0 Views

เสียงร้องที่น่าสังเวชดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่แถบนี้ก่อนที่จะเงียบลงอย่างรวดเร็ว ชายวับกลางคนทั้งสามที่เหลืออยู่ได้แค่แสดงสีหน้าที่หวาดผวาออกมาขณะที่มองไปยังร่างของชายชราที่ถูกวานรนรกฉีกออกเป็นชิ้นๆจนเศษเนื้อและอวัยวะต่างๆกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่

“ดูเหมือนว่าโชคของเจ้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะเพราะมันไม่ใช่แค่กัดเจ้าไม่กี่ที ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

เขาได้หันหน้ากลับมาด้วยสายตาที่เย็นชาขณะที่มองไปยังชายวัยกลางคนทั้งสามที่เหลือรอด

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาเช่นนี้แล้วถึงกับทำให้ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านไป

“ท่าน….ได้โปรดยกโทษให้เราด้วยนะท่าน ! ”

พวกเขาทั้งสามคนได้คุกเข่าลงด้วยร่างกายที่สั่นเทาไม่หยุด

ณ ตอนนี้ท่าทางของพวกเขากำลังหวาดผวาและเสียใจเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มอายุ 16 กับเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7แถมยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 2 , นี่มันพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดขนาดไหน ? แล้วทำไมพวกเขาถึงได้ไปล่วงเกินคนแบบนี้ !

“ยืนขึ้น ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

กระบี่คืนสู่หยวนของเขาได้สั่นเล็กน้อยก่อนที่จะส่งเสียงคำรามออกมาแล้วชี้ไปทางร่างของทั้งสามคน

“ได้โปรดยกโทษให้เราด้วยเถอะท่าน ข้าและคนอื่นๆมันหูหนวกตาบอดเองที่ล่วงเกินท่าน ! ได้โปรดคิดเสียว่าพวกเราเป็นเพียงแค่ลมตดแล้วปล่อยพวกเราไปเถอะ ! ”

“เรายังไม่อยากตาย ! ”

พวกเขาทั้งสามคนได้โห่ร้องออกมาด้วยความโกรธ

หลินเทียนได้เดินเข้าใกล้พวกเขามากขึ้นพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ไม่มีใครอยากตายหรอกแต่พวกเจ้าต้องตาย ”

พวกเขาทั้งสามคนได้แต่ผงะไปก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา

“ท่า….. จะฆ่าเราจริงๆ ? ไม่เมตตาเราเลย ? ”

ชายวัยกลางคนในชุดสีเหลืองได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“เมตตา ? ”

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

“มันคืออะไรหรอ ? ”

ก่อนหน้านี้เอาแต่พูดว่าจะแลกชีวิตของเด็กสาวตัวน้อยกับพวกเขาแต่ตอนนี้จะให้เขามีความเมตตานี่มันเป็นเรื่องที่ตลกที่สุดที่เขาเคยได้ยินมาเลยก็ได้

“ท่าน……… ”

ท่าทางของคนเหล่านี้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดพร้อมทั้งใบหน้าที่ซีดลงโดยทันที

“หากจะฆ่าพวกเราทั้งหมดเจ้าก็ต้องได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเหมือนกันนั่นแหละ ! ”

หนึ่งในนั้นได้คำรามออกมา

วิ้ส หลังจากที่ชายคนหนึ่งได้กระโดดถอยกลับไปแล้วก็พุ่งไปทางเด็กสาวตัวน้อยที่หลบอยู่หลังหินโดยทันที

ท่าทางของหลินเทียนนั้นเย็นชาเป็นอย่างมากก่อนที่จะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาพร้อมทั้งพุ่งไปปรากฏตัวตรงหน้าของเด็กสาวพลางวาดกระบี่คืนสู่หยวนออกไปตรงหน้าโดยทันที

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดได้สาดกระจายไปทั่วก่อนที่ศีรษะของชายวัยกลางคนๆนี้จะปลิวออกไปไกล

หลังจากที่ฆ่าชายคนนี้แล้วหลินเทียนก็ได้หันหน้ากลับมาหาเด็กสาวและเห็นเพียงแค่ว่านางกำลังย่อตัวลงด้วยร่างกายที่สั่นเครือด้วยความกลัวเต็มใบหน้า

“จี่เอ๋อไม่ต้องกลัวนะ พวกมันเป็นคนไม่ดีดังนั้นต้องถูกลงโทษ ”

หลินเทียนได้พูดปลอบประโลมออมกา

น่าเสียดายที่นางยังคงแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาเช่นเคยแถมไม่ได้มีสภาพดีกว่าเดิมด้วย

หลินเทียนได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเขาเองก็รู้ดีว่าสำหรับเด็กอายุ 11 ปีแล้วภาพเหล่านี้มันโหดร้ายเกินไปหน่อย

เขาได้หันหน้ากลับไปด้วยท่าทางที่เย็นชายิ่งกว่าเก่า

“ทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษ ”

เขาได้พูดออกมา

ตัวเขาได้ก้าวออกไปทีละก้าวขณะที่กระบี่ยังคงปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา

ชายวัยกลางคนชุดสีเหลืองได้แต่ก้าวถอยกลับไปอย่างยากลำบาก ความน่าเกรงขามที่หลินเทียนปลดปล่อยออกมาตอนนี้นั้นทำให้เขาถึงกับสั่นสะท้านด้วยความกลัวมากกว่าตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับมังกรเพลิงสองหัวก่อนหน้านี้เสียอีก

“อย่าเข้ามานะ ! ”

ชายอีกคนได้ตะโกนออกมาพร้อมทั้งชี้ไม้ไปทางหลินเทียนด้วยมือที่สั่นระริก

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกออกมาก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป

“ในเมื่อเจ้าไม่ขยับงั้นข้าจะเข้าไปเอง ”

เขาได้พูดออกมา

หลังจากนั้นกระบี่ในมือของเขาก็ได้กวัดแกว่งไปตรงหน้า

“!!! ”

ท่อนไม้ในมือของชายคนนั้นได้ขาดออกเป็นสองท่อนก่อนที่จะหลุดลอยไปไกล

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้ยังคงราบเรียบขณะที่เหวี่ยงขาเตะไปยังหน้าอกของชายคนนี้และทำให้เขากระอักเลือดออกมากลางอากาศก่อนที่จะลอยออกไปตกนอกเขตของผงไล่สัตว์ร้าย

วานรนรกนับสิบตัวได้ส่งเสียงคำรามออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ชายคนนั้นด้วยดวงตาสีแดงก่ำ

“อ๊ากกก ! ”

เสียงร้องโหยหวนได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะกลายเป็นอาหารของสัตว์ร้ายไปเหมือนชายชราคนก่อนหน้านี้

สายตาของหลินเทียนยังคงสงบก่อนที่จะหันมองไปยังชายวัยกลางคนชุดสีเหลือง

ชายคนนั้นได้แต่ก้าวถอยไปด้วยท่าทางที่ซีดเป็นกระดาษพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ปีศาจ เจ้ามันปีศาจ ! ”

“อื้ม ใช่ ข้าเป็นปีศาจที่จะมากวาดล้างพวกระยำ !”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

กระบี่ในมือของเขาได้สั่นสะท้านก่อนที่จะสำแดงทักษะกระบี่แห่งการทำลายล้างออกไปจากทุกทิศทาง, พุฟ ! พุฟ ! พุฟ ! , คลื่นกระบี่มากมายได้ทะลุผ่านร่างของชายวัยกลางคนโดยทันที

หลังจากที่มองไปยังร่างไร้วิญญาณที่กองอยู่ที่พื้นแล้วเขาก็ได้หันหน้ากลับไปมองที่ผงไล่สัตว์ร้าย

“เหลือแค่พวกมันแล้ว ”

เขาได้พูดกับตัวเอง

ตอนนี้ระดับพลังของเขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ซึ่งแม้ว่าวานรนรกจะน่าแข็งแกร่งแต่เขาก็ไม่ได้กลัวแม้แต่น้อยเพียงรู้สึกกดดันแค่นั้น ที่นี่มีวานรนรกอยู่กว่าสิบตัวดังนั้นมันเป็นอะไรที่ยากมากๆ

เขาได้ก้าวเท้าเดินออกไปก่อนที่จะออกไปนอกเขตผงไล่สัตว์ร้ายนี้

กว่าฤทธิ์ของผงนี้จะหมดก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่นานดังนั้นภายในสามสิบนาทีนี้เขาจะต้องเก็บกวาดพวกมันให้หมดไม่งั้นก็จะเป็นปัญหาอย่างมาก

การก้าวเดินของเขาราบเรียบขณะที่กระบี่ในมือได้สั่นไหวพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่อันรุนแรงออกไปโดยรอบ

“กึก !”

ณ ตอนนี้มีเสียงแปลกประหลาดถูกส่งออกมา

หลินเทียนได้หยุดการก้าวเดินลงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมองตามแหล่งเสียงไปแล้วพบว่าหน้าผาตรงหน้านั้นมีดอกไม้ต้นหนึ่งกำลังผุดขึ้นมาเหนือกองกระดูกซึ่งขนาดของมันประมาณ 5 ซ.ม.แถมยังปกคลุมไปด้วยสีดำเหมือนน้ำหมึกแต่ทีกลีบดอกกลับเป็นสีแดงฉานเหมือนเลือดของสัตว์ร้าย

“ดอกไม้ผี ? ”

หลินเทียนได้ชะงักไป

เขาได้ก้าวเท้าออกไปก่อนที่จะเดินกลับไปยังกำแพงหิน

“จี่เอ๋อ มานี่ ”

เขาได้พูดออกมา

ดอกไม้ผีนั้นมีความเป็นพิษที่รุนแรงถึงตายแถมตอนนี้เด็กสาวคนนี้ก็อยู่ใกล้มากๆด้วยดังนั้นเขาถึงได้กังวลว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับนาง

เด็กสาวคนนี้ยังคงหวาดกลัวอยู่กับภาพก่อนหน้านี้แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงของหลินเทียนแล้วนางก็ก้าวเดินออกไปหาเขาอย่างช้าๆก่อนที่จะจับชายเสื้อของเขา

“อย่างงั้นแหละ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เขาได้หยิบเอาถุงย่ามออกมาก่อนที่จะขุดเอาดอกไม้ผีขึ้นมาพร้อมทั้งใส่ลงไปในถุงแล้วปิดปากถุง

หลังจากที่ได้ปาดเหงื่อออกแล้วเขาก็เก็บถุงกลับไปอย่างระมัดระวัง

ดอกไม้ผีนี้มีพิษรุนแรงถึงขั้นที่สามารถทำให้ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ตายไม่เหลือซากดังนั้นแม้ว่าการเก็บเกี่ยวมันจะใช้เวลาไม่กี่ลมหัวใจแต่มันก็ได้ทำให้หลินเทียนรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก

เขาได้ปัดฝุ่นก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินไปจูงมือของเด็กสาวตัวน้อย

“เอาล่ะ จี่เอ๋ออยู่นี่ก่อนนะ พี่ชายจะไปจัดการอะไรบางอย่างก่อนแล้วเราจะไปจากที่นี่ด้วยกัน ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยเสียงกระซิบ

เด็กสาวได้พยักหน้าตอบด้วยท่าทางกลัวว่า

“อะ…..อื้ม….”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาเบาๆก่อนที่จะเดินเข้าไปหาฝูงวานรนรก

“ตุ๊บ ! ”

ตอนนี้เองที่หุบเขาทั้งลูกถึงกับสั่นสะท้านไม่หยุด

พริบตานี้เองที่วานรนรกได้ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาก่อนที่จะระเบิดออกกลายเป็นเพียงกองเลือด

หลินเทียนได้มองไปตรงหน้าด้วยนัยน์ตาที่หดเล็กลงอย่างมาก

ห่างออกไปนั้นมีสัตว์ร้ายร่างยักษ์ร่างกายสีดำทมิฬสี่ขาพร้อมกับหางที่แหลมคม

“สัตว์ร้ายระดับ 4 แมงป่องสันเขา !”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปออกมา

มันเป็นสัตว์ร้ายระดับ 4 ที่มีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ !

“มาเพราะการดึงดูดของดอกไม้ผี ? ”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมาพร้อมกับพูดว่า

“รู้อยู่แล้วล่ะว่านี่ต้องไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ! ”

“โฮ๊ก !”

วานรนรกได้คำรามออกมาขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับแมงป่องสันเขานี้พวกมันดูอ่อนแอเป็นอย่างมากทว่าก็ไม่ได้หันหลังหนีไปไหนแต่กลับพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของแมงป่องสันเขาเหมือนว่าต้องการล้างแค้นให้กับเพื่อนของมัน

หลินเทียนได้ก้าวถอยไปก่อนที่จะหยุดอยู่ข้างๆเด็กสาวตัวน้อยพลางคิดอย่างรวดเร็ว ผงไล่สัตว์ร้ายมีผลเฉพาะสัตว์ระดับสี่แต่แมงป่องสันเขาตัวนี้เป็นข้อยกเว้น เมื่อวานรนรกได้ตายไปหมดแล้วและเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็คงไม่ใช่คู่มือของมัน

“บุกเข้าไปปะทะซึ่งๆหน้า ? ”

หลินเทียนได้จ้องมองไปข้างหน้าก่อนที่จะรีบส่ายศีรษะของตัวเอง หากว่ามีแค่เขาคนเดียวก็คงสามารถสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์แล้วหนีรอดไปได้แต่การที่อุ้มเด็กสาวไปด้วยจะทำให้ความเร็วของเขาลดลงอย่างมากและคงไม่สามารถหนีพ้นอย่างแน่นอน

เขาได้หันกลับไปมองหน้าผาด้านหลัง

กำแพงหินตรงหน้าเองก็มีความสูงหลายฟุตดังนั้นมันถึงได้ขวางทางของเขาเอาไว้ทั้งหมดแถมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือหน้าผานี้ดูสูงชันดังนั้นคงจะปีนกลับมาได้อย่างยากลำบาก

“งั้นต้องพนันกันหน่อยแล้ว ! ”

เขาได้กระซิบออกมา

เขาได้ฉีกแขนเสื้อตัวเองออกมาพร้อมทั้งกวักมือให้กับเด็กสาวพลางพูดว่า

“จี่เอ๋อ ขี่หลังพี่ชายเร็ว ”

“.”

เด็กสาวได้นาบร่างไปกับแผ่นหลังของหลินเทียนก่อนที่จะโอบคอของเขาเอาไว้

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับผูกร่างของนางเอาไว้กับตัวเขาอย่างแน่นหนา

“ได้แล้ว”

หลังจากที่เขาทิ้งระยะออกมา 25 เมตรแล้วเขาก็ได้หยุดเท้าลงพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“จี่เอ๋อ หลับตาซะ หากว่าพี่ชายไม่บอกก็ห้ามลืมตาเด็ดขาด ”

เด็กสาวได้แต่สั่นสะท้านไปก่อนที่จะรีบหลับตาอย่างเชื่อฟังพร้อมทั้งกอดคอเขาเอาไว้แน่นกว่าเก่า

“เฮือก ! ”

เมื่อมองไปยังหน้าผาตรงหน้าแล้วหลินเทียนก็ได้แต่สูดหายใจเข้าลึก

ชั่ววินาทีต่อมานี้เองที่แววตาของเขาได้มีประกายสีเงินวาบผ่านก่อนที่จะพุ่งออกไปเหมือนดั่งลูกศรและไปถึงหน้ากำแพงสูงในพริบตาก่อนที่จะก้าวเหยียบกำแพงแล้ววิ่งไต่ขึ้นไป

“บึ้สส ! ”

ร่างของเขาได้ฉายแสงสีเงินขณะที่พลังภายในทะลักออกมาไม่หยุด , ตอนนี้เขาสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์จนถึงขีดสุด

“! ”

“!”

“! ”

เศษฝุ่นและเศษหินได้หล่นลงมามากมายทุกๆครั้งที่เขาวิ่งไต่ขึ้นไปและหลังจากที่เขาวิ่งขึ้นไปได้ 35 เมตรนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถก้าวต่อไปได้อีกแล้ว

“กระบี่วายุสะท้าน ! ”

เขาตั้งท่าก่อนที่จะส่งทักษะออกไปด้วยมือขวาของเขา

ตูม ! คลื่นกระบี่ได้ใช้แรงส่งนี้ทำให้ตัวของเขาและเด็กสาวขึ้นไปถึงยอดกำแพงได้

เมื่อมองลงไปยังหน้าผาข้างล่างแล้วเขาก็อดที่จะแสดงสีหน้าที่โล่งใจออกมาไม่ได้

เมื่อแหงนหน้ามองไปอีกทางก็จะพบกับผืนป่าอันกว้างใหญ่

“ไปกันเถอะ ! ”

การไต่หน้าผานั้นเป็นเรื่องที่ยากมากๆแต่อีกฝั่งนึกมันแตกต่างกันมากเพราะมันมีต้นไม้ใหญ่มากมายสามารถให้เขาปีนป่ายลงไปได้

เขาไม่ลังเลเลยที่จะกระโดดลงไปทันที

หลังจากที่ผ่านไปสิบลมหายใจแล้วเขาก็ตกลงไปอีกฝั่งของกำแพงหิน

“ตุ๊บ ! ”

ณ ตอนนี้เสียงดังกึกก้องที่ทำให้มิติถึงกับสั่นไหวได้ดังขึ้น

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดอย่างมากเพราะว่าแมงป่องสันเขาตัวนั้นก็ไต่ข้ามกำแพงสูงมาเช่นกันแถมตอนนี้ดวงตาสีแดงก่ำของมันกำลังจับจ้องมาที่ร่างของเขา