0 Views

ตัวของหลินเทียนนั้นอยากจะฆ่าเหลียวเอ้อเป็นอย่างมากแต่วันนี้นั้นเป็นวันเปิดรับสมัครศิษย์เข้าสำนักจิ่วหยาง หากว่าเขาฆ่าพวกมันที่นี่ก็มีความเป็นไปได้ที่สูงมากๆที่จะเสียสิทธิการเข้าร่วมดังนั้นถึงเห็นเหตุให้เขาเก็บจิตสังหารของตัวเองกลับไป

ผู้ชมที่อยู่โดยรอบต่างแข็งค้างด้วยความตกตะลึง

“โหดเหี้ยมได้ใจ ! ”

บางคนเริ่มส่งเสียงกระซิบออกมา

หลายๆคนเองก็ได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเพราะผู้คนส่วนใหญ่ล้วนเติบโตมาจากเมืองนี้ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วหลินเทียนนั้นเคยเป็นคนที่ขลาดเขลาแต่ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเหมือนเป็นคนละคนซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้พวกเขาถึงกับประหลาดใจ

“หลีกทางไป ! ”

ฝูงชนได้ถูกแหวกออก ชายหญิงคู่หนึ่งเดินมาด้วยกันซึ่งฝ่ายชายนั้นสวมชุดคลุมสีม่วงพร้อมทั้งคาดกระบี่ยาวเอาไว้ที่เอวส่วนฝ่ายหญิงนั้นมีผิวพรรณกระจ่างใส ผมยาวสลัวซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นหญิงที่หาได้ยากยิ่ง

หลังจากที่หลินเทียนได้เห็นชายหญิงคู่นี้แล้วท่าทางแสยะของเขาก็แกร่งกล้าขึ้นกว่าเก่าโดยทันที

ชายหญิงคู่นี้คือโม่เซินและเสี่ยวหยุน

เสี่ยวหยุนได้กวาดตามองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางประหลาดใจก่อนที่ท่าทางนั้นจะหายไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เองที่เธอได้แสดงท่าทางหยิ่งผยองออกมาให้เห็นเหมือนดั่งว่าตัวเธอนั้นเป็นห่านฟ้า

โม่เซินเองก็ได้กวาดตามองไปยังคนของเขาก่อนที่จะหันมองหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก

“ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะชะตาแข็งขนาดนี้ ไม่เจอกันไม่กี่วันแต่ดูมีน้ำยาขึ้นหนิ ”

ตระกูลโม่นั้นเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองนี้ โม่เซินนั้นหลงใหลในความงามของเสี่ยวหยุนดังนั้นการที่เขารู้สึกไม่สบอารมณ์ดีกับตัวตนของหลินเทียนก็เป็นเรื่องที่ไม่แปลกอะไร แม้ว่าตระกูลหลินจะไม่เหมือนก่อนแล้วแต่การที่เขาเดินเคียงกายเสี่ยวหยุนขณะที่หลินเทียนยังมีชีวิตอยู่นั้นก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

“พระเจ้าคงเห็นว่าคนเก็บขยะเยี่ยงเจ้ามันรกหูรกตาดังนั้นถึงได้ให้โอกาสกับข้าแถมยังมอบของขวัญส่งพวกเจ้าทั้งสองลงนรกไปพร้อมกันด้วย ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

โม่เซินเองก็ได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดออกมาว่า

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ ? คนเก็บขยะ ? ”

“ใช่แล้ว ”

หลินเทียนได้ยักไหล่ของเขาพร้อมกับด่าทอเสี่ยวหยุนว่า

“ข้าไม่ต้องการหญิงนางนี้แล้ว ขยะเน่าที่ข้าไม่ต้องการแต่เจ้ากลับโหยหาแล้วหากจะไม่ให้เรียกเจ้าว่าคนเก็บขยะนั้นจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอะไร ? ”

คำพูดเหล่านี้ถึงกับทำให้ท่าทางของโม่เซินเปลี่ยนไปเป็นน่าเกลียดอย่างมาก หญิงที่ชายคนก่อนของเธอไม่ต้องการแต่เขากลับต้องการนั้น สำหรับบุรุษแล้วคำพูดเหล่านี้มันร้ายแรงอย่างมาก

“เจ้าว่าข้าเป็นอะไรนะ ! ”

เสี่ยวหยุนได้คำรามออกมาด้วยเสียงแหลม

ตั้งแต่เล็กจนโตนั้นเธอได้รับการเอาใจมาเยี่ยงองค์หญิง มันจะมีใครที่กล้าด่าทอเธอกัน ?

หลินเทียนได้กวาดตามองเธอก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า

“เจ้าได้ยินไม่ชัด ? ได้ ข้าจะพูดอีกครั้งแล้วกันว่า เจ้าเป็นขยะเน่าหน้าไม่อาย พ่อคนนี้ไม่ต้องการเจ้าและหลังจากนี้เราแยกกันอย่างเป็นทางการ ! ข้าล่ะขอให้ผู้หญิงไร้ราคาอย่างเจ้ากับหนุ่มหล่อคนนั้นน่ะตกลงห้วงนรกอเวจีไปด้วยกันเถอะ ”

เฮือกก !

ฝูงชนที่เติบโตมาในเมืองนี้เองก็ถึงกับแข็งค้างไป นี่คือหลินเทียนคนนั้นจริงๆ ? สามารถพ่นคำพูดที่เชือดเฉือนได้ขนาดนี้ ?

เสี่ยวหยุนเองก็อับอายด้วยความโกรธเป็นอย่างมากส่วนตัวของโม่เซินเองก็รู้สึกร้อนระอุไปทั่วทั้งใบหน้า

“เจ้ามันรนหาที่ตาย ! ”

โม่เซินได้ชักกระบี่ของตนเองออกมาก่อนที่จะฟาดฟันเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

ณ ตอนนี้เองที่เสียงระฆังได้ดังขึ้น ตัวของหลินเทียนเองก็ได้หันหน้ากลับไปทางลานกว้างซึ่งแสดงให้เห็นว่าการคัดเลือกได้เริ่มขึ้นแล้ว

“ดูเหมือนว่าโชคของเจ้ายังดีนะที่เสียงระฆังดังขึ้นในตอนนี้ ”

โม่เซินได้จ้องมองไปยังหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

หลินเทียนเองก็ได้แสยะออกมาว่า

“หลังจากที่เสียงระฆังดังขึ้นแล้วห้ามสร้างปัญหาหรือต่อสู้กันดังนั้นเจ้าเป็นฝ่ายที่ควรจะดีใจเสียมากกว่าที่เสียงนั่นช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ ไม่งั้นแล้วข้าบอกได้เลยว่าชะตาของเจ้าจะอนาถยิ่งกว่าเจ้าพวกระยำนี่อีก ”

“เจ้าว่าอะไรนะ ! ”

ท่าทางของโม่เซินได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาโดยทันที

“เป็นอะไร ? เรื่องง่ายๆขนาดนี้ยังไม่เข้าใจ ? สมแล้วที่เกิดมาคู่กับยัยผู้หญิงราคาถูกเสี่ยวหยุนจริงๆ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับ

เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับโม่เซินอีกก่อนที่จะเดินไปรวมกับฝูงชนโดยทิ้งให้โม่เซินและเสี่ยวหยุนได้แต่จ้องตามหลังเขาด้วยท่าทางที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ