0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เวลาได้ผ่านไปนานกว่าสองชั่วโมงในพริบตา

หากว่ารวมกับช่วงก่อนหน้านี้แล้วก็เท่ากับว่านี่ผ่านไปทั้งหมดสามชั่วโมงแล้วซึ่งตอนนี้ทีมที่สองทั้งหมดที่เข้ามาก็ได้กลับออกไปกันหมดแล้วและทีมที่สามกำลังเตรียมตัวจะเริ่มเข้ามาแต่หลินเทียนก็ยังคงอยู่ที่นี่

“เจ้าหนูนี่มันใช้ได้ ! ”

ดวงตาของหลัวเสี้ยวได้เปล่งประกายออกมาเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีคนสามารถเข้าไปได้กว่าสามชั่วโมงในครั้งแรก

ณ ตอนนี้หลินเทียนที่อยู่ภายในก็ยังคงมีท่าทางที่มั่นคงซึ่งหลังจากที่ใช้เวลาอยู่กว่าสามชั่วโมงแล้วก็ทำให้เขาปรับสภาพเข้ากับที่นี่ได้

“วิ้ส !”

“วิ้ส ! ”

“วิ้ส ! ”

เขาได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาซึ่งระหว่างนี้เองที่มันได้ส่งเสียงออกมาเช่นกัน

“ที่นี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ จะเรียกว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้บ่มเพาะเลยก็ว่าได้ ! ”

หลินเทียนได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่ฝึกมาได้สามชั่วโมงโดยที่แบกรับความเจ็บปวดเอาไว้มากมายแต่ตอนนี้ตัวเขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองแล้ว แม้ว่ามันจะเล็กน้อยแต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีอยู่จริงๆ

“ฝึกต่อ ! ”

เขาคิดอยู่ภายในใจ

แรงโน้มถ่วงสองเท่ายังคงสร้างความเจ็บปวดให้กับเขาแต่ตอนนี้เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรแม้แต่น้อยเพราะเขาไม่เคยกลัวความเจ็บปวด ตัวเขารู้ดีว่าหากจะก้าวเดินบนเส้นทางนี้ก็จะต้องอดทนกับความเจ็บปวด !

หากว่าสามารถอดทนได้ก็จะพัฒนาไปได้อีก !

นี่คือความจริงที่เขาได้รับมาหลังจากที่ผ่านพ้นความตายมาได้ !

เขายังคงฝึกต่อไปและในขณะเดียวกันนี้เวลาก็ได้ผ่านไปไม่หยุด

ไม่นานก็ผ่านไปกว่าสี่ชั่วโมง

หลังจากที่ผ่านไปอีกสี่ชั่วโมงนั้นทั้งห้าทีมก็ได้กลับออกมาหมดแล้วแถมยังคงกองกันอยู่ที่พื้นพลางก่นด่า

นัยน์ตาของหลัวเสี้ยวถึงกับเบิกกว้างก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

ณ ตอนนี้มันผ่านไปกว่า 7 ชั่วโมงแล้วแต่หลินเทียนก็ยังอยู่ภายใน

ตัวเขาตกตะลึงเป็นอย่างมากและเขาก็ไม่ได้กังวลว่าจะเกิดอันตรายอะไรขึ้นกับหลินเทียนด้วยเพราะว่าแรงโน้มถ่วงระดับสองเท่านี้มันไม่สามารถสร้างอันตรายอะไรให้กับผู้เชี่ยวชาญได้ ตอนนี้เขาไม่กลัวแม้กระทั่งเรื่องที่หลินเทียนจะก้าวเข้าไปยังเขตแรงโน้มถ่วงระดับที่ 3 ด้วยซ้ำเพราะตัวเขาเชื่อว่าหลินเทียนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา

“เจ้าหนูนี่มันสุดยอดจริงๆ ”

เข้าไปในเขตแรงโน้มถ่วงครั้งแรกแต่กลับทนอยู่ได้กว่า 7 ชั่วโมงนี้มันทำลายทุกความเชื่อของเขาจริงๆ ตั้งแต่ที่สำนักนี้ได้ก่อตั้งมานั้นก็ไม่มีศิษย์คนไหนที่สามารถอดทนได้นานขนาดนี้ ขนาดโม่จี่คนนั้นยังสามารถทนได้เพียงแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น

เขาอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่นพร้อมทั้งจ้องเขม็ง

“อาจารย์ เรากลับกันได้หรือยัง ? ”

“ใช่แล้ว พวกเราปวดไปทั้งตัวแล้ว ! ”

“ให้เรากลับไปพักผ่อนเถอะนะ ”

ศิษย์หลายคนได้บ่นออกมาอย่างยากลำบาก

หลังจากที่คิดถึงเรื่องที่หลินเทียนสามารถอดทนได้กว่า 7 ชั่วโมงแล้วหันกลับมามองศิษย์เหล่านี้แล้วเขาก็ได้แต่โกรธจัดโดยทันที

“หุบปากซะ ! ”

เขาได้จ้องมองไปที่ศิษย์เหล่านี้ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า

“มองไปที่พวกเจ้าที่ไม่ได้เรื่องแล้วคิดไม่ออกเลยว่าในอนาคตจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งได้ไง ! ”

เขาได้หันหน้ามองไปยังเขตแรงโน้มถ่วงพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ยืนตัวตรงเดี๋ยวนี้ ! ก่อนที่เขาจะออกมาห้ามใครไปไหนทั้งนั้น ! ”

หลัวเสี้ยวนั้นแข็งแกร่งมากๆดังนั้นหลังจากที่เขาคำรามออกไปแล้วศิษย์ทุกคนต่างต้องคอหดไปทันที

อย่างไรก็ตามหลายๆคนได้เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที

“เขา ? ใครกัน ? ยังมีคนอยู่อีก ? ”

หลายคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางแปลกๆ

หลายคนได้มองไปรอบๆด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ

“เจ้าหลินเทียนนั่นไม่อยู่ที่นี่ ! ”

“หลินเทียน ? เจ้าคนที่สอบเข้าได้อันดับที่ 1 ? คนที่ฆ่าโม่เซินของตระกูลโม่ ? ”

“เขายังอยู่ด้านใน ? ”

หลายคนได้แสดงสีหน้าที่ผงะออกมา

พวกเขาเหล่านี้รู้จักหลินเทียนอย่างแน่นอน

“แต่อาจารย์….”

หลายคนได้พูดออกมาว่า

“เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดารานะแถมยังได้รับอันดับที่ 2 ในการสอบรอบล่าสุดด้วย เราจะไปเทียบกับเขาได้ไง ? ”

“ใช่แล้ว ”

“ข้าเป็นเพียงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 3 ดาราเท่านั้น ”

หลายๆคนได้พูดออกมาเพราะพวกเขารู้ถึงผลลัพธ์ของการสอบรอบล่าสุดดีว่าหลินเทียนอยู่อันดับเท่าไหร่แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องที่หลินเทียนถูกตะขาบผีลากตัวไปดังนั้นหลังจากที่หลินเทียนกลับมาแล้วศิษย์เหล่านี้ถึงไม่คิดว่ามันแปลกอะไร

เมื่อมองไปที่คนเหล่านี้แล้วหลัวเสี้ยวได้แต่จ้องมองด้วยตาคู่โต

“เงียบๆ ! เขตแรงโน้มถ่วงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องพรสวรรค์แม้แต่น้อย ! มันขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งซึ่งด้วยระดับพลังของพวกเจ้าแล้วการจะเข้าไปอยู่สองชั่วโมงในครั้งแรกนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีปัญหาอะไรเลย เจ้ากล้าพูดไหมล่ะว่ามันเป็นเพราะว่าเจ้าหมดแรงแล้วถึงได้ก้าวออกมากันน่ะ ? ”

หลัวเสี้ยงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลังจากที่ถูกดุเช่นนั้นแล้วท่าทางของเหล่าศิษย์มากมายต่างพากันเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดและอับอาย มันเป็นอย่างที่ว่าจริงๆเพราะพวกเขาไม่สามารถแบกรับความเจ็บปวดจากภายในได้ถึงได้รีบก้าวออกมากัน ความเจ็บปวดนี้มันรุนแรงกว่าการหล่อหลอมกระดูกและกล้ามเนื้อเสียอีกดังนั้นหลังจากที่พวกเขาก้าวเข้าไปแล้วก็หน้าเปลี่ยนสีกันไปทันที

“อาจารย์ เราผิดไปแล้ว”

ศิษย์หลายคนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระซิบ

ในหมู่ศิษย์เหล่านี้ก็มีเสี่ยวหยุนรวมอยู่เช่นกัน ท่าทางของนางในตอนนี้น่าเกลียดเป็นอย่างมากเพราะว่าหลินเทียนในปัจจุบันไม่มีอะไรที่นางสามารถเข้าใจเขาได้เลย ก่อนหน้านี้ยังเป็นเพียงคนที่อ่อนแอแต่อยู่ดีๆกลับกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราซ้ำยังฆ่าโม่เซินไปอีกจนกลายเป็นศิษย์ใหม่อันดับ 1 หลังจากนั้นยังได้เป็นอันดับ 2 ในการทดสอบศิษย์นอกสำนักอีก ครั้งนี้ยังสามารถอดทนกับแรงโน้มถ่วงสองเท่าได้นานมากๆแม้จะเป็นครั้งแรกถึงได้ทำให้นางได้แต่รู้สึกกลัว

ตอนนี้นางรู้สึกโง่งมอย่างถึงที่สุด

ภายในอาณาเขตแรงโน้มถ่วง, ณ ตอนนี้หลินเทียนก็ยังคงฝึกทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เช่นเคยแต่ตอนนี้การเคลื่อนไหวของเขาคล่องแคล่วขึ้นแม้จะอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงสองเท่า ทุกขณะที่เขาเคลื่อนไหวก็จะมีประกายแสงสีเงินถูกส่งออกมา

“เร็วกว่านี้ ! เร็วกว่านี้อีก ! ”

หลินเทียนได้กระซิบอยู่ภายในใจ

สายตาของเขามั่นคงแม้ท่าทางในตอนนี้จะซีดเผือดแต่ก็ยังคงไม่หยุดเคลื่อนไหว

ไม่นานก็ผ่านไปอีกสี่ชั่วโมง

ณ ตอนนี้ร่างกายของเขาได้สั่นสะท้านก่อนที่จะพบว่าความเร็วในการเคลื่อนไหวของเขาเพิ่มเป็นเท่าตัว

“นี่มัน ? !”

หลินเทียนได้ชะงักไป

เขายังคงไม่หยุดเคลื่อนไหวก่อนที่จะกลับไปอยู่ที่เก่าหลังจากที่ผ่านไปหลายสิบลมหายใจ

“ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ระดับที่ 1 ช่วงสมบูรณ์ ”

เขาได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาก่อนที่จะทดสอบเล็กน้อยและพบว่าแม้จะอยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงสองเท่าแต่ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ที่เขาสำแดงอยู่ด้านในไม่ได้ต่างไปจากด้านนอกแม้แต่น้อย

การฝึกทักษะนี้มันยากยิ่งกว่าทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านเสียอีก ตอนแรกเขาคิดว่าอาจจะต้องกินเวลาไปกว่า 3 เดือนถึงจะสำเร็จได้ถึงระดับนี้แต่ไม่คิดเลยว่าภายในสภาวะแรงโน้มถ่วงสองเท่านี้จะทำให้เขาฝึกสำเร็จภายในเวลาแค่ 10 ชั่วโมงเท่านั้น นี่มันทำให้เขาตื่นเต้นมากๆเพราะความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว

“เอาล่ะ น่าจะออกไปได้แล้ว”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาได้ปัดฝุ่นตามตัวก่อนที่จะพุ่งออกไปด้านนอกประตูอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ออกมาแล้วสิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือร่างกายของเขาเบาขึ้นมาก การเคลื่อนไหวแต่ละท่วงท่ามันไม่ปกติเลย

“มันน่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากแรงโน้มถ่วงสองเท่าแน่นอน !”

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

ตอนนี้เขาต้องผงะไปเพราะพบว่าเหล่าศิษย์ทั้งหลายกำลังจ้องมองมาทางเขาเป็นสายตาเดียวกัน

หลัวเสี้ยวได้แต่ตกตะตึงและพูดด้วยรอยยิ้มฝืนๆว่า

“เจ้าหนูนี่สามารถทนอยู่ได้ตั้ง 12 ชั่วโมงในครั้งแรกนี่มันเป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ ข้าล่ะเกือบจะเข้าไปหาตัวเจ้าแล้ว ”

หลังจากที่ผ่านไปนานขนาดนั้นแม้หลัวเสี้ยวจะเชื่อในตัวหลินเทียนแต่ก็ยังต้องเป็นห่วงเพราะเขากลัวว่าหลินเทียนจะเผลอเข้าไปยังอาณาเขตแรงโน้มถ่วงระดับ 3 แต่ยังโชคดีที่หลินเทียนออกมาในที่สุด

หลินเทียนได้แต่หน้าแดงด้วยความอับอายก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ขออภัยผู้อาวุโสทีทำให้เป็นห่วง ”

เขาได้โค้งตัวคำนับ

หลัวเสี้ยวได้โบกมือก่อนที่จะพูดพลางหัวเราะออกมาว่า

“ไม่ๆ ข้าห่วงมากไปเองแหละ ”

หลังจากนั้นเขาก็ได้มองไปยังศิษย์ที่เหลือกว่าร้อยคนพร้อมทั้งพูดว่า

“เอาล่ะแยกย้ายไปได้แล้ว! จำเอาไว้นะว่าครั้งนี้นำพวกเจ้ามาหาประสบการณ์เท่านั้น หลังจากนี้ก็แบ่งตามอันดับที่ได้กันไป ”

“ได้ครับอาจารย์ ”

ศิษย์หลายคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ผ่อนคลายออกมา มีผู้คนมากมายจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่ตกตะลึงก่อนที่จะแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว

หลัวเสี้ยวได้มองไปยังร่างของหลินเทียนก่อนที่จะแตะไหล่เขาแล้วพูดว่า

“เจ้าหนู ถึงอย่างไรก็ตามแม้การบ่มเพาะต้องไม่กลัวการแบกรับความเจ็บปวดแต่บางครั้งก็ต้องควบคุมด้วยไม่งั้นอาจจะเป็นการทำร้ายตัวเองได้นะ เข้าใจไหม ? ”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบรับพลางพูดว่า

“ขอบคุณคำแนะนำของท่านผู้อาวุโส ”

“เอาล่ะ เจ้าเข้าไปอยู่ตั้งนานแล้วดังนั้นน่าจะเหนื่อยแย่งั้นก็กลับไปพักผ่อนเถอะ ”

หลัวเสี้ยวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับทำความเคารพก่อนที่จะเดินกลับไปทางที่พักของเขา

เมื่อมองตามหลังหลินเทียนไปแล้วหลัวเสี้ยวก็อดไม่ได้เลยที่จะพึมพำออกมาด้วยท่าทางมีความสุขว่า

“นานแล้วสินะที่ไม่ได้พบกับเด็กที่โดดเด่นแบบนี้”

….

หลินเทียนได้กลับมาถึงที่พักของเขาก่อนที่จะโน้มตัวลงที่เตียง แน่นอนว่าการอยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงสองเท่ากว่า 12 ชั่วโมงมันเป็นอะไรที่เหนื่อยจริงๆ ตอนนี้ร่างกายของเขาแทบจะไม่มีแรงด้วยซ้ำ

หลังจากที่คิดเช่นนั้นแล้วเขาก็เริ่มพักผ่อนจนถึงช่วงเที่ยงคืน

ช่วงเที่ยงคืนนี้ท้องฟ้าประดับไปด้วยหมู่ดาวมากมายพร้อมทั้งส่องแสงสีเงินลงมายังเมืองแห่งนี้

“ได้เวลาแล้ว ! ”

หลินเทียนได้มองไปยังฟากฟ้าก่อนที่จะแสยะออกมา

เขาได้หยิบผ้าคลุมสีดำออกมาพร้อมทั้งข่ายอาคมลมกระโชกทั้ง 8 ม้วนพลางผลักประตูออกไปแล้วเริ่มการทำงานของข่ายอาคม ร่างของเขาได้เคลื่อนที่ในยามค่ำคืนเหมือนดั่งวิญญาณก่อนที่จะออกจากสำนักแล้วไปถึงด้านหน้าบ้านหลักตระกูลเสี่ยว