0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

จางเฟิงและคนอื่นๆได้ผงะไปก่อนที่จะหัวเราะกันอย่างดัง

“เอาเงินมาให้เจ้า ? นี่เจ้ากลัวจนต้องพูดคำแบบนั้นเลย ? ”

หลายคนได้ยั่วยุออกมา

“ตลกมากงั้นหรอ ? ”

หลินเทียนได้มองไปทางพวกเขา

จางเฟิงได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“เจ้าถูกจับอยู่ภายในกรงแล้วยังกล้าพูดคำพวกนั้นอีก ? ข้าว่านี่มันเป็นเรื่องตลกที่สุดในโลกนี้เลยล่ะ ”

“งั้นหรอ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแสพร้อมกับพูดว่า

“ไม่นานเดี๋ยวพวกเจ้าจะยิ้มไม่ออก ”

สายตาของเขายังคงราบเรียบโดยไม่เห็นความกระวนกระวายแม้แต่น้อย

แต่ท่าทางเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้จางเฟิงและคนอื่นๆรู้สึกไม่ดีอย่างมาก

“เหอะ ! ”

จางเฟิงได้แสยะออกมาพร้อมทั้งพูดต่อว่า

“ ดิ่งอันและหยูอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ส่วนเซินเชียงและอี้ฉางนั้นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7ซึ่งไม่มีใครมีความแข็งแกร่งน้อยกว่าเจ้าเลย คิดว่าเจ้าที่ตกอยู่ในสภาพแบบนั้นต้องตายอยู่แล้วเมื่อสู้กับพวกเราแต่ยังกล้าที่จะอวดดีอีกนะ “

เขาได้มองลงไปยังหลินเทียนด้วยท่าทางที่สบายอารมณ์

“จางเฟิง ดิ่งอัน หยู เซินเชียง อี้ฉาง ”

หลินเทียนได้กวาดตามองพวกเขาพร้อมกับพูดต่อว่า

“รอก่อนเถอะ ”

เขาได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ไม่แยแสอะไรแม้แต่น้อย

“ไร้สาระอยู่ได้ ข้าจ่ายเงินพวกเจ้าไปแล้วก็รีบๆลงมือฆ่ามันได้แล้ว ! ”

เสี่ยวหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

ชางเฟิงได้พยักหน้าก่อนที่จะหยิบเอาธนูที่เขาเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้ออกมาเล็งไปทางหลินเทียน ในเวลาเดียวกันนี้คนอื่นๆก็ทำแบบเดียวกันขณะที่มองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นชา

“เจ้าหนู มันผิดที่เจ้าเอง ”

จางเฟิงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่พูดจบแล้วจางเฟิงก็ได้ปล่อยสายธนูออกทันทีก่อนที่ลูกธนูจะพุ่งตรงไปยังลำคอของหลินเทียน

ขณะนี้เองที่คนอื่นๆก็ส่งลูกธนูออกไปเช่นกัน

“วุ้สส ! ”

“วุ้สส !”

“วุ้ส ! ”

เสียงของลมได้ถูกส่งออกมาก่อนที่ธนูทั้งห้าดอกจะพุ่งเข้าใส่หลินเทียน

หลินเทียนได้เคลื่อนที่พร้อมทั้งหลบลูกธนูทั้งหมดได้เหมือนดั่งภาพลวงตา

“ยิงต่อไป !”

เสี่ยวหยุนได้ตะโกนออกมาไม่หยุด

จางเฟิงและคนอื่นๆได้ยิงออกไปอีกครั้งซึ่งครั้งนี้แต่ละคนได้ยิงออกไปไม่ต่ำกว่าคนละห้าดอกและส่งห่าฝนที่บดบังแสงอาทิตย์ลงไป

“ติดอยู่ภายในถ้ำแล้วต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีแบบนี้ข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆว่าเจ้าจะหนียังไง ! ”

จางเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแสยะ

ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นแต่คนอื่นๆก็ได้แสยะออกมาเช่นกัน กับดักนี้เป็นการเตรียมการมาอย่างดี หลินเทียนอยู่กลางถ้ำขณะที่พวกเขากระหน่ำยิงธนูลงมาจากด้านบนซึ่งมันเป็นอะไรที่หลบได้ยากมากๆ สำหรับพวกเขาแล้วตอนนี้หลินเทียนก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากเหยื่อที่ยังมีชีวิต !

“วุ้สสส ! ”

“วุ้สสส !”

“วุ้สสส !”

หลังจากที่ยิงชุดแรกออกไปแล้วพวกเขาก็เริ่มยิงชุดต่อไปอีกครั้ง

“ตายซะ ! ”

เสี่ยวหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหลม

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพุ่งหลบลูกธนูเหล่านั้นไปเหมือนดั่งร่างของภูตผี

“ยังไม่พอ ”

หลังจากที่ผ่านการยิงรอบต่อไปแล้วก็พบว่าหลินเทียนไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลยแม้แต่น้อย

เมื่อจ้องมองไปแล้วพวกเขาก็ได้แต่มีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

“ความเร็วนี้……”

หลายๆคนได้พึมพำออกมาเพราะความเร็วของหลินเทียนมันน่ากลัวจริงๆ

จางเฟิงได้พูดออกมาว่า

“ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้วทำไมถึงยังดื้อด้าน ! ”

“ตาย ? เจ้าแน่ใจหรือว่าข้าจะตาย ? ”

หลินเทียนได้มองขึ้นไปยังจางเฟิง

“เหอะ ! ปากถ้ำได้ถูกปิดตายไปแล้วดังนั้นต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะก็ออกไปไม่ได้ง่ายๆหรอก กำแพงรอบถ้ำนี่ก็สูงมากๆแถมเราก็ยังราดน้ำมันเอาไว้แล้วด้วยดังนั้นเจ้าไม่มีทางหนีพ้นหรอก ! ”

เมื่อจ้องมองไปยังหลินเทียนแล้วจางเฟิงก็ได้พูดต่อว่า

“ในอีกความหมายนึงคือเจ้าจะได้แต่ทนรับการโจมตีของเราไปเรื่อยๆ ! ในสถานการณ์แบบนี้ต่อให้เจ้าเร็วขนาดไหนแต่มันก็กินแรงจนกว่าเจ้าจะตาย !”

หลังจากที่พูดจบแล้วจางเฟิงก็ได้ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพร้อมทั้งหยิบเอาหอกสีดำยาวออกมา

“หอกวิญญาณระดับกลาง ”

จางเฟิงได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิ

หลังจากนั้นคนอื่นๆก็ได้หยิบเอาอาวุธของตัวเองออกมา

หยูนั้นได้รับอันดับที่ 9 ในการทดสอบศิษย์ภายนอก ตอนนี้ในมือของเขากำลังกำกระบี่วิญญาณเอาไว้ส่วนคนอื่นๆเองก็คว้าเอาอาวุธของตัวเองออกมาแม้มันจะไม่ใช่อาวุธวิญญาณแต่ก็แข็งแกร่งกว่าอาวุธธรรมดาๆมาก

พวกเขายืนอยู่บนยอดถ้ำขณะที่เล็งอาวุธไปทางหลินเทียนที่อยู่ด้านล่าง

“นี่คิดจริงๆหรือว่าข้าเป็นเหยื่อในถ้ำ ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

จางเฟิงได้ตอบกลับอย่างสบายอารมณ์ว่า

“แล้วไม่ใช่หรือไง ? ”

“ใครจะรู้ล่ะ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ

หลังจากที่จ้องมองไปยังพวกเขาด้วยสีหน้าที่ชั่วร้ายแล้วเขาก็ได้ย่อตัวลงพร้อมทั้งพุ่งขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้เขากระโดดขึ้นมาได้กว่า 10 เมตร

หลังจากที่เห็นการกระทำของหลินเทียนแล้วจางเฟิงและคนอื่นๆก็ได้แต่หัวเราะออกมาทันที

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะหรือไงถึงได้จะกระโดดทีละหลายสิบเมตร ? หรือจะบอกว่าเจ้าอยู่ในเขตแดนจักรพรรดินภาที่ก้าวเดินบนอากาศได้ ? ”

“ฉลาดน้อยจริงๆ ”

“สงสัยกำลังกลัวอยู่มั้ง”

หลายคนได้ยั่วยุออกมา

หลังจากที่หลินเทียนกระโดดขึ้นไปได้ 10 เมตรแล้วเขาก็เริ่มร่วงหล่นไปเพราะไม่มีวัตถุรองรับและทำให้ทั้งหกคนที่อยู่ด้านบนหัวเราะออกมาไม่หยุด

“มันโง่อย่างแท้จริง ”

เสี่ยวหยุนได้เยาะเย้ยออกมา

“งั้นหรอ ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปก่อนที่จะส่งรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมากลางอากาศพร้อมทั้งเหยียบอากาศขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

การกระโดดนี้เป็นสิบเมตร !

แถมยังกระโดดกลางอากาศ !

“นี่……..”

“เป็นไปได้ไง ? ! ”

“มันทำอะไร ! ”

หลังจากที่เห็นเช่นนั้นแล้วท่าทางของจางเฟิงและคนอื่นๆก็เปลี่ยนสีไปทันที

ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายกลับสามารถไต่อากาศได้นี่มันเป็นเรื่องที่แม้แต่เขตแดนชีพจรเทวะยังทำไม่ได้ !

หลินเทียนได้แสยะออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะเริ่มไต่อากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนขึ้นมาถึงยอดถ้ำ มันเป็นเพราะหลังจากที่เขาบรรลุทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ระดับที่ 2 แล้วมันส่งผลให้เขาสามารถไต่อากาศได้ในระยะเวลาสั้นๆ

“โจมตีมัน เร็ว ! ”

เสี่ยวหยุนได้กรีดร้องออกมา

จางเฟิงและคนอื่นๆได้ยกอาวุธขึ้นมาพร้อมทั้งสำแดงทักษะอย่างรวดเร็ว

“สายไปแล้ว”

เสียงที่ดุร้ายได้ดังกังวานไปทั่ว

ไม่รู้เหมือนกันว่าหลินเทียนได้คว้าเอากระบี่ยืนสู่หยวนออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตัวกระบี่ได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่คลื่นกระบี่สีเงินจะกวาดเข้าใส่พวกเขาทั้งหกคน

“กระบี่วายุสะท้าน ! ”

“วิ้สส ! ”

“วิ้สส ! ”

“วิ้สส !”

คลื่นกระบี่ได้ตัดผ่านฟากฟ้าก่อนที่จะตกลงสู่ร่างของพวกเขา

ทักษะนี้รุนแรงเทียบเท่ากับทักษะระดับสูงของเขตแดนหล่อหลอมร่างกายแถมตอนนี้ในมือของหลินเทียนยังมีกระบี่คืนสู่หยวนอยู่ด้วยซึ่งส่งผลให้อานุภาพทำลายล้างเพิ่งขึ้นถึง 20%

“!”

เสียงกรีดร้องได้พังขึ้นก่อนที่คลื่นกระบี่จะทะลุผ่านร่างหนึ่งในพวกเขาและทำให้ร่วงหล่นลงไปภายในถ้ำแล้วตกตายลงทันที

“เจ้ากล้าฆ่าคนงั้นหรอ ! ”

เสี่ยวหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหลม

“อีโง่!”

คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกไปทางนางอีกครั้ง

คลื่นกระบี่อันงดงามนี้ถึงกับทำให้ท่าทางของเสี่ยวหยุนเปลี่ยนไปทันทีแต่ยังโชคดีที่จางเฟิงอยู่ข้างๆนางจึงช่วยปัดป้องการโจมตีนี้เอาไว้ได้

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้อยู่บนยอดถ้ำแล้วแถมยังกำลังกวาดตามองไปยังศัตรูที่อยู่รอบๆ

เมื่อมองไปที่ใบหน้าของหลินเทียนแล้วใบหน้าของพวกเขาทุกคนก็ได้แต่เปลี่ยนเป็นมืดมนลงมันที

“เจ้าทำได้ไง ! ”

จางเฟิงได้พูดออกมา

“เดาดูสิ ”

หลินเทียนได้มองไปทางเขาก่อนที่จะตอบกลับไป

หลังจากที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้นแล้วมันถึงได้ทำให้จางเฟิงมีท่าทางเปลี่ยนไปพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“อย่าได้ใจไปไหนเลย ! ต่อให้ขึ้นมาได้แล้วไงล่ะ ? ณ ตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกเราแล้วเจ้าคิดว่าจะเอาชนะได้งั้นหรอ ? เจ้าก็ยังหมดหนทางอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ ! ”

“เจ้านี่มั่นใจดีหนิ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างราบเรียบ

“ข้าพูดความจริงทั้งนั้น ”

จางเฟิงได้แสยะออกมาอย่างเย็นชา

“งั้นหรอ ? ”

หลินเทียนได้มองไปทางเขาด้วยสีหน้าที่ชั่วร้ายพร้อมทั้งพูดต่อว่า

“หากว่าข้าบอกเจ้าว่าข้ารู้ว่าเจ้าคิดจะจัดการข้าตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกแล้วแต่ข้าติดตามเจ้ามาอย่างจงใจเจ้าจะยังคิดแบบเมื่อครู่ไหม ? ”

หลังจากที่ได้ยินคำพูดนี้แล้วท่าทางของทุกคนก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

“เจ้าว่าอะไรนะ ! ”

ใบหน้าของจางเฟิงได้เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ

“เปล่าหนิ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ก้าวเดินออกไปพร้อมทั้งหันกระบี่เข้าหาพวกเขาทั้งห้าคน

“ลงไปกันก่อน อยู่ตรงนี้ข้าสำแดงพลังไม่ได้ ! ”

จางเฟิงได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วคนอื่นๆก็ได้แต่พยักหน้าพร้อมทั้งกระโดดลงไปอีกทาง มันเป็นเพราะว่าพื้นที่เหนือถ้ำมันแคบมากๆจึงเป็นเรื่องยากที่จะรุมโจมตีหลินเทียน

“กระบี่สายฟ้า ! ”

เสียงอันเบาบางได้ถูกส่งออกมา

หลังจากนั้นหนึ่งในพวกเขาก็ได้ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา ตอนนี้หัวใจของอี้ฉางได้ถูกคลื่นกระบี่ทำลายไปแล้ว

ท้ายที่สุดร่างของอีเฉางก็ร่วงหล่นลงพื้นไป

เมื่อมองไปยังร่างไร้วิญญาณของอี้ฉางแล้วชางเฟิงและคนอื่นๆก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาไม่ต่างจากเสี่ยวหยุนเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ท่าทางของนางซีดเผือดและสั่นระริกเพราะก่อนหน้านี้นางคิดว่าตัวเองจะสามารถฆ่าหลินเทียนได้อย่างสบายๆแต่ตอนนี้คนที่นางจ้างมากลับถูกฆ่าตายไปสองคนในเวลาสั้นๆ

“ดูเหมือนว่าการที่เจ้าได้อันดับ 2 จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญสินะ ”

จางเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เจ้านี่พล่ามมากจริงๆเลยนะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่เข้าฟาดฟันไปทันที

หอกในมือของจางเฟิงได้กวัดแกว่งเข้าปะทะกับกระบี่จนก่อให้เกิดเสียงดังสนั่น

ณ ตอนนี้อีกสองฝั่งที่เหลือก็มีหยูที่กำลังถือกระบี่วิญญาณเอาไว้ในมือและอีกฝั่งก็มีดิ่งอันที่ในมือกำลังถือดาบสองคมเอาไว้แม้ว่ามันจะไม่ใช่อาวุธวิญญาณแต่ก็ไม่ได้ต่างชั้นกันมากนัก

หลินเทียนได้ปัดป้องการโจมตีของจางเฟิงด้วยกระบี่คืนสู่หยวนพร้อมทั้งใช้เท้าเตะอัดหน้าท้องของดิ่งอันจนกระเด็นออกไปไกล

ร่างของดิ่งอันได้ลอยเคว้งออกไปไกลก่อนที่จะกระแทกเข้ากับท่อนไม้ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลมาก

“ดี ดี ! พอมีน้ำยาหนิ ! ”

จางเฟิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ท่าทางของหลินเทียนยังคงราบเรียบเช่นเคยขณะที่พูดออกมาว่า

“หากว่าไม่มีน้ำยาแล้วจะล่อพวกแพะมาฆ่าได้ไง ”

เมื่อมองไปทางคนเหล่านี้แล้วเขาก็ได้แต่แสยะออกมาด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ

ท่าทางแบบนี้ของเขาทำให้หลายๆคนถึงกับหม่นหมองลง

“คิดว่าตัวเองไร้เทียมทานหรือไง ! ”

จางเฟิงได้จ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกับกลิ่นอายที่รุนแรงขึ้นพร้อมทั้งพูดต่อว่า

“พวกเราอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 แถมยังมีทักษะระดับสูงอีกคิดว่าเจ้าที่อยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 จะยังรอดจากเงื้อมมือของพวกเราสามคน ? ”