0 Views

หลินเทียนไม่ลังเลเลยที่จะรับงานนี้ไปเพราะว่ายังไงเขาก็จำเป็นต้องใช้หยาดจันทรานี้เพื่อสร้างข่ายอาคมลมกระโชกซึ่งการที่เขาสำเร็จภารกิจนี้ก็จะช่วยให้เขาได้รับหยาดจันทรามาถึงแปดหยดซึ่งถือว่าช่วยประหยัดเวลาเขามากๆ หากว่าเขาไม่รับมันเอาไว้และคนอื่นเอาไปทำสำเร็จก่อนเขาก็ต้องเปลี่ยนมาทำภารกิจธรรมดาๆกว่า 30 ภารกิจเพื่อแลกกับแต้มความสำเร็จ

ของสิ่งนี้เป็นอะไรที่เงินไม่สามารถซื้อได้

“ท่านจะรับ ? ”

นางได้ถามออกมา

“อื้ม”

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

นางได้หยิบกระดาษออกมาส่งให้เขาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“นี่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่แถบนั้นรวมถึงพวกสัตว์ร้ายด้วย หวังว่ามันจะมีประโยชน์กับท่านนะคะ ”

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้พูดต่อว่า

“อ่อใช่ ท่านคะ ก่อนหน้านี้มีคนมารับภารกิจนี้ไปแล้วด้วยเหมือนกันดังนั้นท่านต้องรีบหน่อยนะคะ ”

หลินเทียนได้ถามกลับด้วยความสงสัยว่า

“มีคนรับไป ? แล้วจำกัดมากแค่ไหน ? ”

“มันเป็นเพราะว่าความต้องการของมันสูงมากๆดังนั้นถึงไม่มีการจำกัดและจะส่งให้เท่าไหร่ก็ได้จนกว่าที่ทางสมาคมจะคิดว่ามันพอแล้วและจะยกเลิกภารกิจหลังจากนั้น ”

หลังจากที่อธิบายแล้วนางก็ได้พูดต่อว่า

“แต่ตอนนี้มีความต้องการเหลืออีกเพียงดอกเดียวเท่านั้น ”

คิ้วของหลินเทียนได้ขมวดเข้าหากันทันที อีกแค่ดอกเดียว ?

ก็ต้องเร่งความเร็วจริงๆนั่นแหละ

หลังจากที่พยักหน้าแล้วเขาก็รับกระดาษมาจากนางโดยทันที

“ขอบคุณมาก ข้าขอตัวลา”

หลินเทียนได้พูดออกมา

หญิงสาวพนักงานต้อนรับได้เดินไปส่งเขาด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

“ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยและสามารถนำดอกไม้ผีกลับมาได้อย่างราบรื่นนะคะ ”

หลินเทียนได้พยักหน้าก่อนที่จะผลักประตูออกไป

หลังจากที่กลับไปยังสำนักแล้วเขาก็ได้เก็บสัมภาระต่างๆพร้อมทั้งแจ้งกับซูชูวว่าเขามีเรื่องต้องไปจัดการสักพักและขอให้นางช่วยดูแลหลินซี่แทนให้หน่อย แน่นอนว่าตัวเขาก็ได้บอกเรื่องนี้กับหลินซี่แล้วด้วยเช่นกัน

เขาได้ออกจากสำนักมาก่อนที่จะเดินเข้าไปทางป่าทมิฬโดยทันที

ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองและมันเป็นสถานที่ๆอันตรายยิ่งกว่าสันเขาชิงเฟิงเสียอีก หลังจากที่เขาใช้เวลากว่าแปดชั่วโมงนั้นก็ได้ไปถึงเขตของป่าแห่งนี้ เมื่อมองออกไปกว้างๆแล้วก็จะพบได้ว่าพื้นที่ป่าแห่งนี้กว้างขวางมากๆพร้อมทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่นาๆชนิด

ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ทำให้อากาศตอนนี้ร้อนเหมือนนรก หลังจากที่เขาไปถึงเขตป่าแล้วก็รีบถอดผ้าคลุมสีดำออกและเผยให้เห็นชุดคลุมยาวสีขาวของเขาที่ดูสะอาดเป็นอย่างมาก เมื่ออยู่ในที่แบบนี้แล้วเขาไม่กลัวเลยว่าตระกูลโม่หรือตระกูลเสี่ยวจะมาลอบโจมตี

ณ ตอนนี้รอบๆป่าเต็มไปด้วยร่องรอยของผู้คนมากมายพร้อมทั้งยังมีเสียงที่ถูกส่งมาเรื่อยๆเพื่อเรียกรวมเหล่าผู้คนต่างๆที่เข้ามาคนเดียว

“สหาย เราไปด้วยกันเถอะ ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งแข็งแกร่งนะ ! ”

ชายวัยกลางคนได้ตะโกนออกมา

ป่าแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยสมบัติเพราะว่ามันมีแม้กระทั่งสมุนไพรล้ำค่าต่างๆดังนั้นถึงได้มีผู้คนเข้ามาภายในพื้นที่แห่งนี้ทุกๆวัน ต้องรู้ก่อนนะว่าป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมายแต่เลือดเนื้อของมันก็มีมูลค่าแถมหากว่าสามารถเก็บเกี่ยวสมุนไพรช้ำค่ากลับไปได้ก็จะถือว่าโชคดีอย่างมาก

แน่นอนสำหรับเรื่องที่ว่าเมื่อมีสัตว์ร้ายมากมายแล้วก็จะทำให้พื้นที่แห่งนี้อันตรายอย่างมาก มีหลายคนที่เข้าไปคนเดียวหรือจะเป็นกลุ่มก็มี หากว่ารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆแล้วก็จะมีความสามารถในการรบมากขึ้นและส่งผลให้สัตว์ร้ายไม่กล้าเปิดฉากโจมตีง่ายๆ สรุปแล้วก็จะทำให้ปลอดภัยขึ้น

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆก่อนที่จะพบกับชายวัยกลางคนซึ่งระดับพลังของพวกเขาเฉลี่ยอยู่ที่เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 – 8 ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อย จริงๆแล้วคนธรรมดาสามารถบ่มเพาะไปถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 5 โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเคล็ดวิชาบ่มเพาะแต่คนเหล่านี้อาจจะเป็นศิษย์เก่าของสำนักจิ่วหยางหรืออาจจะเป็นทหารที่ปลดประจำการจากกองกำลังจักรวรรดิก็ได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหลินเทียนไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

“จากข้อมูลที่ได้มาแล้วดอกไม้ผีก็น่าจะอยู่ห่างไปจากจุดนี้ประมาณ6-7 กิโลเมตร ที่นั่นน่าจะเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายระดับ 3 ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับคนโดยรอบเลยก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่าทมิฬ , หลังจากที่เขาเข้าไปได้แล้วก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่รกร้างซึ่งมันทำให้ผู้คนต้องรู้สึกหวาดหวั่นโดยทันที อากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายปีศาจที่เข้มข้นแถมยังมีกลิ่นคาวเลือดผสมอยู่ด้วย

แน่นอนว่ามีคนทิ้งชีวิตไว้ที่นี่มากมาย

หลินเทียนซึ่งคาดกระบี่คืนสู่หยวนเอาไว้ได้เดินเข้าไปทีละก้าวอย่างช้าๆ

ไม่นานเขาก็เดินเข้าไปลึกประมาณ 300 เมตร

ณ ตอนนี้เสียงร้องคำรามของสัตว์ร้ายนั้นดังกังวานไปทั่วก่อนที่สัตว์ร้ายรูปร่างเหมือนงูตัวใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งจะพุ่งออกมา

ดวงตาของหลินเทียนได้หรี่ลงก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“สัตว์ร้ายระดับ 1 อรพิษน้ำแข็ง”

ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาได้รับกระดาษมานั้นมันเต็มไปด้วยข้อมูลของสัตว์ร้ายภายในพื้นที่แห่งนี้ดังนั้นหลังจากที่เขากวาดตามองแล้วถึงสามารถจำแนกมันได้ทันที

เขาได้ยกมือขวาขึ้นมาก่อนที่จะเหวี่ยงออกไป

ร่างกายของงูตัวนี้ใหญ่มากๆแต่กลับเป็นเพียงสัตว์ร้ายระดับ 1 ซึ่งมีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 3 เท่านั้นแล้วมันจะเป็นคู่มือให้กับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 อย่างหลินเทียนได้อย่างไรกันดังนั้นหลังจากที่มันถูกหลินเทียบตบไปแล้วก็ตกตายคามือเขาโดยทันที หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะของเขาก่อนที่จะชำแหละเอาแก่นแท้ออกมาและเดินจากไป

ไม่นานเขาก็เดินทะลุผ่านป่าเข้าไปก่อนที่จะพบกับเสียงร้องดึงกึกก้องซึ่งตัวเขาได้แหงนหน้ามองก่อนที่จะพบกับสัตว์ร้ายร่างใหญ่กำลังค่อมท่อนซุงเอาไว้ กรงเล็บของมันมีความยาวกว่า 5 ซ.ม.แต่ที่สำคัญที่สุดคือกลางหลังของมันนั้นมีปีกอยู่ด้วย

“พยัคฆ์ปีกเพลิง ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

มันเป็นสัตว์ร้ายระดับ 3ซึ่งมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7

ณ ตอนนี้เขาเห็นเพียงแค่ว่าที่มุมปากของมันนั้นมีน้ำลายหยดย้อยลงมามากมายขณะที่มองลงมาเบื้องล่างพร้อมทั้งค่อยๆเดินลงมาเหมือนว่ากำลังจับจ้องไปที่เหยื่อของมันเท่านั้น เมื่อหลินเทียนได้ก้มมองตามลงไปก็พบกับเด็กสาวตัวน้อยที่มีอายุราวๆ 11 ปีกำลังสั่นด้วยความกลัว

พยัคฆ์ปีกเพลิงตัวนั้นได้อ้าปากของมันออกมาพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่สาวน้อยคนนั้นโดยทันที

“ระยำ !”

หลินเทียนไม่ทันจะคิดก่อนที่จะคำรามพร้อมทั้งคว้าเอากระบี่คืนสู่หยวนและส่งคลื่นกระบี่ออกไปยังช่วงท้องของพยัคฆ์ปีกเพลิง

มันได้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวชก่อนที่จะหล่นลงกับพื้นอย่างดัง

อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจากนั้นมันก็พยุงตัวเองกลับขึ้นมา

ถึงอย่างไรมันก็เป็นถึงสัตว์ร้ายระดับ 3 ที่แข็งแกร่งดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่ตายง่ายๆ

“ฮึ่ม ! ”

หลินเทียนได้พุ่งออกไปทางข้างก่อนที่เข้าประชิดอย่างไวและฟาดฟันออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้กระบี่ของเขาได้ทะลุร่างของมันก่อนที่จะปลิดชีวิตของสัตว์ร้ายไปทันที

มันได้ล้มลงกับพื้นอย่างดังก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาเด็กสาวตัวน้อย

เสื้อผ้าของนางยังคงอยู่ครบแต่เปื้อนไปด้วยดินทรายมากมายแต่หลังจากที่มองไปที่นางแล้วเขาก็ได้แต่รู้สึกแปลกๆ ที่นี่เป็นถึงป่าทมิฬแล้วเด็กน้อยมาทำอะไรที่นี่ ? ต่อให้ครอบครัวเข้ามาหาประสบการณ์ก็ไม่น่าจะอุ้มเด็กมาด้วย ?

นางยังคงหลบอยู่หลังต้นไม้ขณะที่มองไปยังหลินเทียนด้วยท่าทางระมัดระวัง

“สาวน้อย เจ้ามาอยู่นี่ได้ไง ? ”

หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่งเขาก็ได้เปิดปากถามออกมา

ผมยาวสลัวดีดำของนางนั้นยาวลงมาถึงเอวซึ่ง ณ ตอนนี้นางก็ได้แต่มองไปทางเขาขณะที่ส่ายศีรษะ

“คนรู้จักนำเจ้ามาที่นี่ ? ”

หลินเทียนได้ถามต่อ

น่าเสียดายที่นางยังคงส่ายศีรษะต่อ

หลินเทียนได้ยิงคำถามต่อไปหลายข้อแต่นางก็ยังคงส่ายศีรษะอยู่ตลอดไม่ก็จ้องมองมาที่หน้าของเขาเหมือนว่ามีอะไรติดอยู่

หลินเทียนได้ถามต่อว่า

“งั้น…… เจ้าชื่ออะไร ? ”

เด็กสาวตัวน้อยได้มองมาทางเขาก่อนที่จะกระพริบตาคู่โตของนางด้วยท่าทางระมัดระวังแต่ตอนนี้เองที่เหมือนว่านางจะนึกอะไรขึ้นได้พร้อมทั้งเปิดปากพูดออกมาว่า

“จี่……..จี่ จิงหลิง”

หลินเทียนได้รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่นางยังพอจำชื่อตัวเองได้

“จี่จิงหลิง”

เป็นชื่อที่ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามนอกจากชื่อตัวเองแล้วนางก็ไม่รู้เลยว่าครอบครัวอยู่ที่ไหนหรือเป็นใคร เรียกได้ว่าไม่รู้อะไรเลยก็ว่าได้

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพูดว่า

“งั้นจี่เอ๋อไปกับพี่สักพักไหม ? ”

อายุของนางนั้นพอๆกับหลินซี่และในเมื่อพบกันที่นี่แล้วเขาก็ไม่สามารถทิ้งนางเอาไว้ได้

เด็กแบบนี้อยู่ในป่านี่ก็อาจจะโดยเขมือบได้ทุกเมื่อ

“อื้ม ! ”

นางได้พยักหน้าตอบด้วยท่าทางที่มีความสุข

“ได้ งั้นไปกัน ”

หลินเทียนได้อุ้มนางขึ้นมาพร้อมทั้งปัดเศษทรายออกก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่าลึก

พื้นที่ภายในป่าลึกค่อนข้างสลัวๆเหมาะกับชื่อป่าทมิฬของมันมากๆ เขาสัมผัสได้ว่าตรงหน้านั้นมีพลังฉีที่รุนแรงถูกส่งมาและหลังจากที่เดินออกไปไม่กี่สิบเมตรแล้วก็พบกับคนหลายสิบคนกำลังช่วยกันโจมตีสัตว์ร้ายระดับ 3ที่มีสองหัว

“มังกรเพลิงสองหัว ”

หลินเทียนถึงกับผงะไป

มันเป็นสัตว์ร้ายระดับ 3 ขั้นสูงสุดเลยก็ว่าได้ ระดับพลังของมันเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9

เมื่อกวาดตามองไปยังกลุ่มคนแล้วเขาพบว่าระดับพลังโดยเฉลี่ยของพวกเขานั้นอยู่ที่เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8ซึ่งการจะฆ่ามังกรเพลิงสองหัวด้วยระดับพลังเท่านี้ก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆ หลังจากที่มองไปรอบๆเขาได้พบว่าห่างออกไปก็ยังมีชายชราในชุดคลุมสีครามซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านข่ายอาคมติดเอาไว้ ที่ตรานั้นมีแถบสีทองอยู่แถบเดียว

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 1 ”

หลินเทียนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

มังกรเพลิงสองหัวตรงหน้าได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะส่งเปลวเพลิงบนร่างเข้าปกคลุมผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด ผู้คนเหล่านั้นได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสงสารก่อนที่จะสุกในไม่กี่นาที

เด็กสาวตัวน้อยได้จับชายเสื้อของเขาเอาไว้ด้วยท่าทางที่หวาดกลัว

“ไม่เป็นไรนะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เขาไม่สนใจคนเหล่านี้ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินเข้าไปภายในส่วนลึกของป่าต่อไป

อีกแค่ไม่ถึง 2 กิโลเมตรก็จะถึงเขตของดอกไม้ผีแล้ว

“เจ้าหนูตรงนั้นน่ะ มาช่วยหน่อย ! ”

ณ ตอนนี้ชายชราในชุดคลุมสีครามได้ส่งเสียงออกมาทางเขาอย่างดัง