0 Views

ภายในถ้ำนั้นมืดเป็นอย่างมาก เมื่อหลินเทียนได้มาถึงหน้าถ้ำก็สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เย็นเฉียบเหมือนว่าภายในเป็นถ้ำน้ำแข็งก็ไม่ปาน

มือขวาถือกระบี่เอาไว้ หลินเทียนได้ก้าวเท้าเข้าไปทันที

เขาได้เดินเข้าไปยังส่วนลึกของถ้ำอย่างช้า ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความเย็นที่เพิ่มขึ้นแต่โชคดีที่เขาบ่มเพาะด้วยเคล็ดวิชาซือจี่ดังนั้นถึงได้ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดา

“ซูชูวคงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่เพราะถึงอย่างไรก็ตามนางก็เป็นเพียงหญิงสาวเท่านั้น ”

หลินเทียนได้พึมพำออกมา

เมื่อคิดถึงจุดนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเพิ่มความเร็วมากขึ้น

ภายในถ้ำนี้กว้างเป็นอย่างมากแต่กลับไม่มีทางแยกแม้แต่น้อยซึ่งนี่ถือเป็นโชคดีของหลินเทียนเลย หลังจากที่เดินเข้าไปได้สักพักก็จะได้ยินเสียง คิ คิ ถูกส่งออกมาจากภายในพร้อมๆกับเสียงกรี้ดของหญิงสาว

หัวใจของหลินเทียนได้บีบรัดก่อนที่จะพุ่งออกไปทันที

ไม่นานเขาก็พบว่าพื้นที่ตรงหน้าค่อนข้างสว่างก่อนที่ท่าทางของเปลี่ยนไปทันที ณ ตอนนี้เขามาถึงจุดสิ้นสุดของถ้ำแล้วแถมตรงหน้าก็มีรังที่มีขนาดใหญ่ซึ่งปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์มากมาย มันเป็นเพราะว่าความสัมพันธ์เรื่องมุมองศาเขาถึงสามารถมองเห็นได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นแต่จากกระประเมินของเขาแล้วพบว่าขนาดของรังมันน่าจะมีรัศมีประมาณหลายสิบเมตร

“ไปให้พ้น ! ”

เสียงกรี้ดของหญิงสาวได้ถูกส่งมาตามสายลม

หลินเทียนได้เคลื่อนที่ออกไปตามแหล่งเสียงก่อนที่จะพบกับฉีเหมียงกุ่ยและซูชูว , ณ ตอนนี้เขาเห็นเพียงแต่ว่ามันกำลังย่อตัวลงตรงหน้าร่างของซูชูวและระยะห่างระหว่างมันและนางนั้นเพียงแค่ 10 ซ.ม.เท่านั้นก่อนที่มันจะอ้าปากที่ส่งกลิ่นเหม็นออกมา

“ไปให้พ้นนะ ! ”

ซูชูวได้โห่ร้องออกมาด้วยท่าทางอ่อนล้า

อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางที่หมดคำพูดออกมาทันที ดูเหมือนว่าความกล้าของหญิงนางนี้จะไม่ธรรมดาเลย , ตอนนี้ยังกล้าที่จะโห่ร้องอยู่อีก นี่ไม่รู้จักคำว่ากลัวเลยหรือไง ?

“ช่างเป็นหญิงที่กล้าหาญจริงๆ ”

หลินเทียนได้ชื่นชมอยู่ในมุมมืด

แม้ว่าจะคิดเช่นนั้นอยู่ภายในใจทว่าเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เขาได้จ้องมองออกไปยังภาพตรงหน้าและคิดว่าควรจะจัดการอย่างไรดี

ดูเหมือนว่าฉีเหมียงกุ่ยมันต้องการที่จะขู่เหยื่อของมัน หลังจากที่มันเข้าใกล้นางแล้วก็จะล่าถอยแล้วปลดปล่อยกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกออกมาเป็นพักๆแต่ก็ยังไม่ได้ลงมือ , หลินเทียนที่กำลังสังเกตการณ์เองก็ได้แต่สาปแช่งอยู่ในใจเพราะดูเหมือนว่าอุปนิสัยของมันจะแปลกๆจริงๆ

“ไปให้พ้นนะ ! ”

ซูชูวได้โห่ร้องออกมาก่อนที่ดวงตาอันงดงามจะแสดงท่าทางชะงักออกมา

นางได้พบกับใบหน้าที่คุ้นเคยในวิสัยทัศน์ของตัวเอง

“หลิน…..”

ซูชูวอดไม่ได้ที่เกือบจะโห่ร้องออกมา

หลินเทียนถึงกับผวาไปก่อนที่จะรีบทำท่าทางให้นางเงียบ

ภายในรังนี้ค่อนข้างสลัวแต่นางสามารถเห็นการเคลื่อนไหวของหลินเทียนได้อย่างชัดเจนก่อนที่จะหันหน้าไปอีกทางแล้วเรียกร้องความสนใจจากฉีเหมียงกุ่ยด้วยท่าทางที่หวาดกลัว

นางรู้ถึงความน่ากลัวของมันดีว่าตอนนี้นางและหลินเทียนไม่ใช่คู่มือของมัน

ดังนั้นถึงต้องจัดการโดยกลยุทธ์

“คิ !”

“คิ !”

“คิ !”

เหมือนว่าฉีเหมียงกุ่ยจะมีความสุขกับท่าทางหวาดผวาที่นางแสดงออกมามากพร้อมทั้งแสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมาบนใบหน้าที่น่าเกลียด

หลินเทียนได้มองตามไปก่อนที่จะย่อตัวลงแล้วหยิบก้อนหินที่พื้นขึ้นมาเควี้ยงออกไปด้านข้างรังจนก่อให้เกิดเสียงดัง

ฉีเหมียงกุ่ยได้ยินเสียงนี้อย่างชัดเจนก่อนที่จะถอยออกมาจากซูชูวพร้อมทั้งขยับร่างแล้วพุ่งไปทางทิศที่หลินเทียนได้โยนหินไปก่อนหน้านี้

“คิ ”

หลังจากที่ไปถึงแหล่งกำเนิดเสียงแล้วมันก็ได้หยุดลงด้วยสีหน้าที่สงสัย

หลินเทียนที่อยู่ด้านนอกรังเองก็ถึงกับใจสั่น

“ตอนนี้แหละ ! ”

ดวงตาเขาเปล่งประกายก่อนที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแล้วสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาอย่างถึงขีดสุด เขาเคลื่อนที่เข้าประชิดร่างของซูชูวก่อนที่จะอุ้มนางขึ้นมาแล้วพุ่งออกไปโดยทันที

ฉีเหมียงกุ่ยนั้นมีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่ายกายระดับ 9 ดังนั้นเขาถึงไม่กล้าที่จะชักช้า

“วิ้สสส ! ”

ความเร็วของเขาเหมือนดั่งสายลม

เพียงแค่สามลมหายใจเขาก็อยู่ห่างออกมาจากรังของมันแล้ว

แน่นอนว่าฉีเหมียงกุ่ยได้ยินเสียงนี้ถึงได้รีบหันหน้ากลับมาและพบว่าเหยื่อของมันได้หายไปแล้ว , ตอนนี้เองที่มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ

“!!!”

เสียงคำรามของมันเหมือนกับของราชสีห์ที่กำลังโกรธถึงขีดสุดก่อนที่จะพุ่งไปทางหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

ภายในถ้ำมืดนั้นมันเป็นเพราะว่าซูชูวแถบไม่มีพลังเหลืออีกแล้วดังนั้นหลินเทียนถึงต้องอุ้มนางออกมาด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิงและเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจึงเป็นเหตุให้ตอนนี้ความเร็วของเขาลดลงอย่างมาก

“มันตามมาแล้ว !! ”

ซูชูวได้โห่ร้องออกมา

ภายในถ้ำมืดนี้นางเห็นได้ถึงดวงตาสีแดงฉานที่กำลังพุ่งมาอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนเองก็รู้สึกใจสั่นเป็นอย่างมากเพราะว่าความเร็วของเจ้าสัตว์ร้ายนี่สูงมากๆ !

เขาได้แต่กัดฟันก่อนที่จะสำแดงพลังออกมามากกว่าเก่า ความเร็วของเขาก่อเกิดเสียงอยู่ภายในถ้ำที่เป็นเหตุให้ซูชูวเองก็ต้องประหลาดใจเพราะความเร็วระดับนี้ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8ก็ยังไม่สามารถทำได้

“วุ้สสส ! ”

เสียงที่ตามหลังได้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ฉีเหมียงกุ่ยได้คำรามออกมาอย่างดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ

พวกเขาเห็นถึงแสงสว่างภายนอกถ้ำได้อย่างชัดเจนและนั่นเป็นทางออกของพวกเขา, หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจแต่มันเป็นวินาทีนี้เองที่เขารับรู้ถึงสัญญาณอันตรายที่อยู่ด้านหลัง , ตัวเขายังไม่ทันจะตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ก่อนที่จะหยุดเท้าลงอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างลอยข้ามศีรษะเขาไปเหมือนดั่งคมกระบี่ที่แหลมคมกำลังกรีดอากาศออก

โครม ! ฉีเหมียงกุ่ยได้ปิดทางออกของเขาและซูชูวเอาไว้แล้ว

“คิ ! ”

มันได้แต่จ้องมองไปยังหลินเทียนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่ดุร้าย

“จบกันชีวิตแล้ว จบแล้ว !”

ซูชูวได้โห่ร้องออกมา

หลินเทียนได้ตระหนักบางอย่างก่อนที่จะหันหลังแล้วพุ่งกลับไปภายในถ้ำ

เขารู้ดีว่าการจะต่อสู้กับมันเพื่อฝ่าออกไปนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ฉีเหมียงกุ่ยได้โห่ร้องออกมาก่อนที่จะพุ่งตามหลุมเทียนไปอย่างรวดเร็ว

“คงต้องสู้เท่านั้น ”

หลินเทียนได้วางร่างของซูชูวลง

ก่อนหน้านี้มันเป็นเพราะว่าพื้นที่ภายในถ้ำมันแคบเกินไปแถมในมือยังอุ้มซูชูวเอาไว้ด้วยจึงต้องมุ่งหน้ากลับมาภายใน

กระบี่ในมือได้สั่นสะท้านก่อนที่จะสะท้อนแสงออกมา

“ซูชูว หากว่าหลังจากนี้มีโอกาสก็พุ่งหนีไปก่อนไม่ต้องสนใจข้า ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

“พูดอะไรออกมาน่ะ ! คิดว่าพี่สาวคนนี้เป็นใคร ไปก็ไปด้วยกัน ตายก็ตายด้วยกัน ! ”

นางได้พูดออกมาอย่างมีน้ำโห

“ตายอะไรเล่า ที่ให้เจ้าไปก่อนก็เพราะว่าหลังจากที่เจ้าหนีไปได้แล้วข้าจะได้หนีง่ายๆหน่อย ”

หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะกรอกตาก่อนที่จะพูดต่อว่า

“ข้ายังเป็นชายหนุ่มบริสุทธิ์อยู่เลยนะ เกิดตายไปก็เสียดายแย่น่ะสิ ”

ซูชูวได้แต่ชะงักไปก่อนที่จะตะโกนออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“ไอ้คนชั้นต่ำ ! ไร้ยางอาย ! ลามก ! หน้าไม่อาย !! ”

นางรู้ดีว่าคำพูดของหลินเทียนหมายความว่าอะไร มันแปลว่ายังไม่เคยแตะต้องผู้หญิง

หลินเทียน

“……..”

เจ้านี่สภาพร่อแร่ขนาดนี้ยังสามารถก่นด่าผู้คนได้อีก !

“วิ้สสส ! ”

เขาสามารถสัมผัสได้ถึงเสียงสายลมดังนั้นหัวใจของเขาถึงกับต้องสั่นสะท้านไปทันที

ฉีเหมียงกุ่ยมาแล้ว !

“จำเอาไว้นะว่าหาโอกาสหนีไปให้ได้ ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาก่อนที่จะพุ่งออกไปตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

“แกร๊ง ! ”

เสมือนเสียงของเหล็กประทะกันได้ดังกังวาน กระบี่ของเขาได้ป้องกันบางสิ่งเอาไว้

เขาอาศัยแสงสะท้อนมองออกไปและพบว่าฉีเหมียงกุ่ยได้ยื่นมือที่มีกรงเล็บแหลมคมออกมาป้องกันคมกระบี่ของเขาเอาไว้ ตอนนี้เองที่เขาระลึกได้ว่าแสงสะท้อนก่อนหน้านี้ตอนที่จะถึกปากถ้ำก็คือแสงจากกรงเล็บมันนี่เอง

“แข็งแกร่งมากๆ ! ”

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาได้สำแดงกระบี่สายฟ้าออกมาทว่าความเร็วของฉีเหมียงกุ่ยนี้ไม่ธรรมดาเลยแถมยังหลบคลื่นกระบี่นี้ได้, ณ ตอนนี้หลังจากที่มันป้องกันได้นั้นเขาก็ต้องล่าถอยออกมาก่อนที่จะเหวี่ยงกระบี่วายุสะท้านออกไปยังร่างของฉีเหมียงกุ่ยที่อยู่ตรงหน้า

“คิ ! ”

กรงเล็บอันแหลมคมได้ถูกเหวี่ยงออกมาก่อนที่จะทำลายคลื่นกระบี่ทั้งหมดที่เขาส่งออกไป

หลินเทียนได้แต่คิดอยู่ภายในใจว่า : ความต่างชั้นของระดับพลังมันห่างกันเกินไป

ทักษะนี้เป็นทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้วแต่มันกลับป้องกันได้สบายๆและอดไม่ได้ที่จะทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมา , สัตว์ร้ายระดับ 3 ที่มีพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 นี่มันไม่ใช่อะไรที่เขาจะรับมือได้เลย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เขาโล่งใจก็เพราะแม้ว่าคลื่นกระบี่วายุสะท้านจะไม่สามารถทำอะไรมันได้นั้นแต่ตัวของฉีเหมียงกุ่ยก็ยังต้องล่าถอยออกไป 7-8 ก้าวเช่นกัน นี่มันแสดงให้เห็นว่าคลื่นกระบี่นี้ก็ยังเป็นภัยสำหรับมัน

หลินเทียนได้ก้าวถอยออกมาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ซูชูว ตอนที่ข้าสำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านออกไปนั้นให้เจ้าพุ่งหนีไปให้เร็วที่สุดเลยนะ ! ”

“บอกว่าไม่ไป ! ”

ซูชูวได้ตอบกลับด้วยท่าทางโกรธ

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดหนทางปะปนกับความรู้สึกกินใจออกมา

“ก็ได้ เจ้านึกสิว่ามันมีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง ? ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

เขารู้ดีว่านางมีนิสัยอย่างไรดังนั้นในเมื่อนางบอกว่าไม่ไปก็แสดงว่านางจะไม่หนีไปแน่นอน

“จุดอ่อน ? ”

ซูชูวได้จ้องมองออกไปก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ท่านอาจารย์เคยบอกเอาไว้ว่ามันมีความเร็วสูงมากแถมเล็บมันก็แหลมคมแต่ลำคอเปราะบางทว่าตัวมันก็เป็นพวกที่ระมัดระวังดังนั้นจะปกป้องลำคอตัวเองเอาไว้ด้วยกรงเล็บเสมอแล้วใช้อีกมือจัดการกับศัตรู ”

เมื่อถึงตรงนี้แล้วซูชูวได้พูดต่อว่า

“จะฆ่ามันได้ต้องเชือดคอมันผ่านกรงเล็บที่แหลมคมเท่านั้นแต่มันเป็นอะไรที่ยากเกินไป ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ธรรมดายังทำไม่ได้เลยเพราะมันจำเป็นต้องใช้ความเร็วและจิตสัมผัสที่แข็งแกร่ง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วหัวใจของหลินเทียนก็สั่นสะท้านไปทันที

“ผ่านกรงเล็บ , ลำคอ , ความเร็ว ,จิตสัมผัส ”

เขาได้หรี่ตาลง

หากว่ามันเป็นแบบนั้นก็น่าจะพอได้