0 Views

หลังจากที่ต้องอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของหลินเทียนแล้วโจวเฮ่าก็ได้แต่โอดครวญออกมาไม่หยุด ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวขณะที่คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งและเห็นเพียงการสั่นไหวของฝ่ามือเขาก่อนที่จะสำแดงทักษะฝ่ามือลวงตาออกมา

หลินเทียนได้ถอยร่นออกไปก่อนที่จะใช้กระบี่ป้องกันการโจมตีเอาไว้

“สมแล้วที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ แข็งแกร่งจริงๆ ”

เขาได้พึมพำออกมา

อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้เองที่คำพูดนี้ได้ดังก้องอยู่ในหูของโจวเฮ่า

“ข้าจะฆ่าเจ้า ! ”

โจวเฮ่าได้คำรามออกมาขณะที่ดวงตาของเขาได้เป็นประกายอันโหดเหี้ยมและพุ่งเข้าไปทางหลินเทียน

เขารีดเอาพลังทั้งหมดออกมาพร้อมทั้งส่งฝ่ามืออันรุนแรงเข้าใส่หลินเทียน

ตอนนี้เขาโกรธจัดเป็นอย่างมากเพราะเขาที่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะกลับถูกไล่ต้อนถึงขนาดนี้ภายใต้หลินเทียนที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเท่านั้น

“โครม ! ”

เสียงดังสนั่นได้ถูกส่งออกมาพร้อมๆกับฝ่ามืออันรุนแรง

หลินเทียนยังคงสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์อย่างไม่แยแสพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่สายฟ้าในมือออกไปเพื่อทำลายการโจมตีของโจวเฮ่าแล้วใช้มือซ้ายหักแขนขวาของโจวเฮ่าออก

เสียงแตกหักได้ดังขึ้น

“ระยำ ! ”

โจวเฮ่าได้ส่งเสียงคำรามออกมาขณะที่เหวี่ยงมือซ้ายเข้าใส่หลินเทียนอย่างจัง

หลินเทียนได้ส่งหมัดเข้าปะทะโดยทันที

ฝ่ามือและกำปั้นได้ปะทะกันก่อนที่จะส่งเสียงดังขึ้นพร้อมทั้งทำให้โจวเฮ่ากระเด็นออกไปหลายก้าว

แกร๊ง !

ณ ตอนนี้เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงจะพุ่งทะลุหัวไหล่ด้านซ้ายของโจวเฮ่า

โจวเฮ่าได้โห่ร้องออกมาอย่างน่าสงสารก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นออกไปไกล

ระหว่างที่อยู่กลางอากาศนั้นหลินเทียนก็ได้เข้าประชิดเขาอีกครั้งพร้อมทั้งต่อยอัดลงไปกลางหน้าท้องของเขาอย่างสุดแรง

โครม ! ร่างของเขาได้พุ่งลงไปกลางเวทีและกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยสภาพที่น่าสังเวช

เมื่อถูกจัดการอีกครั้งในตอนนี้นัยน์ตาของโจวเฮ่านั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขณะที่พลังภายในร่างปั่นป่วนแต่น่าเสียดายที่แขนทั้งสองข้างของเขาหมดสภาพไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงสองขาที่ต้องใช้ความพยายามในการควบคุม

และตอนนี้เองที่หลินเทียนได้เข้าประชิดเขาอีกครั้งพร้อมทั้งกระทืบร่างเขาอย่างหนักหน่วง

ฝ่าเท้าของหลินเทียนได้กระทืบลงไปกลางหน้าอกของเขาอย่างจังก่อนที่จะส่งเสียงแตกหักออกมา

“อ๊ากกกก ! ”

โจวเฮ่าอดที่จะส่งเสียงร้องออกมาไม่ได้

“หุบปาก ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนที่จะยกเท้าออกแล้วเหวี่ยงหมัดซ้ายออกไปสุดแรง

โครม ! พื้นเวทีได้เป็นหลุมลงไปขณะที่โจวเฮ่ากระอักเลือดออกมาไม่หยุด ในตอนนี้สภาพเวทีนั้นแตกกระจายเหมือนในแมงมุมที่ยืดออกไปในทุกทิศทุกทาง

นัยน์ตาของผู้ชมหลายๆคนถึงกับเบิกกว้าง

“สุดยอด…… นี่มันแข็งแกร่งจริงๆ !”

“นี่…”

“นี่เขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายจริงๆงั้นหรอ ? ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ? ”

จิตใจของผู้ชมหลายๆคนสั่นสะท้านไปตามๆกัน

ศิษย์ภายในที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเองก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

ในขณะนี้หลายๆคนก็ตระหนักถึงความจริงอีกเรื่อง

“โจวเฮ่า….พ่ายแพ้แล้ว ”

หลายคนได้พึมพำออกมา

แม้ว่าเสียงกระซิบจะเบามากๆแต่ก็ทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับผงะไป

โจวเฮ่าผู้ซึ่งอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะที่เป็นลำดับที่ 1 ในศิษย์ภายนอกกลับพ่ายแพ้ให้กับศิษย์ใหม่ที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกาย !

หลายๆคนถึงกับแสดงสีหน้าที่โง่งมออกมา

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีเองก็ได้ยกเท้าขวากระทืบซ้ำลงไปก่อนที่จะหันปลายกระบี่เข้าหาลำคอของโจวเฮ่าด้วยท่าทางข่มขู่

ท่าทางของโจวเฮ่าได้เปลี่ยนไปพร้อมทั้งแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมาพลางพูดว่า

“เจ้าคิดจะทำอะไร ? ”

“ทำอะไร ? ”

หลินเทียนได้พูดติดตลกออกมาว่า

“นี่มันเป็นการประลองเป็นตาย หากว่าเจ้าชนะข้าแล้วเจ้าคิดจะทำอะไรล่ะ ? ”

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ของเขาก็เคลื่อนเข้าประชิดลำคอของโจวเฮ่ามากกว่าซึ่งส่งผลให้ปลายกระบี่กรีดเข้าไปในเนื้อของเขาจนเลือดไหลซิบออกมา

พริบตานี้เองที่โจวเฮ่ารู้สึกเย็นไปทั้งตัว

“หลินเทียน เจ้ากล้าดียังไง ! ”

หลูเชิงได้ส่งเสียงคำรามออกมาพร้อมทั้งวิ่งเข้ามาแล้วพูดว่า

“พี่ชายโจวเฮ่านั้นเป็นถึงลูกชายของผู้บัญชาการกองทัพของเมืองนี้ ยังไม่รีบเก็บกระบี่อีกเรอะ ! ”

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปมองด้วยสายตาที่เย็นชา

หลูเชิงถึงกับรู้สึกกลัวขึ้นมาแต่ก็ยังรวบรวมความกล้าแล้วพูดว่า

“หากว่าเจ้ากล้าลงมือสังหารพี่ชายโจวล่ะก็………..”

“ไสหัวไปให้พ้น ! ”

หลินเทียนได้หันร่างกลับมาพร้อมทั้งฟาดฟันเข้าใส่เขาโดยทันที

คลื่นกระบี่อันรุนแรงและน่ากลัวได้ส่งร่างของหลูเชิงกระเด็นออกไปไกล

หลูเชิงที่ตกลงมากระแทกกับพื้นได้กระอักเลือดออกมาพร้อมทั้งจ้องมองไปทางเขาด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีได้พูดออกมาอย่างไร้ความปราณีว่า

“เรื่องที่เจ้าเอาที่อยู่ของข้าในป่าทมิฬไปแจ้งให้ตระกูลโม่ยังไม่คิดบัญชีเลยนะแต่ตอนนี้ยังกล้ากระโดดออกมากัดข้าอีก ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์จริงๆเลยนะ ! ”

“เจ้า …..! ”

หลูเชิงที่ปากกลบเลือดได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด

ผู้ชมโดยรอบได้แต่มีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

“คนไร้ยางอายที่หลินเทียนพูดถึงก่อนหน้านี้คือเขางั้นหรอ ? ”

“มันเป็นคนที่เอาเรื่องที่หลินเทียนอยู่ในป่าทมิฬไปแจ้งตระกูลโม่งั้นหรอ ? ”

“หน้าไม่อาย !”

ศิษย์สำนักหลายๆคนได้แต่จ้องมองไปทางหลูเชิงด้วยสีหน้าที่ดูถูกและเหยียดหยาม

“เจ้าโกหกใส่ความข้า ! ไร้สาระ !”

หลูเชิงได้ตะโกนออกมา

เมื่อมองไปยังสีหน้าที่ซีดเผือดและร่างกายที่สั่นสะท้านของเขาแล้วใครหลายคนก็ได้แต่เชื่อว่านี่เป็นการปั้นน้ำเป็นตัว

“ไร้ยางอาย ! ”

ซูชูวได้สบถออกมา

อย่างไรก็ตามระหว่างที่ดูถูกหลูเชิงนั้นหลายๆคนก็ตระหนักได้ถึงใจความของคำพูดก่อนหน้านี้

“ที่หลูเชิงพูดก็ถูกนะเพราะว่าโจวเฮ่านั้นมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาเลย ฆ่าไม่ได้จริงๆนั่นแหละ ”

“ลูกชายของผู้บัญชาการกองทัพเมืองนี้มันมีตำแหน่งรองลงมาจากเจ้าเมืองเลยนะ ถือว่าน่ากลัวเลยล่ะ ”

“โอ้ ”

หลายๆคนได้แต่ถอนหายใจออกมา

ผู้บัญชาการกองทัพเมืองนี้มีชื่อว่าโจวเฮอซึ่งมีรายงานมาว่าเขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4ตอนปลายแถมด้วยความที่เขาเป็นถึงผู้บัญชากรเมืองนี้ก็ทำให้กุมอำนาจของจักรวรรดิเอาไว้ด้วย หากว่าพูดเรื่องอำนาจในมือแล้วเป็นสิ่งที่ตระกูลโม่ไม่สามารถเทียบเคียงได้เลย

“เจ้านี่ๆชอบล่วงเกินแต่พวกผู้มีอำนาจจริงๆ ”

ซูชูวได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

มู่ชิงและฉีดงที่อยู่ข้างๆเองก็ได้มองไปทางหลินเทียนเพราะอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูด นี่คือการประลองเป็นตายดังนั้นพวกเขาจะมีสิทธิไปออกความเห็นอะไรได้ ?

ณต ตอนนี้ทุกคนล้วนจับจ้องไปยังเวทีด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ

หลินเทียนได้มองไปยังโจวเฮ่าพร้อมกับอดพูดออกมาด้วยรอยยิ้มไม่ได้ว่า

“มีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังนี่มันก็ดีจริงๆแหละ ”

แม้ว่าเขาจะยังยิ้มอยู่แต่ตอนนี้เขารู้สึกสบายอารมณ์เป็นอย่างมาก

เมื่อฟังคำพูดของหลินเทียนแล้วท่าทางของโจวเฮ่าในตอนนี้ไม่น่าดูชมเลยจริงๆ

เขาได้มองไปยังหลินเทียนพร้อมทั้งปรับสภาพอารมณ์แล้วพูดออกมาว่า

“น้องชายหลิน ครั้งนี้ถือว่าข้าแพ้แล้วกันและก่อนหน้านี้ข้าเป็นฝ่ายผิดเองแต่จะฆ่าข้าจริงๆ ? ตราบใดที่เจ้าลามือข้าจะไปคุยกับท่านพ่อให้ช่วยเจ้ากำราบตระกูลโม่ให้สิ้นซาก แม้ว่าตระกูลโม่จะมีอำนาจในเมืองนี้แต่ก็เทียบกับพ่อข้าไม่ได้ ”

หลินเทียนได้หรี่ตาลงพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“คิดจะเตือนข้าหรือว่าหากข้าฆ่าเจ้าแล้วจะสร้างเรื่องใหญ่โตยิ่งกว่าตระกูลโม่ ? ”

“เปล่า ! น้องชายหลินคิดดูดีๆสิ ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น ”

โจวเฮ่าได้รีบส่ายศีรษะของเขาอย่างรวดเร็ว

ตัวเขาเป็นคนฉลาดดังนั้นถึงรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหนดังนั้นถึงต้องฉวยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

เมื่อจ้องมองไปยังโจวเฮ่าแล้วหลินเทียนก็ได้ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

“หากว่าเราเปลี่ยนกันและเป็นเจ้าที่อยู่ในตำแหน่งของข้าเจ้าจะปล่อยข้าไปไหม ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ประกายตาของโจวเฮ่าได้สีแสงของความเย็นยะเยือกวาบผ่านพร้อมทั้งรีบส่ายศีรษะแล้วพูดว่า

“น้องชายพูดแบบนั้นได้ไงกัน เราเป็นสหายร่วมสำนักแม้ว่าข้าจะขัดแย้งกับเจ้าก็จริงแต่หากเมื่อถึงเวลาแล้วข้าก็ไม่มีทางฆ่าเจ้าได้ลงคอหรอก ”

เขาได้มองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่จริงใจ

“พอได้แล้วโจวเฮ่า เลิกเสแสร้งได้แล้ว”

หลินเทียนได้พูดดูถูกต่อว่า

“ก่อนหน้านี้ยังคิดจะฆ่าข้าในสันเขาชิงเฟิงแต่ตอนนี้กลับบอกว่าไม่มีทางทำเจ้าว่ามันน่าทุเรศ ? ข้าบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเก็บความอวดดีของเจ้าแต่ยังกล้าพล่ามเรื่องสถานะของพ่อเจ้าอีกนี่มันทำให้ข้ารู้สึกขยะแขยงจริงๆ ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วสีหน้าของโจวเฮ่าก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดไปทันที

“น้องชายหลินพอเถอะ ข้าไม่ได้ข่มขู่เจ้าแต่หากเจ้าฆ่าข้าจริงๆก็จะเกิดปัญหามากมายตามมา หากว่าเจ้าปล่อยข้าไปข้าสาบานเลยว่าจะลืมอดีตแล้วเราจะได้เป็นเพื่อนกันแถมข้ายังสามารถขอให้ท่านพ่อช่วยเจ้าต่อกรกับตระกูลโม่หรือแม้กระทั้งทำลายล้างเลยก็ยังได้”

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ลืมอดีต ? คนที่ควรพูดประโยคนี้ควรจะเป็นข้านะ ”

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

“ส่วนเรื่องช่วยข้าต่อกรอะไรนั่นก็ไม่จำเป็นหรอกแถมสำหรับข้าแล้วพ่อเจ้าก็ไม่ได้เป็นภัยอะไรต่อข้าเลยแม้แต่น้อย ”

โจวเฮ่าได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า

“น้องชายหลิน แน่นอนว่ามีจิตใจที่กล้าแกร่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญแต่หากว่าเราได้ประโยชน์ทั้งคู่มันไม่ดีกว่า ? ข้าพูดได้เลยว่าหากเจ้าลงมือสังหารข้าแล้วพ่อข้าต้องไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่และด้วยอำนาจของเขาแล้วจัดการตระกูลโม่ยังเป็นเรื่องสบายๆดังนั้นการจัดการเจ้าก็เป็นเรื่องง่ายๆด้วยซ้ำ ”

หลินเทียนได้แสยะออกมาพร้อมกับเพิ่มแรงกดที่เท้าขวาลงไปที่หน้าอกของโจวเฮ่า

ตอนนี้โจวเฮ่าได้กระอักเลือดออกมามากกว่าเก่า

“แค่ผู้บัญชาการกองทัพเมืองนี้เจ้าคิดว่าทุกคนจะต้องกลัว ?”

หลินเทียนได้พูดดูถูกออกมาว่า

“ก่อนที่เจ้าจะตายข้าจะให้เจ้าดูอะไรที่มันน่าสนใจหน่อยแล้วกัน ”

เขาได้สลับกระบี่มาที่มือซ้ายพร้อมทั้งขยับมือขวาเล็กน้อยเพื่อเรียกเอาตราสัญลักษณ์สีทองออกมาจากแหวนมิติ

“ในฐานะที่เป็นลูกของผู้บัญชาการก็น่าจะรู้จักสิ่งนี้ดี ? ”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

สายตาของโจวเฮ่าได้จดจ่อไปที่ตรานั้นพร้อมกับท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

“นี่มัน ! ?”

โจวเฮ่ารู้ดีว่ามันคืออะไรและมันตัวแทนของอะไร พริบตานี้เองที่โจวเฮ่าได้ตระหนักถึงตำนานก่อนหน้านี้ที่มีปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมอายุ 16 ปีได้กำเนิดขึ้นในเมืองนี้แถมยังช่วยชีวิตลูกสาวของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เอาไว้ พริบตานี้ร่างของเขาอดสั่นไม่ได้พร้อมกับแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวพลางพูดว่า

“เจ้าคือ……….”

“พุฟฟฟฟ ! ”

หลินเทียนได้ยกกระบี่ขึ้นมาปาดคอของโจวเฮ่าพร้อมทั้งหยุดคำพูดของเขาโดยทันที

“พูดมากจริงๆ ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมทั้งเก็บตรากลับไป

ดวงตาของโจวเฮ่ายังคงเบิกกว้างขณะที่เลือดทะลักออกมาทางปากและลำคอด้วยความรู้สึกเสียใจ กลัว และเสียดาย ไม่นานดวงตาของเขาก็หมองลงก่อนที่จะนิ่งไป

เสียงแสยะได้ดังขึ้นก่อนที่หลินเทียนจะยกเท้าออกจากร่างของเขาแล้วเดินออกไป

เมื่อมองไปยังร่างของโจวเฮ่าแล้วท่าทางของผู้คนทั้งหมดก็เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

“ตะ………ตาย ?! ”

“นี่มันบ้าชัดๆ นี่…….กล้าสังหารโจวเฮ่าจริงๆงั้นหรอ ? ”

“นี่เขาไม่กลัวอำนาจของผู้บัญชาการเลย ? ”

หลายๆคนถึงกับโง่งมไปตามๆกัน

ลูกชายคนเดียวของผู้บัญชาการนั้นมีสถานะยิ่งใหญ่กว่าโม่เซินมาก

“เจ้านี่ ! ”

ซูชูวได้แต่ชะงักไปเพราะนางก็รู้ดีว่าหลินเทียนนั้นไม่กลัวอะไรแต่ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่ดี

มู่ชิงและฉีดงได้แต่มองไปที่กันและกันโดยที่อดยิ้มออกมาอย่างขมขื่นไม่ได้

“นิสัยของเจ้าหนูนี่มันไม่เกรงกลัวอะไรเลยจริงๆ ไม่รู้ว่านี่มันเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแย่กันแน่”

มู่ชิงและฉีดงได้แต่มองไปรอบๆอย่างหมดหนทาง

เมื่อมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่กลางเวทีคนเดียวแล้วผู้ชมทั้งหลายก็ตระหนักถึงอีกเรื่องหนึ่ง

“การทดสอบเข้าเป็นศิษย์ภายในมีผู้ชนะเพียงคนเดียว ”

หลายๆคนได้พึมพำออกมา