0 Views

เมื่อพูชิพูดถึงเรื่องของหญ้าร้อยวิญญาณนั้นก็ทำให้ท่าทางของเก้อเจิ้งอยู่ไม่สุขโดยทันที มันเป็นสมุนไพรล้ำค่าซึ่งเขาใช้เงินไปกว่าแปดหมื่นถึงจะซื้อมันมาได้ แม้ว่าปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมจะทำเงินได้มากมายแต่เงินแปดหมื่นนั้นก็ไม่ใช่ของที่หามาง่ายๆเช่นกัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเก้อเจิ้งรู้ว่าสีหน้าที่พูชิกำลังแสดงออกมานั้นบ่งบอกได้ถึงความรู้สึกตลกและมั่นใจซึ่งทำให้เขารู้สึกระมัดระวังในทันที จะบอกว่าชายหนุ่มคนนี้จะสามารถผ่านการทดสอบได้จริงๆ ?

“กล้าไหมล่ะเจ้าแก่ ? ”

พูชิได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เก้อเจิ้งได้แต่อับอายจนสีหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำพร้อมทั้งตอบกลับไปว่า

“ทำไมจะไม่กล้าล่ะ ข้าขอรับคำถ้านี้ ! ”

หลังจากที่คิดถึงเรื่องเด็กอายุ 16ปีจะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วมันเป็นเรื่องเพ้อฝันชัดๆ เขาไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน

“ได้ งั้นมาเริ่มกันเลย ”

พูชิได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เกิดการพนันขึ้นระหว่างพูชิและเก้อเจิ้งซึ่งหลินเทียนที่อยู่ข้างๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดคำพูดออกมาแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร ด้วยระดับความสามารถของเขาในตอนนี้ต้องสามารถผ่านการทดสอบได้อย่างแน่นอน

เก้อเจิ้งได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดกับพนักงานสาวว่า

“ไปเตรียมวัตถุดิบมา ”

“ได้ค่ะท่านผู้อาวุโส ”

เธอได้ตอบกลับ

หลังจากที่เห็นแบบนั้นแล้วผู้คนอื่นๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมาไม่หยุด การทดสอบของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ

พนักงานต้อนรับสาวได้เดินหายเข้าไปในส่วนลึกของสมาคมก่อนที่จะเดินกลับมาพร้อมๆกับม้วนคัมภีร์สามเล่มและน้ำหมึกของข่ายอาคมผสาน

เก้อเจิ้งได้มองไปยังหลินเทียนก่อนที่จะแสยะออกมาว่า

“คัมภีร์ธรรมดาและน้ำหมึกสำหรับข่ายอาคมผสานได้ถูกเตรียมเอาไว้แล้ว ในเมื่อพูชิได้ออกหน้าแทนดังนั้นข้าจะละเว้นค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ เจ้าเพียงแค่วาดข่ายอาคมผสานระดับต่ำแล้วจะถือว่าผ่านการทดสอบ ข้าให้โอกาสเจ้าสามครั้ง ! ”

ลวดลายของข่ายอาคมนั้นลึกซึ้งและมีกว้างขวาง ข่ายอาคมเดียวกันแต่สามารถแยกออกเป็นหลายระดับได้ดังนั้นหากพูดให้ถูกแล้วหลังจากที่วาดลวดลายลงไปแล้วก็จะถูกแบ่งระดับชั้นออกเป็นสามระดับ แน่นอนว่าระดับต่ำคือระดับต่ำสุดแถมข่ายอาคมผสานเองก็ยังเป็นข่ายอาคมระดับต่ำอยู่แล้วด้วยดังนั้นหากว่าวาดข่ายอาคมผสานระดับต่ำนี้ได้ก็จะถือว่าเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับหนึ่งได้พอดี

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมนั้นรู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก แม้ว่าการวาดข่ายอาคมผสานระดับจะเป็นตัวทดสอบก็จริงแต่หลังจากที่ได้ยินน้ำเสียงของชายชราคนนี้ที่ดูเหมือนไม่เชื่อเขาแล้วก็ได้แต่ทำให้เขารู้สึกโกรธเข้าไปอีก

เขาได้กวาดตามองไปยังพนักงานสาวที่เตรียมวัตถุดิบก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ข่ายอาคมผสานนั้นเป็นอะไรที่ธรรมดาเกินไป เพื่อไม่ให้ผู้อาวุโสเก้อพูดคำประมาณว่าผ่านมาได้อย่างฉิวเฉียดอีกงั้นข้าจะวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณไปแทนแล้วกัน”

“อะไรนะ ! ”

คำพูดนี้ทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงไม่เว้นแม้แต่ตัวพูชิเองก็ตาม

ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนั้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าข่ายอาคมผสาน !

“เจ้าหนูอย่าได้พูดอวดดีไปหน่อย”

เก้อเจิ้งได้จ้องเขม็งก่อนที่จะคำรามออกมาว่า

“การจะวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนั้นเป็นเรื่องยากแม้กระทั่งกับปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับสองแบบข้า เจ้าหนูอายุน้อยอย่างเจ้ากล้าที่จะพูดว่าจะสอบโดยการวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณงั้นหรอ ! ”

“ไม่ใช่ว่าถ้าข้าล้มเหลวจะเป็นเรื่องดีสำหรับเจ้า ? ”

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

“เจ้า ! ”

เก้อเจิ้งได้แต่แสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมา

เขาเลิกที่จะให้ความสนใจกับเก้อเจิ้งอีกก่อนที่จะเขียนรายชื่อวัตถุดิบแล้วส่งให้พนักงานสาวพลางพูดว่า

“ช่วยข้าเตรียมวัตถุดิบพวกนี้หน่อยได้ไหม ? ข้าไม่รู้ว่าวัตถุดิบเก็บไว้ที่ไหนและแน่นอนว่าข้าสามารถจ่ายค่าวัตถุดิบเหล่านี้ได้ ”

หญิงสาวคนนี้เองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรและได้แต่จ้องมองไปทางเก้อเจิ้ง

“ไปเตรียมมาให้เขาซะ ”

เก้อเจิ้งได้แสยะออกมา

หญิงสาวคนนั้นได้พยักหน้าอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรับใบรายการมาแล้วพูดออกมาอย่างเคารพว่า

“โปรดรอสักครู่”

พริบตานี้เองที่พื้นที่แห่งนี้ได้เข้าสู่ความเงียบสงบอย่างแท้จริง

พูชิได้เดินไปข้างๆหลินเทียนพร้อมกับพูดออกมาว่า

“น้องชายมั่นใจงั้นหรอ ? ให้พูดตามตรงแล้วการวาดข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนั้นเป็นเรื่องยากมากๆแม้แต่ข้าเองก็เกือบจะต้องใช้พลังจนหมดเลยนะ ”

“ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีปัญหาแน่นอน ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลังจากที่เห็นท่าทางมั่นใจของหลินเทียนแล้วพูชิก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดห่วงออกมาแทน

ณ ตอนนี้พนักงานสาวก็ได้เดินกลับมาพร้อมกับวัตถุดิบที่หลินเทียนได้เรียกร้องไป

“ขอบคุณมาก ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

เพื่อที่จะไล่ผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปนั้นการทดสอบได้ถูกจักขึ้นภายในห้องโถงที่ทางสมาคมได้จัดเตรียมเอาไว้ซึ่งแน่นอนว่าผู้คนที่อยู่ภายในสามารถรับชมการทดสอบนี้ได้ หลังจากที่รับวัตถุดิบมาแล้วหลินเทียนก็เดินขึ้นไปบนเวทีทดสอบโดยทันที

ม้วนคัมภีร์ หญ้าเขี้ยววิญญาณ รากต้นเกราะทองคำ แก่นเลือดของวานรไฟ แร่น้ำแข็ง

ท่าทางของหลินเทียนยังคงราบเรียบ

“เริ่มได้ ! จำกัดเวลาสี่ชั่วโมง ข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าเจ้าจะวาดลวดลายข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณยังไง ! ”

เก้อเจิ้งได้แสยะออกมา

ขณะที่คำพูดของเขาได้จบลงนั้นผู้ชมต่างๆล้วนจับจ้องไปทางเวทีเป็นสายตาเดียวกัน

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมได้วางมือขวาลงบนม้วนคัมภีร์ก่อนที่จะตบโต๊ะและทำให้วัตถุดิบทั้งสี่อย่างลอยขึ้นกลางอากาศ

ฉากนี้ได้แต่ทำให้ผู้คนต้องแสดงท่าทางที่ตกตะลึงออกมา

“สุดยอดไปเลย ! ”

หลายคนอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีนั้นยังคงแสดงท่าทางที่ราบเรียบออกมาก่อนที่จะปลดปล่อยพลังฉีเพื่อบดวัตถุดิบทั้งหลานพร้อมทั้งผสมมันเข้าด้วยกันก่อนที่มือซ้ายจะหยิบเอาแก่นเลือดของวานรไฟมาผสมเข้ากับวัตถุดิบทั้งหมด

ณ ตอนนี้เองที่เขาเริ่มถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไป

“นี่มัน ! ”

เก้อเจิ้งและพูชิเองต่างมีท่าทางที่ตกตะลึงหลังจากที่สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่หลินเทียนได้ปลดปล่อยออกมาเพราะความเข้มข้นนั้นล้ำหน้าพวกเขาไปไกลแล้ว

“16ปีแต่กลับมีพลังวิญญาณขนาดนั้น ! นี่มันผิดปกติแล้ว ! ”

เก้อเจิ้งได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางที่แข็งค้าง

พลังวิญญาณนั้นต่างจากการบ่มเพาะเพราะว่ามันจะเติบโตขึ้นตามอายุ แน่นอนว่าพลังวิญญาณของคนหนุ่มนั้นธรรมดาอย่างมากแต่ของหลินเทียนกลับทำให้จิตใจของพูชิและเก้อเจิ้งสั่นสะท้าน นี่มันเป็นพลังวิญญาณที่เด็กอายุ 16 สามารถมีได้ ?

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ”

พูชิได้ฝืนยิ้มออกมา

ระหว่างที่มองไปยังหลินเทียนนั้นแม้ว่าเขาจะมั่นใจในตัวหลินเทียนแต่ก็ยังแสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

ของเหลวขนาดเท่ากำปั้นได้ลอยอยู่กลางอากาศก่อนที่จะเปล่งแสงสี่สีออกมา

“งดงามมากๆ ! ”

“นี่มัน…..”

ท่าทางของหลายๆคนนั้นเปลี่ยนเป็นอย่างใหญ่หลวง

สายตาของเก้อเจิ้งในตอนนี้แปลกกว่าใครเพื่อนพร้อมทั้งเม็ดเหงื่อมากมายที่ผุดออกมาจากหน้าผากของเขา

หลินเทียนที่อยู่บนเวทีก็ยังคงจดจ่อแต่ไม่ได้วางน้ำหมึกเหล่านั้นลงทว่ากลับใช้มือขวาของเขาห่อหุ้มพลังฉีและพลังวิญญาณเอาไว้ก่อนที่จะใช้มือซ้ายกางม้วนคัมภีร์ออกแล้วเริ่มขั้นตอนการวาดลวดลายโดยทันที

“บึ้สส! ”

ระหว่างนี้เองที่รัศมีได้เปล่งประกายออกมาก่อนที่เขาจะกดมือลงทันที

เขาได้หมุนวนเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ก่อนที่พลังวิญญาณของเขาจะพุ่งพล่านออกมาผสานเข้ากับพลังฉีในร่างแล้วเริ่มเป็นสื่อนำทางน้ำหมึกเหล่านั้นลงบนม้วนคัมภีร์ พริบตาเดียวสัญลักษณ์อันสมบูรณ์สองแห่งได้ถูกสร้างขึ้นและระหว่างทีนิ้วทั้งห้าของเขากวัดแกว่งนั้นสัญลักษณ์อีกห้าแห่งก็เริ่มก่อตัวขึ้น

“นี่มัน…..”

“นิ้วทั้งห้าเคลื่อนไหวพร้อมกัน นี่มันทักษะการวาดในตำนาน….เทคนิคะห้าเทพเจ้ามังกรพริบตา ?”

เก้อเจิ้งได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจอย่างถึงที่สุดออกมาไม่ต่างกับพูชิเลยแม้แต่น้อย

พวกเขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมดังนั้นถึงเข้าใจเรื่องเทคนิคการวาดดี หากพูดกันตามตรงแล้วส่วนใหญ่ปรมาจารย์แต่ละคนจะวาดโดยอาศัยนิ้วๆเดียวส่วนคนที่มีความสามารถขึ้นมาหน่อยก็จะใช้สองนิ้ว สำหรับคนที่แข็งแกร่งที่สุดก็จะใช้สามนิ้วพร้อมกันทว่าหลินเทียนในตอนนี้กลับใช้พร้อมกันทั้งห้านิ้ว !

นิ้วทั้งห้าได้เคลื่อนไหวพร้อมกันซึ่งแน่นอนว่าลวดลายที่วาดออกมาก็จะเสร็จเร็วขึ้น หากว่าใช้นิ้วทั้งห้าวาดข่ายอาคมออกมาแล้วระดับของข่ายอาคมที่จะได้ก็จะสูงขึ้นแถมจากการเคลื่อนไหวของหลินเทียนแล้วก็ได้แต่ทำให้ท่าทางของปรมาจารย์ทั้งสองต้องแข็งข้างไป

เวลาเดียวกันนี้คนอื่นๆเองก็ตกอยู่ในสภาวะเดียวกัน

หลังจากนั้นดวงตาของพวกเขาได้เปล่งประกายออกมาโดยทันที

“สุดยอด ช่างเป็นการใช้นิ้วที่เยี่ยมยอดไปเลย ! ”

“เจ้าหนุ่มนี่เหมือนว่าจะทำได้นะ ! ”

“ไม่มีปัญหาแน่ๆ เขาต้องทำได้แน่นอน ! ”

หลายคนได้ส่งเสียงออกมา

ตอนแรกนั้นพวกเขาทั้งหมดไม่สบอารมณ์กับหลินเทียนอย่างมากเพราะพวกเขาคิดว่าหลินเทียนมาที่นี่ก็เพื่อจะก่อกวนแต่หลังจากที่เห็นว่ามีความสัมพันธ์กับพูชิแล้วก็ทำให้พวกเขาต้องประหลาดใจทว่าหลินเทียนในตอนนี้ได้ใช้ทักษะของเขาครองใจผู้คนทั้งหมดนี้และหลายคนเองก็ได้แต่พร่ำภาวนาให้กับความสำเร็จของหลินเทียน

เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศภายในห้องนี้เปลี่ยนเป็นเงียบสนิท

พวกเขาทั้งหมดไม่มีใครอยากจะส่งเสียงออกมาเพราะกลัวว่าจะเป็นการก่อกวนการวาดลวดลายของหลินเทียน

ไม่นานก็ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง

“จดจ่อ ! ”

ณ ตอนนี้เสียงหนึ่งได้ดังขึ้นอย่างชัดเจนขณะที่เสียงสนทนาได้ดังขึ้นก่อนที่จะกลับสู่ความเงียบสงบ

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำได้สูดหายใจเข้าลึกพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้า

หลังจากที่ยื่นมือออกไปหยิบม้วนคัมภีร์อาคมแล้วเขาก็ได้เดินเข้าหาเก้อเจิ้งก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไม่แยแสว่า

“ผู้อาวุโสเก้อลองดูก่อนแล้วกัน”

ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ล้วนแสดงสีหน้าที่โง่งมออกมา

การวาดลวดลายที่สมบูรณ์แบบพร้อมกับรากฐานทั้งเจ็ดแห่งนั้นได้ส่งความรู้สึกเหมือนว่าสามารถเปล่งแสงแห่งปาฏิหาริย์ออกมาได้

ความเงียบได้ครองงำสมาคมแห่งนี้

ณ ตอนนี้ผู้คนสามารถรับรู้ถึงจังหวะหัวใจของเหล่าผู้ชมอื่นๆรวมถึงเสียงหายใจก็ด้วย

“………”

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นก่องที่เก้อเจิ้งจะแสดงสีหน้าที่ฝืนยิ้มออกมาพลางพูดว่า

“ข้าแพ้แล้ว ”