0 Views

ขั้นสุดท้ายของเขตแดนหล่อหลอมร่างกายนี้ก็คือการหล่อหลอมอวัยวะภายในซึ่งมันจะเป็นการทำลายตัวเองและฟื้นฟูซ้ำๆไปมาแต่ว่าอวัยวะภายในของมนุษย์นั้นเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุดในร่างกายดังนั้นการหล่อหลอมอวัยวะภายในจึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องแบกรับความเจ็บปวดมากกว่าสองขั้นแรก

“! ”

หลินเทียนที่อยู่บนยอดของที่พักยังอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงโอดครวญออกมา

เขาได้หมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่ก่อนที่จะส่งพลังเข้าไปภายในอวัยวะของตัวเอง พริบตานี้เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แผดขยายเป็นวงกว้างออกมาซึ่งความเจ็บปวดนี้มากกว่าตอนที่เขาหล่อหลอมกระดูกและกล้ามเนื้อกว่าหลายสิบเท่า แม้แต่กับคนที่จิตใจกล้าแกร่งแบบเขาก็ยังยากที่จะอดทนเพราะตอนนี้เขารู้สึกเสมือนว่าหัวใจของตัวเองกำลังถูกกรีดออกเป็นชิ้นๆ

“ผ่านมาได้อย่างยากลำบาก ! ”

หลินเทียนได้ก่นด่าออกมา

ณ ตอนนี้หญ้าร้อยวิญญาณที่อยู่ภายในร่างของเขาได้เปรียบเสมือนดั่งน้ำพุที่เริ่มดับเพลิงนรกที่อยู่ภายในก่อนที่ความเจ็บปวดในร่างกายจะลงเรื่อยเรื่อยๆและทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก

ดวงตาของเขาเปล่งประกายเพราะว่ามันไม่ได้มีสรรพคุณช่วยหล่อหลอมอวัยวะภายในเท่านั้นแต่มันยังช่วยลดความเจ็บปวดด้วย นี่มันเป็นของดีจริงๆ !

หลังจากที่ปรับสภาพความคิดแล้วเขาก็เริ่มการหมุนวนเคล็ดวิชาบ่มเพาะอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

“บึ้ส ! ”

ร่างกายของเขาได้เปล่งแสงสีเงินออกมาก่อนที่จะดูดซับแสงของหมู่ดาวบนฟากฟ้า, พลังฉีที่อยู่โดยรอยได้ถาโถมเข้าไปภายในร่างกายของเขาพลางส่งพลังทั้งหมดกลับลงไปยังอวัยวะภายในเพื่อให้เริ่มหล่อหลอมอีกครั้ง

ภายในขั้นตอนนี้หญ้าร้อยวิญญาณไม่เพียงแค่ช่วยลดความเจ็บปวดในร่างของเขาแต่ดูเหมือนว่ามันจะทำให้พลังฉีและพลังจากดวงดาวที่ดูดกลืนมานั้นกล้าแกร่งขึ้นกว่าเก่ามากหากเทียบกับวันปกติจึงส่งผลให้ความเร็วในการหล่อหลอมเพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ

แววตาของเขาได้เป็นประกายโดยทันทีหลังจากที่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเหล่านี้

“บึ้สส ! ”

แสงสีเงินที่ส่งออกมาจากร่างกายของเขาได้ส่องสว่างมากขึ้นซึ่งตัวของเขาก็ยังคงอยู่ในท่าขัดสมาธิเช่นเดิมหลายชั่วโมงจนถึงช่วงที่ฟ้าสว่างแล้วเขาถึงลุกขึ้นยืน

เขาได้กำหมัดเอาไว้แน่นก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึกเพราะตอนนี้เขาสัมผัสได้แล้วว่าระดับพลังของตัวเองนั้นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 อย่างแท้จริงซึ่งเวลาเดียวกันนี้จังหวะการเต้นของหัวใจ พลังฉีและการหายใจของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก

“นี่คือผลลัพธ์ที่ได้จากการหล่อหลอมอวัยวะภายในงั้นหรอ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ”

เขาได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

อวัยวะภายในนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากและการที่ชำระสิ่งสกปรกออกมาก็จะทำให้ชีวิตของผู้บ่มเพาะยืนยาวขึ้นแถมในเวลาเดียวกันนี้พลังฉีก็จะรวมตัวกันได้เร็วกว่าเดิมซึ่งหมายความว่าจะสามารถต่อสู้ได้นานขึ้น

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดหนทางออกมาพลางพูดว่า

“คืนเดียวสามารถตัดผ่านมายังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 7 ได้แต่ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับหญ้าร้อยวิญญาณนี่แหละ มันไม่เพียงแค่ช่วยเสริมพลังของการหล่อหลอมแต่ยังชะลอและลดความเจ็บปวดด้วย หากว่าไม่มีหญ้านี่เราก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยเป็นอาทิตย์เพื่อที่จะก้าวข้ามมายังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 7 ได้อย่างแท้จริง ”

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเขาได้แต่ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้

การหล่อหลอมอวัยวะภายในนี่เป็นขั้นตอนที่ยากลำบากมากๆ !

“อ่อใช่ วัตถุดิบที่ใช้วาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณก็ไม่เหลือแล้วงั้น……..”

หลังจากที่เขาได้ขยับมือนั้นแววตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีก่อนที่จะพูดต่อว่า

“อีกอย่างเราก็น่าจะลองวาดข่ายอาคมระดับ 3 อย่างข่ายอาคมลมกระโชกดีกว่า ”

ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนั้นมีประโยชน์ในการเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะส่วนข่ายอาคมลมกระโชกนั้นมีความสามารถในการปกปิดตัวผู้ใช้ทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้แถมระหว่างที่เปิดใช้ข่ายอาคมก็จะส่งผลให้ผู้ใช้มีร่างกายที่คล่องตัวขึ้นรวมทั้งเพิ่งความเร็วในการเคลื่อนไหวอีกด้วย

เกี่ยวกับข่ายอาคมนี้เขาตระหนักถึงมันได้ตอนที่หลบหนีการไล่ล่าของสัตว์ร้ายที่อาณาเขตสัตว์ร้ายระดับที่ 4 แน่นอนว่าเป้าหมายในการวาดข่ายอาคมครั้งนี้ของเขาไม่ใช่เพื่อจะกลับไปยังอาณาเขตสัตว์ร้ายแต่จะเอามาใช้จัดการกับตระกูลเสี่ยว

สัญญาทั้งหมดของตระกูลหลินนั้นถูกปรับแปลงไปโดยคนจากตระกูลเสี่ยวตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนแต่หากว่าเขามีข่ายอาคมนี้ก็จะสามารถเข้าไปยังบ้านหลักตระกูลเสี่ยวแล้วเอาสัญญาเหล่านั้นกลับมาได้

“ไอ้ตระกูลเสี่ยว คอยดูเถอะ ! พ่อคนนี้จะให้พวกเจ้าไร้ที่ซุกหัวนอน !”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

หลังจากที่รับแสงแดดยาวเช้าไปแล้วเขาก็เดินทางออกจากสำนักเพื่อมุ่งหน้าไปยังสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านข่ายอาคมด้วยชุดคลุมสีดำในทันที

“ท่านคือคุณเฮ่ยเป่า ? ”

พนักงานสาวได้เดินเข้ามาต้อนรับเขา

อายุของนางราวๆ 17 ปีแถมยังดูดีอีกด้วยแต่ได้ยินมาว่าไม่ใช่ชาวพื้นเมืองของที่นี่

“ข้าเอง ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพูดว่า

“อ่อใช่ หลังจากนี้เรียกข้าว่าเฮ่ยเป่าไปตรงๆเลยก็ได้ ”

สำหรับเขาแล้วรู้สึกชื่นชมในตัวนางเล็กน้อย

“จะทำเช่นนั้นได้ไงกัน ! ข้าเป็นเพียงแค่พนักงานต้อนรับธรรมดาๆเท่านั้นแต่ท่านเป็นถึงปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมที่มีสถานะอันทรงเกียรติและน่านับถือ ”

นางรีบโบกมือปฏิเสธโดยทันที

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมถึงกับยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมก็เป็นคนเหมือนกันแค่แตกต่างกันที่เพศแต่สถานะก็ไม่แตกต่างกันเท่านั้นแหละ ”

นางได้ชะงักไปพร้อมกับพูดออกมาว่า

“แตกต่างกันที่เพศแต่สถานะก็ไม่แตกต่าง”

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วนางก็ได้แต่ตกอยู่ในภวังค์

“เป็นอะไร ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

“เปล่าคะ !”

นางรีบส่ายศีรษะซ้ำไปซ้ำมาพร้อมทั้งพูดว่า

“ขอขอบคุณสำหรับความหวังดีแต่คงรับไว้ไม่ได้ ”

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดหนทางออกมาพร้อมกับตอบไปว่า

“ก็ได้ เอาตามที่เจ้าชอบแล้วกัน”

เขารู้ดีว่าความคิดของคนนั้นเป็นอะไรที่เปลี่ยนไม่ได้ง่ายๆ

นางได้มองไปทางเขาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ท่านเฮ่ยเป่ามองหาท่านผู้อาวุโสเก้อ ? ท่านเพิ่งจะออกไปเมื่อครู่และอาจจะไม่อยู่หลายวัน ประมาณไว้ว่าน่าจะกลับมาในสามวันคะ ”

“งั้นหรอ ? ”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาก่อนที่จะส่ายศีรษะแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“ข้ามาเพราะมีเรื่องอื่นน่ะ ”

“มีอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรอคะ ? ”

นางได้ถามกลับ

หลินเทียนได้พยักหน้าก่อนที่จะเขียนชื่อวัตถุดิบลงในกระดาษซึ่งคือ หญ้าเคี้ยววิญญาณ แร่น้ำแข็ง รากต้นเกราะทองคำ เย่หมิงฉา แก่นเลือดและไขกระดูกของวานรไฟ เกล็ดกิ้งก่าสี่เกล็ด หยดของหยาดจันทรา ปีกของนกโลหิต ซึ่งในแปดวัตถุดิบนี้ 4 อย่างแรกเอาไว้สำหรับข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณส่วนที่เหลือสำหรับข่ายอาคมลมกระโชก

วัตถุดิบสำหรับสร้างข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนั้นสามารถซื้อได้ที่ตำหนักแลกสมบัติแต่ตอนนี้เขาเข้าร่วมกับทางสมาคมแล้วดังนั้นในแต่ละเดือนก็จะได้รับวัตถุดิบไปฟรีๆ แม้ว่าเขาจะมีเงินอยู่มากมายในตอนนี้แต่ก็ไม่สามารถใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้

หลังจากที่ได้รับรายการมาแล้วคิ้วของนางก็ได้ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยท่าทางลังเลเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง

“อะไรหรอ ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

“คือว่า……”

นางได้แสดงสีหน้าอึดอัดออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ท่านคะ ในรายชื่อทั้งหมดนี้มีเพียงหยดหยาดจันทราเท่านั้นที่ค่อนข้างพิเศษและต้อง……….แลกด้วยคะแนนความสำเร็จ”

“เท่าไหร่ ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

การจะสร้างข่ายอาคมลมกระโชกนั้นจำเป็นต้องมีหยดหยาดจันทราแถมเขายังต้องใช้ประมาณ 10 หยด

“หนึ่งหยดใช้ 100 แต้มคะ ”

นางได้ตอบกลับไป

หลินเทียนถึงกับชะงักไปทันที

“ 100 แต้ม ? ”

สมาคมนี้มักจะมีภารกิจให้ทำอยู่บ่อยๆและสิ่งตอบแทนก็มีด้วยกันสองแบบคือเงินซึ่งไม่ได้เจาะจงสำหรับผู้ที่เข้าร่วมกับทางสมาคมเท่าไหร่ส่วนอีกอย่างคือค่าคะแนนความสำเร็จ โดยปกติแล้วคนที่ไม่ได้เข้าร่วมก็มักจะเลือกรับเงินส่วนคนที่เป็นสมาชิกของสมาคมก็จะสามารถเลือกรับได้ทั้งเงินหรือจะเป็นคะแนนความสำเร็จก็ได้

หนึ่งเดือนที่แล้วหลินเทียนเคยกวาดตามองภารกิจต่างๆที่ถูกปักหมุดเอาไว้แล้วและพบว่าภารกิจธรรมดาๆจะให้รางวัลตอบแทนเป็นค่าคะแนนความสำเร็จประมาณ 30 แต้มแต่หยดนี่หยดเดียวใช้ถึง 100 แต้มซึ่งในอีกความหมายคือเขาต้องทำภารกิจประมาณ 3 ภารกิจให้กับทางสมาคมเพื่อแลกกับหยดเดียว

“แพงโครต ! ”

เขาได้แต่ก่นด่าอยู่ภายในใจ

หลังจากที่เห็นท่าทางนิ่งเงียบของหลินเทียนแล้วพยักงานสาวจึงได้ปริปากออกมาว่า

“คือว่า…. ข้าได้ยินมาจากท่านผู้อาวุโสเก้อว่าหยดนี่จะเกิดขึ้นในเวลาและสถานที่ๆพิเศษซึ่งเกิดขึ้นโดยการรวมตัวของแสงจันทร์ มันมีสรรพคุณที่น่าเหลือเชื่อถึงได้ล้ำค่ามากๆ ”

“เกิดขึ้นโดยการรวมตัวแสงจันทร์ ? ”

หลินเทียนถึงกับผงะไปทันที

เขาได้รับรายชื่อเหล่านี้มาจากความรู้ใจห้วงความคิดแต่ไม่รู้หรอกว่าวัตถุดิบเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเพราะแสงจันทร์นี่สามารถก่อตัวเป็นของเหลวได้ด้วย ?

“เรื่องนี้เฟย์เอ๋อเองก็ไม่ทราบคะแต่ผู้อาวุโสพูดไว้แบบนี้ ”

นางได้พูดออกมาด้วยท่าทางอับอาย

หลินเทียนก็ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรอีกก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“สิบหยดก็เท่ากับ1000แต้ม งั้นข้าก็ต้องทำภารกิจอย่างน้อยๆ 30 ภารกิจเพื่อมัน ”

ตัวเขาถึงกับพูดไม่ออก

ภารกิจสามสิบภารกิจแถมต้องวิ่งไปวิ่งมามันเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวมากๆ

“นั่น….”

นางได้กระตุกเสื้อคลุมของเขาก่อนที่จะชี้ออกไปยังกระดานตรงกันข้ามพร้อมทั้งพูดว่า

“ท่านเฮ่ยเป่าคะ ก่อนหน้านี้ไม่นานทางสมาคมได้เริ่มภารกิจระดับสูงซึ่งมีค่าตอบแทนสูงถึง 800 แต้มค่ะ ”

“อะไรนะ ? ”

หลินเทียนถึงกับผงะไปทันที

หลังจากที่มองตามมือไปแล้วเขาก็พบกับกระดาษที่ถูกกาสีแดงเอาไว้ซึ่งรายละเอียดคือการเข้าไปยังป่าทมิฬเพื่อเก็บเอาดอกไม้ผีออกมาให้กับทางสมาคม

“ดอกไม้ผี ? ”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

ตัวเขารู้ดีว่าป่าทมิฬมันอยู่ทางตะวันตกของเมืองนี้ซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากสันเขาชิงเฟิงของทางสำนักแต่ว่ามันอันตรายกว่าทว่าเขาไม่รู้เรื่องของดอกไม้ผีนี้เลยแม้แต่น้อย

“เฟย์เอ๋อ เจ้ารู้จักดอกไม้นั่นไหม ? ”

เขาได้ถามออกมา

นางได้พยักหน้าก่อนที่จะตอบกลับมาว่า

“รู้จักค่ะ นี่คือรายละเอียดของมัน ”

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้หยิบเอาแผ่นกระดาษจากโต๊ะส่งให้เขา

หลินเทียนได้รับมันมาก่อนที่จะพบกับรายละเอียดที่เขียนเอาไว้เกี่ยวกับดอกไม้ผีว่า

“ดอกไม้ผีมีความยาว 5 ซ.ม. ทั้งดอกมีสีดำเหมือนหมึกแต่กลีบจะมีสีแดงเหมือนเลือด ”

หลังจากที่อ่านไปแล้วเขาก็พบอีกข้อความหนึ่งว่า

“สถานที่เจริญเติบโตมันจะเป็นสถานที่หนาวเย็นซึ่งตัวมันเองมีความเป็นพิษสูงมาก หากว่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายสัมผัสก็จะสูญสิ้นโดยทันทีดังนั้นโปรดเก็บเกี่ยวอย่างระมัดระวัง ! ”