0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ในวันนี้หลินเทียนได้ใช้เวลาฝึกอยู่ภายในข่ายอาคมคลื่นยักษ์กว่า 14 ชั่วโมงเต็มซึ่งหลังจากที่เขาออกมาก็เป็นช่วงเย็นแล้วแถมตอนนี้เขายังรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของตัวเองเบาขึ้นมากและมันทำให้เขารู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก

“ดีจริงๆ ”

หลังจากที่ผ่านการฝึกมา 14 ชั่วโมงแล้วร่างกายของเขาเบาลงแถมทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ก็พัฒนาขึ้นด้วย

หลังจากที่กลับไปถึงที่พักแล้วให้หลินซี่ไปเตรียมอาหารนั้นเขาก็กลับขึ้นไปบนยอดของที่พักก่อนที่จะเริ่มการวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณสองม้วนก่อนที่จะเริ่มฝึก

“บึ้สส ! ”

แสงสีเงินได้ห้อมล้อมร่างกายของเขาเอาไว้และทำให้ที่นี่สว่างขึ้นเล็กน้อย

…………

เวลาได้ผ่านไปวันต่อวันและทุกวันนี้หลินเทียนก็จะใช้เวลาอยู่กับการเพิ่มความสามารถทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ภายในข่ายอาคมคลื่นยักษ์และเมื่อตกเย็นก็จะอาศัยข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณเพิ่มพลังให้กับตัวเอง

ไม่นานก็ผ่านไปถึงหนึ่งอาทิตย์

ช่วงนี้หลินเทียนที่อยู่ภายในข่ายอาคมนั้นสามารถไต่อากาศได้

ทุกๆครั้งที่เขาได้ไต่อากาศในเขตแรงโน้มถ่วงสองเท่านี้ก็จะก่อให้เกิดสายลมและหลังจากที่เขาลงมาถึงพื้นแล้วก็จะพบว่าตัวเขาห่างออกไปจากจุดกระโดดถึง 20 เมตร

หลังจากที่เห็นเช่นนั้นแล้วดวงตาของเขาก็เป็นประกายโดยทันที

“ในที่สุดก็ถึงระดับที่ 2 ”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมา

เขารู้สึกเพลิดเพลินกับการไต่อากาศเป็นอย่างมากก่อนที่จะหยุดอยู่กับที่

หลังจากนั้นเขาก็ได้เริ่มฝึกการเคลื่อนไหวอีกครั้ง

เขาเพิ่งจะบรรลุทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ระดับที่ 2 ซึ่งการก้าวเพียงครั้งเดียวสามารถพุ่งไปได้ไกลกว่า 20 เมตรแต่การพุ่งแต่ละครั้งก็ใช้พลังเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ใช้ไปเพียงครั้งเดียวเขาก็รู้สึกได้เลยว่าพลังของเขาหายไปกว่า 1 / 5

“เพิ่งจะบรรลุระดับที่ 2 มานี้แน่ก็ยังไม่ได้เชี่ยวชาญอย่างถ่องแท้ ต้องปรับสภาพเข้ากับมันให้ได้ก่อน ”

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเขาก็เริ่มการฝึกอีกครั้ง

ไม่นานก็ผ่านไปอีกสองวันซึ่งหลินเทียนก็หยุดการบ่มเพาะด้วยเคล็ดวิชาแต่มุ่งมั่นอยู่กับการหมกตัวอยู่ภายในข่ายอาคมคลื่นยักษ์นี้ เขาเริ่มรู้สึกได้ลางๆว่าหลังจากที่บรรลุผ่านระดับที่ 2 มาได้แล้วเขาก็เริ่มใช้พลังฉีน้อยลงแถมยังเคลื่อนที่ไปได้ไกลกว่าเดิมถึง 35 เมตร

จนถึงตอนนี้เขาได้เข้าร่วมกับสำนักมาแล้วทั้งหมด 26 วันเต็ม

“ต้องบรรลุผ่านเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ให้เร็วที่สุด ”

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

ในช่วงเช้าตรู่เขาได้ก้าวออกมาจากข่ายอาคมคลื่นยักษ์ก่อนที่จะบิดตัวแล้วเดินกลับไปทางที่พัก

หลังจากที่เดินผ่านหัวมุมได้ไม่นานก็พบกับศิษย์สำนักอยู่ตรงทางข้างหน้า

“น้องชายหลิน ? ”

เสียงเรียกได้ถูกส่งออกมา

ชายหนุ่มชุดคลุมสีน้ำเงินที่อยู่ข้างๆก็ได้เดินเข้ามาพูดด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้แหงนหน้ามองพร้อมกับถามว่า

“เจ้าคือ ? ”

ชายหนุ่มชุดคลุมสีน้ำเงินได้หัวเราะพร้อมกับตอบกลับว่า

“ข้าจางเฟิง อันดับที่ 3 ในการทดสอบศิษย์ภายนอกสำนัก ”

“ที่แท้ก็พี่ชายจางนี่เอง ได้ยินเรื่องของเจ้ามาเยอะเหมือนกัน ”

หลินเทียนได้ยิ้มจางๆออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ไม่ทราบว่าพี่ชายมีเรื่องอะไรงั้นหรอ ? ”

จางเฟิงได้มองไปทางหลินเทียนด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพูดออกมาว่า

“คือว่าเมื่อไม่นานมานี้มันมีภารกิจจากสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมให้ช่วยสังหารสัตว์อสูรระดับ 3 อย่างเสือดาวหินเพราะพวกเขาต้องการหัวใจของมัน ก่อนหน้านี้ข้าได้ไปลองแล้วและพบว่ามันตึงมือไปหน่อยดังนั้นในเมื่อน้องชายหลินได้อันดับที่ 2 ในการทดสอบศิษย์ภายนอกก็แสดงให้เห็นว่าระดับพลังของน้องชายต้องไม่ธรรมดาๆข้าจึงอยากจะชวนน้องชายให้มาช่วยข้าหน่อยส่วนเรื่องรางวัลนั้นเราก็แบ่งกันอย่างเท่าเทียมเป็นไง ? ”

“? ”

หัวใจของหลินเทียนได้สั่นไปเล็กน้อย นี่มันใช่คนที่ตระกูลเสี่ยวส่งมาหรือเปล่า ? แม้ว่าในใจจะคิดแบบนั้นแค่เขาก็ยังคงพูดออกมาด้วยท่าทางที่ไม่แสดงอาการอะไรว่า

“แล้วรางวัลของภารกิจนี้เท่าไหร่ ? ”

หลังจากที่เห็นว่าหลินเทียนสนใจและถามเกี่ยวกับรางวัลนั้นคนเหล่านี้ก็ได้แสดงสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาพร้อมกับตอบว่า

“รางวัลทั้งหมด 3 พันเหรียญ หากว่าทำสำเร็จก็แบ่งกันไปคนละครึ่งเป็นไง ? ”

“คนละพันห้าร้อยเลยงั้นหรอ ? เยอะขนาดนั้นเลย ? ”

หลินเทียนได้แกล้งแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

มันเป็นเพราะว่าสำหรับคนธรรมดาๆแล้วเงินพันห้าร้อยเหรียญก็ไม่ถือว่าเป็นจำนวนน้อยเลย

จางเฟิงได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“แน่นอนเพราะว่าภารกิจนี้มันยากมากๆ เสือดาวหินนั่นเป็นสัตว์อสูรระดับ 3ซึ่งมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 จึงไม่ใช่อะไรที่จะรับมือได้ง่ายๆไม่งั้นก็คงไม่ตั้งรางวัลขนดานั้นหรอก อย่างไรก็ตามมันเป็นเพราะว่าเราได้รางวัลเป็นอาวุธวิญญาณระดับกลางมาจากการทดสอบก่อนหน้านี้ด้วยเพราะงั้นครั้งนี้ก็น่าจะจัดการมันได้สบายๆ ”

ทุกคนรู้ดีว่ารางวัลของผู้ที่ได้สิบอันดับแรกในการทดสอบเป็นอะไร หลินเทียนนั้นได้รับอันดับที่สองก็ไม่แปลกที่จางเฟิงจะรู้เรื่องนี้

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ลังเลอย่างจงใจออกมาก่อนที่จะกัดฟันแล้วพูดว่า

“ได้ ! งั้นไปกับพี่ชายจางแล้วกัน ”

“ดี ๆ ”

จางเฟิงได้หัวเราะออกมา

“แล้วเราจะไปกันตอนไหน ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า……”

จางเฟิงได้หัวเราะพร้อมกับพูดต่อว่า

“นี่น้องชายหลินหิวเงินพันห้าร้อยเหรียญขนาดนั้นเลยหรอ ? ”

“ใช่ ข้าต้องรีบใช้เงิน ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

จางเฟิงได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับว่า

“งั้นในเมื่อน้องชายร้อนเงินงั้นเราก็ไปกันเลย ข้าได้ข่าวมาว่าเสือดาวหินนั้นอยู่ภายในถ้ำที่อยู่ในสันเขาชิงเฟิง ตอนนี้น่าจะเหมาะที่จะฆ่ามันเลยล่ะ ”

“ได้”

หลินเทียนได้ตอบกลับพร้อมทั้งพูดว่า

“งั้นพี่ชายจางรอสักครู่นะข้ากลับไปเตรียมกระบี่ก่อน”

แน่นอนว่าการมาฝึกที่ลานฝึกนี้ทำให้เขาไม่ได้เตรียมกระบี่มา

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเทียนเรื่องกระบี่แล้วประกายตาของจางเฟิงก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งตอบว่า

“ได้ รีบไปรีบมานะ ข้ารอนี่แหละ ”

“ได้ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับพร้อมทั้งรีบวิ่งกลับไปทางที่พักทันที

หลังจากที่กลับมาถึงที่พักแล้วเขาก็ได้ปิดประตูก่อนที่จะแสดงสีหน้าแสยะออกมา เขาเป็นคนทีมีพลังวิญญาณกล้าแกร่งมากๆดังนั้นถึงสามารถสัมผัสได้จากบทสนทนาเลยว่าจางเฟิงนั้นเป็นคนที่ตระกูลเสี่ยวจ้างมาจัดการกับเขาหรือแม้จะไม่ใช่แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ดีอย่างแน่นอน

“ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าเจ้าจะมาไม้ไหน ! ”

เขาได้เก็บกระบี่ไว้กลางหลังก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างเย็นชาแล้วเดินออกนอกที่พักไป

เมื่อกลับไปถึงที่ก่อนหน้านี้แล้วเขาก็ได้พบกับจางเฟิง

“ขออภัยที่ปล่อยให้รอนาน ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เป็นไรหรอก ”

หลังจากที่มองไปยังกระบี่ที่พาดอยู่กลางหลังของหลินเทียนแล้วจางเฟิงก็ได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งพูดต่อว่า

“งั้นเราไปกันเถอะ”

“ได้ ไปกันเถอะ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับ

……..

สันเขาชิงเฟิง , ภายใต้การนำของจางเฟิงนั้นพวกเขาก็ผ่านอาณาเขตสัตว์อสูรระดับที่ 1 และ 2 ไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเข้าถึงอาณาเขตสัตว์อสูรระดับที่ 3

“สัตว์อสูรระดับ 3 นั้นมีตัวที่บ้าๆและน่ากลัวอยู่มากมายดังนั้นระวังตัวด้วยล่ะน้องชายหลิน ”

จางเฟิงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

“ขอขอบคุณที่เตือน”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

หลังจากที่เดินเข้าไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วพวกเขาก็ได้ไปถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง

“ถึงแล้ว ! ”

จางเฟิงได้พูดออกมา

หลินเทียนได้มองเข้าไปในถ้ำพร้อมกับพูดออกมาว่า

“ที่นี่ ? ”

“อื่ม”

จางเฟิงได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“เราเข้าไปกันเถอะแต่ระวังหน่อยนะเพราะว่าตอนนี้เจ้าเสือดาวหินนั่นอาจจะกำลังงีบอยู่ในส่วนลึกของถ้ำ เราต้องย่องเข้าไปแบบเงียบๆแล้วฆ่ามันด้วยกัน ! ”

“ได้ !”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

เขาได้เดินตามจางเฟิงผ่านเข้าไปในถ้ำ

ภายในถ้ำนี้มีพื้นที่กว้างอยู่แถมยังสามารถแหงนขึ้นไปมองท้องฟ้าได้อีกด้วย หลินเทียนที่ได้เดินเข้ามาแล้วก็ได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“พี่ชายจาง แล้วไหนเสือดาวหินล่ะ ? ”

“เสือดาวหิน ? เจ้าตายไปเดี๋ยวก็ได้เจอมันเองแหละ ! ”

จางเฟิงได้หัวเราะออกมา

ณ ตอนนี้น้ำเสียงของจางเฟิงได้เปลี่ยนไปเป็นเย็นชาอย่างมาก

วิ้สส ! จางเฟิงได้ล่าถอยออกจากถ้ำเปิดแห่งนี้ก่อนที่จะกระทำการบางอย่างเพื่อส่งผลให้ปากถ้ำถล่ม

หลินเทียนยังคงมีสีหน้าที่ราบเรียบเช่นเคยก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ถ้ำนี่สูงกว่าหลายสิบเมตรดังนั้นต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะก็ยังปีนขึ้นไปไม่ได้ในเวลาสั้นๆ ”

“ฉลาดหนิ ! ”

ณ ตอนนี้เสียงของจางเฟิงก็ได้ถูกส่งมาอีกครั้งแต่มันถูกส่งมาจากด้านบน

ตอนนี้หลินเทียนเห็นเพียงแต่ร่างของจางเฟิงที่กำลังยืนอยู่บนยอดของถ้ำเปิดด้วยสีหน้าที่ดูถูก

“พี่ชายจาง นี่หมายความว่าไง ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

“หมายความว่าไง ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจะให้เจ้าพบกับใครบางคนแล้วเดี๋ยวเจ้าจะรู้เอง ”

จางเฟิงได้หัวเราะออกมาไม่หยุด

หลังจากที่เสียงของจางเฟิงได้จบลงแล้วเขาก็เห็นร่างของหญิงสาวที่น่าหลงใหลอย่างเสี่ยวหยุนอยู่ที่ยอดถ้ำ

“หลินเทียน เจ้าคงไม่คิดว่าจะได้พบกับเรื่องแบบนี้สินะ ! ”

เสี่ยวหยุนได้แสดงสีหน้าที่พึงพอใจออกมาขณะที่จ้องมองไปยังหลินเทียนเพราะนางได้ใช้เวลาไปกว่า 9 วัน เพื่อซื้อตัวศิษย์ภายในสำนักแล้ววางกับดักนี้ หลังจากที่นางได้ยืนอยู่และจ้องมองลงไปยังหลินเทียนที่อยู่เบื้องล่างแล้วก็ทำให้นางรู้สึกประสบความสำเร็จอย่างมาก

หลินเทียนได้มองไปทางนางด้วยสีหน้าที่ยั่วยุพร้อมทั้งพูดว่า

“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นนางโสเภณีนี่เอง โม่เซินเพิ่งตายได้สองเดือนนี่เจ้าได้ชายใหม่แล้วงั้นหรอ ? มีชีวิตที่ดีจริงๆนะ ”

“เจ้าว่าอะไรนะ ! ”

เสี่ยวหยุนได้คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงแหลม

“หูหนวก ? ”

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า

“ข้าบอกว่าเจ้ามันเป็นโสเภณีไง ”

“เจ้า ! ………. เจ้ากล้าหยามข้า ! ”

เสี่ยวหยุนได้ได้พูดต่อด้วยสีหน้าที่ดุร้ายว่า

“ออกมา ! ออกมาให้หมด ออกมาฆ่ามันซะ ฆ่ามัน ! ”

หลังจากที่คำพูดของนางจบลงแล้วที่ยอดถ้ำก็เต็มไปด้วยชายหนุ่มถึงสี่คนซึ่งจากกลิ่นอายของพวกเขาล้วนไม่มีใครต่ำกว่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 แถมในมือของแต่ละคนก็กำลังถือธนูเอาไว้ด้วย

เมื่อมองไปที่คนเหล่านี้แล้วท่าทางของหลินเทียนก็ยังคงราบเรียบเช่นเคย

“นางเสี่ยว ดูเหมือนว่าความใคร่ของเจ้าจะไม่น้อยเลยนะ ”

เขาได้พูดออกมา

“!!!”

เสี่ยวหยุนได้กรี้ดออกมาอย่างดังว่า

“ฆ่ามัน ฆ่ามัน เร็ว ๆ !”

หลินเทียนได้กวาดสายตาไปทางนางอย่างดูถูกก่อนที่จะมองไปยังกลุ่มของจางเฟิงทั้งห้าคนว่า

“ล่อข้ามานี่เพื่ออยากจะฆ่าข้า ? ดูเหมือนว่าความกล้าจะไม่น้อยเลยนะเป็นศิษย์สำนักแท้ๆแต่กล้าที่จะทำแบบนี้ ไม่กลัวว่าผู้อาวุโสจะรู้เรื่องนี้แล้วฆ่าเจ้า ? ”

จางเฟิงได้หยิบเอาบัตรสีทองออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“เงินแค่พันห้าร้อยเหรียญก็ล่อเจ้ามาที่นี่ได้แล้วแต่เห็นบัตรนี่ไหม ภายในมันมีเงินอยู่กว่าสองแสนเหรียญซึ่งมันพอที่จะให้ข้าเสี่ยงฆ่าเจ้าไงล่ะ ”

หลังจากที่หยุดไปสักพักเขาก็ได้พูดต่อว่า

“อีกอย่างทางสำนักจะไม่รู้เรื่องนี้หรอก ”

“เจ้าจะบอกว่าหากข้าตายแล้วทางสำนักก็คงคิดว่าเป็นฝีมือของสัตว์อสูร ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

จางเฟิงได้ชะงักไปพร้อมกับหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า

“ฉลาดมากๆ ! ”

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบพร้อมทั้งมองไปยังชายหนุ่มที่เหลืออีกสี่คนพลางพูดว่า

“พวกเจ้า ? แล้วตระกูลเสี่ยวให้พวกเจ้าไปคนละสองแสนด้วยงั้นหรอ ? หรือว่าแสนเดียว ? ”

“พวกเขาได้กันไปคนละแสน ”

จางเฟิงได้พูดออกมา

ชายหนุ่มทั้งหลายได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสเหมือนว่าตอนนี้เขาไม่ได้ต่างอะไรไปจากศพแม้แต่น้อย

“สองแสนหนึ่งคนอีกแสนสี่คนทั้งหมดก็หกแสน”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ขอบคุณที่เอาเงินมาส่งข้ามากมายขนาดนี้นะ ”