ่งรอบ จึงไม่มีทางที่จะขอตรวจสอบเป็นครั้งที่สอง เมื่อพวกเรากลับมา เจ้าก็ให้ภูผาเหล็กถอดชุดเกราะออกแล้วเก็บลงในหีบต่อหน้าพวกเรา ด้วยเหตุนี้ เจ้าจึงสามารถลดข้อสงสัยเกี่ยวกับหีบได้”

ซูเฉินยักไหล่ “นี่เป็นภาพลวงตาของข้า ซึ่งตรงข้ามกับท่าน แม้ว่ามันมิได้เป็นทักษะแพรวพราว ทว่ามันก็ยังยอมรับได้ ข้าหวังว่าท่านจะขอบมัน”

หลี่ได้แต่หัวเราะเสียงดัง “นับแต่ที่เจ้าจัดการเรื่องต่าง ๆ ในโรงงานสกุลเงินด้วยตัวเองแล้ว ข้าควรจะสรุปว่าเจ้ามิได้บอกกับผู้ใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อที่จะได้ฮุบเอาสมบัติทั้งหมดไว้กับตัวใช่หรือไม่? และเจ้าเป็นผู้เดียวที่นี่ เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะสามารถแย่งสมบัติไปจากข้าได้?”

“ถ้าข้าบอกว่ามันทำได้ เจ้าจะรู้สึกสบายใจขึ้นหรือไม่?” ซูเฉินหัวเราะ “แล้วข้าจะบอกท่าน ใช่แล้ว!”

หลี่ถอนหายใจ “หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็รู้สึกโล่งใจมาก”

มันมองที่ซูเฉินแล้วเอ่ย “บัดนี้ก็ง่ายแล้ว ตราบเท่าที่ข้าจัดการอีกฝ่ายได้ ก็สมควรที่จะไม่เกิดปัญหาใด ๆ ใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้ว” ซูเฉินตอบอย่างสุภาพ