0 Views

ท่าทางของหลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำนั้นถึงกับเปลี่ยนเป็นเย็นชา หากว่าไม่ได้เป็นเพราะเก้อเจิ้งและพูชิเป็นคนเอ่ยปากแล้วเขาก็คงไม่มีความคิดที่จะช่วยเหลือด้วยซ้ำ คำพูดเหล่านี้มันทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก

“พู เราไปกันเถอะ ชีวิตคนอื่นมันเกี่ยวอะไรกับเรา ? ”

เขาได้พูดออกมาด้วยท่าทางไม่แยแส

หลินเทียนได้ก้าวเท้าเดินออกไปโดยไม่รอใคร

พูชิได้แต่ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะผู้แข็งแกร่งล้วนเป็นพวกที่ยโสและยิ่งแล้วใหญ่คือผู้มีพรสวรรค์แบบสัตว์ประหลาดอย่างหลินเทียน ตัวเขาเข้าใจในการกระทำของหลินเทียนเป็นอย่างดีดังนั้นถึงได้พยักหน้าให้เก้อเจิ้งและจี่หยวนฉานก่อนที่จะเดินตามออกไป

เมื่อมองไปยังหลินเทียนที่กำลังเดินออกไปนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็ได้แต่แสยะออกมาพลางพูดว่า

“ท่านแม่ทัพ เรารีบกลับไปที่เมืองหลวงให้เร็วเถอะ ”

ชายหนุ่มคนนั้นได้พูดออกมา

ท่าทางของจี่หยวนฉานนั้นหม่นหมองเป็นอย่างมาก เขาได้มองไปลงไปยังหญิงสาวในอ้อมอกก่อนที่จะมองไปยังหลินเทียนที่กำลังเดินออกไปพลางพูดว่า

“น้องชาย อย่าเพิ่งไป ! ”

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วชายหนุ่มที่ติดตามเขาถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไป

หลินเทียนได้หยุดเท้าลงพร้อมทั้งพูดด้วยท่าทางไม่แยแสว่า

“มีอะไร ? ”

พูชิเองก็หยุดเท้าลงเช่นกัน

จี่หยวนฉานได้มองไปทางหลินเทียนก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางโค้งคำนับว่า

“ได้โปรดช่วยชีวิตหลานสาวของเฒ่าคนนี้ด้วย ”

การกระทำเช่นนี้ทำให้ผู้คนทั้งหมดถึงกับตกตะลึง

ก่อนหน้านี้ก็เก้อเจิ้งแล้วตอนนี้แม้แต่แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ยังคงโค้งคำนับให้กับเด็กชายอายุ 16ปีคนนี้

“ท่านแม่ทัพ ! ห้ามเด็ดขาด ห้ามให้เขารักษาหยูเอ๋อนะ ความบริสุทธิ์ของนาง……..”

ชายหนุ่มผู้ติดตามได้พูดออกมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย

ท่าทางของจี่หยวนฉานได้หมองหม่นลงก่อนที่จะคำรามออกมาอย่างดังว่า

“อี้ทง อย่าได้พูดตามอำเภอใจ ! ”

จี่หยวนฉานนั้นผ่านสมรภูมิมามากมายหลายปีแม้ว่าตอนนี้จะแก่แล้วทว่าท่าทางที่น่าเกรงขามของเขายังคงแข็งแกร่งเช่นเคย หลังจากที่ถูกตะคอกด้วยน้ำเสียงแบบนั้นแล้วท่าทางของชายหนุ่มถึงกับเปลี่ยนไปก่อนที่จะหยุดพูดโดยทันที

“ได้โปรดเถอะน้องชาย เฒ่าคนนี้เหลือเพียงแค่หลานสาวคนเดียวเท่านั้น ได้โปรดช่วยทีเถอะ หากว่าต้องการอะไรก็เสนอมาได้เลย ตราบใดที่ช่วยได้ข้าจี่หยวนฉานคนนี้จะไม่ปฏิเสธโดยเด็ดขาด ! ”

จี่หยวนฉานได้มองไปทางหลินเทียน

บรรยากาศภายในสถานที่แห่งนี้เงียบสงบลงทันที

ชายหนุ่มผู้ติดตามเองก็ได้แต่มองไปยังท่าทางของหลินเทียนด้วยสายตาที่เย็นชาและข่มขู่เหมือนว่าหากหลินเทียนตอบตกลงช่วยชีวิตจี่หยูแล้วเขาจะเอาชีวิตของหลินเทียนอย่างงั้นแหละ

สายตานี้ทำให้หลินเทียนรู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก

“ในเมื่อมีคนไม่อยากให้ช่วยงั้นข้าจะช่วยให้แล้วกัน ! ”

เขาได้แสยะออกมาก่อนที่จะพูดต่อว่า

“ผู้อาวุโสเก้อ ไปเตรียมห้องให้หน่อยแล้วกัน”

“เจ้า ! ”

ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆจี่หยวนฉานได้พูดออกมาด้วยท่าทางโกรธจัดแต่ในเมื่อมันเป็นการตัดสินใจของแม่ทัพจี่แล้วเขาก็ไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้

“ขอขอบคุณมากน้องชาย ”

จี่หยวนฉานได้พูดออกมาด้วยท่าทางมีความสุข

“เสี่ยวเฟย์ ไปเตรียมห้องที่เงียบสงบที่สุดให้พร้อมโดยทันที ! ”

เก้อเจิ้งได้สั่งการไปยังพนักงานต้อนรับก่อนที่จะมองไปทางหลินเทียนแล้วถามออกมาว่า

“แล้วน้องชายต้องการวัตถุดิบอะไรบ้าง ? เฒ่าคนนี้จะไปหยิบมาให้เอา ”

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับพูดออกมาว่า

“รากต้นเฟิงฉาน โสมฉามู่ เลือดของสัตว์ร้ายระดับ 4 กิ้งก่าวายุ ……….”

ไม่นานหลินเทียนก็ได้บอกชื่อของวัตถุดิบทั้งหกออกไป

“ได้ เฒ่าคนนี้ไปเอามาให้โดยทันที ! ”

เขาได้พยักหน้าให้กับจี่หยวนฉานก่อนที่เก้อเจิ้งจะรีบพุ่งออกไปทันที

ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นเงียบสงบเป็นอย่างมาก

หลินเทียนที่อยู่ภายในชุดคลุมได้มองลงไปยังหญิงสาวในอ้อมอกของจี่หยวนฉานซึ่งเห็นได้เพียงแค่ว่าสภาพของเธอกำลังย่ำแย่ลงเท่านั้น คิ้วที่น่าหลงใหลของเธอได้ขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเก่าเหมือนว่ากำลังแบกรับความเจ็บปวดมากมายเอาไว้ระหว่างที่หมดสติ ภาพๆนี้ไม่ผิดกับภาพของหลินซี่ที่เขาเห็นเมื่อหนึ่งเดือนก่อนตอนที่วิ่งหนีไปซ่อนตัวที่หลังภูเขาไม่มีผิด

“เอาพลังวิญญาณห่อหุ้มแผลนางไว้ก่อนจะได้ลดความเจ็บปวด ”

เขาได้พูดกับจี่หยวนฉาน

“พลังวิญญาณ ? ”

ท่าทางของจี่หยวนฉานได้ชะงักไปก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“เฒ่าคนนี้….”

หลังจากที่เห็นท่าทางของจี่หยวนฉานแล้วหลินเทียนก็ได้ตระหนักว่าผู้คนปกติจะไปเข้าใจเรื่องพลังวิญญาณได้ยังไง แม้ว่าแต่ละคนจะมีพลังวิญญาณอยู่ก็จริงแต่ก็ไม่รู้วิธีการบังคับมันเพราะต้องสำเร็จเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังวิญญาณเสียก่อน

เขาได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะก้าวออกไปตรงหน้าจี่หยวนฉาน

เมื่อมองไปยังหญิงสาวในอ้อมอกจี่หยวนฉานแล้วเขาก็ได้ถามออกมาว่า

“แผลอยู่ที่หน้าอกใช่ไหม ? ”

เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตรงหน้าอกเป็นจุดที่มีเลือดไหลเยอะกว่าที่อื่น

“ใช่แล้ว อยู่ที่หน้าอก ”

จี่หยวนฉานได้พูดออกมาอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้ท่าทางของจี่หยวนฉานไม่เหมือนกับแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แม้แต่น้อยทว่ากลับเหมือนคุณปู่ที่กำลังเป็นห่วงหลานสาวตัวเอง

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมทั้งยกมือกดไปยังหน้าอกของหญิงสาว

“เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ ! ”

ชายหนุ่มผู้ติดตามได้แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมาก่อนที่จะก้าวเข้ามาเพื่อขัดขวางการกระทำของเขา

“ไสหัวไปให้พ้น ! ”

หลินเทียนได้คำรามออกมาอย่างเย็นชา

กลิ่นอายที่รุนแรงของเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6 นั้นทำให้ชายหนุ่มคนนั้นต้องหยุดเท้าลงทันที

หลินเทียนได้ส่งเสียงแสยะออกมาก่อนที่จะปรากฏแสงสีเงินเปล่งประกายอยู่ที่มือขวาของเขา

“บึ้สส ! ”

เหมือนดั่งว่าแสงที่กำลังเปล่งประกายอยู่นั้นเป็นแสงจากหมู่ดาวบนฟากฟ้า

พลังวิญญาณที่รุนแรงถึงขั้นทำให้จี่หยวนฉานที่ไม่ใช่ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมยังต้องมีท่าทางเปลี่ยนไป หลังจากนั้นเขาก็พบว่าคิ้วที่ขมวดอยู่ของจี่หยูกำลังคลายออกอย่างช้าๆ

“นี่……..”

จี่หยวนฉานได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

เมื่อมองไปทางหลินเทียนอีกครั้งแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

ณ ตอนนี้เก้อเจิ้งและพนักงานสาวได้กลับมาแทบจะพร้อมๆกัน

“เตรียมห้องเรียบร้อยแล้ว ? ”

เก้อเจิ้งได้ถามออกมา

พนักงานสาวได้พยักหน้าตามพลางพูดอย่างเคารพว่า

“เรียบร้อยแล้วค่ะท่านผู้อาวุโส ”

เก้อเจิ้งได้พยักหน้าพร้อมกับส่งถุงเล็กๆให้หลินเทียนก่อนที่จะพูดว่า

“น้องชาย ภายในนี้เป็นวัตถุดิบที่ว่าเอาไว้ ”

“อื้ม รบกวนหน่อยนะ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ไม่ต้องพูดอะไรต่อ จี่หยวนฉานได้โอบอุ้มหลานสาวของตัวเองเดินตามหลังหลินเทียนไปพร้อมๆกับเก้อเจิ้งและคนอื่นๆ ห้องที่ถูกจัดเตรียมนั้นมีขนาดเล็กแต่ก็ถูกจัดให้ดูกว้างซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออากาศภายในปลอดโปร่งเป็นอย่างมากแถมสภาพโดยรอบก็เงียบสงบอีกด้วย

“เอานางไปวางไว้ ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

จี่หยวนฉานได้พยักหน้าก่อนที่จะรีบวางตัวนางลงบนเตียงซึ่งทันใดนั้นเองที่เตียงสีขาวได้ถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดง

“แล้วอะไรอีก ? ต้องการให้ข้าทำอะไรก็บอกมาได้เลย ”

จี่หยวนฉานได้รีบถามออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ สำหรับเขาแล้วตัวเขาเริ่มที่จะมีความรู้สึกดีกับชายชราคนนี้ แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นแม่ทัพทว่ากลับไม่ได้มีท่าทางอวดดีแม้แต่น้อย

“ช่วยออกไปกันก่อนแล้วกัน หากว่าข้าไม่ได้สั่งก็ห้ามเข้ามาขัดโดยเด็ดขาด”

หลินเทียนได้พูดออกมา

พูชิและเก้อเจิ้งได้พยักหน้าตอบ พวกเขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมและรู้ดีถึงความอันตรายหากถูกขัดจังหวะระหว่างทำการวาดลวดลายแถมยังรู้ด้วยว่าข่ายอาคมที่หลินเทียนกำลังจะวาดนั้นไม่ใช่อะไรธรรมดาๆเสียด้วย

“เจ้าว่าอะไรนะ ? ”

ชายหนุ่มผู้ติดตามได้มีสีหน้าที่ดำทมิฬก่อนที่จะจ้องมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดต่อว่า

“ชายหนุ่มและหญิงสาวอยู่ในห้องเดียวกันแถมหยูเอ๋อก็ยังบาดเจ็บจนไม่ได้สติแล้วจะให้เจ้าอยู่กับนางได้ไง ใครจะรู้ว่าเจ้าอาจจะฉวยโอกาสก็เป็นได้ อย่าหวังเลยเถอะ ! ”

เก้อเจิ้งและพูชิได้แต่ขมวดคิ้วก่อนที่เก้อเจิ้งจะพูดออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิดว่า

“ท่านแม่ทัพ ไอ้หนูนี่ใครกัน ? กล้าพูดคำพวกนี้ได้ดูเหมือนว่าจะไม่มีมารยาทเลยนะ ”

คนที่ขอให้หลินเทียนช่วยจี่หยูก็คือเขาและพูชิทว่ากลับต้องเผชิญกับการกระทำที่จ้องแต่จะขัดขวางจากชายหนุ่มคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้แต่ตัวของเก้อเจิ้งที่เป็นพวกหัวโบราณก็ยังไม่พอใจเลยเช่นกัน การที่ชายหนุ่มคนนี้พูดไปแบบนั้นไม่ใช่เพียงการดูถูกหลินเทียนแต่ยังดูถูกพวกเขาด้วย

“เจ้า ! ”

ท่าทางของชายหนุ่มคนนั้นได้เปลี่ยนไปเป็นซีดเผือดโดยทันที

“เหล็งอี้ทง ! ”

ณ ตอนนี้จี่หยวนฉานได้คำรามออกมาก่อนที่จะมองไปยังพูชิและเก้อเจิ้งพร้อมทั้งทำความเคารพแบบทหารก่อนที่จะมองไปทางหลินเทียนแล้วพูดต่อว่า

“ต้องขอโทษด้วยนะน้องชาย เราจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ ฝากดูแลหยูเอ๋อด้วยนะ ชายชราคนนี้จะรู้สึกขอบคุณมากๆ ”

หลังจากที่พูดจบแล้วจี่หยวนฉานก็ได้ลากชายหนุ่มออกไปทันที

เก้อเจิ้งได้แต่แสยะออกมาระหว่างที่มองไปยังชายหนุ่มคนนั้น

“น้องชาย มีเรื่องอะไรก็เรียกได้เลยนะ ข้าและเจ้าเก้อจะรออยู่ด้านนอก ”

พูชิได้พูดออกมา

“ได้”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

พูชิและเก้อเจิ้งได้เดินออกไปก่อนที่จะปิดประตูลงอย่างระมัดระวัง

ทันใดนั้นเองก็เหลือเพียงแค่หลินเทียนและหญิงสาวที่อยู่ภายในห้อง

หลังจากที่เดินไปถึงข้างเตียงแล้วก็สัมผัสได้ว่าท่าทางของหญิงสาวได้ย่ำแย่ลงกว่าเก่าหลังจากที่ไม่มีพลังวิญญาณห่อหุ้มแผลของเธอเอาไว้

“อย่าว่าแต่กลับไปเมืองหลวงเลย ด้วยอาการบาดเจ็บขนาดนี้ก็คงตายในสี่ชั่วโมงแล้ว”

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะยื่นมือขวาออกไปแล้วห่อหุ้มบาดแผลของเธอด้วยพลังวิญญาณอีกครั้งก่อนที่จะนึกถึงภาพที่คุ้นเคย

“วันนั้นซี่เอ๋อเองก็มีท่าทางแบบเดียวกันเลย ”

หลังจากที่ห่อหุ้มบาดแผลเธอเอาไว้แล้วเขาก็ได้ถอดผ้าคลุมออกและเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง เขาหยิบเอาม้วนคัมภีร์ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณออกมาสองม้วนซึ่งหนึ่งในนั้นมันเป็นของที่เขานำติดตัวมาส่วนอีกอันก็ได้มาตอนที่ทำการทดสอบ

“เห้อ อย่างน้อยก็ขายได้ต่ำๆสองหมื่นเหรียญเลยนะเนี่ย น่าเสียดายจริงๆรู้งี้น่าจะไถเงินเฒ่าจี่เสียก่อน ”

หลินเทียนได้กระซิบออกมา

แม้ว่ามันเป็นแบบนั้นแต่เขาก็ไม่กล้าเอ๋ยปากจริงๆเพราะว่าชายคนนั้นได้ดูแลปกป้องประเทศนี้มากว่าหลายสิบปีจนทำให้ประเทศสงบสุข หากว่าเขายังเรียกเงินก็คงมีแต่คนดูถูกอย่างแน่นอน

ได้แต่ส่ายศีรษะก่อนที่จะเดินไปข้างเตียง

เมื่อมองไปยังหญิงสาวบนเตียงแล้วแม้สภาพของเธอจะย่ำแย่เป็นอย่างมากแต่ผิวพรรณก็ยังคงงดงามและดึงดูดสายตาเป็นอย่างมาก

“ขออภัยด้วย”

เขาได้กระแอมออกมาก่อนที่จะยื่นมือไปเปลื้องผ้าเธอออก

หลังจากรอดพ้นความตายมาได้นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเปลื้องผ้าสตรีแถมยังต้องสัมผัสอีกด้วย หลังจากที่เสื้อผ้าต่างๆได้ถูกปลดออกแล้วก็เผยให้เห็นถึงร่างกายที่ขาวนวลและน่าหลงใหลของเธอ หากว่าไม่ได้เป็นเพราะจิตใจของเขาเข้มแข็งแล้วก็คงจะต้านทานไม่ไหวเหมือนกัน

หลังจากที่ถอนหายใจแล้วภาพตรงหน้าของเขาคือหญิงสาวที่มีซอกคออันขาวเนียนเอวบางขายาวเรียวและแม้ว่าจะเปื้อนไปด้วยเลือดแต่ก็มิสามารถบดบังความงานของนางได้แต่กลับเพิ่มความรู้สึกยั่วยวนขึ้นไปอีกขั้น

“นี่มันต้องอดทนอย่างยากลำบากชัดๆ ”

หลินเทียนได้ก่นด่าออกมา

ที่หน้าอกของหญิงสาวนั้นมีแผลลึกจากการแทงอยู่ซึ่งเขาได้วางม้วนคัมภีร์ลงบนร่างเธอก่อนที่จะปลดปล่อยพลังฉีออกไปห่อหุ้มวัตถุดิบทั้งหมดในถึงที่เก้อเจิ้งเตรียมไว้ให้และเริ่มการผสมน้ำหมกเพื่อการวาดลวดลายโดยทันที