0 Views

ในจำนวนคนของตระกูลโม่ทั้งห้านั้นสี่คนเป็นชายและอีกหนึ่งเป็นหญิงซึ่งมีระดับพลังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ด้วยกันทั้งหมดแถมโม่หนิงนั้นก็เกือบจะบรรลุไปยังระดับที่ 8 แล้วด้วย ณ ตอนนี้สายตาของพวกเขาได้จ่อจดมายังร่างของหลินเทียนด้วยจิตสังหารที่รุนแรง ตระกูลโม่นั้นเป็นตระกูลของผู้บ่มเพาะและคนเหล่านี้ได้ฝากตัวเข้าสำนักมาก่อนถึงสองปีแล้ว

“เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ห้าคนเพื่อฆ่าข้าคนเดียว มีแต่ตระกูลโม่นี่แหละที่มีคุณสมบัติพอ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

โม่หนิงได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“นอกจากตระกูลโม่เราแล้วก็ยังมีตระกูลเสี่ยวที่อยากจะฆ่าเจ้าด้วยเหมือนกันแต่เจ้าพวกกระจอกนั่นได้แต่รอให้เจ้าออกจากสำนักไม่งั้นคิดหรือว่าเจ้ายังจะรอดอยู่ได้ถึงตอนนี้ ”

“ใช่ ข้านี่โชคดีจริงๆ ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาเพราะเขาเองก็ออกไปนอกสำนักมาหลายครั้งแล้วเหมือนกันทว่าเขาได้สวมผ้าคลุมสีดำเอาไว้ดังนั้นถึงไม่มีใครสามารถจำแนกรูปลักษณ์ของเขาได้ ณ ตอนนี้หลังจากที่ได้ยินคำพูดของโม่หนิงแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจในความระมัดระวังของตัวเองว่าจริงๆแล้วทั้งสองตระกูลนี้ได้แอบดักรอฆ่าเขาอยู่ที่หน้าสำนักตลอด

“น่าเสียดายที่วันนี้โชคของเจ้าได้หมดลงแล้ว ”

โม่หนิงได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

วิ้สส !

โม่เชียนที่อยู่ข้างๆได้หยิบเอาคันศรและลูกธนูออกมาก่อนที่จะเล็งไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่เย็นชา

ณ เวลาเดียวกันนี้คนอื่นๆอีกสี่คนก็ได้คว้าอาวุธของตัวเองออกมา

หลังจากที่เห็นแบบนั้นแล้วท่าทางของซูชูวก็ถึงกับเปลี่ยนไปทันทีก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“คิดจะฆ่ากัน ? ไม่กลัวการลงโทษของสำนัก ? ”

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วทั้งห้าคนก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างดูถูก

โม่ซ่งได้ตอบกลับอย่างไม่แยแสว่า

“ภายในสถานที่แห่งนี้มันเต็มไปด้วยอันตรายแถมพวกกระจวกดันกล้าเข้ามาในอาณาเขตระดับที่ 3 นี้อีกดังนั้นการถูกสัตว์ร้ายฆ่าตายก็เป็นเรื่องปกติ ”

“พวกเจ้า!!”

ซูชูวได้มีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

นางเข้าใจความหมายของโม่ซ่งดีว่าหลังจากที่ฆ่าหลินเทียนไปแล้วก็จะโยนความผิดไปให้สัตว์ร้ายทั้งหมด

“ข้าก็อยู่นี่ด้วยดังนั้นหากว่าเจ้ากล้าลงมือข้าจะกลับไปรายงานท่านอาวุโส ”

ซูชูวได้พูดออกมา

พวกเขาทั้งห้าคนได้มองไปที่กันและกันก่อนที่จะอดส่ายศีรษะไม่ได้

“คนตายไม่สามารถพูดอะไรได้ ”

โม่หนิงได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

ท่าทางของซูชูวได้เปลี่ยนไปหนักกว่าเก่าก่อนที่จะโกรธจัดในทันที

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะจูงมือของซูชูวเอาไว้แล้วมองไปทางพวกเขาทั้งห้าคนพร้อมทั้งพูดว่า

“พวกเจ้าก็น่าจะรู้ถึงสถานะของนางดีหนิแต่ยังกล้าคิดจะหมายปองชีวิตนาง ดูเหมือนว่ามีความกล้ามากนะ ”

ซูชูวนั้นเป็นศิษย์ของมู่ชิงแถมยังไม่ได้มีความแค้นอะไรกับตระกูลโม่ทว่าพวกมันกลับคิดที่จะฆ่านางด้วย นี่มันบ้าดีจริงๆ

“ก็เหมือนเจ้านั่นแหละ สิ่งที่สังหารนางคือสัตว์ร้ายไม่ใช่พวกเรา ”

โม่หนิงได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

ตอนนี้ซูชูวอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างมากและอยากจะกระโดดเข้าไปกัดโม่หนิงให้ตายโดยทันที

หลินเทียนได้ขวางนางเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“รู้ทั้งรู้สถานะของนางแล้วแต่ยังกล้างั้นแสดงว่าพวกเจ้าคิดว่ายังไงๆนางก็ต้องตายแน่ๆ ? ”

“แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะรอดงั้นหรอ ? ”

โม่หนิงได้ถามกลับด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ

อีกสี่คนได้แสยะออกมาด้วยท่าทางที่สบายๆเช่นกัน

พวกเขาทั้งห้ามาด้วยกันแถมแต่ละคนเองก็มีระดับพลังอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ด้วยซึ่งตัวของโม่หนิงนั้นเกือบจะบรรลุไปยังระดับที่ 8 แล้ว จะบอกว่าระดับพลังมากขนาดนี้จะไม่สามารถฆ่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 และระดับ 7 ได้งั้นหรอ ?

“วันนี้พวกเจ้าต้องตาย”

โม่ซ่งได้พูดออกมา

“ตาย ? ไม่รู้สินะ ”

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายปนกับความมั่นใจ

แน่นอนว่าท่าทางแบบนั้นทำให้พวกเขาทั้งห้าคนรู้สึกไม่พอใจโดยทันที

“ลงมือได้ ! ”

โม่หนิงได้พูดออกมา

เมื่อสิ้นเสียงนี้แล้วพวกเขาก็เริ่มเปิดฉากโจมตีโดยทันที ลูกธนูสีเงินซึ่งกำลังเล็งไปที่ศีรษะของหลินเทียนได้ถูกส่งออกมาเหมือนมันสามารถฉีกมิติออกได้

“ระวัง ”

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ตกต่ำ

การโจมตีนี้รุนแรงอย่างมากเพราะมันเป็นทักษะระดับกลางอย่างแน่นอน

ริมฝีปากของหลินเทียนได้ยกตัวขึ้นก่อนที่จะแสดงรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมาพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาจับลูกธนูที่พุ่งเข้ามาก่อนที่จะกำมันไว้แว่นแล้วเหวี่ยงมันกลับไปด้วยมือขวาของเขา

วุ้สสส!!!

ลูกธนูนี้ได้พุ่งกลับไปยังตำแหน่งที่มันถูกปล่อยออกมาก่อนที่จะได้ยินเสียง พุฟฟฟ !! มันได้ทะลุผ่านร่างของโม่เชียนออกไปพร้อมๆกับสายโลหิตที่ไหลออกมา

“!!!”

โม่เชียนได้โห่ร้องออกมาก่อนที่จะร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้น

ลูกธนูดอกนี้ได้ทะลุผ่านหัวใจของเธอ

มันได้ปลิดชีวิตของเธอไปทันที !

“โม่เชียน !! ”

โม่กู่ได้วิ่งเข้าไปยังร่างไร้วิญญาณเพื่อตรวจสัญญาณชีวิตก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมา

“เจ้ากล้าสังหารนาง!! ? ”

โม่กู่ได้คำรามออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างดูถูกก่อนที่จะมองไปยังโม่กู่ด้วยสายตาเหมือนมองไอ้โง่ตัวนึงแล้วพูดขึ้นว่า

“พวกเจ้าแห่กันมานี่ก็เพื่อจะสังหารข้าแล้วอยากจะให้ข้าสุภาพกับเจ้า ? ใจเมื่อเตรียมตัวที่จะฆ่าก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกฆ่าด้วยเช่นกัน ”

เขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางที่ราบเรียบ

“เจ้านี่….”

เมื่อมองไปยังหลินเทียนแล้วซูชูวนั้นได้แต่รู้สึกประหลาดใจและส่งเสียงกระซิบออกมา ชายหนุ่มที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองแต่เวลาฆ่าคนกลับไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย ความรู้สึกนี้มันทำให้เธอรู้สึกไม่เคยชิน

ท่าทางของโม่หนิงและคนอื่นๆในตอนนี้เองก็มืดมนลงอย่างมาก

การต่อสู้เพิ่มจะเริ่มเท่านั้นแต่ฝ่ายของพวกเขากลับถูกสังหารไปหนึ่งคนแล้ว

“รุมมัน !! ”

โม่หนิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เมื่อคำพูดได้จบลงแล้วเขาเป็นคนแรกที่พุ่งออกไปพร้อมทั้งเหวี่ยงหมัดเข้าใส่หลินเทียน

ในเวลาเดียวกันนี้โม่กู่และชายอีกคนก็ได้พุ่งเข้าใส่ซูชูว

“เจ้ารับมือไหวไหม ? ”

หลินเทียนที่กำลังกำกระบี่ยาวเอาไว้ได้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ซูชูวได้แสยะออกมาก่อนที่จะตวัดมือชักกระบี่ออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

“คิดว่าพี่สาวคนนี้เป็นใครกัน ? ดูไว้ซะ พี่สาวคนนี้จะปกป้องเจ้าเอง! ”

ขณะที่พูดเธอก็ได้ฟาดฟันออกไปทางโม่ซ่งและโม่เฟย์โดยทันที

“สุดยอดไปเลย ! อย่างไรก็ตามข้าเป็นบุรุษดังนั้นข้าไม่ชอบที่จะให้สตรีมาปกป้อง ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เขาได้แหงนหน้าไปมองโม่หนิงและโม่โก่ด้วยท่าทางที่ดุร้าย

แกร๊ง !! !

เสียงคำรามของกระบี่ได้ถูกปลดปล่อยออกมา

“กระบี่แห่งการทำลายล้าง !!”

คำพูดนี้ได้ถูกเปล่งออกมาก่อนที่คลื่นกระบี่สีเงินจะปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคนแล้วเข้าปะทะโดยทันที

“เจ้านี่ …..”

ซูชูวได้ชะงักไปเพราะว่ากระบี่นี้ได้แย่งคู่ต่อสู้ทั้งสองของเธอไป

โม่หนิงและโม่กู่ได้พุ่งไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่เยือกเย็นอย่างรวดเร็ว

“อวดดีนักนะ !”

โม่กู่ได้คำรามออกมาด้วยความโกรธ

ในมือของเขากำลังกำกระบี่เอาไว้แน่นพร้อมทั้งสำแดงทักษะพุ่งผ่านโม่หนิงไปก่อนที่จะฟาดฟันเข้าใส่หลินเทียน

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะย่อตัวลงพร้อมทั้งพุ่งออกไปด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า

“กระบี่สายฟ้า”

เสียงคำรามได้ถูกเปล่งออกมาหลังจากที่เขาเข้าประชิดร่างของโม่กู่

เสียงแตกหักได้ถูกส่งออกมาจากมือของโม่กู่พร้อมทั้งสายโลหิตมากมายที่หลั่งไหลออกมาจากลำคอของเขา ร่างของเขาได้ร่วงหล่นลงไปที่พื้นก่อนที่จะตกตายลง

“โม่กู่ ! ”

โม่หนิงและคนอื่นๆได้มีท่าทางเปลี่ยนไปโดยทันที

มันไม่ใช่พวกเขาเท่านั้นแต่นี่รวมถึงซูชูวเองก็ด้วย นี่ผ่านไปได้ไม่นานแต่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 กลับถูกหลินเทียนฆ่าตายไปถึงสองคนแล้ว !

นี่มันความแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ?

“ระยำ ! ”

“ชาติชั่ว !”

“ฆ่ามันคนแรก! ”

ทั้งสามคนได้คำรามออกมาก่อนที่จะเข้าประชิดร่างของหลินเทียนโดยทันที

“วิ้สส !”

“วิ้สสส !”

“วิ้สสส ! ”

กลิ่นอายที่รุนแรงได้ทะลักออกมาจากร่างของพวกเขาพร้อมทั้งเปิดฉากโจมตีหลินเทียนที่อยู่เบื้องหน้า

กระบี่ในมือของซูชูวได้ยกขึ้นก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่ออกไปขวางทางโม่ซ่งและโม่เฟย์เอาไว้

“คู่ต่อสู้ของพวกเจ้าคือข้า ! ”

นางได้แสยะออกมา

“ไสหัวไปซะนางโสเภณีตัวเหม็น ! ”

โม่ซ่งได้คำรามออกมาด้วยความโกรธ

ซูชูวได้ชะงักไปก่อนที่เพลิงโทสะจะถูกจุดขึ้น

“เจ้าด่าข้า! ”

กระบี่ในมือของเธอได้สั่นสะท้านก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่อันรุนแรงออกไปเหมือนว่ามันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสายฟ้าที่น่ากลัวซึ่งทำให้ท่าทางของหลินเทียนถึงกับต้องเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามตอนนี้เขารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากเพราะถึงอย่างไรก็ตามซูชูวนั้นเป็นถึงลูกศิษย์ของมู่ชิงดังนั้นระดับพลังขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“เจ้า..”

โม่ซ่งได้มีท่าทางเปลี่ยนไปทันที

พุฟฟฟ !! กระบี่ในมือของซูชูวได้สั่นสะท้านก่อนที่คลื่นกระบี่อันรุนแรงจะพุ่งทะลุหัวไหล่ของโม่ซ่งเป็นเหตุให้เขาต้องโห่ร้องออกมาอย่างดัง

“โม่ซ่ง ! ”

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วท่าทางของโม่หนิงและโม่เฟย์ก็เปลี่ยนสีไปทันที

หลินเทียนที่อยู่ห่างออกไปได้แต่ส่ายศีรษะ

ด้วยระดับพลังเดียวกันแต่ความแข็งแกร่งของซูชูวนั้นสูงกว่า ด้วยความรุนแรงของคลื่นกระบี่เมื่อครู่สามารถเอาชีวิตของโม่ซ่งได้ด้วยซ้ำหากว่านางต้องการ

“ก็ดี ”

เขาได้พูดกับตัวเอง

โม่ซ่งได้ที่กุมหัวไหล่ของตัวเองเอาไว้พร้อมทั้งใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด

“กล้าที่จะดุด่าข้า ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย ! ”

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ดุร้าย

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดเพราะในเมื่อกล้าพูดแบบนี้แล้วทำไมเมื่อครู่ถึงได้ให้ความปราณีมันล่ะ ?

โม่หนิงและโม่เฟย์ได้ปกป้องโม่ซ่งเอาไว้ก่อนที่จะจ้องมองไปยังหลินเทียนและซูชูวพร้อมพูดออกมาว่า

“พวกข้าประเมินพวกเจ้าต่ำไปหน่อย ! ”

โม่หนิงได้พูดออกมาด้วยท่าทางเย็นชาหลังจากที่จ้องไปยังหลินเทียนว่า

“แต่ก็ดี เจ้ากล้าฆ่าศิษย์ร่วมสำนักถึงสองคนดังนั้นหลังจากที่ไปรายงานแล้วผู้อาวุโสต้องทำลายรากฐานการบ่มเพาะเจ้าแล้วไล่ออกนอกสำนักอย่างแน่นอน หลังจากที่เจ้าไม่มีที่คุ้มกะลาหัวแล้วข้าล่ะอยากจะรู้จริงๆว่าเจ้าจะอยู่ยังไง”

โม่หนิงได้ยิ้มออกมาขณะที่พูดด้วยท่าทางดุร้าย

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะก่อนที่จะพูดออกมาพลางหรี่ตาลงว่า

“ก่อนหน้านี้เจ้าพูดไว้ว่าอะไรนะ ? อ่อใช่ คนตายมันไม่พูดหนิ ”

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของพวกเขาทั้งสามคนก็ต้องเปลี่ยนไปทันที

“เจ้าจะไม่โหดเหี้ยมเกินไป! ? ”

โม่หนิงได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“มันฟังดูแปลกๆ ? อะไรคือโหดเหี้ยม….”

หลินเทียนได้ยกกระบี่ที่มือขวาขึ้นมาช้าๆก่อนที่จะพูดว่า

“ข้าเพียงแค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น”

แกร๊ง!!

คลื่นกระบี่ได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่เจตจำนกแห่งกระบี่มากมายจะพุ่งออกมาจากร่างกาย

“นี่มัน !! ?”

หลังจากที่สัมผัสได้ถึงความรุนแรงของคลื่นกระบี่แล้วท่าทางของโม่หนิงและคนอื่นๆถึงกับต้องเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

ซูชูวที่อยู่อีกด้านนึงเองก็ไม่ต่างกัน เธอรู้ได้ทันทีเลยว่าทักษะที่หลินเทียนกำลังใช้นั้นเป็นเพลงกระบี่วายุสะท้านขั้นสูงสุด…… กระบี่วายุสะท้าน !!