0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ด้วยความที่ว่าตอนนี้ตระกูลเสี่ยวได้กลายเป็นตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดจึงไม่แปลกที่จะมีประตูทางเข้าที่หรูหราเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นช่วงกลางดึกแต่ที่หน้าทางเข้าก็ยังคงสว่างไสวเช่นเคย

หลินเทียนยังคงหลบอยู่ในความมืดก่อนที่จะมาถึงที่หน้าที่เข้าอย่างรวดเร็ว

เมื่อมองไปรอบๆแล้วก็จะเป็นผู้เฝ้าประตูอยู่สองคนและในมือของแต่ละคนก็กำลังถือหอกแหลมเอาไว้พร้อมทั้งมองไปรอบๆด้วยท่าทางที่ระมัดระวัง

เขาไม่ได้สนใจสองคนนี้เลยแม้แต่น้อยก่อนที่จะเดินผ่านประตูไปแล้วปีนข้ามกำแพงสูงเพื่อเข้าไปยังบ้านหลักตระกูลเสี่ยว, เมื่อเทียบกับภายนอกแล้วภายในสถานที่แห่งนี้ส่องสว่างยิ่งกว่าตะเกียงสามสีอีก

“เหอะ สิ้นเปลืองดีจริงๆ ! ”

หลินเทียนได้แสยะออกมาเพราะการที่พวกมันมีวันนี้ได้ทั้งหมดก็ล้วนมาจากการแย่งจากตระกูลหลิน

ตระกูลเสี่ยวนั้นมีคนรับใช้และทหารยามมากมายเดินตรวจตราตลอดทั้งคืนซึ่งสำหรับเรื่องนี้แล้วตัวของหลินเทียนก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย เขาระลึกถึงความทรงจำเก่าๆก่อนที่จะไปยังห้องเก่าๆอย่างรวดเร็ว ห้องๆนี้ไม่ได้หรูหราอะไรแต่เป็นห้องที่มีความปลอดภัยสูงมากๆ ประตูทางเข้านั้นถูกปิดเอาไว้ด้วยเหล็กกล้าแถมยังมีล็อคกุญแจอยู่อีก 8 ชั้น ด้านหน้าประตูทางเข้ามีทหารยามคอยดูแลอยู่สองคนซึ่งดูมีความสามารถมากกว่าผู้เฝ้าประตูก่อนหน้านี้มาก

หลินเทียนยังคงหลบอยู่ในความมืดก่อนที่จะหยิบเอากระดาษที่ห่อผงที่มีผลทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีระดับพลังต่ำกว่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6 ลงไปสงบ เขาได้หยิบผงนี้ขึ้นมาพร้อมทั้งชูขึ้นและปล่อยให้สายลมพัดพามันเข้าไป

“อื่ม ? นี่กลิ่นอะไร ? ”

“ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นกลิ่นดอกไม้ล่ะมั้ง……..”

หลังจากผ่านไปได้สองวินาทีแล้วทหารเฝ้าประตูทั้งสองก็ได้ล้มลงกับพื้นโดยทันที

ตระกูลเสี่ยวนั้นไม่ใช่ตระกูลของผู้เชี่ยวชาญดังนั้นทหารภายในบ้านก็ไม่ได้มีพลังอะไรมากนักถึงไม่สามารถต่อต้านผงนี้ได้

หลินเทียนได้เดินไปที่หน้าประตูใหญ่ก่อนที่จะจับไปที่ล็อคกุญแจหนาพลางส่งพลังวิญญาณเข้าไปไขกุญแจ หลังจากนั้นไม่นานล็อคกุญแจอันแรกก็ได้ถูกเปิดออกพร้อมเสียงดัง แกร๊ก

“อันที่สอง ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญแถมยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมที่แข็งแกร่งอีกดังนั้นการปลดล็อคเหล่านี้ถือเป็นเรื่องง่ายมากๆ

ไม่นานล็อคทั้งแปดก็ได้ถูกไขทั้งหมดก่อนที่หลินเทียนจะผลักประตูเข้าไปแล้วปิดประตูอย่างเงียบๆ

เมื่อมองจากข้างนอกแล้วจะดูว่าที่แห่งนี้แน่นหนามากๆแถมยังไม่หรูหราอะไรด้วยแต่หลังจากที่เข้ามาแล้วกลับสามารถพบกับสมบัติมากมายไม่ว่าจะเป็นหยกหรือเครื่องเรือนต่างๆ หลินเทียนได้แต่แสยะออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะเดินเข้าไปยังกล่องเหล็กที่อยู่ภายในสุดโดยไม่สนใจสิ่งอื่นแม้แต่น้อย

ด้านนอกกล่องนั้นมีกรงเหล็กอยู่ 9 ชั้นซึ่งถูกติดตั้งเอาไว้ภายในห้องแห่งนี้แถมยังมีกุญแจล็อคเอาไว้ซึ่งสำหรับหลินเทียนแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อยก่อนที่จะไขกุญแจแล้วเปิดกล่องเหล็กออกและพบกับสัญญาต่างๆที่อยู่ภายใน

โรงงานสลักหยกของตระกูลหลิน

โรงงานทำกระดาษของตระกูลหลิน

โรงงานอัญมณีของตระกูลหลิน

หลินเทียนได้กวาดตามองรอบๆสัญญาเหล่านี้ที่ถูกแก้ไขให้เจ้าของกลายเป็นของเสี่ยวหนาน

หลินเทียนได้แสยะออกมาก่อนที่จะกวาดมือขวาของเขาด้วยพลังวิญญาณเพื่อลบชื่อของเสี่ยวหนานออกแล้วเปลี่ยนมันเป็นหลินซี่แทน เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมดังนั้นการเปลี่ยนข้อความโดยใช้พลังวิญญาณมันถือเป็นอะไรที่เทียบได้กับการนอนกินอาหารเลยก็ว่าได้

หลังจากที่เก็บสัญญาเหล่านี้มาแล้วเขาก็เริ่มค้นหาหนังสือสัญญาอื่นๆ

โรงงานไม้ตระกูลหลิน

ร้านอาหารตระกูลหลิน

คอกม้าตระกูลหลิน

เมื่อมองไปแล้วหลินเทียนก็ได้แต่ผงะไปเพราะก่อนหน้านี้ตระกูลหลินนี่มันรวยจริงๆ โรงงานมากมายหลายสิบอย่าง , หลังจากที่เขาได้เปลี่ยนชื่อเจ้าของทั้งหมดให้กลายเป็นของหลินซี่แล้วเขาก็เก็บสัญญาเหล่านี้เข้าไปในถุงย่ามที่เตรียมมาไว้ก่อนแล้ว

เขายังคงค้นหาต่อไปก่อนที่จะพบกับกล่องไม้ซึ่งหลังจากที่เขาเปิดหนังสือสัญญาออกแล้วก็พบกับ

อสังหาฯของตระกูลเสี่ยว

โรงเลี้ยงของตระกูลเสี่ยว

โรงงานปลาของตระกูลเสี่ยว

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของทั้งหมดแล้วเก็บมันใส่ถุงย่ามของเขา

ขั้นตอนนี้ไม่ได้กินเวลามากนักก่อนที่เขาจะใส่กุญแจกลับที่เก่าแล้วเดินออกนอกประตูเหล็กล็อคแปดชั้นไป เขาไม่ได้หยิบอะไรในห้องนี้ไปเลยแม้แต่น้อยทว่ากลับนำไปเพียงแค่หนังสือสัญญาที่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้กลายเป็นของตระกูลเสี่ยวอีกแล้ว

หลังจากที่เดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวเขาก็ได้โบกมือเพื่อส่งยาถอนพิษออกไปตามสายลม

“อื่ม ? ……”

ทหารยามทั้งสองได้สติกลับมาก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่ชะงักไปออกมา

“หลับซะได้ !”

หลังจากที่มองไปรอบๆแล้วพบว่ามันยังปกติถึงได้พูดออกมาอย่างโล่งใจ

หลินเทียนที่อยู่ไกลออกไปเองก็ได้แต่ยิ้มออกมาก่อนที่จะจากไป ตอนนี้เองที่เขาได้เริ่มการทำงานของข่ายอาคมลมกระโชกม้วนที่สามเพราะว่าแต่ละม้วนนั้นสามารถคงสภาพอยู่ได้ไม่นานถึงต้องเริ่มการทำงานก่อนที่มันจะหมดสภาพไม่งั้นตัวตนของเขาก็จะถูกเปิดเผย หลังจากที่เปิดการทำงานแล้วร่างกายของเขาก็เบาลงพร้อมทั้งมุ่งหน้าออกไปจากที่แห่งนี้

“ท่านพ่อ เราจะทำอย่างไรดี ? ”

ทันใดนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงอันคุ้นเคยส่งออกมาจากที่ไม่ไกลดังนั้นเขาถึงได้หยุดเท้าลง

เมื่อมองออกไปแล้วจะเห็นห้องๆหนึ่งที่ยังไม่ดับไฟและพบว่าภายในห้องนั้นมีร่างสองร่างซึ่งร่างหนึ่งเป็นของชายตัวใหญ่และอีกร่างหนึ่งเป็นของหญิงรูปร่างผอมบางส่วนเรื่องเสียงที่ส่งออกมานั้นเขาสามารถตัดสินได้ทันทีว่ามันเป็นของเสี่ยวหยุนอย่างแน่นอน

หลังจากที่ลังเลเล็กน้อยเขาก็เดินเข้าไปอย่างช้าๆ

ไม่นานเขาก็ได้เข้าใกล้ห้องๆนี้พร้อมทั้งได้ยินบทสนทนาที่ชัดเจนขึ้น

“ไอ้หลินเทียนนั่นไม่ใช่แค่ผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราเท่านั้นแถมยังทดสอบศิษย์ภายนอกได้ที่ 2 อีก…… เมื่อเช้าวันนี้มันก็ยังอยู่ในข่ายอาคมคลื่นยักษ์ของทางสำนักที่มีแรงโน้มถ่วงสองเท่าได้ถึง 12 ชั่วโมง ขนาดอาจารย์เองยังตกตะลึง ! เราจะทำอย่างไรดี ? มันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆแล้วสักวันมันต้องกลับมาเล่นงานเราแน่ๆ ! ”

เสี่ยวหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลอย่างมาก

เสียงแสยะที่เย็นชาได้ตอบกลับไปว่า

“กระวนกระวายอะไรกัน ! อย่างไรก็ตามมันยังไม่ทันได้โตแล้วจะทำอะไรได้ ? สำนักจิ่วหยางไม่ได้มีสันเขาชิงเฟิง ? เจ้าก็ไปจ้างศิษย์ภายในสำนักมาด้วยเงินแล้ววางกับดังมันในสันเขาสิ หลังจากนั้นก็หลอกให้ไอ้ระยำนั่นเข้าไปแล้วฆ่าทิ้ง เข้าใจ ? ”

“แต่ท่านพ่อ ศิษย์สำนักเป็นพวกที่อวดดีดังนั้นคงไม่…..”

“ไปหามาห้าคน ข้าจะให้พวกมันคนละแสนเหรียญ ! ”

“แสน !!!! ? ”

เสี่ยวหยุดได้โห่ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตกตะลึง

เสี่ยวหนานได้พูดออกมาอีกครั้งว่า

“อย่างที่เจ้าว่า เราไม่สามารถปล่อยให้ไอ้ระยำนี่โตได้จะได้ไม่ทิ้งปัญหาไว้ให้กับตระกูลของเราในอนาคต ”

“แสน ! ? เงินมากขนาดนี้ต้องหาคนได้อย่างแน่นอน ”

เสี่ยวหยุดได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“อื่ม ให้เจ้าจัดการแล้วกัน นี่เป็นข่ายอาคมผสานที่พ่อได้มาจากตำหนักแลกสมบัติซึ่งผู้จัดการของที่นั่นปรมาจารย์พูชิรับประกันเอาไว้ว่าทักษะที่อยู่ภายในนั้นสามารถสร้างความเสียหายให้กับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 ได้ เจ้าเอาไปแล้วกัน ข้าว่ามันน่าจะมีประโยชน์บ้างเมื่อถึงเวลา ”

“นี่…..”

เสี่ยวหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ประหลาดใจก่อนที่จะพูดต่อว่า

“ท่านพ่อ ข้าจะเก็บมันให้ได้อย่างแน่นอน ! ”

หลินเทียนที่อยู่ด้านนอกเองก็ได้แต่แสดงแววตาที่เย็นชาออกมา

“คนละแสน ? รวยดีจริงๆ ”

เขาได้แสยะอยู่ภายในใจ

เงินแสนนี่เป็นเงินมากมายซึ่งสามารถทำให้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะหวั่นไหวได้

“ฮิ ฮิ ”

หลินเทียนรู้สึกดีใจมากๆที่เขาได้แอบเข้ามาในวันนี้ไม่งั้นก็คงไม่รู้เรื่องนี้

ไม่นานเขาก็ได้หลบเข้าไปอยู่ในความมืดก่อนที่จะจากที่นี่ไปอย่างรวดเร็ว

เขาได้เดินตัดผ่านถนนที่เงียบสงบกลับไปยังที่พักภายในสำนักจิ่วหยางพร้อมๆกับหนังสือสัญญาของตระกูลเสี่ยวก่อนที่จะกลับขึ้นไปบนยอดของที่พักแล้วเริ่มทำการวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณอีกครั้ง

“ไอ้คนไร้ราคา ไม่รู้หรอกนะว่าจ่ายเงินไปเท่าไหร่แต่บอกไว้เลยว่าเมื่อถึงเวลาแล้วพวกแกจะต้องประหลาดใจแน่นอน ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

เขาชินกับการวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณแล้วดังนั้นถึงได้ใช้เวลาไปเพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะวาดเสร็จ หลังจากนั้นเขาก็เปิดใช้งานมันทันทีพร้อมทั้งเริ่มดูดกลืนพลังฉีเข้ามาชำระล้างสิ่งสกปรกภายในร่างกาย ความเจ็บปวดอันรุนแรงได้ถาโถมไปทุกสัดส่วนแต่ตัวเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร ตอนนี้ภายใจดวงตาของเขามีเพียงประกายแห่งความเย็นเฉียบเท่านั้น

“บึ้สส”

แสงสีเงินได้เปล่งประกายออกมาก่อนที่แสงจากหมู่ดาวจะโอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้

ช่วงเวลากลางคืนได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินเทียนได้บ่มเพาะพลังอยู่ตลอดทั้งคืนแม้ว่าอวัยวะภายในของเขาจะร้อนระอุแต่ตัวเขากลับไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อย หลังจากที่ได้ผ่านการบ่มเพาะไปแล้วระดับพลัง ความแข็งแกร่งและการเต้นของหัวใจของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย

“ได้ละ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ณ ตอนนี้เป็นช่วงเช้าตรู่ซึ่งหลังจากที่เขาอาบน้ำแล้วก็ตรงดิ่งไปที่ลานฝึกที่มีข่ายอาคมคลื่นยักษ์จัดวางเอาไว้อย่างรวดเร็ว

“เจ้าหนู ตื่นเช้าดีหนิ ”

หลัวเสี้ยวได้ทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม

หลัวเสี้ยวนั้นเป็นผู้รับผิดชอบการฝึกทางกายภาพของศิษย์ใหม่ดังนั้นถึงได้ประจำอยู่ที่นี่

“ที่ไหนกันล่ะ ผู้อาวุโสมาก่อนข้าอีก ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างเคารพ

หลัวเสี้ยวได้หัวเราะออกมาก่อนที่จะพูดว่า

“เอาล่ะอย่าประจบข้าเลย จะเข้าไปฝึก ? ”

“ใช่ ”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

“อื่ม รอก่อนแล้วกัน ตอนนี้ยังคนดูแลไม่อยู่ที่นี่ก็ยังไม่เปิด”

หลัวเสี้ยวได้พยักหน้าให้เขาก่อนที่จะเดินไปหาผู้รับผิดชอบพร้อมทั้งเปิดการทำงานของข่ายอาคมหลังจากนั้นเขาก็เดินกลับมาหาหลินเทียนแล้วพูดว่า

“เอาล่ะเรียบร้อย เข้าไปได้เลย ”

ข่ายอาคมนี้จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรอย่างมากดังนั้นหากว่าไม่มีใครใช้ก็จะปิดการทำงาน

“ขอขอบคุณผู้อาวุโส ! ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างนอบน้อมพร้อมทั้งเดินเข้าไปทันที

นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาเข้ามาภายในข่ายอาคมนี้ซึ่งเขารู้สึกได้ทันทีว่ามันสบายกว่าเมื่อวานมากแม้ว่าจะไม่ได้คล่องแคล่วเหมือนอยู่ด้านนอกก็ตาม เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็เริ่มการฝึกทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ของเขาอีกครั้งเพื่อให้สามารถบรรลุไปยังขั้นที่ 2 ให้เร็วขึ้น

เมื่อถึงตอนนั้นแล้วจะไม่ใช่เพียงความเร็วของเขาที่เพิ่มขึ้นแต่สามารถไต่อากาศเลยก็ว่าได้ พูดง่ายๆคือหากว่าเขาสามารถบรรลุขั้นที่ 2 ได้นั้นก็จะสามารถไต่กำแพงหินภายในป่าทมิฬก่อนหน้านี้ได้โดยไม่ต้องอาศัยแรงส่งจากทักษะกระบี่วายุสะท้านแม้แต่น้อย