0 Views

ภายในอาณาเขตสัตว์ร้ายระดับ 3 นั้นมีเสียงคำรามของกระบี่ดังไม่หยุดหย่อน คลื่นกระบี่มากมายพัดพาทั้งแปดทิศทาง ต้นไม้น้อยใหญ่หักโค่น

“ฝ่ามือเงา ! ”

“ฝ่ามือเพลิง !”

“กระบี่แห่งการทำลายล้าง ! ”

“กระบี่สายฟ้า ! ”

“กระบี่วายุสะท้าน ! ”

เสียงที่เยือกเย็นได้ถูกส่งออกมาเสียงดังพร้อมกับหมัดที่ห่อหุ้มไปด้วยความร้อน หลังจากนั้นไม่นานก็เสมือนว่ามีเสียงคำรามของสายฟ้าดังกึกก้องไปทั่ว

“ไอ้บ้านี่ ! ไม่ธรรมดาจริงๆ ! มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด !”

ห่างออกไปไม่ไกลนั้นซูชูวได้แต่พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ปวดร้าว

พวกเขาได้เข้ามาอยู่ในสันเขานี้กว่า 6 วันแล้ว ภายในระยะเวลา 6 วันนี้นางได้แต่จดจ่ออยู่กับการต่อสู้ของหลินเทียน ตราบใดที่มีสัตว์ร้ายปรากฏตัวออกมาและหลินเทียนเปิดฉากโจมตีก็จะไม่เหลือโอกาสให้นางได้ลงมืออีกเลย

“พุฟฟฟ ! ”

เลือดได้สาดกระจายไปทั่ว กระบี่ยาวในมือได้แทงทะลุหน้าผากของวัวเพลิงทมิฬไปทันที

โครมม ! ร่างกายอันใหญ่ยักษ์ของสัตว์ร้ายวัวเพลิงทมิฬได้ทรุดลงกับพื้นอย่างดังก่อนที่จะตายลงทันที

“เห้ออ ! ”

หลินเทียนได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะปาดเหงื่อที่ใบหน้าของเขา

วัวเพลิงทมิฬนั้นมีระดับพลังเทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ดังนั้นเขาถึงได้สำแดงพลังออกไปทั้งหมด หลับจากที่ปะทะกับฝ่ายตรงข้ามด้วยทั้งหมดที่มีแล้วก็ฆ่ามันลงได้ในที่สุด

เขาได้ชำแหละเอาแก่นแท้ออกมาก่อนที่จะเก็บกระบี่แล้วแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมา

“ซูชูว มีแก่นแท้อยู่กี่ก้อนแล้ว ? ”

ช่วงหลายวันมานี้เขาพบว่าทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านของตัวเองนั้นพัฒนาขึ้นมากและเกือบจะแตะระดับที่เชี่ยวชาญแล้วซึ่งมันเป็นอะไรที่ทำให้เขาพึงพอใจอย่างมาก สมแล้วที่มันเป็นทักษะที่ไม่มีใครสำเร็จได้เพราะมันทำให้ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ซูชูวได้พตอบกลับไปว่า

“656 ก้อน ”

หลินเทียนได้เลือกสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งมากมายมาเป็นคู่มือให้กับเขาดังนั้นความเร็วในการเก็บเกี่ยวถึงได้ต่ำมากๆซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้ซูชูวบ่นอะไรเพราะนางไม่สนใจอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่นางได้เห็นหลินเทียนสำแดงทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านออกมาให้เห็นเป็นประจำนั้นนางก็ได้เก็บเกี่ยวความรู้ไปหลายๆเรื่องเหมือนกัน

“วันสุดท้ายแล้ว กลับกันดีกว่า ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ขัดเกลามาหลายวัน นอกจากการพักผ่อนแล้วก็ต่อสู้กับสัตว์ร้ายอยู่ตลอดเวลาซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยพัฒนาระดับพลังของเขามากๆ เขารู้สึกได้ว่าตัวเองสามารถบรรลุไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายได้ทุกเมื่อเลยด้วยซ้ำ

“ปะ ไปกัน ”

ซูชูวได้พยักหน้าซ้ำๆเพราะนางก็อยากจะออกไปจากที่นี่แล้วเช่นกัน

ณ ตอนนี้พวกเขาได้เดินกลับไปทางสำนักจิ่วหยาง

ระดับพลังของพวกเขาไม่ได้ต่ำๆดังนั้นความเร็วจึงสูงมากๆ หลังจากผ่านไปไม่นานตรงหน้าของพวกเขาก็ปรากฏร่างสามร่างซึ่งหนึ่งในนั้นดูคุ้นหน้าคุ้นตามากๆ

“นั่นมัน ? ”

หลินเทียนได้หรี่ตาลงเล็กน้อย

ร่างทั้งสามที่อยู่ตรงหน้าเองก็ตระหนักได้ถึงการมาของหลินเทียนและซูชูว

“อื่ม ? ”

หนึ่งในนั้นได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

ชายหนุ่มคนนี้สวมเสื้อผ้าที่ดูดีหน้าตาหล่อเหลาให้ความรู้สึกของชนชั้นสูงอย่างมาก

โจวเฮ่า

“ชูวเอ๋อ ”

โจวเฮ่าได้ทักทายพร้อมทั้งขวางทางพวกเขาเอาไว้

ซูชูวได้หยุดเท้าลงพร้อมกับขมวดคิ้วแล้วพูดด้วยท่าทางไม่พอใจว่า

“โจวเฮ่า บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกข้าว่าชูวเอ๋อ ! ”

ประกายตาของโจวเฮ่าได้เปลี่ยนไปแต่ก็ยังคงแสดงสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งมองไปทางซูชูวเหมือนว่าเพิ่งตระหนักถึงตัวตนของหลินเทียนแล้วพูดว่า

“ที่แท้น้องชายหลินก็อยู่ด้วยนี่เอง ไม่ทราบว่าน้องชายเตรียมพร้อมสำหรับการประลองในอีกสามเดือนหรือยัง ? ”

หลินเทียนได้ยักไหล่ของเขาพร้อมกับพูดว่า

“ไม่มีปัญหา ดีจริงๆที่พี่ชายโจวเป็นห่วง หากว่าศิษย์อันดับหนึ่งภายนอกสำนักโดยเตะปลิวออกจากสนามในวันประลองหลังจากนี้อีกสามเดือนโดยหน้าใหม่อย่างข้าก็คงเป็นอะไรที่น่าดูชมมากๆ ”

โจวเฮ่าได้หรี่ตาลงพร้อมกับจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดว่า

“ดูเหมือนว่าน้องชายหลินจะมั่นใจมากนะ ”

“ใครจะไปรู้กันล่ะ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยท่าทางไม่สนใจพร้อมทั้งแสดงรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมาก่อนที่จะจับมือของซูชูวอย่างหน้าด้านๆแล้วพูดว่า

“ชูวเอ๋อ เราไปกันเถอะ ”

ใบหน้าของซูชูวได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“เจ้านี่ ! ”

อย่างไรก็ตามนางก็ไม่ได้ว่าอะไรกับชื่อเรียกของหลินเทียนและไม่ได้ปัดมือของเขาออก

ฉากนี้ทำให้ท่าทางของโจวเฮ่าเปลี่ยนไปทันที

“งั้นไว้เจอกันนะพี่ชายโจว ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เขาได้จูงมือของซูชูวอย่างตั้งใจก่อนที่จะเดินออกไปทางสำนักจิ่วหยาง

“หยุด ! ”

“เจ้าหน้าใหม่ กล้าที่จะพูดกับศิษย์ร่วมสำนักแบบนี้งั้นหรอ มีความกล้าไม่น้อยหนิ ! ”

ณ ตอนนี้เสียงคำรามได้ถูกส่งออกมา

ชายหนุ่มสองคนที่อยู่ด้านหลังโจวเฮ่าซึ่งสวมชุดคลุมสีดำและเทาได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยใบหน้าที่ดุร้าย

เสมือนดั่งว่าหลินเทียนไม่ได้ยินคำพูดของพวกเขาพร้อมทั้งจูงมือซูชูวต่อไป

“! ”

คลื่นกระบี่ได้ฟาดลงตรงหน้าของเขาพร้อมทั้งสร้างรอยตัดลึกลงไปในพื้น

“หูหนวกหรือไง? ! ”

ชายหนุ่มชุดคลุมสีเทาได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ดุร้ายพร้อมทั้งกระบี่ใบมือขวาของเขา

เมื่อจ้องมองไปยังรอยกระบี่ที่พื้นแล้วหลินเทียนก็ได้หันหน้ากลับมาพลางปล่อยมือซูชูวและมองไปทางชายหนุ่มคนนั้น

“เจ้าเป็นคนลงมือ ? ”

“ข้าเอง แล้วจะทำไม ? ”

ชายหนุ่มชุดเทาได้พูดออกมาอย่างดูถูก

“ทำไม ? ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะพุ่งออกไปประชิดตัวชายหนุ่มคนนั้นในพริบตาก่อนที่จะฟาดไปที่ใบหน้าของเขา

“เพรี้ย !!! ”

เสียงตบดังสนั่นได้ถูกส่งออกมาก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะปลิวไปไกล

หลินเทียนได้ปัดมือพร้อมทั้งพูดว่า

“ทำไม ? ก็ตบเจ้าไง ”

เขาได้มองไปยังโจวเฮ่าที่กำลังขมวดคิ้วพร้อมทั้งท่าทางประหลาดใจของชายหนุ่มชุดดำ

“เร็วมาก !”

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

แม้ว่าจะได้รับประสบการณ์ของความเร็วที่น่ากลัวจากหลินเทียนมาในช่วงหลายวันนี้แต่หลังจากที่เห็นฉากนี้แล้วนางก็อดแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาไม่ได้ สำหรับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่ายกายระดับ 6 แล้วนี่มันผิดปกติมากๆ

ปากชายหนุ่มชุดเทาที่ปลิวออกไปไกลนั้นกำลังกลบไปด้วยเลือดพร้อมกับรอยฝ่ามือที่แก้มกำลังจ้องมองมาทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่โกรธจัดเพราะความอับอาย

“โครมมม ! ”

ชายหนุ่มคนนั้นได้ปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ออกมา

“เร็วดีหนิ ! ฉวยโอกาสลอบโจมตีได้ดีมากๆ ! ”

ชายหนุ่มคนนั้นจ้องมองไปยังหลินเทียนพร้อมทั้งพูดว่า

“กล้าลงมือกับข้างั้นข้าขอมือขวาเจ้าไปแล้วกัน ! ”

ซูชูวที่อยู่ห่างออกไปก็ได้พูดออกมาว่า

“ชูวฮูว ลำอับที่ 25 ของศิษย์ภายนอกผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 7พร้อมทั้งยังมีทักษะระดับสูงอย่างเพลงกระบี่วิญญาณ เจ้าระวังตัวให้ดีล่ะเพราะว่าเพลงกระบี่นี้ยากที่จะต่อกรด้วย เทียบกันแล้วมันคนละเรื่องกับพวกตระกูลโม่ที่เราเจอก่อนหน้านี้เลยนะ ”

“ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7พร้อมกับทักษะระดับสูงงั้นหรอ ”

หลินเทียนได้หรี่ตาลง

ณ ตอนนี้ชูวฮูวได้เปิดฉากโจมตีในพริบตาก่อนที่คลื่นกระบี่มากมายจะปกคลุมพื้นที่โดยรอบเอาไว้และมุ่งสังหารหลินเทียนที่อยู่ตรงหน้า

“กระบี่วิญญาณ ! ”

ชูวฮูวได้คำรามออกมาอย่างดัง

“วิ้สส ! ”

“วิ้สส ! ”

“วิ้สส ! ”

แสงสะท้อนเป็นประกายแต่เส้นทางของกระบี่นั้นค่อนข้างเบาบาง

ชายหนุ่มชุดดำที่อยู่ด้านหลังเองก็ได้กอดอกตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ทักษะกระบี่วิญญาณนั้นก็อธิบายได้ตามชื่อเลย คลื่นกระบี่เบาบางเหมือนดวงวิญญาณซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถจับต้องทิศทางของมันได้ รู้ตัวอีกทีก็ถูกฟาดฟันไปแล้ว ไม่พบกันไม่กี่วันดูเหมือนว่าความสามารถในการควบคุมของชูวฮูวจะพัฒนาขึ้นมาก มันยังถือเป็นปัญหาแม้แต่กับข้าเองก็เถอะ”

ชายหนุ่มชุดดำนี้มือชื่ออว่าหลูเชิงศิษย์ภายนอกลำดับที่ 23

“ดีมาก ”

โจวเฮ่าได้พูดออกมา

หลูเชิงได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

“สามารถทำให้นายน้อยโจวชื่นชมได้นี่ข้าว่าเจ้านั่นต้องดีใจมากๆแน่นอน ไอ้หนูนั่นเพิ่งจะเข้าเป็นศิษย์แท้ๆแต่กล้าขัดคำสั่งนายน้อยโจวนี่มันไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเลยจริงๆ ให้ชูวฮูวเป็นคนสั่งสอนเจ้านั่นแล้วกัน ”

“วิ้สส ! ”

“วิ้สส ! ”

“วิ้สส ! ”

แสงสะท้อนคมกระบี่ได้ตกกระทบลงที่ร่างของหลินเทียน

คลื่นกระบี่เหล่านี้มันดูแปลกมากๆ เส้นทางของมันเปลี่ยนไปมาตลอดเวลาซึ่งหลังจากที่หลินเทียนได้สำรวจแล้วก็พบว่ามันเป็นเรื่องยาวมากที่จะคำนวณเส้นทางของมัน

“เหอะ ! ”

เขาได้แสยะออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่แสแย

“มองไม่เห็นทั้งหมดงั้นก็ทำลายให้สิ้นเลยแล้วกัน ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เจตจำนงแห่งกระบี่ที่รุนแรงได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเขา กระบี่วายุสะท้านระดับสูงสุดได้สำแดงพลังออกมาก่อนที่คลื่นกระบี่สีเงินจะปรากฏออกมาพร้อมทั้งร่ายรำอยู่รอบตัวของเขา

“แกร๊งงง ! ”

คลื่นกระบี่ได้คำรามออกมาอย่างน่ากลัว

คลื่นกระบี่วิญญาณที่ชูวฮูวส่งออกมานั้นได้ถูกทำลายไปทั้งหมดและในเวลาเดียวกันนี้เองที่คลื่นกระบี่ได้พุ่งทะลุร่างของชูวฮูวออกไป

“อั๊ก! ”

ชูวฮูวได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่ร่างที่ชโลมไปด้วยเลือดจะลอยเคว้งออกไปไกล

พริบตานี้เองที่มันได้ทำให้ผู้คนถึงกับตกตะลึง

“นี่…. มันเป็นไปได้ไงกัน ? ”

หลูเชิงถึงกับผงะไป ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 กลับสามารถทำลายคลื่นกระบี่ของผู้เชี่ยวชาญระดับ 7 แถมยังสร้างความเสียหายให้กับชูวฮูวได้ด้วย เขาได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา

ท่าทางของโจวเฮ่าได้เปลี่ยนไปอย่างมากเพราะเขาตระหนักได้ว่าทักษะที่หลินเทียนได้สำแดงออกมาคืออะไร มันคือทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านที่ยากจะสำเร็จแถมดูเหมือนว่าหลินเทียนจะบรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้วด้วย !

“น้องชายหลิน ในเมื่อเป็นพวกฝั่งเดียวกันแต่ดูเหมือนว่าน้องจะเล่นแรงไปหน่อยนะ ”

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ดูถูกว่า

“ตอนที่มันพูดว่าจะตัดแขนขวาข้าและสำแดงทักษะระดับสูงออกมาทำไมเจ้าไม่เห็นเปิดปาก ? ตอนนี้ข้าชนะมันแล้วเจ้ากลับกระโดดออกมาบอกว่าข้าโหดเหี้ยมไป อย่างไรก็ตามข้าว่าเจ้าเลี้ยงสุนัขไว้เยอะดีนะ ข้านับมาได้ 6 ตัวแล้วมั้ง ”

เขาได้กวาดตามองไปยังชูวฮูวและหลูเชิงก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยท่าทางยั่วยุ

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วถึงกับทำให้สีหน้าของชูวฮูวและหลูเชิงเปลี่ยนไปทันที ตอนนี้ท่าทางของโจมเฮ่าก็ซีดลงขณะที่ใบหน้าของหลูเชิงได้แสดงท่าทางดุร้ายออกมา

“น้องชายหลินโปรดให้เกียรติกันด้วย พวกเขาเป็นเพื่อนของข้า ! ”

โจวเฮ่าได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่หม่นหมองก่อนที่จะพูดต่อว่า

“อีกอย่างคือชูวฮูวยังไม่ได้ทำร้ายเจ้าด้วย ”

“หากว่ามันทำร้ายข้าได้แล้วเจ้าคงจะคิดว่าน่าขันสินะ ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปอย่างสบายใจ

“เจ้า ! เจ้ากล้าที่จะพูดกับนายน้อยแบบนี้ได้ไง ! ”

หลูเชิงได้ก้าวออกมาพร้อมทั้งจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นชาก่อนที่จะพูดว่า

“เป็นแค่ศิษย์ใหม่แท้ๆแต่กลับไม่มีความเคารพ ไม่รู้จักขอโทษ เจ้านี่มันสมควรได้รับการสั่งสอนจริงๆ ! วันนี้ข้าคนนี้จะทำหน้าที่แทนพ่อแม่ของเจ้าที่มันไม่ทำหน้าที่สอนให้เจ้ารู้จักคำว่ามารยาท ! ”

นัยน์ตาของหลินเทียนได้เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นก่อนที่จะจ้องมองไปทางหลูเชิงด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

“เจ้าพูดอีกทีสิ ! ”

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ณ ตอนนี้เขาได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเหมือนว่ากลายร่างเป็นผีร้ายก็ว่าได้

“เจ้า….”

ท่าทางของหลูเชิงได้เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงและอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยกลับไป

จิตสังหารนี้มันอดไม่ได้ที่จะทำให้เขารู้สึกถึงความกลัว