0 Views

 

กลิ่นอายของหลินเทียนในตอนนี้นั้นน่ากลัวเป็นอย่างมากบวกกับจิตสังหารที่รุนแรงไม่เหมือนที่ใช้ฆ่าสัตว์ร้ายแต่มันแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือกและไร้ความปราณีของเขา

โจวเฮ่าได้ขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปทางหลินเทียนหลังจากที่พยุงหลังของหลูเชิงเอาไว้พลางพูดว่า

“ดูเหมือนว่าน้องชายหลินที่จะอวดดีจริงๆเลยนะ ”

“อวดดี ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางดูถูกว่า

“เจ้าพุ่งมาขวางทางเราเอาไว้แถมยังลงมือตามใจชอบแต่ตอนนี้กลับกล้าพูดว่าข้าอวดดี ? นี่หน้าไม่อายไปหน่อยหรอ ? ”

“เราเป็นเพื่อนร่วมสำนักกันแล้วการจะหยุดเจ้าแล้วสั่งสอนมันไม่เหมาะสมตรงไหน ? ”

หลูเชิงได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

“เพื่อนร่วมสำนัก ? ”

หลินเทียนได้กวาดตามองไปทางหลูเชิงอย่างดุร้ายก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“เจ้าคู่ควรที่จะเป็นเพื่อนร่วมสำนักข้า ? ”

“เจ้า..”

ท่าทางของหลูเชิงได้เปลี่ยนเป็นโกรธจัดโดยทันที

โจวเฮ่าได้จับหลูเชิงเอาไว้ก่อนที่จะมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

“ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะแต่วันนี้น้องชายหลินทำเกินกว่าเหตุไปหน่อยนะ ชูวฮูวได้รับบาดเจ็บไปขนาดนั้นแล้วก็น่าจะขอโทษเขาเสียหน่อย ”

“ขอโทษ ? อย่าให้พูดขำหน่อยเลยเถอะ ”

หลินเทียนได้แสยะออกมา

หลังจากนั้นเขาได้จูงมือของซูชูวพร้อมทั้งหันหลังเดินจากไปทันที

“ห้ามไปไหนทั้งนั้น ! ”

หลูเชิงได้กัดฟันของเขาก่อนที่จะพุ่งออกไปขวางทางของหลินเทียนเอาไว้

โครมม !

ณ ตอนนี้ผืนป่าได้สั่นสะเทือนพร้อมทั้งพายุขนาดยักษ์ส่งผลให้ต้นมากมายโอนเอนไปมาอย่างบ้าคลั่งเหมือนว่ากำลังเผชิญหน้ากับแผ่นดินไหวเลยก็ว่าได้ ณ ตอนนี้กลิ่นอายปีศาจได้พวยพุ่งไปทั่วพื้นที่แห่งนี้

หากมองออกไปแล้วก็จะเห็นสัตว์ร้ายฝูงใหญ่กำลังพุ่งมาทางพวกเขา

“พวกสัตว์ร้ายมันบ้าไปแล้ว ”

สีหน้าของหลินเทียนได้หม่นหมองลงทันที

“ตุ้บบบ ! ”

เสียงดังกังวานได้ถูกส่งไปทั่วขณะที่พื้นดินสั่นสะท้าน หลินเทียนได้มองออกไปไกลและพบว่าด้านหลังฝูงสัตว์ร้ายเหล่านั้นมีสัตว์ร้ายร่างใหญ่คล้ายๆปลาหมึกกำลังพุ่งตามมา

“สัตว์ร้ายระดับ 4 ตะขาบผี มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน ! ”

ซูชูวได้ผงะไปก่อนที่นัยน์ตาของนางจะเบิกกว้าง

สัตว์ร้ายระดับสี่นั้นมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ !

“ยังไงก็เถอะ เราต้องหนีไปจากที่นี่ก่อน ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

เขาไม่ลังเลเลยที่จะจูงมือนางแล้วหันหลังก่อนที่จะพุ่งออกไป

ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายฝูงขนาดนี้มันรนหาที่ตายชัดๆ !

“!!! ”

เสียงร้องของมันดังก้องไปทั่วพื้นที่ อย่างเดียวที่หลินเทียนสัมผัสได้คือแก้วหูที่กำลังจะแตก ตะขาบผีตัวนี้ได้ฟาดขาของมันลงกับพื้นจนก่อให้เกิดรอยแยกไปมาทางที่พวกเขากำลังหนี

หลินเทียนได้ถูกแรงดึงดูดดึงเข้าไปหาตัวตะขาบผีอย่างรวดเร็ว

“ระยำเอ้ย ! ”

ท่าทางของหลินเทียนเปลี่ยนไปอย่างมาก

แรงดึงดูดนี้มหาศาลมากๆ ร่างของเขาและซูชูวกำลังถูกดึงเข้าไปหาตัวของตะขาบผีเรื่อยๆ

“!”

เสียงร้องอย่างโหยหวนได้ถูกส่งออกมานั่นคือเสียงของชูวฮูวที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนหน้านี้ เขาได้ถูกขาของมันจับโยนเข้าใส่ปากโดยทันทีซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ท่าทางของหลูเชิงถึงกับซีดเผือด มันเป็นเพราะว่าเขาและโจวเฮ่ากำลังเกาะโคนต้นไม้เอาไว้ดังนั้นถึงไม่ได้ถูกดูดไปด้วย

หลินเทียนและซูชูวที่กำลังถูกดูดกลับไปนั้นไม่มีพลังพอจะต่อต้านแรงดึงดูดนี้เลย หลังจากที่หันหน้ากลับไปมองที่ตะขาบผีแล้วเขาก็ได้แต่กำหมัดแน่นพร้อมทั้งจับซูชูวที่อยู่ข้างๆแล้วใช้พลังทั้งหมดเหวี่ยงนางออกไปยังเส้นทางอื่นก่อนที่ตัวของเขาจะถูกดูดเข้าไปเร็วกว่าเดิม

“หลินเทียน ! ”

ท่าทางของซูชูวเปลี่ยนไปอย่างมาก

เมื่อต้องเผชิญกับแรงดึงดูดที่มากขึ้นนั้นหลินเทียนไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้แม้แต่น้อย เขาได้ล้วงมือเข้าไปใต้หน้าอกก่อนที่จะหยิบเอาม้วนข่ายอาคมผสานที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกมาสองม้วนพร้อมทั้งเปิดการทำงานของมันทันที คลื่นกระบี่มากมายได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าปะทะกับร่างของตะขาบผีโดยทันที

“!”

ตะขาบผีได้ส่งเสียงคำรามออกมาแม้ว่าการโจมตีนี้จะทำอะไรมันไม่ได้แต่ก็ส่งผลให้แรงดึงดูดนั้นหายไป

หลินเทียนได้ตกลงสู่พื้นก่อนที่จะไม่ลังเลเลยที่จะพุ่งหายไปอีกทาง

“!”

หลังจากที่ได้รับการโจมตีไปแล้วดูเหมือนว่าตะขาบผีจะโกรธจัดพร้อมทั้งพุ่งไปทางหลินเทียนด้วยขามากมายของมันอย่างรวดเร็ว

ท่าทางของหลินเทียนกลายเป็นตกตะลึงอย่างมากแต่เขาก็ไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย เคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ได้หมุนวนก่อนทีพลังจิตสัมผัสของเขาจะเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดพร้อมทั้งสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อหลบการโจมตีจากขาของตะขาบผีอย่างรวดเร็วถึงขีดสุด

“นั่นมันทักษะเคลื่อนไหวอะไรกัน ? ทำไมถึงได้รวดเร็วขนาดนี้ ! ”

หลูเชิงได้แต่ตกตะลึง

“ระวังนะหลินเทียน ! ”

ซูชูวได้ตะโกนออกมาก่อนที่จะหยิบกระบี่ออกมาเตรียมที่จะโจมตีไปยังตะขาบตัวนั้น

“ชูวเอ๋อหยุดนะ ! ข้าจะไปช่วยเขาเอง ”

โจวเฮ่าได้ขวางทางของซูชูวเอาไว้

หลังจากนั้นเขาก็ได้คว้าเอากระบี่ยาวสีมรกตออกมาพร้อมทั้งประกายตาที่เย็นชา เมื่อมองไปยังกระบี่ที่กำลังถูกชูขึ้นนั้นเห็นเพียงแค่ว่ามันได้ปลดปล่อยคลื่นกระบี่ออกมามากมายก่อนที่จะฟาดฟันไปตรงหน้า

หลินเทียนถึงกับสงสัย นี่โจวเฮ่ามันจะช่วยเข้าจริงๆ ?

พริบตานั้นเองที่ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปอย่างมากก่อนที่จะแสดงแววตาที่เย็นชาออกมา

มันอาจจะดูเหมือนว่าคลื่นกระบี่นี้เล็งไปทางตะขาบผีแต่จริงๆแล้วมันเป็นการปิดทางหนีของเขาทั้งหมด ก่อนหน้านี้เขาสามารถใช้ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์หลบออกไปได้แต่ตอนนี้เส้นทางได้ถูกปิดกั้นไว้หมดแล้ว

“น้องชายหลิน รีบหลบออกมาเร็ว ! ”

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่กระวนกระวาย

สายตาของหลินเทียนนั้นเย็นชาเป็นอย่างมากก่อนที่จะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ร่างของเขาได้ถูกคว้าเอาไว้โดยขามากมายของสัตว์ร้ายตะขาบผี

“หลินเทียน ! ”

ท่าทางของซูชูวได้เปลี่ยนไปอย่างหนักพร้อมทั้งพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปลดปล่อยคลื่นกระบี่ออกมา

“ชูวเอ๋อ หยุดนะ ห้ามไป ! ”

โจวเฮ่าได้โห่ร้องออกมาขณะที่พุ่งไปขวางทางซูชูวเอาไว้

“หลีกไป ! ”

ซูชูวได้คำรามออกมาขณะที่มองไปยังร่างของหลินเทียนที่กำลังถูกสัตว์ร้ายลากตัวไปด้วยท่าทางที่กระวนกระวายและร้องไห้ออกมา

“!!! ”

ตอนนี้เองที่สัตว์ร้ายได้คำรามออกมาก่อนที่จะปล่อยกลุ่มควันสีดำออกมามากมาย

หลังจากนั้นตะขาบตัวนี้ก็ได้ถอยกลับและหายไปในที่สุด

แต่หลินเทียนก็ไปกับมันด้วย

“หลินเทียน ! ”

ซูชูวได้โห่ร้องออกมาก่อนที่จะเตรียมไล่ตามไป

อย่างไรก็ตาม ณ เวลาเดียวกันนี้เองสัตว์ร้ายระดับ 3 ที่เหมือนถูกไล่มาโดยตะขาบผีนั้นพบว่าตะขาบผีได้ถอยกลับไปแล้วดังนั้นพวกมันถึงกระโจมเข้าใส่ซูชูวและคนอื่นๆโดยทันที

“ชูวเอ๋อ ระวัง ! ”

โจวเฮ่าได้ตะโกนออกมา

หลังจากที่มองไปยังเส้นทางที่ตะขาบได้จากไปแล้วโจวเฮ่าก็ได้แต่รู้สึกโล่งใจพร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่เย็นชาออกมา

“กล้าจะหือกับข้า รนหาที่ตายเอง ! ”

เขาได้แสยะออกมาอย่างเย็นชา

…….

ร่างของหลินเทียนกำลังถูกโอบรัดเอาไว้โดยขามากมายของมัน , กลุ่มควันสีดำครอบคลุมพื้นที่โดยรอบขณะที่มือและขากำลังถูดมัดเอาไว้โดยไม่สามารถขยับได้ด้วยซ้ำ

“ฟิ้วววว ! ”

เสียงลมดังได้กระแทกหูของเขาดังนั้นถึงสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าความเร็วของตะขาบผีตัวนี้มันสูงมากๆ

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแต่เขารู้สึกได้ว่าตะขาบตัวนี้ได้หยุดเคลื่อนไหวแล้วก่อนที่จะโยนร่างของเขาเข้าใส่กำแพงหินใหญ่

“เจ็บดี ! ”

หลินเทียนได้แต่พยายามยืนขึ้นอย่างยากลำบาก ดูเหมือนว่ากระดูกที่หลังของเขาจะเคลื่อนไปหลายซี่

พื้นที่แห่งนี้ได้ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายปีศาจมากมาย หลังจากที่ตัวหลินเทียนได้หมุนวนเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์แล้วก็เห็นได้ถึงดวงตาที่ดุร้ายกระหายเลือดไร้หัวใจคู่หนึ่ง

สายตานี้อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาสั่นสะท้าน

“!!”

“!!”

“!!”

ตอนนี้เองที่มันได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะยกขาฟาดมาทางร่างของเขา แต่ละขาของมันนั้นเต็มไปด้วยหนามแหลมมากมายให้ความรู้สึกน่ากลัวเป็นอย่างมาก

“อวสานแล้ว ! ”

หลินเทียนได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

สัตว์ร้ายระดับ 4 มีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ จะไปต่อต้านมันอย่างไร ?

“บึ้สส ! ”

ทันใดนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น สัญลักษณ์ที่มือขวาของเขาได้เปล่งแสงออกมาและให้ความรู้สึกเหมือนว่ามันกำลังจะเผามือเขา

“นี่มัน ? ”

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

ณ ตอนนี้หลังจากที่ขาของตะขาบกำลังจะถึงตัวก็ได้แต่กัดฟันพร้อมทั้งเหวี่ยงมือขวาออกไป

“แกร๊งงง ! ”

คลื่นกระบี่ที่น่ากลัวได้คำรามออกมาก่อนที่จะได้ยินเสียงกรีดร้องของตะขาบผีตามมา

หลินเทียนได้มองขึ้นพบด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้างเพราะเขาเห็นเพียงแค่ร่างของตะขาบผีที่กำลังลอยเคว้งออกไป

“นี่มัน……..”

เมื่อมองลงมายังสัญลักษณ์ที่มือขวาของตัวเองแล้วเขาก็ได้แต่โง่งมไป

นี่มัน……….น่ากลัวเกินไปหน่อยไหม ?

ห่างออกไป 40 เมตร , ตะขาบได้ส่งเสียงร้องที่น่าหวาดหวั่นออกมาก่อนที่จะพยายามพยุงตัวเองขึ้นแล้วพุ่งหนีไปทางอื่น

หลินเทียนได้สติกลับมาพร้อมทั้งแววตาที่เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก

“ยังคิดจะหนีงั้นหรอ ? ”

สัญลักษณ์ที่มือขวาของเขาได้ส่องแสงอีกครั้งก่อนที่เขาจะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์แล้วเหวี่ยงมือออกไป

“ตูมมม !!! ”

เพียงแค่ฝ่ามือธรรมดาแต่กลับทำให้มิติถึงกับสั่นสะเทือนเหมือนว่ามีสายฟ้าอยู่ในห้วงมิติ พื้นที่แห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างโดยทันที

“พุฟฟฟ ! ”

ร่างของตะขาบได้ระเบิดออกเป็นชิ้นๆขณะที่ของเหลวมากมายได้สาดกระจายไปทั่ว

หลินเทียนได้แต่หยุดหายใจเพราะสัญลักษณ์กระบี่นี่มันน่ากลัวเกินไปไหม ?

“เจ้ากระบี่นั่นมีที่มาที่ไปยังไงกันแน่ ? ”

เขาได้แต่ตกตะลึงไปกับเรื่องนี้

หลังจากที่มันได้เข้าไปในร่างของเขาแล้วก็พบกับเคล็ดวิชาบ่มเพาะอยู่ภายในห้วงความคิด หลังจากนั้นยังมีข่ายอาคมและทักษะอื่นๆอีก , ตอนนี้มันได้สำแดงพลังทำลายที่น่ากลัวออกมาด้วย !

“วิ้สสส ! ”

เสียงหนึ่งได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะเขาจะเห็นได้เพียงว่ามันมีอะไรบางอย่างขนาดเท่ากำปั้นกำลังหล่นลงมา

หลินเทียนได้ยื่นมือออกไปรับมันไว้

“นี่มัน……แก่นแท้ของตะขาบผี ? ยังอยู่อีกหรอเนี่ย ”

เขาได้พูดกับตัวเอง

เมื่อมองไปยังแก่นแท้ในมือแล้วเขาสัมผัสได้ถึงพลังฉีอันรุนแรงซึ่งมันพอๆกับโอสถนพเก้าที่ได้มาก่อนหน้านี้เลยทีเดียว

“น่าเสียดายที่ผู้เชี่ยวชาญอย่างเราไม่สามารถดูดซับแก่นแท้พวกนี้ได้ไม่งั้นข้าคงจะตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ไปแล้ว ”

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะ

อย่างไรก็ตามวินาทีนี้เองที่เกิดเรื่องประหลาดขึ้น

สัญลักษณ์รูปกระบี่ในมือขวาของเขาได้เปล่งแสงจางๆออกมาปกคลุมแก่นแท้ในมือของเขาก่อนที่พลังฉีมากมายจะไหลตามมือเข้าไปในร่างของเขา