0 Views

ร่างของเฉินปิงได้ถูกปักยึดไว้กับกำแพงที่อยู่ห่างออกไปขณะที่เลือดมากมายได้ทะลักออกมาทำให้ภาพเหล่านี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก

ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะถูกฆ่าตายง่ายๆแบบนี้ !

“เจ้ากล้าที่จะฆ่าเจ้าหน้าอาวุโสที่ของกองบัญชาการงั้นหรอ ! ”

หยี่หยุนดงได้มีท่าทางเปลี่ยนไปเหมือนกับเจิ้งโม่ที่อยู่ข้างๆเขา

“ไม่ต้องเอาเรื่องของกองบัญชาการมาโกหกข้า ในสายตาของข้านั้นเจ้าไม่ได้มีค่าอะไรแม้แต่น้อย ”

เมื่อมองไปยังคนเหล่านี้แล้วหลินเทียนก็ได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“เจ้ารวมหัวกันฆ่าข้าเพื่อโจวเฮอดังนั้นในเมื่อเจ้าต้องการฆ่าข้า ข้าก็จะฆ่าเจ้า มันมีปัญหาตรงไหน ? ”

หลินเทียนสามารถเห็นเป้าหมายของทั้งสามคนได้อย่างชัดเจน เขาฆ่าโจวเฮ่าไปซึ่วมันนั้นเป็นถึงลูกชายของผู้บัญชาการและคนเหล่านี้ก็ทำไปเพื่อผู้บัญชาการ ทหารธรรมดาๆทั้งสามคนก่อนหน้านี้เป็นเพียงหมากที่คนเหล่านี้วางเอาไว้เพราะว่าพวกมันต้องการที่จะฆ่าเขา !

“เจ้า ….. ”

ใบหน้าของหลี่หยุนดงได้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดโดยทันทีเพราะว่าหลินเทียนมันสามารถคาดเดาเป้าหมายของเขาได้

ขณะที่จ้องมองไปยังทั้งสองคนที่เหลิอนั้นหลินเทียนก็ได้ก้าวเท้าออกไปพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“หากว่าเป็นเวลาอื่นที่ข้ามาที่นี่ก็คงจะดีแต่เจ้าเลือกกวนข้าผิดเวลาแล้ว คิดว่าข้ามันรังแกได้ง่ายๆงั้นหรอ ? ”

หลินเทียนนั้นเป็นคนที่มีหลักการเป็นของตัวเอง หากว่าพวกมันไม่มาล่วงเกินเขา เขาก็จะไม่ล่วงเกินพวกมัน ทั้งสามคนนี้มันต้องการจะฆ่าเขาดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะไม่ไว้ชีวิตพวกมันอย่าว่าแต่เรื่องที่ทำให้หลินซี่หวาดกลัวด้วย นี่มันเป็นเรื่องที่เขารับไม่ได้ที่สุด

ด้วยความที่เป็นพี่ชายนั้นจะปล่อยให้น้องสาวถูกเอาเปรียบได้อย่างไรกัน!

เมื่อจ้องมองออกไปยังพวกเขาที่เหลือแล้วประกายตาของเขาก็ปลดปล่อยจิตสังหารออกมามากกว่าเก่า

ทั้งสองที่ต้องเผชิญหน้ากับจิตสังหารของหลินเทียนก็ได้แต่สั่นสะท้านไป

“รุมมันด้วยกัน !”

หลี่หยุนดงและเจิ้งโม่ได้มองไปที่กันและกันก่อนที่จะพยักหน้าแล้วคว้าอาวุธของตัวเองออกมา

อาวุธของหลี่หยุนดงนั้นเป็นกระบี่ส่วนของเจิ้งโม่นั้นเป็นหอกแหลม

“แกร๊ง ! ”

ทันใดนั้นเองที่เสียงคำรามได้ถูกส่งออกมาทั่วทิศทาง

“ฆ่า ! ”

พวกเขาทั้งสองได้ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

ทันใดนั้นเองที่พลังฉีอันเข้มข้นได้ระเบิดออกไปรอบทิศทาง

หลี่หยุนดงได้ฟาดฟันกระบี่ของตัวเองออกไปขณะที่ภาพของกระบี่ได้ปรากฏออกมารอบทิศทางและทุกเล่มแฝงไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง อีกฝั่งนึงหอกในมือของเจิ้งโม่เองก็ได้ส่งแรงกดดันที่หนักหน่วงออกมาพร้อมทั้งเหวี่ยงออกไปเหมือนมังกร

“แข็งแกร่งมากๆ ! ”

หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตกตะลึง

นี่มันคือพลังของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ ! เป็นพลังของจักรวรรดิ ! มันน่ากลัวมากๆ !

กระบี่ของหลี่หยุนดงนั้นยาวมากๆแถมคมกระบี่ยังกว้างอีกด้วยดังนั้นมันถึงได้แข็งแกร่งกว่ากระบี่ธรรมดาๆ และ ณ ตอนนี้เห็นได้เพียงแค่แสงสะท้อนของคมกระบี่ที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นกำลังฟาดเข้าไปทางหลินเทียน

การโจมตีนี้ทำให้เกิดเสียงกรีดในอากาศ

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ไม่แยแสออกมาขณะที่ร่างกายสั่นไหวเล็กน้อยเพื่อหลบการโจมตีนี้พร้อมทั้งส่งฝ่ามือออกไปปะทะกับคมกระบี่

แกร๊ง !

เวลานี้เองที่หลี่หยุนดงรู้สึกเพียงแค่ว่ามือข้างที่กำกระบี่เอาไว้นั้นด้านชาไปหมด

ณ ตอนนี้หอกยาวอันแหลมคมของเจิ้งโม่เองก็ได้พุ่งตรงมาทางหลินเทียนซึ่งระยะห่างระหว่างเขากับคมหอกนั้นแค่เพียง 3 เมตรเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำที่จะหลบการโจมตีนี้

“ฆ่า ! ”

เจิ้งโม่ได้แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

ณ ตอนนี้ความเร็วของหอกแหลมได้เพิ่มขึ้นผสมกับกลิ่นอายที่แข็งแกร่งซึ่งกำลังเข้าใกล้ร่างของหลินเทียนในระยะเพียงแค่ 3 ฟุตเท่านั้น

“ตาย ”

เจิ้งโม่ได้คำรามออกมาอย่างดังพร้อมทั้งแทงออกไปเต็มแรง !

และในเวลานี้เองที่หลินเทียนได้ขยับตัวเล็กน้อยพร้อมทั้งใช้มือขวาของเขาจับปลายหอกที่กำลังพุ่งเข้ามา , มันได้หยุดลงในระยะห่างระหว่างร่างของเขากับตัวหอกเพียงแค่ครึ่งฟุตเท่านั้น

“เจ้า……… ”

ใบหน้าของเจิ้งโม่ได้เปลี่ยนสีไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้โจมตีออกไปแล้วแม้แต่เขาเองก็ยังไม่สามารถหยุดการโจมตีนี้ได้ด้วยซ้ำ

หลี่หยุนดงที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งเองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเหมือนกัน เขาได้กระโดดขึ้นมาพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้เคลื่อนไหวเล็กน้อยพร้อมทั้งคว้าเอาหอกแหลมมาแล้วเปลี่ยนทิศทางเพื่อใช้มันป้องกันการโจมตีของหลี่หยุนดงเอาไว้

กระบี่ยาวและหอกได้ปะทะกันจนเกิดเป็นเสียงดังกึกก้อง

หลี่หยุนดงได้ถูกกระแทกกลับไปส่วนเจิ้งโม่ที่ได้รับผลกระทบจากกระบี่ของหลี่หยุนดงนั้นทำให้มือทั้งสองข้างด้านชาไปหมด

หลินเทียนที่กำลังจับหอกเอาไว้ด้วยมือเดียวก็ได้จ้องมองไปทางพวกเขาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ในเมื่อพวกเจ้ามาเพราะการตายของโจวเฮ่างั้นก็น่าจะรู้ว่าข้าฆ่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะได้ตอนที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 แถมตอนนี้ข้าตัดผ่านมาแล้วด้วย เจ้าคิดว่ากะอีแค่พวกเจ้ายังกล้าที่จะมาก่อกวนข้าอีกงั้นหรอ ? คิดหรือว่าตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการมันจะปกป้องเจ้าได้ ? ”

เมื่อพูดจบแล้วเขาก็ได้ขยับมือขวาอย่างแรง ตึ่ง ! หอกได้หลุดออกจากมือของเจิ้งโม่ในทันที

“นี่……”

“เขาป้องกันการโจมตีผสานของเจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการเอาไว้ได้สบายๆเลย ! ”

เหล่าผู้ชมโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

มันต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ?

หลี่หยุนดงและเจิ้งโม่ที่กำลังจ้องมองใบหน้าของหลินเทียนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดพร้อมทั้งไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามอีกต่อไป

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้พลางหันไปพยักหน้าให้กันและกัน

“เอาล่ะ จบกันตรงนี้แล้วกันแต่เจ้าต้องชดใช้กับการตายของเฉินปิงอย่างสาสม ! ”

หลี่หยุนดงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก , เขาและเจิ้งโม่นั้นไม่ได้อ่อนแอแถมยังผ่านสนามรบมาแล้วดังนั้นถึงได้รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของหลินเทียนว่าพวกเขาไม่สามารถตอบโต้อะไรได้แม้แต่น้อยดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือถอยก่อน

หลังจากที่พูดจบแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็ได้หันหลังแล้วหนีไปทันที

“วุ้ส ! ”

หอกยาวได้พุ่งมาปักลงตรงหน้าของพวกเขา

“จบกันตรงนี้ ? ”

หลินเทียนได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครงั้นหรอ ? อยากจะฆ่าก็ฆ่า อยากจะไปก็ไป ? ”

ผู้ชมทั้งหลายที่จ้องมองหลินเทียนอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก

“คนๆนี้ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้กัน ? ”

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้แต่ใจสั่น

กล้าที่จะแสดงท่าทางแบบนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการมันเหลือเชื่อ !

หลี่หยุนดงและเจิ้งโม่ในตอนนี้ได้แต่มีสีหน้าที่น่าเกลียดก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“เจ้าไม่โหดเหี้ยมเกินไปหน่อย ? ”

“ก็บอกแต่แรกแล้วว่าในเมื่ออยากจะฆ่าข้ากันงั้นข้าก็แค่ฆ่าพวกเจ้าเหมือนกันแค่นั้นแหละ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เคลื่อนไหวพร้อมทั้งเข้าประชิดร่างของหลี่หยุนดงในพริบตา

หลี่หยุนดงได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อและตกตะลึงในความเร็วของหลินเทียนออกมาแต่แม้จะเป็นเช่นนั้นทว่าเขาเป็นคนที่เคยผ่านสมรภูมิรบมาแล้วดังนั้นแม้จะตกตะลึงแต่มือของเขาก็ยังขยับอย่างรวดเร็วเพื่อยกกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่ร่างของหลินเทียน

หลินเทียนได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งใช้มือขวาจับข้อมือที่ถือกระบี่ของหลี่หยุนดงเอาไว้แล้วหักมันอย่างไร้ความปราณี เสียงกระดูกแตกหักได้ถูกส่งออกมาอย่างชัดเจนก่อนที่กระบี่ในมือของหลี่หยุนดงจะถูกเขาแย่งไปอย่างง่ายดาย

“ตายไปซะ ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

กระบี่ยาวได้ฟาดฟันออกไปก่อนที่เลือดจะกระฉูดออกมาจากลำคอของหลี่หยุนดง

ร่างของหลี่หยุนดงได้ทรุดลงกับพื้นขณะที่ดวงตาของเขายังเบิกกว้างและอ้าปากเหมือนอยากจะพูดบางอย่างแต่กลับไม่สามารถพูดออกมาได้แม้แต่คำเดียว ตอนนี้ร่างของเขาได้แต่กระตุกไม่หยุด

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผ่านไปเพียงสิบลมหายใจเขาก็แน่นิ่งไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนที่เพิ่งปาดคอของหลี่หยุนดงไปนั้นได้แสดงสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมทั้งหันกลับไปมองด้านหลังและเห็นเพียงแค่ว่าซูชูวได้ปิดตาของหลินซี่เอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เขารู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในจิตใจพร้อมทั้งพยักหน้าเป็นการขอบคุณให้กับนาง นี่มันเป็นภาพที่นองเลือดเกินไปหน่อยดังนั้นเขาถึงไม่อยากให้หลินซี่ต้องดูมัน หลังจากนั้นเขาก็ได้หันหน้ากลับมาหาเจิ้งโม่พร้อมทั้งก้าวเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย

“จะ……..เจ้า……..”

ร่างกายของเจิ้งโม่ได้แต่สั่นสะท้านและอยากจะหนีไปจากที่นี่แต่เขากลัวว่าจะเสียหน้าทว่าหากไม่หนีก็ต้องแลกด้วยชีวิตของเขาถึงได้ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของเขาน่าเกลียดเป็นอย่างมาก

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้ก้าวเข้ามาถึงแล้ว

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ที่แฝงไปด้วยจิตสังหารได้พุ่งออกมา

เจิ้งโม่ในตอนนี้ไม่สนใจหน้าตาอะไรอีกต่อไปแล้วพร้อมกับหันหลังวิ่งหนีไปทันที

“เจ้าหน้าที่……อาวุโสกองบัญชาการ..นะ……..หนี ? ”

หลายๆคนถึงกับโง่งมไปทันที

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงพร้อมทั้งเกิดประกายเย็นชาในดวงตาของเขาก่อนที่จะเตะหอกที่อยู่ที่พื้นออกไปอย่างจัง , เสมือนตัวหอกได้เปลี่ยนเป็นสายฟ้าที่พุ่งทะลุผ่านหน้าอกของเจิ้งโม่ออกไปทันที

“!”

เจิ้งโม่ได้โอดครวญออกมาก่อนที่จะลอยออกไปกว่า 20 เมตรแล้วล้มลงกับพื้น

เลือดสาดไปทั่วก่อนที่มันจะย้อมสีพื้นไปทันที

เขาได้ตะเกียกตะกายอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะนิ่งไปเหมือนหลี่หยุนดง

พริบตาเดียวบรรยากาศโดยรอบก็เงียบสงัดลงทันที

ริมฝีปากของใครหลายคนได้แต่สั่นระริกโดยที่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา

โดยเฉพาะเหล่าทหารธรรมดาๆที่ถูกหลินเทียนกำราบไป ตอนนี้ใบหน้าของพวกเขาต่างถูกย้อมไปด้วยความกลัวอย่างเห็นได้ชัด

เจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการเขตแดนชีพจรเทวะ 3 คนถูกฆ่าเหี้ยน !

หลินเทียนได้กวาดตามองศพของทั้งสามคนก่อนที่จะทิ้งกระบี่ในมือแล้วเดินไปทางหลินซี่และซูชูว

“ซี่เอ๋อ เรากลับกันเถอะ ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ในเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้แล้วไม่ว่าเขา หลินซี่หรือซูชูวก็คงไม่มีใครมีอารมณ์อยากจะเที่ยวเล่นอีกต่อไป

“อื้ม.. ”

หลินซี่ได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบ

ซูชูวนั้นได้ปิดตาของนางก่อนหน้านี้ตอนที่ตระหนักได้ว่าหลินเทียนต้องการจะฆ่าเฉินปิงดังนั้นหลินซี่ถึงไม่ได้เห็นฉากนองเลือดที่หลินเทียนสร้างขึ้น

หลินเทียนได้จับมือของหลินซี่พร้อมกับมองไปทางซูชูวด้วยรอยยิ้มที่ซาบซึ้ง

“ไปได้แล้ว !”

ซูชูวได้แสยะออกมา

หลินเทียนได้จูงมือของหลินซี่โดยที่ไม่ให้หันกลับไปมองแล้วเดินจากไปทันที

ความตึงเครียดในบรรยากาศโดยรอบเริ่มสลายหายไปพร้อมๆกับร่างของหลินเทียนที่เดินจากไป

“พระเจ้า นี่มันเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน !”

“เจ้าหน้าที่กองบัญชาการทั้ง 3 ถูกฆ่าจนเกลี้ยง ! ”

“ฆ่าคนของจักรวรรดิใจกลางกรุงแบบนี้มันท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว ! นี่มันบ้าชัดๆ ! ”

หลายๆคนถึงกับตกตะลึงไป

ทำลายค่ายพล กำราบทหารนับสิบ ฆ่าผู้กองที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะไปถึง 3 คนนี่มันเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้ทั้งเมืองต้องสั่นสะเทือน !

“เจ้าหลินเทียนนั่นแข็งแกร่งขนาดนี้เลย ? ”

“นี่….. ไม่อยากจะเชื่อเลย ! ”

“เปลี่ยนแปลงเกินไปแล้ว ! เหมือนกับไม่ใช่คนๆเดียวกันด้วยซ้ำ ! ”

ชาวบ้านประจำท้องที่นี้ถึงกับแสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

เมื่อมองออกไปยังทหารหลายสิบคนที่นอนกองกันอยู่ที่พื้นด้วยสีหน้าซีดเผือดนั้นหลายๆคนก็ได้ช่วยเก็บศพของผู้กองทั้ง 3 คน แล้วกลุ่มกองกำลังทหารก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อมองออกไปยังเหล่ากองกำลังทหารพวกนั้นแล้วผู้ชมโดยรอบก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ทหารของจักรวรรดิส่วนใหญ่เป็นพวกหยิ่งทะนงเพราะว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของจักรวรรดิดังนั้นคนธรรมดาถึงไม่กล้าล่วงเกินแต่วันนี้กลับถูกเด็กหนุ่มเก็บกวาดแถมยังลงมือสังหารหัวหน้าของพวกเขาไปทั้ง 3 คน !

เมื่อกวาดตามองไปยังคราบเลือดที่พื้นแล้วหลายๆคนก็ได้แต่ขนหัวลุก

“โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ! บ้าไปแล้ว ! ”

หลายๆคนได้พึมพำออกมา

ที่ตำหนักที่สองในตำหนักแลกสมบัตินั้นซินเหลาและพูชิได้แต่แสดงดวงตาที่เปล่งประกายออกมา

“โดยปกติแล้วเจ้านี่เป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีมากๆแต่ไม่คิดเลยว่าจะมีด้านที่โหดเหี้ยมแบบนี้ด้วย ไม่คิดเลยว่าจะกล้าลงมือสังหารเฉินปิงและคนอื่นๆกลางกรุงแบบนี้ ”

ซินเหยาได้พึมพำอยู่กับตัวเอง

พูชิได้ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้นว่า

“เกรงว่ามันเป็นเพราะทั้งสามคนได้ไปล่วงเกินอะไรที่ไม่ควร ”

“ล่วงเกินอะไรที่ไม่ควรคืออะไร ? ”

ซินเหยาได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัย

“แม่นางไม่เห็นหรอ ? หลังจากที่น้องชายได้ฆ่าหลี่หยุนดงไปแล้วก็หันหน้ากลับไปมองเด็กน้อยชุดกระโปรงขาวด้านหลังแถมตอนที่ฆ่าเจิ้งโม่เสร็จแล้วเขาก็รีบตรงไปที่นางแล้วจูงมือนางจากไปอย่างรวดเร็ว สายตาเวลาที่เขามองที่นางนั้นอ่อนโยนและห่วงใยอย่างมาก ”

พูชิได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ซินเหยาได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า

“แต่เด็กน้อยคนนั้นก็เพียงแค่ตื่นตระหนกเท่านั้นหนิ ไม่แม้แต่จะได้รับบาดเจ็บด้วยซ้ำแล้วมันเพียงพอที่จะทำให้ถึงกับต้องฆ่าแกงกันใจกลางกรุงแบบนี้ ? ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เขาฆ่าคือผู้กองทั้ง 3 ของกองบัญชาการเลยนะ”

“สำหรับคนบางคนนั้นแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ”

พูชิได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดว่า

“ตามตำนานนั้นเกล็ดของมังกรจะมีเกล็ดที่ย้อนกลับซึ่งหากว่าใครไปสัมผัสโดยก็จะถูกมันสังหารทันที แม่นางคงเข้าใจความหมายของมันใช่ไหม ? ”

ร่างของซินเหยาได้สั่นไปเล็กน้อยก่อนที่จะพึมพำกับตัวเองว่า

“กระตุกหนวดเสือ แตะต้องเมื่อไหร่จะต้องตายสถานเดียว ! ”