0 Views

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้กวาดออกไปก่อนที่หลินเทียนจะยกเท้าขึ้นเตะอัดไปที่ลำตัวของโม่คง

โครม ! โม่คงได้กระเด็นออกไปไกลก่อนที่จะทรงตัวได้หลังจากกลับมามาที่พื้นพลางมองไปยังหลินเทียนด้วยท่าทางที่มืดมน

หลินเทียนได้กำลังถือกระบี่อยู่ก็ได้ตั้งท่าพร้อมทั้งมองไปยังคนอื่นๆ

“เข้ามาให้หมดเลย ! ”

เขาได้พูดออกมาอย่างเย็นชา

ผมสีดำของเขาปลิวไสวในอากาศเหมือนดั่งเทพแห่งกระบี่ที่จุติลงมายังโลก

เหล่าผู้ชมทั้งหลายต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึกออกมาจากกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวนี้

“แรงกดดันนี้มันแข็งแกร่งจริงๆ ! ”

“คนๆเดียวจะสู้กับ 24 คนจริงๆงั้นหรอ ? ”

“นี่มัน…. ”

หลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่โง่งมออกมา

มู่ชิงและฉีดงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แต่ตกอยู่ในห้วงความคิดของพวกเขา

“เจ้านี่ ”

ซูชูวได้กระซิบออกมาเพราะว่าท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัว

เพราะถึงอย่างไรก็ตามนี้เป็นการปะทะกันระหว่างเขาและผู้เชี่ยวชาญ 24 คนซึ่ง 3 ในนั้นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9

“คนๆเดียวคิดจะสู้กับ 24 คนงั้นหรอ อวดดีนักนะ ! ”

หลูเชิงได้แสยะออกมาอย่างเย็นชา

ห่างออกไปไม่ไกลเหล่าศิษย์ภายในก็ได้แต่มีดวงตาที่เปล่งประกาย

“หลินเทียนนี่ไม่ธรรมดาจริงๆเลยนะที่สามารถมีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่แข็งแกร่งแบบนี้ !”

“น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านั้นมันไม่ช่วยให้เกิดปาฏิหาริย์ได้ ”

“แล้วยังไงล่ะ ! การจะเข้าเป็นศิษย์ภายในนั้นเขาต้องชนะ ”

หลายคนได้แต่ยืนกอดอกของพวกเขา

…….

บนเวทีนั้นเหล่าศิษย์สำนักทั้ง 24 คนที่กำลังจ้องมองไปยังหลินเทียนที่กำลังกำกระบี่ขณะปลดปล่อยความน่าเกรงขามออกมาถึงกับทำให้พวกเขามีท่าทางเปลี่ยนไป

ณ ตอนนี้แรงกดดันของหลินเทียนนั้นส่งผลให้จิตใจของพวกเขาสั่นสะท้าน

โม่คงได้กวาดตามองไปยังพวกเขาก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

“สองมือยังยากจะสู้กับสี่เท้า เรามีมากขนาดนี้มันสู้ไม่ได้แน่นอน รุมมันซะ ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งออกไปพลางสำแดงทักษะมีดพันวิญญาณอีกครั้ง

“ลงมือ ! ”

หลงซิ่วได้พูดออกมาขณะที่เหวี่ยงหอกยาวเข้าปะทะอย่างรวดเร็ว

ณ เวลาเดียวกันนี้หยงฉางก็ได้สำแดงทักษะระดับสูงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายออกมา

หลังจากที่เห็นว่าทั้งสามคนได้เคลื่อนไหวแล้วดังนั้นผู้คนที่เหลือต่างกระโจนเข้าใส่อย่างพร้อมเพรียง

“โครม ! ”

พริบตาเดียวแรงกดดันจากทั้ง 24 คนได้ถาโถมออกมาขณะที่ต่างคนต่างสำแดงทักษะที่รุนแรงออกมา

ในหมู่คนเหล่านี้นั้นคนที่อ่อนแอที่สุดอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ซึ่งการโจมตีพร้อมๆกันของพวกเขาถึงกับเกือบทำให้มิติสั่นสะท้าน

เมื่อมองไปยังสิ่งเหล่านี้แล้วเหล่าผู้ชมถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกเพราะว่าการโจมตีทั้งหมดนี้มันรุนแรงและน่ากลัวเกินไป คนธรรมดาที่ไหนจะรับไหวกัน ? เมื่อมองขึ้นไปแล้วพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองทางหลินเทียน

“ป้องกันได้”

หนึ่งในผู้ชมได้พึมพำออกมา

เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงนี้นั้นท่าทางของหลินเทียนกับราบเรียบและสงบนิ่งเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นเขาก็ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่ทั้ง 24 คนเหมือนว่าไม่เห็นการโจมตีของพวกเขาด้วยซ้ำ

การกระทำของเขาทำให้ผู้คนเปลี่ยนสีหน้าไปทันที

“เขามันบ้าไปแล้ว ! ”

หนึ่งในผู้ชมได้โห่ร้องออกมา

ไม่เพียงแค่ผู้ชมเท่านั้นเพราะแม้แต่มู่ชิงและฉีดงเองก็ยังมีท่าทางเปลี่ยนไป ด้วยระดับพลังเขตแดนชีพจรเทวะอย่างพวกเขาแล้วการกระทำของหลินเทียนนั้นมันบ้าชัดๆ

คลื่นกระโจมตีอันรุนแรงได้เข้าใกล้ร่างของหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

หลายคนได้แค่ชะงักไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“วิ้ส ! ”

ลำแสงได้เปล่งประกายขณะที่ความเร็วของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน ร่างของเขาได้ลอดผ่านคลื่นการโจมตีทั้งหลายไปก่อนที่จะปะทะกับศิษย์ทั้ง 24 คนโดยทันที

“นี่……”

“หลบการโจมตีหมู่ได้ไงกัน ? ”

“เป็นไม่ได้ ? ”

หลายคนถึงกับแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเพราะว่าการโจมตีผสานของ 24 คนนั้นรุนแรงเป็นอย่างมากแต่หลินเทียนกลับสามารถเข้าคลุกวงในผ่านช่องโหว่ของการโจมตีผสานนี้ นี่มันเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดและความเร็วที่น่ากลัว ?

ทั้ง 24 คนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้เข้าประชิดคนๆหนึ่ง

ชายหนุ่มคนนี้อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ซึ่งหลังจากที่เห็นการปรากฏตัวของหลินเทียนแล้วท่าทางของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปทันที เขาได้ฟาดฟันกระบี่ในมือออกไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้หลบไปด้านข้างอย่างไม่แยแสพร้อมทั้งปล่อนหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว

โครม ! ชายหนุ่มคนนี้ได้กระเด็นออกไปนอกสนามขณะที่กระอักเลือดอยู่กลางอากาศแล้วตกกระทบกับพื้นอย่างรุนแรงจนไม่สามารถคลานกลับขึ้นมาได้

“แข็งแกร่งมากๆ ! ”

ผู้ชมต่างโห่ร้องออกมาไม่หยุด

ชายคนเดียวปะทะกับ 24 คนแถมยังสามารถส่งคนๆหนึ่งปลิวออกไปนอกสนามได้นี่มันทำให้จิตใจของผู้คนต้องสั่นสะท้าน

ความแข็งแกร่งนี้ทำให้ศิษย์หลายๆคนถึงกับสั่นระริก

“อย่าเพิ่งสับสน ! ”

โม่คงได้คำรามออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าประชิดหลินเทียนพลางสำแดงทักษะมีดพันวิญญาณออกมาทันที

หลินเทียนได้แต่หมุนวนเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์อย่างไม่สนใจพร้อมทั้งสัมผัสถึงเส้นทางการโจมตีของคมมีดได้อย่างเฉียบคมและกวัดแกว่งกระบี่ออกไปป้องกันเอาไว้ทั้งหมด

“เจ้า……..”

ใบหน้าของโม่คงได้เปลี่ยนสีไปทันทีเพราะไม่เคยมีใครเลยที่แสดงสีหน้าไม่แยแสเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทักษะนี้

เสียงกระบี่คำรามได้ดังขึ้นก่อนที่กระบี่ในมือของหลินเทียนจะฟาดฟันออกไป

โม่คงที่หน้าเปลี่ยนสีเองก็ได้แต่คว้ากระบี่ขึ้นมาป้องกันอย่างรวดเร็ว

กระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่จะส่งโม่คงกระเด็นออกไปหลายก้าว

“ไม่ต้องรีบหรอกเพราะข้าจะเก็บเจ้าไว้คนสุดท้ายเองจะได้ให้เจ้าเห็นกับตาตัวเองถึงฉากที่ข้ากระทืบคนอื่นๆและจะได้ตระหนักถึงความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเจ้าเอง ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

“แกร๊ง ! ”

เสียงกระบี่ได้ถูกส่งออกมาขณะที่หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันได้ฟัดหลินเทียนจากด้านหลัง

ชายคนนี้อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ซึ่งเป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างมาก

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าไม่แยแสออกมาก่อนที่จะหลบการโจมตีอย่างรวดเร็วแล้วยื่นมือขวาออกไปจับข้อมือของศิษย์คนนั้นเอาไว้แล้วหักมันโดยทันที

“!”

ศิษย์คนนั้นได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวช

หลินเทียนได้แต่ยกเท้าเตะอัดเข้าไปกลางลำตัวของเขา

โครม ! ศิษย์คนนั้นได้กระอักเลือดออกมาระหว่างที่ร่างของเขาลอยออกไปนอกเวที

2 ใน 24 คนได้ถูกส่งออกไปนอกสนามแล้ว !

“รุมมัน ! ”

หนึ่งในพวกเขาได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

เจ้าของเสียงนั้นคือเซ่าหลินซึ่งอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ตอนปลายอยู่ในอันดับ 6 ของศิษย์ภายนอก

เมื่อทุกคนได้สติกลับมาแล้วก็ล้วนเปิดฉากโจมตีเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

การโจมตีที่รุนแรงได้ถูกส่งออกมาพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นคลื่นกระบี่ ปลายหอก คมง้าว ต่างถูกส่งเข้ากดดันหลินเทียน

แม้ต้องเผชิญกับทักษะเหล่านี้แต่ท่าทางของหลินเทียนก็ยังคงราบเรียบเช่นเคย เคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ได้หมุนวนเพื่อทำให้จิตสัมผัสของเขาแม่นยำขึ้นก่อนที่จะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เข้าหาพวกเขาทั้ง 22 คนโดยทันที

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นขณะที่เขาได้สำแดงกระบี่ทำลายล้างออกไป

“!”

“!”

“!”

เสียงโห่ร้องอย่างดังได้ถูกส่งออกมาทั่วทิศทางก่อนที่เลือดจะกระจายไปทั่วพื้นที่

หลินเทียนได้บรรลุทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านไปแล้วแถมตอนนี้เมื่ออยู่ภายใต้เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ของเขาก็ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากและส่งผลให้การโจมตีของทั้งสามถูกหักล้างไปในพริบตา

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งกระบี่อันรุนแรงแล้วคนอื่นๆก็ได้แต่มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“เพลงกระบี่วายุสะท้าน ? เขาฝึกฝนทักษะนี้นี่เอง !”

หนึ่งในศิษย์ภายในได้พูดออกมาพลางขมวดคิ้ว

ทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านนั้นมีความยากในการฝึกฝนจนโด่งดัง หลายปีมานี้ไม่มีใครในสำนักสามารถบรรลุได้แม้แต่น้อยแต่ศิษย์ภายในอย่างพวกเขากลับไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะเลือกฝึกทักษะนี้แถมยังทำความเข้าใจได้ขนาดนี้

หลังจากที่คลื่นกระบี่ของหลินเทียนได้ถูกปลดปล่อยออกไปแล้วก็เคลื่อนไหวต่อเนื่องพร้อมทั้งหลบการโจมตีจากง้าวของหยงฉางแล้วเหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าใส่อย่างรุนแรง

“ฝ่ามือเงาเพลิง ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

พริบตานี้เองที่เกิดภาพร่างของหมัดเพลิงทั้ง 18 ขึ้นก่อนที่จะกวาดการโจมตีออกไปรอบทิศทาง

“ลูกไม้ตื้นๆ ! ”

โม่คงได้คำรามออกมา

ทักษะมีดพันวิญญาณได้เข้าปะทะกับทักษะฝ่ามือเงาเพลิงโดยทันที

ณ ตอนนี้ร่างของหลินเทียนได้ปรากฏขึ้นข้างกายเขาก่อนที่จะเตะเข้าอย่างจัง

ใบหน้าของโม่คงถึงกับเปลี่ยนสีก่อนที่จะรีบยกกระบี่ขึ้นมาป้องกันที่หน้าอกเอาไว้

ลูกเตะของหลินเทียนนั้นรุนแรงอย่างมาก โม่คงรู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกแทงก่อนที่ร่างของเขาจะถูกส่งกระเด็นออกไป

หลังจากนั้นในเวลาเดียวกันนี้เองที่เสียงร้องโหยหวนได้ดังขึ้นอีกครั้ง

หนึ่งในพวกเขาได้รับความเจ็บปวดจากทักษะฝ่ามือเงาเพลิงก่อนที่จะส่งผลให้เสื้อผ้าของเขาลุกเป็นไฟกลายเป็นคบเพลิงมนุษย์อย่างรวดเร็ว

คนๆนี้ได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังก่อนที่จะหล่นลงมาจากเวทีโดยทันที

“อับอายขายหน้าหมดแล้ว ! ”

หนึ่งในผู้ชมได้แต่ดูถูกออกมาเพราะจากการรุมกลับไม่สามารถทำอะไรคนๆเดียวได้

สายตาของผู้คนจับจ้องไปทางหลินเทียนอีกครั้งด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวแต่ศิษย์ใหม่หลายๆคนกลับแสดงสีหน้าที่สรรเสริญออกมา

คนๆเดียวปะทะกับ 24 คนแถมยังทำให้ 6 คนหมดสภาพนี่มันแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ?

“ไอ้หนูนี่มันน่าสนใจจริงๆ ”

ฉีดงที่อยู่ห่างออกไปได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

มู่ชิงได้แต่พยักหน้าของเขาด้วยสีหน้าที่มีความสุขก่อนที่จะมองไปทางหลินเทียนด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างมาก

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีนั้นยังไม่หยุดมือ หลังจากที่เตะโม่คงกระเด็นไปแล้วกระบี่ในมือของเขาก็ได้ฟาดฟันไปยังศิษย์อีกคนที่อยู่ใกล้ๆจนเกิดเสียง แกร๊ง ! ขึ้นและทำให้ศิษย์คนนั้นกระเด็นออกไปไกลพร้อมทั้งต้องรับการโจมตีจากหมัดอันรุนแรงของหลินเทียนเข้าที่หน้าท้องอย่างจังจึงได้แต่ทรุดลงกับพื้นด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด

หลินเทียนไม่ได้แยแสศิษย์คนนี้แม้แต่น้อยก่อนที่จะยกเท้าแล้วเตะปลิวออกไปนอกเวทีอีกคน

ท่าทางของศิษย์ที่เหลือบนเวทีต่างเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ผ่านมาไม่ถึง 15 นาทีนี้หลินเทียนได้ส่งศิษย์ทั้งหลายออกไปถึง 7 คนแล้ว

หลินเทียนที่กำลังยืนอยู่กลางวนล้อมศิษย์ทั้ง 17 คนที่เหลือเองก็ยังคงแสดงสีหน้าที่สุขุมออกมาเช่นเคย

“เวลายังผ่านไปได้ไม่นานเลยนะ ตามสบาย ”

เขาได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่แยแสอีกครั้ง

การกระทำของของเขาทำให้ท่าทางของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมาก

“อวดดี ! ”

“กำแหง !”

หลงซิ่วและหยงฉางได้คำรามออกมาอย่างดัง

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่คนอื่นๆอีกสิบกว่าคนต่างแสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมา

“เรารุมมันพร้อมกัน ! ”

“กระทืบมัน !”

“ไม่ต้องออมมือแล้ว !”

หลายคนได้คำรามออกมา

คนที่อยู่ในที่นี้ล้วนเป็นหัวกระทิของศิษย์ภายนอกดังนั้นถึงมีลักษณะนิสัยที่หยิ่งทะนงแต่ตอนนี้กลับต้องเผชิญกับกิริยาแบบนั้นของชายคนเดียวที่พวกเขารุมโดยไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตานี่มันทำให้พวกเขาโกรธจัดถึงขีดสุด

“โครง !”

พริบตาเดียวผู้คนทั้งหมดได้ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างมาก

เมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งหมดนี้แล้วท่าทางของหลินเทียนก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเช่นเคย

เขาได้ยกกระบี่ขึ้นขณะที่เสื้อผ้าได้ปลิวไสวก่อนที่จะก้าวเดินออกไปแล้วพูดว่า

“กะอีแค่พวกเจ้ารวมกันก็เป็นเพียงพวกถุงขยะเท่านั้นแหละ ”