0 Views

หลังจากที่เห็นว่าหลินเทียนได้พุ่งเข้ามาด้วยตัวเองแล้วสัตว์อสูรตัวนั้นก็ได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังก่อนที่จะตวัดหางอันแหลมคมฟาดเข้าใส่หลินเทียนโดยทันทีแต่น่าเสียดายที่ความเร็วของหลินเทียนนั้นสูงเป็นอย่างมากดังนั้นในชั่วพริบตานี้ร่างของเขาได้หายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่กระบี่ในมือจะเฉือนเข้าไปที่คอหอยของมัน

“พุฟฟฟ ! ”

ศีรษะของสัตว์อสูรได้ร่วงหล่นลงกับพื้นก่อนที่เลือดมากมายจะสาดกระจายไปทั่วพื้นที่

การฆ่าสัตว์อสูรระดับ 3 ในการโจมตีเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ธรรมดาสำหรับเขาอยู่แล้ว

เพราะตอนนี้เขาแข็งแกร่งมากพอที่จะทำได้

“โฮ๊ก ! ”

เสียงคำรามแห่งความโกรธได้ดังขึ้นอีกครั้งซึ่งตอนนี้สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนกลางได้ก่อตัวขึ้นมา

หลินเทียนได้กระโจนเข้าใส่ฝูงสัตว์อสูรพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่ในมือที่ห่อหุ้มไปด้วยพลังฉีภายใต้แรงโน้มถ่วงประมาณ 2.5 เท่าเข้าที่คอหอยของพวกมันอย่างแม่นยำ

ฆ่าในการเคลื่อนไหวเดียว !

ไม่เพียงเป็นการไม่เสียเวลาและมันยังช่วยลดการเผาผลาญอีกด้วย !

มันเป็นเพราะว่าที่นี่ก็มีข่ายอาคมแรงโน้มถ่วงแบบเดียวกับข่ายอาคมคลื่นยักษ์ดังนั้นความเร็วในการเผาผลาญพลังของเขาจึงมากกว่าภายนอกมากและเขาตระหนักได้ถึงจุดนี้ดีดังนั้นถึงได้พยายามสังหารศัตรูทุกด้วยให้ได้ภายในการโจมตีเดียวเพื่อจะได้ลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นออกไป จนถึงตอนนี่เขาใช้แค่การกวัดแกว่งธรรมดาๆโดยที่ไม่ได้พึ่งพาทักษะแม้แต่น้อย

ไม่นานหลินเทียนก็ได้สังหารสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนกลางไปกว่าสิบตัวและทำให้สภาพพื้นที่นี้เงียบสงบลงครู่หนึ่ง

แต่มันก็แค่ชั่วครู่หนึ่งเท่านั้น

หลังจากนั้นอีกไม่กี่ลมหายใจก็มีเสียงคำรามอย่างดังถูกส่งออกมาซึ่งตรงหน้าของเขาในตอนนี้ได้มีร่างของผีร้ายก่อตัวขึ้น ร่างนี้สวมผ้าคลุมสีเทาเอาไว้เหมือนกับวิญญาณตามตำนานไม่มีผิดแถมยังให้ความรู้สึกขนหัวลุกอีกด้วย

สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลาย ฉีเหมียงกุ่ย !

“ได้พบกันอีกแล้ว ”

หลินเทียนได้หรี่ตาของเขาลง

ฉีเหมียงกุ่ยก็ยังคงทำเสียงคิกคิกอยู่เช่นเคยขณะที่จ้องมองเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำพลางกระโจนเข้าใส่เขาโดยทันที

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาทว่าเขายังสามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา

เขาได้ย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกายแล้วจดจ่อไปที่ร่างของมันอย่างจริงจัง

ข่ายอาคมภาพลวงตาและข่ายอาคมสังหารมันต่างกันอยู่ที่ว่าแม้ทั้งสองจะเป็นข่ายอาคมลวงตาแต่สัตว์อสูรภายในข่ายอาคมลวงตานั้นจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเขาได้หากว่าเขามีจิตใจที่มั่นคงพอเพียงแค่ยืนเฉยๆสัตว์อสูรก็จะถูกทำลายหายไปเองแต่ข่ายอาคมสังหารคือหากว่าเราไม่ตั้งรับก็จะตายแล้วถูกส่งออกไปนอกข่ายอาคมโดยทันที

ท้ายที่สุดแล้วฉีเหมียงกุ่ยก็ได้เข้าประชิดร่างของเขาก่อนที่จะเหวี่ยงกรงเล็บอันแหลมคมเข้าใส่เขาทันที

และในเวลาเดียวกันนี้เองที่หลินเทียนได้เคลื่อนไหวพร้อมทั้งพุ่งออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า

“วุ้สสส ! ”

เสียงเบาๆได้ถูกส่งออกมาก่อนที่หลินเทียนจะพุ่งผ่านร่างฉีเหมียงกุ่ยไปขณะที่มันได้แต่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ตรงคอหอยของมันมีรอบแทงโดยกระบี่แถมตอนนี้เลือดยังทะลักออกมาไม่หยุดอีกด้วย

หลินเทียนรู้ถึงจุดอ่อนของมันดีจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ในสันเขาชิงเฟิงแถมตอนนี้เขายังตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 แล้วด้วยดังนั้นการสู้กับมันถึงไม่มีปัญหาอะไรแม้แต่น้อย ที่ยิ่งแล้วใหญ่คือเมื่อครู่เขาได้สำแดงทักษะกระบี่สายฟ้าออกไปด้วย

“โครม ! ”

เสียงดังสนั่นได้เกิดขึ้นหลังจากที่พื้นที่โดยรอบจะสั่นสะเทือน

ตอนนี้เองที่ตรงหน้าของเขาได้พบกับสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลาย

“เข้ามา ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้หายใจเข้าลึกพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่ออกไปรอบทิศทาง

ตอนนี้เวลาได้ผ่านไปนานเกือบจะสองชั่วโมงแล้วซึ่งในช่วงนี้มีศิษย์หลายคนถูกส่งออกมาจากข่ายอาคมด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

คนเหล่านี้ล้วนถูกส่งออกมาหลังจากที่ตายอยู่ภายในข่ายอาคม แม้ว่าจะไม่ได้ตายจริงแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายนั้นใครจะไม่รู้สึกกลัวบ้าง ? แน่นอนว่าในหมู่คนเหล่านี้ก็มีคนที่กล้าหาญอยู่ด้วยแต่ตอนนี้สภาพของเขาก็ซีดเผือดไม่ต่างกัน

“ยากเกินไปแล้ว ระหว่างสู้รู้สึกเหมือนกำลังแบกหินก้อนใหญ่สู้ไปด้วยไม่มีผิด ไม่สิ เหมือนว่าทั้งตัวถูกชุบด้วยปรอทมากกว่า จะเหวี่ยงมือยังเป็นปัญหาเลยและยิ่งกว่านั้นคือสัตว์อสูรก็โผล่มาด้วยเรื่อยๆ นี่มัน………. ยากจริงๆ ! ”

หลายคนได้โวยวายออกมา

เขาเหล่านี้คือศิษย์เก่าซึ่งมีระดับพลังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 แล้วแม้ว่าจะเคยฝึกอยู่ในข่ายอาคมคลื่นยักษ์ก็ตามแต่ภายในข่ายอาคมสังหารนี้กลับมีแรงโน้มถ่วงที่รุนแรงกว่าและเป็นเหตุให้พวกเขารู้สึกไม่คุ้นเคย พอรวมๆเอาหลายๆปัจจัยแล้วก็เห็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงไม่สามารถเอาตัวรอดภายในระยะเวลาสองชั่วโมงได้

พริบตาเดียวก็ผ่านไปทั้งหมดสองชั่วโมง

ในระหว่างก่อนถึงสองชั่วโมงนี้จากผู้เข้าร่วม 49 คนได้มีคนถูกส่งออกมาทั้งหมด 23 คนแล้ว

“49คนเข้าร่วมและมี 26 คนที่ยังมีคุณสมบัติก็ถือว่าดีใช้ได้ ”

มู่ชิงได้พยักหน้าออกมา

ฉีดงได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

“ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้หนูนั่นมันจะสามารถอดทดอยู่ได้นานเท่าไหร่กัน ข้าล่ะคาดหวังจริงๆ ”

“ข้าเหมือนกัน ”

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มจางๆ

พวกเขายืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากจากหน้าทางเข้าถ้ำข่ายอาคม

ผู้ที่อยู่ภายในไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ด้านนอกได้แต่ผู้ที่อยู่ด้านนอกก็ไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในได้เช่นเดียวกัน มู่ชิงและฉีดงยังคงยืนจ้องไปทางปากถ้ำที่อยู่ด้านหน้าเพราะว่าหลังจากที่ศิษย์ถูกฆ่าแล้วพวกเขาก็จะถูกส่งออกมาทางนั้น

ไม่เพียงแค่มู่ชิงและฉีงเท่านั้นแต่มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังก็มองไปทางเดียวกัน

“ดูเหมือนว่าเจ้านั่นจะผ่านการทดสอบนะ ”

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

แต่ภายใต้รอยยิ้มนี้กลับแฝงไปด้วยความชั่วร้าย

ณ ตอนนี้หลินเทียนยังคงปะทะอยู่กับสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายถึงห้าตัวแถมพวกมันยังไม่มีตัวไหนด้อยไปกว่าฉีเหมียงกุ่ยเลยแม้แต่น้อย เขาได้ย่อตัวลงพร้อมกับกระบี่ในมือขวาที่สั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มสำแดงทักษะออกมา

“กระบี่วายุสะท้าน ! ”

เมื่อกระบี่ได้ถูกฟาดฟันออกไปนั้นภาพกระบี่มากมายก็ได้ถูกส่งออกไปทันที

“พุฟฟฟ ! ”

“พุฟฟ ! ”

“พุฟฟฟฟ!”

สัตว์อสูรทั้งห้าตัวได้ถูกสังหารก่อนที่จะล้มลงจมกองเลือดตัวเอง

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้เปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะว่าพลังฉีที่ถูกเผาผลาญไปเมื่อครู่นั้นมากกว่าภายนอก

นัยน์ตาของเขาได้หดเล็กลงก่อนที่จะจับกระบี่แล้วกลับไปยืนที่เก่าอย่างสงบนิ่ง

“ต้องพยายามรักษะพลังฉีและพลังกายเอาไว้ ”

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

บึ้สสสส ! มิติโดยรอบได้สั่นไหวก่อนที่สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายกว่าโหลจะก่อตัวขึ้นโดยรอบ

…….

ด้านนอกถ้ำนั้นมีศิษย์มากมายถูกส่งออกไป

เวลาได้ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงแล้ว

“ในหมู่คนที่มีคุณสมบัติทั้ง 26 คนมี 17 คนถูกส่งออกมาแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 9 คนเท่านั้น ”

มู่ชิงได้พูดออกมา

“เจ้าลูกศิษย์สุดรักของเจ้ายังอยู่ด้านในนี่มันทำให้เจ้าภูมิใจ ? ”

ฉีดงได้พูดออกมาด้วยท่าทางมีความสุข

มู่ชิงได้แต่ตอบกลับด้วยท่าทางหมดคำพูดว่า

“ภูมิใจอะไรล่ะ แต่นางอยู่อย่างสงบๆข้าก็พอใจแล้ว”

ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดกันอยู่นั้นก็มีอีก 5 คนถูกส่งออกมา

ณ ตอนนี้ภายในข่ายอาคมยังเหลือผู้เข้าร่วมอยู่อีก 4 คน

“! ”

ซูชูวได้ถูกส่งออกมาในตอนนี้ขณะที่กำลังแสดงสีหน้าอมทุกข์ด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วฉีดงอดไม่ได้เลยที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“ดูเหมือนว่าเจ้าหนูนี่จะถูกฆ่าโดยสัตว์อสูรนะ ท่าทางดูไม่ค่อยได้เชียว ”

มู่ชิงได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

“ไม่ว่านางจะเข้าไปเพื่ออะไรแต่อย่างน้อยๆก็ไม่ได้เป็นผลเสียอะไรกับตัวนาง ”

“ก็จริงนั่นแหละ ”

ฉีดงได้พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

เวลายังคงผ่านไปเรื่อยๆก่อนที่จะมีอีกคนถูกส่งออกมา

“เหลือเพียงแค่ 3 คนแล้ว ศิษย์ภายนอกลำดับที่ 4 หยงฉาง ลำดับที่ 5 หลงซิ่วและเจ้าหลินเทียน ”

อาจารย์หลายคนได้พูดออกมา

“จะว่าไปแล้วหลงซิ่วและหยงฉางนั้นเป็นศิษย์ภายนอกอยู่ตั้งสองปีแล้วแต่หลินเทียนนี่มันมีพรสวรรค์จริงๆเลยนะที่สามารถอดทนได้นานขนาดนี้แม้จะเพิ่งเข้ามาใหม่ ”

“แล้วการที่เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดารามันจะไม่ถูกเรียกว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ได้ยังไงกัน ? ”

“ก็นั่นล่ะนะ จะว่าก็ว่าเพราะเขามีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราหนิ ”

หลายคนต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ทุกๆคนได้แต่มองไปยังทางเข้าถ้ำก่อนที่ไม่นานหยงฉางและหลงซิ่วจะถูกส่งออกมา

“เหลือเพียงคนเดียวแล้ว ! ”

หลายคนได้พูดออกมา

และคนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปจากเวลาที่กำหนดให้มีคุณสมบัติอีกกว่าสองชั่วโมงแล้ว

“หลินเทียนยังอยู่ด้านใน !”

อาจารย์หลายคนได้พูดออกมา

ซูชูวเองก็ได้แต่มองไปยังถ้ำพลางยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

“เป็นสัตว์ประหลาดจริงๆนั่นแหละ ”

หลินเทียนเข้าร่วมสำนักมาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นแต่กลับมีความสามารถขนาดนี้ซึ่งมันแซงหน้านางไปไกลมากและทำให้นางรู้สึกกดดัน

ฉีดงและมู่ชิงที่อยู่ห่างออกไปก็ได้แต่หรี่ตาลง

“ฉีดง เจ้าว่าไอ้หนูนั่นจะอยู่ได้นานเท่าไหร่กัน ? ”

มู่ชิงได้ถามออกมา

ฉีดงได้ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

“ด้วยความสามารถของไอ้หนูนั่นข้าว่าน่าจะได้อีกชั่วโมงนะ ”

มู่ชิงได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

“ข้าว่าน่าจะได้มากกว่านั้น ”

“มากกว่านั้น ? ”

ฉีดงได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเพราะว่าที่เขาพูดไปว่าหลินเทียนสามารถอดทนได้อีกชั่วโมงนั้นเป็นเพราะว่าเขารู้สึกโปรดปรานในตัวหลินเทียนอย่างมากแต่ก็ไม่คิดเลยว่ามู่ชิงจะบอกว่าหลินเทียนจะสามารถทนได้นานกว่านั้น

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันมันเป็นเพียงความรู้สึกน่ะ ”

มู่ชิงได้พูดออกมา

………

ภายในข่ายอาคมนั้นตอนนี้หลินเทียนกำลังอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายกว่า 11 ตัวซึ่งในสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาทั้งหมดนี้เขาได้สังหารสัตว์อสูรไปมากมายภายใต้แรงโน้มถ่วง 2.5 เท่าจึงเป็นเหตุให้พลังฉีของเขาถูกเผาผลาญอย่างรุนแรงแต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่สีหน้าของเขาในตอนนี้ก็ยังคงราบเรียบเช่นเคย

“เข้ามา ! ”

เมื่อจ้องมองออกไปแล้วเขาก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

เสมือนว่าพวกมันสามารถสัมผัสได้ถึงการยั่วยุของหลินเทียนดังนั้นถึงได้คำรามออกมาด้วยความโกรธแล้วกระโจนเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้ก้าวเท้าหลบออกไปพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่ในมือเล็กน้อยเพื่อแทงทะลุศีรษะของสัตว์อสูรตัวหนึ่งและในเวลาเดียวกันนี้เขาก็ได้ย่อตัวลงเพื่อหลบการโจมตีของสัตว์อสูรอีกตัวแล้วใช้เท้าขวาเตะออกไปอย่างรุนแรงจนทำให้อสูรตัวนั้นปลิวออกไปไกลและตายลงเนื่องจากลูกเตะอันรุนแรงทำให้กระดูกต้นคอมันหักทันที

“กระบี่สายฟ้ามรกต ! ”

เขาได้ส่งเสียงออกมาก่อนที่มือขวาจะยกขึ้นพลางส่งเสียงคำรามของสายฟ้าออกมารอบทิศทาง

กระบี่สายฟ้ามรกตนั้นเป็นทักษะที่ไร้เทียมทาน เมื่อกวัดแกว่งออกไปแล้วหมายถึงความตายของอีกฝ่าย !

“พุฟฟฟฟ !”

“พุฟฟ ! ”

“พุฟฟฟฟ! ”

เสมือนว่ากระบี่ในมือของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าที่และทุกการเคลื่อนไหวของเขาก็จะส่งผลให้สัตว์อสูรตรงหน้าตายลงภายใต้การกวัดแกว่งนี้

ไม่นานสัตว์อสูรทั้ง 11 ตัวก็ได้ตายลงอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เองที่มีเสียงคำรามอย่างดังเกิดขึ้นขณะที่ร่างของสัตว์อสูรมากมายได้ก่อตัวอย่างไม่หยุดหย่อน

หลินเทียนไม่หลบไม่หนีพร้อมทั้งเผชิญหน้ากับพวกมันซึ่งๆหน้า

สัตว์อสูรกับผู้บ่มเพาะนั้นต่างกันเพราะว่าให้พูดกันตามตรงแล้วมันอ่อนแอกว่าผู้บ่มเพาะในระดับเดียวกันมากตรงที่มันไม่มีไหวพริบแถมสัตว์อสูรในข่ายอาคมนี้ยังอ่อนแอกว่าสัตว์อสูรตัวจริงของมันดังนั้นหลินเทียนถึงยังสามารถทนมาได้ถึงจุดนี้และพยายามฆ่าพวกมันอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าเรื่องที่บอกว่าผู้บ่มเพาะนั้นแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรนี้ใช้ได้เพียงกับสัตว์อสูรที่ยังไม่ได้แปลงกายเพราะว่าสำหรับสัตว์อสูรที่สามารถแปลงกายได้สำเร็จแล้วมันต่างกันมาก ส่วนใหญ่แล้วพวกมันแข็งแกร่งกว่าผู้บ่มเพาะมากๆ

ไม่นานก็ได้ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมงเต็ม

หลังจากที่ผ่านมาถึง 1 ชั่วโมงแล้วหลินเทียนก็ยังไม่ถูกส่งออกมา

“นี่……”

ฉีดงที่ยืนมองอยู่ก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

“เป็นไง ? เหมือนที่ข้าพูด ? ”

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ฉีดงก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปด้วยสีหน้าขมขื่น

เวลาได้ผ่านไปอีกครึ่งหนึ่งชั่วโมงอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้ผู้คนที่อยู่รอบนอกถ้ำต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาด้วยกันทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั้งโจวเฮ่าที่อยู่ห่างออกไป

ผ่านมากว่า 8 ชั่วโมงแล้วแต่หลินเทียนยังอยู่ด้านใน !

“เป็นไปได้ไงกัน ! เจ้านั่นเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ซึ่งโดยปกติแล้วอย่างมากก็น่าจะทนได้ 5 ชั่วโมงซึ่งแม้แต่โม่จี่ที่มีพรสวรรค์ก็ยังไม่ใช่ข้อยกเว้นแต่เจ้าหลินเทียนนี่ยังอยู่ด้านในอยู่อีก ”

อาจารย์หลายคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึงอย่างมาก