0 Views

หลินเทียนได้จ้องมองไปยังฉีเหมียงกุ่ยก่อนที่จะกำกระบี่ในมือเอาไว้แน่น

“ซูชูว ถอยกลับไปหน่อย ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยเสียงกระซิบ

ซูชูวได้ชะงักไปก่อนที่จะเดินถอยกลับไป

“คิ คิ ! ”

ฉีเหมียงกุ่ยได้คำรามออกมาก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่ด้วยดวงตาสีแดงก่ำ

“เฮอ ! ”

หลินเทียนกำลังจดจ่ออยู่กับภาพตรงหน้าก่อนที่กระบี่ในมือจะโคจรไปมาพร้อมทั้งสำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านออกมาถึงขีดสุด, คลื่นกระบี่มากมายได้สร้างแรงกดกันให้กับฉีเหมียงกุยจากทุกทิศทาง

ฉีเหมียงกุ่ยได้คำรามออกมาก่อนที่จะเหวี่ยงกรงเล็บอันแหลมคมออกไปอย่างรวดเร็ว

“! ”

“! ”

“! ”

ได้ยินเพียงแต่เสียงปะทะเท่านั้นก่อนที่คลื่นกระบี่ทั้งหมดที่หลินเทียนส่งออกมาจะถูกทำลาย

ท่าทางของหลินเทียนในตอนนี้นั้นยังคงราบเรียบก่อนที่จะยกมือขวาขึ้นแล้วส่งกระบี่เป็นเส้นแสงออกไปยังฉีเหมี่ยงกุ่ยพร้อมทั้งย่อตัวลงแล้วพุ่งออกไปประชิดมันมือเปล่า

“หลินเทียน นั่นเจ้าจะทำอะไรน่ะ ? กลับมานี่ ! ”

ท่าทางของซูชูวได้เปลี่ยนไปโดยทันที

พุ่งเข้าประชิดฉีเหมียงกุ่ยโดยไม่มีอาวุธ นี่มันฆ่าตัวตายชัดๆ !

ท่าทางของหลินเทียนยังคงราบเรียบเช่นเคย เหมือนดั่งว่าภายในดวงตาของเขามีสายฟ้าควบแน่นอยู่ ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ได้ถูกสำแดงจนถึงขีดสุด

“แกร๊งง !”

เสียงปะทะได้ถูกส่งออกมาก่อนที่กระบี่ที่ส่งไปก่อนหน้านี้จะถูกฉีเหมียงกุ่ยปัดออกไปไกล

อย่างไรก็ตามตอนนี้เองที่หลินเทียนได้เข้าประชิดถึงร่างของมัน

ณ ตอนนี้เขาได้วาดฝ่ามือออกไปโดยที่ไม่มีกระบี่อยู่ภายในมือ

“กระบี่วายุสะท้าน ! ”

คำพูดนี้ได้ถูกเปล่งออกมาอย่างดัง

แม้ว่าในมือจะไม่มีอาวุธแต่กลับเหมือนว่าในมือของเขากำลังกำกระบี่สายฟ้าเอาไว้ พลังที่รุนแรงถึงขีดสุดได้ส่งผลให้มิติถึงกับสั่นสะเทือน

“วุ้สส ! ”

เส้นแสงได้วาบผ่านระหว่างหลินเทียนและร่างของฉีเหมียงกุ่ย

ทุกอย่างในตอนนี้ได้ตกอยู่ในความเงียบสงบ

ฉีเหมี่ยงกุ่ยได้สั่นสะท้านขณะอ้าปากกว้าง ซูชูวที่อยู่ข้างๆได้แต่ตกตะลึงก่อนที่จะพบว่าฉีเหมียงกุ่ยได้ล้มลงพร้อมทั้งมีเลือดทะลักออกมาจากลำคอของมันมากมาย

“ตายแล้ว ? ”

ซูชูวได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาขณะที่ดวงตาอันงดงามของนางแสดงให้เห็นถึงความไม่อยากจะเชื่อ

นางจำได้ว่าก่อนหน้านี้ในมือของหลินเทียนไม่ได้ถือกระบี่เอาไว้แต่กลับสามารถสำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านได้ !

ยิ่งไปกว่านั้นคือกระบี่นี่สามารถสังหารฉีเหมียงกุ่ยได้ !

“หลินเทียน เจ้าเป็นไงบ้าง ? ”

หลังจากที่หันหน้าไปมองทางหลินเทียนแล้วนางก็อดที่จะตะโกนออกมาไม่ได้

หลินเทียนได้หันหน้ากลับมาก่อนที่จะแสดงรอยยิ้มออกมาพลางพูดว่า

“ข้าไม่เป็นอะไร ยังอยู่ดี ”

“นี่เจ้าสามารถสำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านมือเปล่าได้งั้นหรอ ? แถมยังดูรุนแรงกว่าใช้กระบี่อีก เจ้าทำได้ไง ? นี่มันพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดเกินไปแล้ว !”

ซูชูวได้จ้องมองด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“นี่มันเป็นความลับน่ะ ”

ก่อนหน้านี้เมื่อครึ่งเดือนก่อนนั้นระหว่างที่เขาฝึกเกี่ยวกับข่ายอาคมก็พบกับความลับนี้ว่าหากในมือขวาไม่ได้กำลังถืออาวุธนั้นคลื่นกระบี่ที่ถูกส่งออกมาจะรุนแรงกว่าเก่ามากดังนั้นเขาถึงได้โยนกระบี่ทิ้งไปทางฉีเหมียงกุ่ยและโจมตีมันด้วยคลื่นกระบี่โดยใช้มือเปล่า

ผลลัพธ์ของมันก็ไม่ต่างไปจากที่เขาได้ทดสอบ

หากว่าในมือไม่ได้ถือกระบี่เอาไว้แล้วพลังทำลายของมันรุนแรงกว่าเดิมจริงๆ

รวดเร็วขึ้น !

แม่นยำขึ้น !

แข็งแกร่งขึ้น !

“การโจมตีนี้รุนแรงดีจริงๆ ”

เขาได้กำหมัดขวาเอาไว้เบาๆเพราะการทดสอบการโจมตีเมื่อครู่นั้นทำให้เขาโล่งใจเป็นอย่างมาก

ซูชูวได้แต่ชะงักไปก่อนที่จะพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า

“เป็นความลับ ? ”

“แค่ก ๆ! ”

หลินเทียนได้กระแอมออกมาก่อนที่จะหันหน้าหนี

อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาพบกับแสงสะท้อนสีขาวอยู่ตรงเถาวัลย์ที่อยู่ข้างๆ

“นั่นมันอะไรน่ะ ? ”

เขาได้พูดขึ้นด้วยความสงสัย

หลังจากที่เข้าใกล้อย่างช้าๆแล้วเขาก็ค่อยๆแหวกเถาวัลย์ออกอย่างช้าๆก่อนที่จะชะงักไป

“เป็นไง ? ”

ซูชูวได้เดินเข้ามาด้วยความสงสัยก่อนที่จะก้าวถอยกลับไปด้วยท่าทางหวาดกลัว

นางเห็นเพียงแค่ว่าสิ่งที่อยู่ด้านใต้เถาวัลย์นั้นถือกองกระดูกมากมายไม่รู้ว่าถูกหมกไว้นานแค่ไหนแล้ว

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา ที่นี่มีโครงกระดูกอยู่มากมายขนาดนี้เลย ? แถมดูเหมือนว่ามันเป็นของมนุษย์เสียด้วย เขาได้ขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะสรุปออกมาว่า

“มันน่าจะเป็นของศิษย์สำนักที่ถูกมันจับมา”

ซูชูวได้พยักหน้าพร้อมกับตอบว่า

“อื้ม น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ ”

ภายใต้เถาวัลย์นี้มีกองกระดูกมากมายถึงขึ้นทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องสั่นสะท้านไปแต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เองที่สายตาของหลินเทียนได้เปล่งประกาย

เขาได้แหวกกองกระดูกออกก่อนี่จะพบกับสิ่งของดำๆที่มีขนาดพอๆกับกำปั้นเด็ก

“นั่นมัน ? ! ”

ซูชูวได้ชะงักไป

หลินเทียนได้หยิบมันขึ้นมาก่อนที่ทำความสะอาดมันก่อนที่จะพบว่าภายในมีพลังฉีหมุนเวียนอยู่

“แก่นสัตว์ร้าย ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

ขณะที่จ้องมองไปที่พื้นนั้นหลินเทียนก็ได้แหวกมือไปมาพร้อมทั้งพบว่ามันมีก้อนดำๆพวกนี้อยู่กว่า 500 ก้อน !

ของพวกนี้คือแก่นสัตว์ร้าย !

“พระเจ้า ! ”

ซูชูวอดไม่ได้ที่จะโห่ร้องออกมา

หลินเทียนได้พูดออกมาว่า

“เจ้าของกระดูกพวกนี้จะต้องเป็นศิษย์ที่ออกมาขัดเกลาตนเองอย่างแน่นอน ระหว่างที่ขัดเกลาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องฆ่าสัตว์ร้ายดังนั้นถึงได้เก็บแก่นพวกมันเอาไว้มากมาย หลังจากนั้นก็ถูกฉีเหมียงกุ่ยจับมาฆ่าแต่แก่นพวกนี้ก็ยังอยู่ดี ”

ซูชูวได้พยักหน้าตามเพราะการสรุปนี้มันดูมีเหตุผลมากๆ

พวกเขาได้แต่มองไปที่มันโดยที่อดแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาไม่ได้

แก่นสัตว์ร้ายกว่า 500ก้อนนี่มันเยอะมากๆแถมในหมู่พวกมันยังมีแม้กระทั่งแก่นสัตว์ร้ายระดับ 2 มากมายรวมถึงระดับ 3 ก็มีด้วย, การทดสอบเจ็ดวันนี้จำเป็นต้องมีเวลาพักด้วยดังนั้นถึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฆ่าสัตว์ร้ายเพื่อแย่งชิงแก่นมากว่า 500 ก้อน

อย่างไรก็ตามตอนนี้ …….

“นี่มันเปลี่ยนความโชคร้ายเป็นความโชคดีชัดๆ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ดวงตาที่งดงามของซูชูวได้เปล่งประกายก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“รับทรัพย์ก้อนโตเลยนะเนี่ย ”

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“โชคดีจริงๆที่มีเหยื่อล่ออย่างเจ้า ”

“เจ้าว่าอะไรนะ ! ”

ซูชูวได้จ้องเขม็งไปที่เขาโดยทันที

หลินเทียนได้หัวเราะออกมาก่อนที่จะไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเริ่มที่จะเก็บเกี่ยวแก่นแท้จากกองกระดูกพวกนี้ซึ่งซูชูวเองก็ไม่ได้ยืนเฉย นางได้ช่วยเขาทำความสะอาดแก่นพวกนี้จนหมดเกลี้ยงภายในระยะเวลา 6 ชั่วโมง

“มีทั้งหมด 589 ก้อน ,ระดับหนึ่ง 63 ก้อน ,ระดับสอง 341 ก้อน , ระดับสาม 185 ก้อน ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

เขาได้เตรียมถุงย่ามมาห้าใบ ตอนนี้ทั้งสามใบได้ถูกอัดแน่นไปด้วยแก่นแท้หมดแล้ว

“กำไรจริงๆ ! ”

ซูชูวได้แสดงสีหน้าหิวเงินออกมาก่อนที่จะหรี่ตาลงแล้วพูดด้วยท่าทางมีความสุขว่า

“ยังเหลือเวลาอีกหกวันแต่เราไปหาที่นอนเล่นก็ยังไม่มีปัญหาเลยมั้ง ”

“เรา ? นอนกัน ? ซูชูวอย่ายั่วข้าสิ ”

หลินเทียนได้กระแอมออกมา

ซูชูวได้ชะงักไปก่อนที่จะรีบกระทืบเท้าหลินเทียนพร้อมทั้งวิ่งหนีไปด้วยใบหน้าแดงก่ำพลางพูดว่า

“ไอ้คนหน้าไม่อาย ! ไอ้หื่นกาม ! ลามก ! ”

หลินเทียนได้หัวเราะออกมาก่อนที่จะเดินไปหยิบกระบี่ที่เสียบอยู่ที่พื้นกลับขึ้นมาและพบว่าตัวกระบี่มีรอยบิ่นอยู่บ้างและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา กรงเล็บของฉีเหมียงกุ่ยนี่มันร้ายกาจจริงๆ ! หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินเข้าไปยังศพของมันก่อนที่จะแหวกกะโหลกเพื่อควักเอาแก่นสัตว์ร้ายขนาดเท่ากำปั้นออกมา แก่นของมันแข็งแรงเหมือนดั่งมุกในตำนานพร้อมทั้งเป็นประกายระยิบระยับ

”สมแล้วที่เป็นแก่นแท้ของสัตว์ร้ายระดับ 3 ที่มีพลังเทียบเท่าผู้เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 “

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

ซูชูวเองก็ไม่ต่างกันก่อนที่จะกระพริบตาของนาง

“นี่เจ้าน่ะเป็นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 เท่านั้นแต่สามารถฆ่าสัตว์ร้ายพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ได้นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ ! ”

ซูชูวได้ชะงักไปขณะที่พูดออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาเพราะเขาแค่ฉวยโอกาสเท่านั้นแหละ แม้ว่าฉีเหมียงกุ่ยจะมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ก็จริงแต่ก็ยังไม่เท่าเพราะว่ามันไม่เข้าใจถึงเรื่องไหวพริบในการรับมือกับทักษะของผู้เชี่ยวชาญ

“งั้นเราออกไปกันเลยไหม ? ”

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซูชูวได้พยักหน้าซ้ำๆก่อนที่จะตอบกลับว่า

“แน่นอนว่าออกไปกันเลย พี่สาวไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ”

รังของฉีเหมียงกุ่ยนั้นค่อนข้างมืดแถมยังมีโครงกระดูกมากมายทำให้ผู้คนที่อยู่รู้สึกถึงบรรยายที่อึดอัด

ซูชูวได้ยืนขึ้นพร้อมทั้งเดินออกไปข้างนอกโดยทันที

หลินเทียนได้เดินตามหลังนางไปก่อนที่จะออกไปนอกถ้ำ

ณ ตอนนี้อากาศด้านนอกค่อนข้างอึมครึมขณะที่ความมืดได้เข้าปกคลุมท้องฟ้าพร้อมกับแสงอันเบาบางที่ส่งลงมาจากหมู่ดาว

“จะทำอะไรต่อ ? จะกลับไปที่สำนักเลย ? ”

ซูชูวได้พูดออกมา

แม้ว่าการทดสอบของสำนักจะจัดขึ้น 7 วันแต่ก็สามารถกลับไปยังสำนักได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าหลังจากที่กลับไปแล้วก็จะเป็นการจบการจัดอันดับของคนๆนั้นและนับจำนวนของแก่นแท้ที่ได้มา

ตอนนี้จากแก่นแท้ที่ได้มาก่อนหน้านี้กับที่พบในรังรวมกันมากกว่า 600 ก้อนแล้ว ด้วยจำนวนขนาดนี้แล้วต้องทำให้ติดอันดับหนึ่งในสิบอย่างแน่นอน

“พี่สาวไม่ได้มีความมุ่งมั่นอะไรนัก เอาแค่ให้ตาเฒ่ามู่พอใจก็พอแล้ว กลับบ้านกันเถอะ ”

ซูชูวได้พูดออกมาอย่างร่าเริง

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดพร้อมทั้งจับมือนางแล้วพูดต่อว่า

“วันเดียวได้แก่นแท้มา 600 ก้อน ? คิดว่าผู้อาวุโสสำนักเป็นคนโง่หรือไง ? กลับไปตอนนี้แล้วเราจะอธิบายยังไง ? ”

ซูชูวได้ชะงักไปก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ใช่แล้ว ! ลืมคิดถึงจุดนี้ได้ไง ! ”

หลังจากที่ชะงักไปนางก็พูดต่อว่า

“งั้นเราไปทำอะไรกันดี ? ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“อย่างแรกก็ไปหาที่พักกันก่อนแล้วกัน หลังจากนี้ก็ไปไล่ล่าหาแก่นแท้ต่อ ในเมื่อมาแล้วก็ต้องตั้งใจยิ่งแล้วใหญ่คือการหาแก่นแท้เพิ่มก็ไม่ได้เสียหายอะไรหนิ ”

เช้าวันถัดไปนั้นคลื่นกระบี่อันรุนแรงได้โลดแล่นอยู่ภายในสันเขาชิงเฟิงนี้ สัตว์ร้ายรูปลักษณ์เหมือนแรดได้ถูกคลื่นกระบี่นี้ตัดผ่านลำคอก่อนที่จะนอนตายจมกองเลือดในทันที

“สัตว์ร้ายระดับ 3 แรดหางเหล็กมีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 กลับถูกฆ่าตายโดยคลื่นกระบี่ ………… เจ้าพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด ! ”

ห่างออกไปไม่ไกลจากจุดนั้นซูชูวที่กำลังจ้องมองด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้างได้โห่ร้องออกมา