0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ที่โลกแห่งนี้นั้นระดับพลังถือเป็นอำนาจและสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ได้ยกเว้น ศักยภาพของหลินเทียนนั้นน่าเหลือเชื่อแถมระดับความเร็วในการบ่มเพาะยังเทียบได้กับสัตว์ประหลาดดังนั้นถึงไม่แปลกที่มันจะพอมีประตูหลังสำหรับเรื่องบางเรื่อง

หลินเทียนได้ชะงักไปก่อนที่จะเข้าใจความหมายพลางโค้งคำนับแล้วพูดว่า

“ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโส ”

ให้พูดกันตามตรงแล้วการเลือกทักษะของศิษย์ที่นี่นั้นจะจำกัดเวลาไว้เพียงสองชั่วโมงเท่านั้นแต่ตอนนี้กลับไม่มีเวลาจำกัดแล้วถึงได้ทำให้เขาสามารถเลือกทักษะได้ดีขึ้น

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้เดินไปยังอาคารที่สองโดยทันที

นี่เป็นครั้งที่สองที่เขามาเยือนที่นี่ดังนั้นถึงค่อนข้างจะคุ้นเคย หลังจากที่ไปถึงส่วนของทักษะระดับสูงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายแล้วเขาก็เริ่มเลือกอย่างตั้งใจ

“กระบี่พันวิญญาณ ”

“กระบี่ซ่อนวิญญาณ”

“ลูกเตะไร้เงา ”

“ฝ่ามือนิรันด์ ”

หลินเทียนได้กวาดตามองไปโดยรอบก่อนที่จะพบกับทักษะมากมายที่เขาเคยได้ประสบพบเจอแล้วเช่นกระบี่พันวิญญาณแต่มันไม่เหมาะกับเขา

ไม่นานก็ผ่านไปเกือบจะสองชั่วโมงแล้วซึ่งหลินเทียนก็ยังคงเสาะหาทักษะต่างๆอย่างตั้งใจแต่ก็ยังไม่ได้เลือกอันไหนเพราะว่าเขามีเวลาไม่จำกัดจึงเป็นการดีหากจะศึกษาพวกมันทั้งหมดแล้วค่อยเลือกหลังจากที่อ่านหมดแล้ว

“กรงเล็บมังกร”

“กริชกระดูก ”

“หอกทำลายล้าง ”

เขายังคงเสาะหาทักษะต่างๆอีกกว่าสิบห้านาทีก่อนที่จะต้องส่ายศีรษะ

เขามองผ่านตำราทักษะอันแล้วอันเล่าก่อนที่จะเหลือบไปเห็นทักษะนึงที่อยู่ในมุมสุดซึ่งมันมีชื่อว่า เพลงกระบี่สายฟ้ามรกต หลังจากที่เขาได้อ่านแล้วเขาก็พบว่ามันเป็นทักษะที่ดีแต่ทำไมถึงได้ไปอยู่ที่มุมไกลๆพร้อมทั้งตั้งใจศึกษามัน

หลังจากที่ได้อ่านแล้วท่าทางของเขาก็ต้องเปลี่ยนเป็นผงะไป

มันเป็นเพลงกระบี่ที่สามารถกลืนกินทุกสิ่งเหมือนดั่งสายฟ้าซึ่งมีความยากในการสำเร็จวิชาอย่างมากเพราะว่าก่อนที่จะฝึกทักษะนี้ได้ต้องแบกรับการโจมตีจากอสูรสายฟ้าเพื่อชำระล้างร่างกายให้สามารถปรับตัวเข้ากับสายฟ้า

เมื่ออ่านไปถึงเงื่อนไขการฝึกวิชาแล้วแม้แต่ตัวเขาเองยังอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก

“ไม่แปลกใจที่ถูกทิ้งเอาไว้ตรงมุมห้อง ”

เขาได้แต่ส่ายศีรษะ

อย่าว่าแต่เรื่องฝึกยากเลยเพราะเพียงแค่ให้ตรงตามเงื่อนไขก็ทำให้ผู้คนเกือบทั้งหมดล้มเลิกความคิดที่จะฝึกมันแล้ว ต้องรู้ก่อนนะว่าอสูรสายฟ้านั้นเป็นถึงอสูรระดับ 4 ที่แม้ว่าจะเป็นขั้นต้นแต่อย่างน้อยๆก็มีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ ! เพื่อที่จะฝึกทักษะนี้จะให้ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายไปแบกรับการโจมตีจากเขตแดนชีพจรเทวะ นี่มันไม่ใช่การรนหาที่ตาย ? ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักด้วย ที่สำคัญที่สุดคืออสูรสายฟ้านี้มีอยู่จำนวนน้อยมากๆแถมเป็นเรื่องยากสุดๆที่จะหาตัวพวกมัน

“ใครเป็นคนสร้างทักษะเพลงกระบี่นี้กัน ? ”

หลินเทียนได้ชะงักไปก่อนที่จะพบว่ามีกระดาษเขียนไว้ว่า

“ทักษะนี่ไม่สมบูรณ์ 70 % คิดก่อนเลือก ”

หลินเทียนถึงกับหมดคำพูดโดยทันที

“…….”

เขาได้วางมันลงก่อนที่จะเดินออกไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็อดที่จะหยุดเท้าไม่ได้

เขาได้หันหน้ากลับมามองไปที่ตำราทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรตกซึ่งการฝึกเป็นเรื่องที่ยากมากๆแต่พลังทำลายก็สูงตามมาเช่นกัน ทุกการเคลื่อนไหวสามารถเทียบเท่ากับทักษะระดับกลาง ! หลังจากที่จ้องมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วแล้วเขาก็ได้แต่กัดฟันตัวเองแล้วเดินไปหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง

“ตัวเราอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 น่าจะพอรับมือกับสัตว์อสูรระดับ 4 ชั้นต้นได้แล้วหลังจากที่รับการโจมตีแล้วก็หนีโดยการอาศัยข่ายอาคมลมกระโชกส่วนเรื่องที่มันไม่สมบูรณ์ก็ช่างมันเพราะเพียงสำเร็จ 3 ระดับแรกก็พอแล้ว พลังทำลายของมันน่าจะเทียบเท่ากับทักษะระดับต่ำเขตแดนชีพจรเทวะ ! ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ส่วนเรื่องอสูรสายฟ้านั้นแม้จะมีอยู่น้อยแต่ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาได้เข้าไปเก็บดอกไม้ผีในป่าทมิฬก็เคยเห็นมันอยู่ครั้งหนึ่ง

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วเขาก็ไม่ลังเลที่จะหยิบมันแล้วเดินออกไป

“ท่านผู้อาวุโส ข้าเลือกทักษะนี้ ”

หลินเทียนได้ส่งทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตให้กับผู้อาวุโสเพื่อที่จะให้เขาจดบันทึก

ผู้อาวุโสได้พยักหน้าก่อนที่จะมองไปหลังจากนั้นก็ได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาพลางถามว่า

“เพลงกระบี่สายฟ้ามรกต ? ”

เขาได้กวาดตาสำรวจร่างกายของหลินเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เจ้าหนุ่ม เฒ่าคนนี้รู้ว่าความสามารถเจ้าไม่ธรรมดาถึงขึ้นเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดแต่เพลงกระบี่นี้ข้าไม่แนะนำให้ศึกษา อย่างแรกการที่จะฝึกมันได้ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงแถมหลังจากนั้นยังต้องฝึกอย่างยากลำบาก ที่สำคัญที่สุดคือมันไม่สมบูรณ์”

ผู้อาวุโสได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดว่า

“แม้ว่าหากเลือกทักษะแล้วไม่สามารถเปลี่ยนได้แต่ข้าจะให้เจ้ากลับไปเลือกอีกครั้ง ”

แน่นอนว่าผู้มีพรสวรรค์จะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างซึ่งหลินเทียนนั้นเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราดังนั้นผู้อาวุโสถึงได้มีใจให้และไม่อยากจะให้เขาผิดพลาดเพราะการเลือกทักษะผิดๆ

หลินเทียนรู้สึกขอบคุณอยู่ภายในใจพร้อมกับโค้งคำนับแล้วพูดออกมาว่า

“ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสแต่รุ่นเยาว์ได้ไตร่ตรองดูแล้วและเลือกทักษะนี้ ”

ผู้อาวุโสได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดหนทางออกมาก่อนที่จะมองไปยังหลินเทียนแล้วถามออกมาว่า

“แล้วทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านเป็นอย่างไรแล้ว ? ”

“บรรลุหมดแล้วเพราะโชคช่วย”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างถ่อมตน

“บรรลุหมดแล้ว ? ”

ผู้อาวุโสได้แสดงแววตาที่ประหลาดใจออกมาก่อนที่จะพูดว่า

“ไหนแสดงให้ข้าดูหน่อย ”

“ได้ขอรับ”

หลินเทียนได้พยักหน้า

ร่างกายของเขาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะปลดปล่อยเจตนำนงแห่งกระบี่อันรุนแรงออกมา

ผู้อาวุโสได้หรี่ตาลงก่อนที่จะพูดว่า

“ดีมาก บรรลุหมดแล้วจริงๆด้วย ”

หลินเทียนได้เก็บเจตจำนงแห่งกระบี่กลับไปพร้อมทั้งยืนอย่างสงบนิ่ง

“สามารถบรรลุเพลงกระบี่นี้ในเวลาสั้นๆได้นี่บอกตรงๆต่อให้เป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราก็ยังเหนือกว่าความคาดหมายของข้ามากๆ ข้าคิดว่าทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร ”

ผู้อาวุโสได้จดบันทึกก่อนที่จะส่งตำราทักษะให้หลินเทียนพร้อมทั้งพูดต่อว่า

“เพลงกระบี่นี้ถูกสร้างขึ้นโดยอัจฉริยะเพื่อหลายร้อยปีก่อนซึ่งว่ากันว่าหากมันสมบูรณ์จะสามารถเทียบเท่ากับทักษะเขตแดนผู้รอบรู้เลยทีเดียวแต่มันเป็นเพราะว่าเรื่องนี้ถึงได้ทำให้ถูกลดระดับลงมาเหลือเพียงแค่ทักษะระดับสูงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายแต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะสำเร็จมัน หากว่าเทียบกับทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านแล้วมันยากกว่าเป็นสิบๆเท่าด้วยซ้ำ ”

หลินเทียนได้ชะงักไป ทักษะระดับเขตแดนผู้รอบรู้ ?

“เขตแดนผู้รอบรู้………หากว่าทำให้มันสมบูรณ์ได้ก็คงดี ”

เขาได้กระซิบออกมา

ด้วยความที่ยืนใกล้กันขนาดนี้ดังนั้นผู้อาวุโสถึงได้ยินเสียงกระซิบของเขาเป็นธรรมดาและอดพูดไม่ได้ว่า

“เจ้าหนูอย่าคิดเพ้อเจ้อเลย โอกาสที่จะทำให้มันสมบูรณ์ได้มีน้อยกว่า 1/10 ด้วยซ้ำดังนั้นอย่าได้หวังเลย ”

เมื่อพูดจบแล้วเขาก็ได้พูดต่อว่า

“อีกทางหนึ่งใครก็จะไปรู้นะบางทีทักษะที่ไม่สมบูรณ์นี้อาจจะถูกทำให้สมบูรณ์ขึ้นในมือของเจ้า”

“ขอน้อมรับคำชมนี้ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประจบ

“เอาล่ะ ”

ผู้อาวุโสได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

“ไปฝึกเถอะ ”

“ได้ขอรับ รุ่นเยาว์ขอตัวลา ”

หลินเทียนได้แสดงความเคารพออกมา

หลังจากนั้นเขาก็ได้ออกไปจากตำหนักสรรพยุทธ์พร้อมทั้งมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักของตัวเอง

หลังจากที่กลับไปถึงก็เป็นช่วงเย็นแล้วและเขาตัดสินใจไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าจะกลับเข้าไปในป่าทมิฬถึงได้เตรียมสัมภาระที่จำเป็นเก็บไว้ในแหวนมิติและเริ่มการบ่มเพาะอีกครั้ง ตัวเขาเพิ่งจะตัดผ่านมาได้ดังนั้นต้องปรับสมดุลให้ดีเสียก่อนเป็นเรื่องที่จำเป็น

กลางคืนได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้ตื่นขึ้นมารับแสงยาวเช้าก่อนที่จะอาบน้ำแล้วเดินเข้าไปในห้องของหลินซี่และพบว่านางยังคงหลับอยู่ถึงไม่ได้รบกวนแต่ทิ้งกระดาษข้อความเอาไว้แทน ใจความของมันเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่เขาไปไหนพร้อมทั้งออกไปจากที่พักโดยทันที

ช่วงเช้าตรู่มักจะไม่มีศิษย์ของสำนักเยอะนักเพราะว่ามีไม่กี่คนที่ขยันเหมือนเขา ตัวเขาได้เดินออกไปนอกสำนักขณะที่สวมผ้าคลุมสีดำเอาไว้โดยมุ่งหน้าไปที่สมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเพื่อรับภารกิจแล้วตรงไปยังป่าทมิฬโดยทันที เขาจะต้องหาตัวอสูรสายฟ้าเพื่อจะฝึกทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตนี้ให้ได้

เมื่อไปถึงที่ป่าทมิฬก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว ด้านนอกป่านั้นมีผู้คนอยู่มากมายซึ่งเขาได้ถอดผ้าคลุมออกและเก็บเอาไว้ในแหวนมิติซึ่งครั้งนี้ตัวเขารู้สึกสะดวกสบายกว่าครั้งก่อนที่มาที่นี่มาก

“แม้ว่าเจ้าแหวนวงน้อยนี่จะทำให้สูญเงินไปกว่าเจ็ดแสนแต่มันคุ้มค่าจริงๆ ”

หลินเทียนได้มองไปยังแหวนที่นิ้วกลางของเขาพร้อมกับคิดอยู่ภายในใจ

ด้านนอกป่านั้นมีผู้คนมากมายกำลังจัดกลุ่มแต่หลินเทียนกลับเดินเข้าไปในป่าคนเดียวโดยไม่สนใจแม้แต่น้อย

นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาเข้ามาที่นี่ซึ่งกลิ่นอายอสูรในพื้นที่นี้รุนแรงเป็นอย่างมาก เขาได้เดินตามเส้นทางครั้งก่อนกลับไปที่หน้าผาและกำแพงหินสูง หลังจากที่ตั้งสติแล้วเขาก็สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาเพื่อไต่กำแพงสูงก่อนที่จะกระโดดลงไปยังอีกฝั่ง

“ตูมม ! ”

หลังจากที่เขากระโดดลงมาอีกฝั่งแล้วสัตว์อสูรตัวมหึมาก็ได้กระโดดออกมาอย่างเร็ว

มันคือแมงป่องหางไฟที่ห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มควันสีดำ

สัตว์อสูรตัวนี้มีนิสัยดุร้ายและโหดเหี้ยมซึ่งมันเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ชั้นต้นที่มีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินเทียนในตอนนี้แล้วไม่ต่างอะไรไปกับสัตว์ตัวน้อยที่ไร้พลัง

หลินเทียนได้เรียกเอากระบี่ออกมาก่อนที่จะฟาดฟันออกไปอย่างไม่ลังเล

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดสาดกระจายไปทั่วก่อนที่มันจะล้มลงและกระตุกหลายครั้งและตายไป

กระบี่ได้ถูกฟาดฟันออกไปอีกครั้งเพื่อที่จะชำแหละเอาแก่นอสูรออกมาก่อนที่จะเดินทางต่อไป

ไม่นานเขาก็ได้เดินออกไปกว่าหลายสิบกิโลเมตร

“ถ้าจำไม่ผิดเจ้าสัตว์อสูรสายฟ้าน่าจะกระโดดออกมาจากพุ่มไม้แถวๆนั้นนะ ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาไม่ลังเลเลยที่จะเดินเข้าไปทางนั้นเพราะว่าอย่างแย่สุดสัตว์ในอาณาเขตนี้ก็เป็นระดับ 3 ดังนั้นเขาถึงได้ระมัดระวังอย่างมากเพราะถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาต้องเผชิญนั้นคือสัตว์อสูรระดับ 4และยิ่งกว่านั้นคือต้องรับการโจมตีของมันด้วยดังนั้นเขาต้องเผื่อพลังเอาไว้