0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

กลิ่นอายที่จางเฟิงส่งออกมานั้นแข็งแกร่งมากๆแถมพวกเขาสามคนยังส่งแรงกดดันมากมายไปทางหลินเทียนอย่างไม่หยุดหย่อน

พวกเขาทั้งสามได้ล้อมหลินเทียนเอาไว้จากทุกทิศทาง

“ขนาดสัตว์อสูรที่มีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนชีพจรเทวะข้ายังฆ่ามาแล้ว คิดว่าพวกเจ้าเป็นตัวอะไร ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

จางเฟิงและคนอื่นๆต่างแสยะออกมาด้วยท่าทางที่ไม่เชื่อ

“ขี้โม้ ! ไร้ยางอาย !”

“เลิกไร้สาระได้แล้ว เราเสียเวลานานเกินไปแล้วหากว่าถูกพบเข้าก็จะเป็นปัญหามาก ”

“รีบๆฆ่ามันเร็วๆ ! ”

ท่าทางของทั้งสามคนนั้นเย็นชาอย่างมาก

หอกและกระบี่ของพวกเขาได้ส่งเสียงคำรามออกมาพร้อมทั้งพลังฉีอันรุนแรงที่ก่อตัวอยู่โดยรอบ

“กระบี่ในมือของมันเป็นอาวุธวิญญาณระดับกลางซึ่งมันแข็งแกร่งกว่าของพวกเจ้าดังนั้นอย่าปะทะซึ่งๆหน้า”

จางเฟิงได้พูดออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ข้าจะเป็นคนกดดันมันด้วยหอกแล้วพวกจ้าก็รุมมันจากด้านข้าง ”

“ได้ ! ”

หยูได้พยักหน้าตอบกลับ

พลังฉีได้ก่อตัวขึ้นก่อนที่ทั้งหมดจะถูกส่งเข้ากดดันหลินเทยนที่อยู่ตรงกลาง

จางเฟิงได้เหวี่ยงหอกของเขาด้วยการเคลื่อนไหวที่เหมือนดั่งก้อนเมฆและสายน้ำเพื่อเข้าปะทะกับร่างของหลินเทียน

“ทักษะระดับสูงเขตแดนหล่อหลอมร่างกาย ทักษะซวนหยุน รับไปซะ ! ”

จางเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลินเทียนไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยก่อนที่จะกวัดแกว่งกระบี่ในมือของเขาไปตรงหน้า

“กระบี่ทลายจันทร์ !”

“กระบี่พันวิญญาณ !”

ณ ตอนนี้ก็ได้มีเสียงส่งออกมาจากทั้งสองฟากของเขา

หยูและดิ่งอันได้ส่งการโจมตีออกมาแม้ว่าพลังทำลายจะต่างชั้นกับจางเฟิงอยู่แต่ก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก

“แน่นอนว่าทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะระดับสูง ”

“ไสหัวไปให้พ้น ! ”

หลินเทียนได้คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุร้าย

กระบี่ในมือของเขาได้หมุนวนก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่วายุสะท้านออกไป

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่ดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าซึ่งความเร็วและจำนวนของมันเหนือชั้นกว่าก่อนหน้านี้มาก

จางเฟิงถึงกับกระเด็นออกไปส่วนการโจมตีของหยูและดิ่งอันนั้นได้ถูกทำลายลงทันที

“เพลงกระบี่วายุสะท้าน ? สามารถทำลายทักษะระดับสูงของเราได้ ? เจ้า……….เชี่ยวชาญทักษะนี้แล้ว ? ”

ดิ่งอันถึงกับมีใบหน้าที่เปลี่ยนสีไปเพราะว่าทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านนั้นเป็นทักษะที่ไม่มีใครสามารถเชี่ยวชาญได้แต่มันกลับอยู่ในมือของหลินเทียนในตอนนี้

เสียงแสยะอันเย็นชาได้ถูกส่งกลับมาก่อนที่หลินเทียนจะพุ่งเข้าประชิดดิ่งอันโดยทันที

“คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า !”

จางเฟิงได้พุ่งออกไปเพื่อที่จะโจมตีหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

“ฝ่ามือเงาเพลิง ! ไสหัวไปซะ ! ”

เสียงแสยะอันเย็นชาได้ถูกตอบกลับไปก่อนที่ท้องฟ้าจะปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง

“ลูกไม้ตื้นๆ ! ”

จางเฟิงได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะใช้ทักษะซวนหยุนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามตอนนี้ร่างของหลินเทียนได้หายไปจากวิสัยทัศน์ของเขาด้วยความเร็วเหมือนดั่งปีศาจแล้ว

ณ ตอนนี้เองที่เสียงอันเย็นชาได้ถูกส่งออกมาเบาๆ

“กระบี่สายฟ้า ! ”

คลื่นกระบี่ความเร็วสูงได้พุ่งตัดผ่านห้วงมิติไปอย่างรวดเร็ว

ตามมาด้วยเสียงแตกหักก่อนที่อาวุธของดิ่งอันที่อยู่ด้านหลังจางเฟิงจะแตกสลายซึ่งตัวของดิ่งอันเองก็ยังคงตั้งท่ารับอยู่แต่ที่ลำคอของเขากลับมีเลือดหยดย้อยลงมาไม่หยุด โครม ! เขาได้ล้มลงกับพื้น

กระบี่สายฟ้า เมื่อออกจากฝักไปแล้วก็จะช่วงชิงชีวิตด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า !

ด้วยความที่ว่าทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ของเขาไปถึงระดับที่ 2 แล้วถึงได้ทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มสูงขึ้นดังนั้นจึงไม่แปลกที่ความเร็วของกระบี่สายฟ้าจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

มันได้ปะทะเข้ากับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 อย่างดิ่งอันโดยทันที

จางเฟิง หยูและเสี่ยวหยุนได้มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ ! รุมกันตั้งห้าคนแล้วยังไม่สามารถฆ่าคนที่มีระดับพลังต่ำกว่าได้เลย !”

เสี่ยวหยุนได้คำรามออกมาเป็นเสียงแหลม

หลินเทียนได้ฆ่าไปแล้วถึงสามคนดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้นางรู้สึกกลัว

“ไม่ต้องเป็นห่วง เรารับเงินมาแล้วดังนั้นเราจะจัดการให้เสร็จงานอย่างแน่นอน ”

จางเฟิงได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“งานไปนรก ? ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาจางๆก่อนที่จะเคลื่อนไหวอีกครั้งและเข้าประชิดจางเฟิงโดยทันที

“โอกาสดีล่ะ จัดการเลยหยู ! ”

จางเฟิงได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

“กระบี่พันวิญญาณ !”

เสียงคำรามอย่างดังได้ถูกปล่อยออกมาระหว่างที่หลินเทียนกำลังพุ่งอยู่กลางอากาศ

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้ยังคงไม่แยแสแถมยังแสยะออกมาที่มุมปาก

“รออยู่นานแล้วล่ะ ! ”

เขาได้ส่งคลื่นกระบี่เข้าใส่จางเฟิงก่อนที่เปลี่ยนทิศทางกลางอากาศแล้วพุ่งไปทางหยูด้วยคลื่นกระบี่ความเร็วสูง

“กระบี่สายฟ้า ! ”

พุฟฟฟ ! เลือดได้สาดกระจายออกมาพร้อมกับภาพหยูที่ลำคอถูกแทงทะลุด้วยกระบี่

เขาได้ล้มลงกับพื้นก่อนที่หลินเทียนจะหันหลังกลับไปมองที่จางเฟิง

“เจ้า……”

ท่าทางของจางเฟิงในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมากและอดไม่ได้เลยที่จะก้าวถอยกลับไป

“ตายซะ ! ”

จางเฟิงได้คำรามพร้อมทั้งปลดปล่อยกลิ่นอายอันรุนแรงออกมาก่อนที่จะส่งภาพคลื่นหอกมากมายปกคลุมท้องฟ้า ในขณะเดียวกันเขาก็ใช้หอกฟาดฟันเข้าไปทางหลินเทียน

หลินเทียนได้กวัดแกว่งกระบี่ในมือก่อนที่จะทำลายคลื่นหอกมากมายที่พุ่งมาจากฟากฟ้า

วิ้ส ! วินาทีนี้เองที่ทำให้หลินเทียนถึงกับผงะไปชั่วครู่หนึ่ง

เพราะเขาเห็นเพียงแค่ว่าหลังจากที่จางเฟิงได้ส่งการโจมตีออกมาแล้วกลับหันหลังวิ่งหนีไปทางสำนักอย่างรวดเร็ว

“หนีงั้นหรอ ! ”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

ร่างของเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งไล่ตามจางเฟิงได้ทันภายในไม่กี่ลมหายใจ

“แกร๊ง ! ”

กระบี่ได้ฟาดฟันไปยังร่างของจางเฟิงโดยทันที

หลินเทียนได้พุ่งเตะอัดไปกลางหน้าอกของเขาก่อนที่จะส่งเขาลอยออกไปไกลโพ้น

โครม ! เมื่อตกถึงพื้นแล้วจางเฟิงก็ได้แต่กระอักเลือดออกมาคำโต

หลินเทียนที่ถือกระบี่เอาไว้ในมือได้เดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ

“หลิน…….น้องชายหลินได้โปรดเมตตาด้วย ! ”

จางเฟิงได้โห่ร้องออกมา

“เมตตา ? ไหนขอเหตุผลหน่อยสิ ”

หลินเทียนได้หรี่ตาลง

จางเฟิงได้สั่นสะท้านไปพร้อมกับหยิบเอาบัตรสีทองออกมาส่งให้แล้วพูดว่า

“ไม่ใช่ว่าเจ้าขาดเงินอยู่งั้นหรอ ? ภายในมีเงินอยู่สองแสนเราแบ่งครึ่ง……ไม่ๆๆ เจ้าเอาไปให้หมดเลย ! ให้เจ้าไปเลย แค่ปล่อยข้าไปก็พอ ! ”

“หลังจากที่ฆ่าเจ้าแล้วยังไงมันก็เป็นของข้าอยู่ดี ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

ท่าทางของจางเฟิงได้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดและพูดออกมาขณะที่เนื้อตัวสั่นเทาว่า

“เจ้ากับตระกูลเสี่ยวมีความแค้นกันใช่ไหม ? ตราบใดที่เจ้าปล่อยข้าไปแล้วข้าจะให้เงินนี่กับเจ้าและหลังจากนี้ข้าจะช่วยเจ้าจัดการตระกูลเสี่ยวด้วย เป็นไง ? ข้าเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ซึ่งการที่มีเพื่อนช่วยก็จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการรบ ? ”

ท่าทางของเสี่ยวหยุนที่อยู่ห่างออกไปถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก

“จางเฟิงเจ้าพูดอะไร ! เราจ่ายเงินให้เจ้าแล้วนะแต่ทำไมเจ้ากลับทำแบบนี้ ! ”

เสี่ยวหยุนได้คำรามออกมาเป็นเสียงแหลม

ใบหน้าของจางเฟิงซีดเผือดอย่างมาก ตอนนี้เขาจะไปสนใจความคิดเห็นของเสี่ยวหยุนได้อย่างไร เขาได้แต่มองไปยังหลินเทียนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง

หลินเทียนได้หรี่ตาลงก่อนที่จะมองไปยังจางเฟิง

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วเขาก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งยื่นมือออกไปทางจางเฟิง

จางเฟิงได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาพร้อมทั้งยื่นมือออกไปจับมือของหลินเทียน

“พุฟฟฟ ! ”

ความเจ็บปวดได้แผดไปทั่วร่างกายของเขาก่อนที่จะก้มลงและเห็นว่ากระบี่ของหลินเทียนได้แทงทะลุหน้าอกของเขาไปแล้ว

“เจ้า….”

เขาได้แต่จ้องมองไปยังหลินเทียนด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง

“ข้าเองก็รู้สึกงงๆอยู่เหมือนกันว่าเจ้าจะยื่นมือมาจับมือข้าเพื่ออะไร ”

หลินเทียนได้หรี่ตาลง

ตอนนี้จางเฟิงได้แต่กระอักเลือดออกมาก่อนที่จะหมดลมหายใจไปในที่สุด ตอนที่เขาสิ้นใจไปแล้วดวงตาของเขายังคงเบิกกว้างอยู่เช่นเคย

หลินเทียนได้กระชากเอากระบี่กลับมาก่อนที่จะหันหลังกลับไปมองที่เสี่ยวหยุน

เมื่อเห็นว่าหลินเทียนกำลังเดินมาที่ตัวเองแล้วนางก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

“อย่าเข้ามานะ ! หยุด ! ”

นางได้แต่ถอยกลับไปด้วยท่าทางที่กระวนกระวายก่อนที่จะหยิบเอาม้วนคัมภีร์ข่ายอาคมออกมาจากใต้เสื้อแล้วพูดว่า

“นี่เป็นสมบัติที่พ่อข้าซื้อมาจาก ตำหนักแลกสมบัติซึ่งมันเป็นข่ายอาคมผสานทักษะระดับกลางที่ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 2 เป็นคนสร้างขึ้น หากว่าเจ้ากล้าเข้ามาอีกก้าวข้าจะเปิดการทำงานของมันและเจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน ! ”

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงก่อนที่จะหัวเราะออกมาไม่หยุด

“เจ้าหัวเราะอะไร ! ”

เสี่ยวหยุนได้พูดออกมาอย่างดัง

หลินเทียนได้อดกลั้นหัวเราะอย่างยากลำบากก่อนที่จะเดินเข้าไปหานางเรื่อยๆ

“น่าเสียดายนะ จะบอกให้ว่าปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 2 ที่เจ้าว่าน่ะคือข้าเอง ”

เขาได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มจางๆ

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของเสี่ยวหยุนถึงกับเปลี่ยนไปทันที

“เจ้า…..ว่าอะไรนะ ? ”

ริมฝีปากของนางยังคงสั่นสะท้านเหมือนว่าได้ยินประโยคที่น่ากลัวที่สุด

“ไม่เข้าใจ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาว่า

“งั้นข้าจะสาธิตให้ดูแล้วกัน ”

เขาได้ยกมือซ้ายออกไปก่อนที่พลังวิญญาณจะพวยพุ่งออกมาไม่หยุด ข่ายอาคมในมือของเสี่ยวหยุนได้เปล่งแสงออกมาโดยทันทีซึ่งนี่ทำให้นางถึงกับต้องรีบโยนมันออกไปแต่พริบตานี้เองที่คลื่นกระบี่มากมายได้พุ่งออกมาพร้อมทั้งทำลายหินก้อนใหญ่ที่อยู่ข้างๆ

“เจ้า…..ทำได้ยังไง…..”

นางได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก

“มันเป็นเพราะข้าเป็นคนวาดมันก็ต้องสามารถควบคุมมันได้สิ ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“จะว่าก็ว่านะข้าต้องขอบคุณพ่อเจ้าจริงๆที่จ่ายเงินไปถึงหกหมื่นเพื่อซื้อของๆข้าน่ะ ”

เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วเขาก็ได้พูดต่อด้วยท่าทางเย็นชาว่า

“แต่เงินพวกนั้นมันเป็นเงินของตระกูลข้า !”

ท่าทางของเสี่ยวหยุนในตอนนี้ซีดเผือดเป็นอย่างมากก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า

“เป็นไปได้ไงกัน…….เป็นไปได้ไง…..”

นางไม่คิดเลยว่าหลินเทียนที่เป็นเพียงคนอ่อนแอแต่กลับเปลี่ยนแปลงเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราแถมยังจับอันดับศิษย์ภายนอกได้อันดับที่ 2 นี่ยังมีเรื่องที่เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 2อีก มันเพียงพอที่จะทำให้ตระกูลของนางต้องหวาดผวาได้เลย ชายที่นางและตระกูลเสี่ยวทั้งตระกูลไม่เหลียวมองกลับโตมาถึงขั้นนี้ !

“จะบอกอะไรให้อีกอย่างนะ…….”

หลินเทียนได้เดินเข้าไปใกล้นางก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“หนังสือสัญญาของตระกูลหลินที่ถูกตระกูลเสี่ยวโกงไปและธุรกิจทั้งหมดของตระกูลเสี่ยวน่ะอยู่ในมือของข้า เจ้าน่าจะเข้าใจความหมายของมันนะ ? ตอนนี้ข้าสามารถทำให้ตระกูลเจ้าล่มสลายได้ทันทีและทำให้พวกเจ้าทั้งหมดกลายเป็นพวกไร้บ้านไม่มีที่ซุกหัวนอน ”

“เจ้าว่าอะไรนะ ? ”

เสี่ยวหยุนได้โห่ร้องออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า

“เป็นไปไม่ได้ ! ตระกูลเสี่ยวของข้ามีการป้องกันแน่นหนาแล้วหากว่ามีคนบุกไปจะไม่มีใครรู้ได้ไงกัน ? ยิ่งไปกว่านั้นในห้องก็มีการรักษาความปลอดภัยที่แน่นนานแถมยังมีทหารยามเฝ้าหน้าประตูด้วย ต่อให้เจ้าบุกทะลวงเข้าไปยามก็ต้องรู้ ! เจ้าโกหก ! ”

“โกหก ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างดูถูกว่า

“เย็นวันนั้นข้าบังเอิญไปได้ยินแผนการของเจ้ากับพ่อมาทั้งหมด แน่นอนว่าข้าไม่เคยเลยว่าเจ้าจะใช้เงินทั้งหมดที่พ่อเจ้าให้มาเหมือนกัน เจ้าว่าข้าโกหกไหมล่ะ ? ”

“เจ้า….”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที

ณ ตอนนี้นางกลัวอย่างถึงที่สุด นี่ตระกูลของนางจะถึงจุดจบ ?

แกร๊ง !

เสียงกระบี่คำรามได้ถูกส่งออกมาซึ่งมันทำให้นางได้แต่สั่นระริกด้วยความกลัว

“อย่า ! อย่าฆ่าข้า ! ”

เสี่ยวหยุนได้อ้อนวอนออกมาพร้อมทั้งพูดต่อด้วยสายตาที่หวาดกลัวว่า

“ข้า……..ผิดเอง ได้โปรดนะท่านพี่ เห็นแก่ความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ของเราได้โปรดปล่อยข้าไป ตราบใดที่ไม่ฆ่าข้าแล้วเจ้าจะให้ข้าทำอะไรก็ได้ ต่อให้เป็นเรื่อง…….อย่างว่าก็ตาม หากเจ้าต้องการที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น !”

เมื่อมองไปยังสายตาของหลินเทียนแล้วนางก็ได้แต่หวาดผวาพร้อมพูดออกมาด้วยท่าทางที่เหมือนกำลังจะร้องไห้

“ท่านพี่ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ราบเรียบว่า

“หุบปากเน่าๆของเจ้าไปซะ ! อย่าได้เรียกข้าเยี่ยงนั้นเพราะข้ารู้สึกรังเกียจ ! เทียบกับเจ้าแล้วแม่หมูยังดีกว่าด้วยซ้ำ ”

“ข้า…..”

“พุฟฟฟ ! ”

หลินเทียนได้เหวี่ยงกระบี่ออกไปอย่างไม่ปราณีก่อนที่เลือดมากมายจะพุ่งออกมาขณะที่ศีรษะของเสี่ยวหยุนกลิ้งออกไปไกล