0 Views

หลินเทียนรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากขณะที่กวาดตามองขึ้นไปยังฟากฟ้า ตัวเขารีบพุ่งเข้าไปในส่วนป่าลึกอย่างรวดเร็ว

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทั้งสองคนนี้แล้วเขาไม่มีความมั่นใจอะไรแม้แต่น้อย มีเพียงการหนีหัวซุกหัวซุนเท่านั้น

เสียงแสยะอันเย็นชาได้ถูกส่งออกมาจากฟากฟ้าก่อนที่คลื่นกระบี่มากมายจะพุ่งลงมาดั่งสายฝน

ต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบต่างล้มโค่นและตัวของหลินเทียนเองก็มีสภาพไม่ได้ต่างกัน

หลังจากที่เข้าไปถึงส่วนลึกของป่าแล้วเขาก็ไดหยุดเท้าลงและมองกลับขึ้นไปบนฟากฟ้า นกยักษ์ยังคงกระพือปีกของมันตามมาอย่างรวดเร็วแม้ว่าทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ของเขาจะมีความว่องไวมากแค่ไหนแต่ความต่างชั้นของทั้งคู่มันต่างกันเกินไป

เมื่อวิ่งไปถึงหินก้อนยักษ์แล้วหลินเทียนก็ได้แต่แหงนมองกลับขึ้นไปบนท้องฟ้า

“หนีสิ ! ดูหน่อยสิว่าจะหนีได้ถึงไหน ! ”

น้ำเสียงอันเย็นชาได้ถูกส่งลงมา

ดวงตาของพวกเขาจับจ้องไปที่หลินเทียนด้วยประกายตาที่ดุร้าย

หลินเทียนยังคงเงียบอยู่ในตอนนี้แต่หลังจากที่จ้องมองขึ้นไปแล้วเขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรต่อ ต่อให้วิ่งหนีไปแต่ก็ยังถูกนกยักษ์นั่นไล่ล่าอยู่ดีดังนั้นเขาถึงได้คิดว่ายืนอยู่เฉยๆเพื่อออมแรงเอาไว้ยังดีกว่า

ตอนนี้คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ถูกส่งลงมาอีกครั้ง

หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อหลบการโจมตีอย่างรวดเร็ว

“ไอ้เด็กระยำ ! ”

ท่าทางของผู้นำตระกูลโม่ดุร้ายเป็นอย่างมาก

โม่ยี่ได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

“ความเร็วของไอ้ระยำนี่สูงมากๆ มันได้แต่ทำให้ป่าไม้โดยรอบได้รับความเสียหายเท่านั้น ”

“ข้าจะลงไปฆ่ามันเอง ! ”

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

โม่ยี่ได้พยักหน้าตอบพร้อมทั้งพูดว่า

“ไปซะ เจ้าเป็นคนลงมือน่าจะเหมาะที่สุดแล้ว ”

ผู้นำตระกูลโม่ได้จ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนก่อนที่จะกระโดดลงมาจากความสูงประมาณ 200 เมตร

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปโดยทันทีเพราะว่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ สูงขนาดนั้นแต่กลับยังอยู่ดีได้

“ตายซะ ! ”

หลังจากที่ลงมาถึงพื้นแล้วผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมาพร้อมทั้งเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว ลูกชายคนเล็กของเขาตายลงด้วยเงื้อมมือของหลินเทียนดังนั้นเขาถึงได้แต่เฝ้าหวังว่าจะสามารถฆ่าหลินเทียนได้ด้วยมือตัวเอง

ฝ่ามือของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 นั้นอาจดูธรรมดาๆแต่กลับแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างสูง

หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาเพื่อหลบการโจมตีอีกครั้ง

เมื่อมองกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วเขาก็พบว่าโม่ยี่ยังคงยืนกอดอกอยู่ที่เดิมพลางจ้องมองลงมาทางเขาอย่างไม่แยแสก็ทำให้ท่าทางของเขาโล่งขึ้นเป็นอย่างมากที่มันไม่ได้ลงมือด้วยแต่ก็ยังสร้างแรงกดดันให้เขาไม่น้อยเพราะว่าในเมื่อมีโม่ยี่คอยจ้องมองเขาอยู่บนฟากฟ้าแล้วก็หมายความว่าเขาไม่สามารถหนีไปไหนพ้น

เขาได้แต่สาปแช่งอยู่ภายในใจและพุ่งหลบไปด้านข้างอีกครั้ง

ใบหน้าของผู้นำตระกูลโม่ได้ดำมืดเพราะว่าการโจมตีหลายครั้งของเขาไม่สามารถสัมผัสร่างกายของหลินเทียนเลยแท้แต่น้อย เขาได้ยกมือขวาขึ้นก่อนที่จะเรียกเอากระบี่ออกมาซึ่งมันทำให้ท่าทางของหลินเทียนต้องเปลี่ยนไปเช่นกันพร้อมทั้งมองไปยังแหวนมิติในมือของชายวัยกลางคน

แหวนมิติ !

“แกร๊ง !”

เสียงกระบี่คำรามได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะฟาดฟันไปทางหลินเทียน

หลินเทียนในตอนนี้ถึงกับตกตะลึงเพราะว่าการฟาดฟันนี้สามารถเทียบเท่ากับทักษะกระบี่วายุสะท้านของเขา ! เขารีบเรียกเอากระบี่คืนสู่หยวนออกมาแล้วสำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านเพื่อตอบโต้การโจมตีอย่างรวดเร็ว

“ตูม ! ”

กระโจมตีของทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่หลินเทียนจะกระเด็นออกไปไกลพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

การโจมตีของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะนั้นไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้

เขาไม่ลังเลเลยที่จะวิ่งหนีออกไปทางข้างๆ ก่อนหน้านี้เพียงแค่สัมผัสกับคลื่นกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามก็ทำให้เขาได้รับความเสียหายอย่างหนักแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกเพียงแค่อวัยวะภายในได้เคลื่อนไปหมดแล้ว

“ไอ้เด็กระยำ ! อย่าได้คิดจะหนีเพราะวันนี้ข้าจะเอาศีรษะของเจ้ากลับไปวางหน้าหลุมศพลูกข้า ! ”

น้ำเสียงอันเย็นชาของผู้นำตระกูลโม่ได้ถูกส่งออกมา

หลินเทียนยังคงเงียบอยู่และพยายามหนีต่อไปอย่างรวดเร็ว ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ได้ถูกสำแดงออกมาจนถึงขีดสุดถึงได้พอรักษาระยะห่างเอาไว้ได้บ้างแต่เรื่องความแข็งแกร่งนั้นเขาไม่สามารถสู้กับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะได้เลยแม้แต่น้อยส่วนเรื่องความเร็วก็พอจะถูไถไปได้บ้าง

ณ ตอนนี้คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง

โม่ยี่ที่กำลังมองลงมาได้ลงมือเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของเขา

โม่ยี่นั้นแข็งแกร่งกว่าผู้นำตระกูลโม่เพราะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ดังนั้นแม้ว่าในมือของมันจะไม่มีกระบี่แต่พลังทำลายที่ส่งออกมาก็น่ากลัวไร้ที่ติ

หลินเทียนได้หลบออกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

“แกร๊ง ! ”

พริบตานี้เองที่กระบี่ได้ฟาดฟันมาทางหน้าอกของเขา

หลินเทียนถึงกับตกตะลึงก่อนที่จะรีบยกกระบี่คืนสู่หยวนขึ้นมาป้องกันไว้และทำให้เขากระเด็นออกไปไกล

แกร๊ง ! เมื่อกระบี่ของผู้นำตระกูลโม่ได้ฟาดฟันลงไปยังกระบี่คืนสู่หยวนแล้วก็ได้แตกสลายลงทันทีแต่ถึงอย่างนั้นก็ส่งผลให้ร่างของหลินเทียนกระเด็นออกไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่และกระอักเลือดคำโตออกมาทันที

“อาวุธวิญญาณ ”

ผู้นำตระกูลโม่ได้ทิ้งกระบี่ในมือตัวเองก่อนที่จะเรียกเอากระบี่อันใหม่ออกมาซึ่งหากดูแล้วมันดูงดงามกว่ากระบี่คืนสู่หยวนในมือของหลินเทียนอย่างมาก นี่แสดงให้เห็นว่านั่นเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง !

หลินเทียนได้แต่รู้สึกหนักอึ้งอยู่ภายในอก

เขาพยายามตะเกียกตะกายยืนขึ้นพร้อมทั้งอดทนกับความเจ็บปวดแล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่าลึกอีกครั้ง

หากว่าสู้กับซึ่งๆหน้าเขาไม่ใช่คู่มือของผู้นำตระกูลโม่อย่างแน่นอน มีเพียงความเร็วเท่านั้นที่พอจะเทียบได้ หากว่าเขาสามารถชักนำสัตว์อสูรออกมาได้ก็อาจจะมีโอกาสรอดชีวิตจากที่นี่

“ยังคิดจะหนีอีกงั้นหรอ ! วันนี้เจ้าถูกกำหนดให้ตาย ! ”

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมา

ระหว่างที่กำลังหนีเขาก็เริ่มหมุนวนเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์พร้อมทั้งสัมผัสถึงกลิ่นอายอสูรของสัตว์อสูรระดับ 4 ในไม่ช้า

นี่คือวานรพฤกษาซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 ช่วงปลายที่มีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 !

เขาได้แต่กัดฟันก่อนที่จะฟาดวันออกไปทางมัน

วานรพฤกษาได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังจนเป็นเหตุให้พื้นดินยังต้องสั่นไหว

หลินเทียนได้หันหน้าไปอีกทางก่อนที่จะพุ่งเข้าหาวานรตัวนั้น

“แกร๊ง ! ”

ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่อันเย็นยะเยือกได้พุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

พุฟฟฟ ! มันได้ทะลุผ่านร่างกายของวานรพฤกษาไปหลังจากนั้นมันก็ได้ส่งเสียงร้องออกมาจนสุดท้ายก็นอนจมกองเลือด

โม่ยี่ที่อยู่บนหลังของนกยักษ์ได้แสดงสีหน้าที่ไม่แยแสออกมา

หลินเทียนที่เห็นเช่นนั้นถึงกับผวาไปเพราะว่าโม่ยี่นี่มันแข็งแกร่งจริงๆ ขนาดสัตว์อสูรระดับ 4 ช่วงปลายยังไม่สามารถรับการโจมตีได้

“ตายไปซะ !”

ผู้นำตระกูลโม่ที่พุ่งตามหลังมาได้ฟาดฟันออกไป

หลินเทียนได้ป้องกันการโจมตีด้วยกระบี่คืนสู่หยวนในมือซึ่งส่งผลให้ร่างของเขาปลิวออกไปไกลอีกครั้ง

หลังจากที่ได้รับการโจมตีไปหลายครั้งก็ส่งผลให้เลือดที่กระอักออกมาย้อมเสื้อของจนเป็นสีแดงฉ่ำ

อาวุธวิญญาณระดับสูงมันยากจะป้องกันจริงๆ

“วิ่งต่อไปสิ ! วิ่งหนีต่อไป ! ”

น้ำเสียงอันเย็นชาได้ถูกส่งตามหลังของเขา

หลินเทียนได้กำกระบี่ไว้ด้วยมือซ้ายของเขาและหลังจากที่เขากระโดดออกไปแล้วก็ได้สำแดงทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตออกมาส่งผลให้เกิดเสียงกระแสไฟฟ้าจากทุกทิศทาง

“ทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต ! ”

โม่ยี่ที่อยู่บนหลังของนกยักษ์ได้แต่มีท่าทางเปลี่ยนไปเพราะด้วยความที่เขาเป็นผู้อาวุโสของสำนักดังนั้นถึงได้รู้จักทักษะนี้เป็นธรรมดา

“ไม่คิดเลยนะว่าไอ้เด็กระยำนี่มันจะเลือกฝึกฝนทักษะนี้แถมยังสำเร็จขั้นต้นแล้วด้วย ไม่แปลกใจจริงๆที่ผู้เชี่ยวชาญระดับเดียวกันถูกจัดการอย่างง่ายดาย”

ทักษะนี้เป็นทักษะที่ยากที่สุดในสำนักซึ่งแม้ว่าเงื่อนไขขึ้นต้นจะอันตรายแถมยังไม่สมบูรณ์แต่ก็ยังแข็งแกร่ง หลินเทียนที่เลือกทักษะนี้มาฝึกฝนนั้นทำให้โม่ยี่สัมผัสได้ถึงภัยอันตรายโดยทันที

“ยังไงก็ต้องรีบกำจัดไอ้ระยำนี่ ! ”

“โครม ! ”

คลื่นกระบี่ได้ส่งเสียงคำรามออกมาในมือซ้ายของเขาก่อนที่จะห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้ามากมาย

โม่ยี่ยังคงยืนกอดอกเช่นเคยพร้อมทั้งพูดกับตัวเองว่า

“ระดับพลังมันยังไม่พอดังนั้นสุดท้ายแล้วก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี ”

ตอนนี้ระดับพลังของผู้นำตระกูลโม่นั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 ส่วนหลินเทียนนั้นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8ดังนั้นมันไม่สามารถเทียบกันได้

“เหอะ ! ”

ผู้นำตระกูลโม่ได้ส่งเสียงแสยะอันเย็นชาออกมาพร้อมทั้งปัดป้องการโจมตีของหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

แกร๊ง ! เมื่อกระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันแล้วก็ได้ก่อเกิดเสียงดังขึ้นทันที

กระแสไฟฟ้ามากมายส่งเสียงร้องออกมาขณะที่โลดแล่นไปทั่ว

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้แสดงรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา

เขาได้ยกมือขวาขึ้นขณะที่เจตจำนงแห่งกระบี่อันรุนแรงจะก่อตัวขั้นและสำแดงทักษะกระบี่สายฟ้าออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อหมายปองตำแหน่งลำคอของผู้นำตระกูลโม่

ในมือไม่มีกระบี่ กระบี่ลวงตา !

“ระวัง ! ”

ท่าทางของโม่ยี่ที่อยู่บนท้องฟ้าได้เปลี่ยนไปทันที

ในเวลาเดียวกันนี้ผู้นำตระกูลโม่ก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวก่อนที่จะรีบร่นถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดได้สาดกระจายไปทั่วตามมาด้วยเลือดที่ไหลรินออกมาจากบาดแผลทิ่มแทงที่หน้าอกของผู้นำตระกูลโม่

หลินเทียนได้ถูกแรงปะทะของกระบี่ดีดคนกระเด็นกลับไปพลางกระอักเลือดอีกครั้ง

หลินเทียนที่ยืนขึ้นอย่างยากลำบากเองก็ได้แต่สาปแช่งอยู่ภายในใจเพราะผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 มันแข็งแกร่งจริงๆที่สามารถหลบการโจมตีถึงชีวิตในระยะประชิดได้ขนาดนี้ หลังจากที่ชะงักไปครู่หนึ่งเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะพุ่งหนีไปทันที ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ไม่สามารถฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้แน่นอนแถมยังมีโม่ยี่บนอากาศอีก เขาไม่มีหวังที่จะฆ่าภายใต้สายตาของโม่ยี่ด้วยซ้ำ

โม่ยี่ได้กระโดดลงมาอยู่ข้างๆกับผู้นำตระกูลโม่พร้อมกับถามว่า

“น้องสองเป็นอย่างไรบ้าง ? ”

โม่ยี่ได้ถามออกมา

“ไม่เป็นอะไรมาก ”

ผู้นำตระกูลสามารถหลบเลี่ยงจุดตายออกมาได้แต่ก็ยังได้รับความเสียหายหนักอยู่ดี

เมื่อมองไปยังหลินเทียนที่กำลังวิ่งหนีไปแล้วท่าทางของเขาก็ยิ่งดุร้ายขึ้น

โม่ยี่ได้หยิบเอายาส่งให้กับเขาพร้อมกับพูดต่อว่า

“เจ้าฟื้นฟูร่างกายตัวเองไปก่อน ยกมันให้ข้าจัดการเอง”

“ฝากพี่ใหญ่จัดการด้วย ”

ผู้นำตระกูลโม่ โม่ไฮ่เต๋าได้พูดออกมา

โม่ยี่ได้พยักหน้าตอบพร้อมกับยืนขึ้นแล้วไล่ตามไป

………

หลินเทียนพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้ปากของเขากลบไปด้วยเลือดมากมายแต่ความเร็วก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“แกร๊ง ! ”

คลื่นกระบี่ได้พุ่งผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ตูมมม ! คลื่นกระบี่ได้ตกลงข้างๆเขาก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกแม้จะเป็นหินน้อยใหญ่และทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปและกระอักเลือดออกมากลางอากาศ

หลังจากนั้นเขาก็ได้กวาดตามองกลับไปและหัวใจถึงกับตกลงไปที่ตาตุ่มเพราะว่าโม่ยี่กำลังไล่ตามเขามา

“ระยำ ! ”

เขาได้แต่กัดฝันแน่นขณะที่อดทนกับความเจ็บปวดแล้วพุ่งเข้าไปยังป่าลึก

โม่ยี่ยังคงไล่ตามหลังเขาไม่หยุดก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่ออกมาอีกครั้งและส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่มากมายหักโค่นลง ในเวลาเดียวกันนี้เองเสื้อผ้าของหลินเทียนก็ขาดรุ่งริ่งไม่มีชิ้นดีพร้อมกับร่างกายที่โชกไปด้วยเลือดซึ่งดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก

ความเร็วของโม่ยี่นั้นสูงกว่าหลินเทียนมากก่อนที่จะเข้าประชิดร่างของเขาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเตะเข้าที่กลางหน้าอกอย่างจัง

โครม ! หลินเทียนได้ตีลังกาอยู่กลางอากาศก่อนที่จะกระแทกเข้ากับพุ่มไม้

“หนีอีกสิ ”

โม่ยี่ได้พูดออกมาอย่างเคร่งขรึม

เขาได้แต่กอดอกเอาไว้เพราะกับหลินเทียนที่มีระดับพลังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 นั้นถือเป็นของเล่นสำหรับเขา

หลินเทียนได้พยายามพยุงตัวเองขึ้นพร้อมทั้งกำกระบี่เอาไว้ในมือ

วิ้ส ! โม่ยี่ได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเขาอีกครั้งก่อนที่จะกวาดลูกเตะเข้าใส่เขา

“!”

หลินเทียนได้ลอยขึ้นฟ้าพลางกระอักเลือดออกมาแล้วตกลงมากระแทกกับพื้นซึ่งมีเสียงกระดูกแตกหักดังออกมาอย่างชัดเจน

เขาได้พยายามตะเกียกตะกายยืนขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะรับลูกเตะที่สามของโม่ยี่

“โครม ! ”

เขาได้กระเด็นออกไปอีกครั้งก่อนที่กระบี่ในมือจะหลุดออกไป ตอนนี้เขาไม่มีแรงพอจะขยับด้วยซ้ำ

โม่ยี่ยังคงกอดอกเอาไว้พร้อมทั้งเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางเคร่งขรึม

เมื่อมองไปยังโม่ยี่ที่กำลังใกล้เข้ามาแล้วเขาได้พยายามใช้พลังทั้งหมดเพื่อพยุงตัวเองขึ้นแต่น่าเสียดายที่มันเป็นได้เพียงความพยายาม ณ ตอนนี้ร่างกายของเขาชโลมไปด้วยเลือดขณะที่วิสัยทัศน์ค่อยๆหมองลงเรื่อยๆพร้อมๆกับความเจ็บปวดที่รุนแรงกว่าการหล่อหลอมร่างกายกำลังแล่นไปทั่ว

โม่ยี่ได้เดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมทั้งง้างฝ่ามือไปทางหลินเทียนพลางพูดว่า

“ข้าจะทำลายรากฐานการบ่มเพาะแล้วตัดศีรษะเจ้าไปเส้นไหว้หลุมศพ ”

โม่ยี่ได้พูดออกมา

เมื่อมองไปยังมือขวาของโม่ยี่ที่กำลังขยับเข้ามาแล้วหลินเทียนก็รู้สึกเพียงแค่ว่าการตะเกียกตะกายของเขาไม่มีผลอะไรเลย

มือขวาของโม่ยี่ได้กดลง

“บึ้สสสส ! ”

ตอนนี้เองที่ร่างของเขาได้เปล่งแสงอันอบอุ่นออกมาก่อนที่จะ “ตูมมมม !” ร่างของโม่ยี่ได้ถูกดีดกระเด็นออกไปไกล