0 Views

ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนั้นอยู่ในระดับสูงกว่าข่ายอาคมผสานที่มีขั้นตอนการวาดถึง 7 ขั้นตอนดังนั้นความยากในการสร้างถึงได้มากกว่าทว่าหลังจากที่ได้รับประสบการณ์มาแล้วหลินเทียนก็สัมผัสได้ว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อผิดพลาดนั้นมีต่ำมากๆ

“บึ้สส ! ”

บนยอดของที่พักนั้นแสงจากข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณก็ได้เปล่งออกมาจางๆ

แต่ละข่ายอาคมล้วนใช้หมึกที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นยิ่งมีสีที่ชัดเจนมากเท่าไหร่ก็จะทำให้ข่ายอาคมแข็งแกร่งขึ้น

“เห้อ ! ”

หลินเทียนได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะยืดเส้นยืดสาย

เขาใช้เวลาศึกษาข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณอยู่กว่าสี่วันและตอนนี้เขาก็ได้สร้างข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณออกมาแล้วกว่าห้าม้วน

ความก้าวหน้านี้เป็นไปได้ด้วยดี!

หลังจากที่สร้างข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณมาได้ห้าม้วนแล้วเขาก็ยังไม่ได้เริ่มการฝึกทว่ากลับลงมาจากยอดที่พักก่อนที่จะกลับไปพักผ่อนที่ห้องนอน เวลาที่ใช้ไปทั้งหมดนี้ทำให้เขาเสียพลังไปอย่างมากและหากว่าเริ่มการบ่มเพาะต่อเลยก็จะทำให้มันเสียเปล่า

หลังจากที่พักผ่อนจนพลังฟื้นฟูกลับมาแล้วก็จะทำให้บ่มเพาะได้รวดเร็วขึ้น

เขาได้พักผ่อนจากช่วงบ่ายของวันนั้นก่อนที่จะตื่นขึ้นในช่วงเย็น เมื่ออาบล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วเขาก็ได้กลับขึ้นไปที่ยอดของที่พักซึ่งตอนนี้ก็เป็นช่วงที่ดวงดาวประดับอยู่เต็มฟากฟ้าและสาดแสงระยิบระยับลงมายังโลกใบนี้

หลินเทียนได้กางม้วนคัมภีร์อาคมรวมพลังวิญญาณก่อนที่จะหยิบเอาขวดหยกเล็กๆพลางเทยาเม็ดสีน้ำตาลออกมา ยาตัวนี้มีชื่อว่ายาหล่อหลอมร่างกายซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้บ่มเพาะโดยจะช่วยหล่อหลอมร่างกายและวิญญาณอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับโอสถนพเก้าที่เขาทานไปก่อนหน้านี้

หลังจากที่ทานยานีเข้าไปแล้วมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับก่อนหน้านี้ไม่มีผิด มันได้ละลายตัวเองก่อนที่จะแปรสภาพเป็นของเหลวแล้วไหลลงสู่ลำคอของเขาไป เมื่อเทียบกันแล้วฤทธิ์ของตัวยาและพลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นยังห่างชั้นกับโอสถนพเก้าอยู่หลายขุม

แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ร่างกายของเขาก็ยังตอบสนอง

ประกายตาของเขาได้เปลี่ยนไปและตอนนี้เองที่เขารู้ว่ามันถึงเวลาแล้ว

เขาได้วางมือขวาลงไปยังข่ายอาคมก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกว่า

“สำแดงพลัง ! ”

“บึ้ส ! ”

พริบตานี้เองที่ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณได้ส่งแสงออกมาก่อนที่ร่างกายของเขาจะถูกห่อหุ้มเอาไว้

หลังจากที่ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจนั้นหลินเทียนก็รู้สึกได้ว่าพลังงานจากหมู่ดาวที่ตกกระทบร่างเขาเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมมากหลายเท่าตัวพร้อมทั้งพลังฉีจากโดยรอบที่พุ่งเข้าหาร่างกายของอย่างรวดเร็ว

“ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนี่สามารถเพิ่มพลังของดวงดาวและพลังฉีจากโดยรอบได้อย่างรวดเร็ว มันช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะของผู้บ่มเพาะได้อย่างมาก นี่มันช่างลึกลับยิ่งนัก ! ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่ทิ้งความคิดทั้งหมดไปแล้วเขาก็เริ่มที่จะหมุนวนเคล็ดวิชาบ่มเพาะซือจี่เพื่อนำทางพลังฉีและพลังแห่งดวงดาวเข้าไปในร่างของเขาเพื่อหล่อหลอมกระดูกและกล้ามเนื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่าและในเวลาเดียวกันนี้เขาก็หมุนวนเคล็ดวิชาบ่มเพาะหนึ่งวิญญาณสวรรค์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณตนเองไปควบคู่กัน

หลินเทียนสัมผัสได้ว่าการฝึกนี้เร็วกว่าของสิบวันก่อนด้วยซ้ำ ณ ตอนนี้ตัวยาได้กระจายไปทั่วร่างของเขาและผสมเข้ากับพลังฉีและพลังแห่งดวงดาวเพื่อเพิ่มความสามารถในการหล่อหลอมร่างกายของเขาเข้าไปอีก

“หากว่านับตามความเร็วระดับนี้แล้วข้าต้องสามารถบรรลุเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6 ภายใน 10 วันอย่างแน่นอน ”

แววตาของหลินเทียนได้เปล่งประกาย

เขาได้หลับตาลงก่อนที่จะทำจิตใจให้สงบนิ่งก่อนที่จะเริ่มการปรับสภาพและหล่อหลอมร่างกายต่อไป

การฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังคงดำเนินต่อไป

พริบตาเดียวก็ได้ผ่านไปกว่าสิบวัน

วันนี้ ภายในสันเขาชิงเฟิง…..

“ฝ่ามือเงาเพลิง ! ”

น้ำเสียงอันเย็นชาได้ถูกส่งออกมาจากป่าที่รกร้าง ตอนนี้เองที่ฝ่ามือทั้ง 18 ได้ปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้าก่อนที่จะทำลายต้นไม้อันแข็งกล้าออกเป็นชิ้นๆ

“! ”

“! ”

“!”

ป่าแห่งนี้มีเถาวัลย์อยู่มากมายทว่าแม้อยู่ในสภาพพื้นที่แบบนี้แต่ร่างๆหนึ่งก็ยังคงพุ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็วซึ่งทุกๆครั้งที่ร่างนี้ผ่านไปก็จะส่งฝ่ามือเงาเพลิงออกมาและส่งผลให้ต้นไม้เก่าแก่ต้องระเบิดออกกลายเป็นเถ้าธุลีสีดำ

ความเร็วระดับสูง !

พลังทำลายที่รุนแรง !

มันเป็นสองคำที่สามารถใช้อธิบายสถานการณ์ในตอนนี้

“โครม !”

ต้นไม้เก่าแก่อีกต้นได้ถูกโค่นลงก่อนที่ร่างๆนั้นจะหยุดเท้าลง

เจ้าของร่างนั้นคือหลินเทียน

หลังจากที่ปาดเหงื่อออกแล้วเขาก็ได้แสดงรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา

“งั้นต่อด้วย….”

เขาได้กระซิบออกมาก่อนที่ท่าทางจะเปลี่ยนไป เขาเอื้อมมือไปหยิบกระบี่ที่อยู่กลางหลังก่อนที่จะชักออกมา

จ้องมองไปยังต้นไม้ตรงหน้าก่อนที่จะเคลื่อนไหว

เขาได้พุ่งออกไปตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

วุ้สสส !

คลื่นกระบี่ที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าได้ปกคลุมท้องฟ้าก่อนที่จะเหวี่ยงออกไป ณ ตอนนี้เหมือนว่าในมือเขาไม่ได้กำลังถือกระบี่เอาไว้

อย่างไรก็ตามตอนนี้ได้เกิดการสั่นไหวขึ้น ช่วงเวลานี้เองที่ไม้ตรงหน้าได้แยกออกเป็นสองท่อนและร่วงหล่นลงมาอย่างดัง หากว่ามีผู้ชมอยู่ตรงนี้ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพื้นผิวที่ถูกผ่าออกมันเรียบเป็นอย่างมาก ไม่มีแม้แต่รอยขรุขระแม้แต่น้อย

หลินเทียนได้แหงนหน้าก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่ยิ้มแย้มออกมา

ทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านกระบวนท่าที่สอง กระบี่แห่งสายฟ้าเป็นการฟาดฟันออกไปด้วยความเร็วที่เหมือนกับสายฟ้าฟาดเพื่อสังหาร !

พลังทำลายของมันรุนแรงอย่างถึงที่สุด !

หลังจากที่หยุดพักแล้วหลินเทียนก็ได้หยิบกระบี่ออกมาอีกครั้งพร้อมปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ที่รุนแรงออกมา

แคร๊ง !

เสียงคำรามของคลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกมาก่อนที่เขาจะยกกระบี่ขึ้นแล้วฟาดฟันออกไป

“กระบี่วายุสะท้าน ! ”

เสียงคำรามได้ถูกส่งออกไปก่อนที่จะมีภาพของคลื่นกระบี่ปรากฏออกมามากมายเหมือนดั่งกระบี่เทวะ

“ซ่า! ”

“ซ่า!”

“ซ่า!”

เสียงซ่าได้ถูกส่งออกมาระหว่างที่ภาพกระบี่ได้ตกลงสู่พื้น

ทุกสิ่งที่อย่างที่อยู่ตรงหน้าไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ เถาวัลย์และหินก้อนยักษ์ล้วนถูกทำลายจนสิ้น ภาพทุกอย่างภายในรัศมีสิบเมตรได้เปลี่ยนไปในพริบตา

“ดีมาก ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่พึงพอใจเป็นอย่างมาก

ในช่วงสิบวันนี้เขาได้ทานยาไปทั้งหมดสี่เม็ดรวมถึงข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณอีกสี่ม้วนก่อนที่จะบรรลุเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6 และในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็สำเร็จทักษะฝ่ามือเพลิงและเพลงกระบี่วายุสะท้านซึ่งด้วยการคาดการณ์ของเขาแล้วเชื่อได้ว่าตัวเองสามารถต่อกรกับผู้บ่มเพาะเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ได้สบายๆ

หลังจากที่เก็บกระบี่กลับไปแล้วเขาก็ได้หันหลังเดินกลับไปทางสำนักโดยทันที

“คิดว่าควรจะไปที่สมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเพื่อทำการรับรองระดับความสามารถได้แล้วแหะ”

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนเหมือนนรกนั้นหลินเทียนยังคงสวมชุดคลุมสีดำเอาไว้พร้อมทั้งถามทางจากผู้คนตามถนนจนไปถึงหน้าสิ่งก่อสร้างมหึมาแห่งหนึ่ง เมื่อมองไปยังป้ายที่ทำจากไม้ขนาดใหญ่แล้วก็จะเห็นได้ถึงตัวอักษรที่ทรงพลังเขียนเอาไว้ว่า…. สมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม !

“ถึงแล้ว ที่นี่แหละ”

หลินเทียนได้กระซิบออกมา

ระหว่างที่มองไปโดยรอบนั้นเขาก็พบว่าผู้คนโดยรอบต่างมองมาทางอาคารแห่งนี้ด้วยความรู้สึกกลัวและแน่นอนอยู่แล้วว่าสายตาที่พวกเขามองไปยังหลินเทียนนั้นค่อนข้างแปลกประหลาดเพราะกลางแดดร้อนเหมือนนรกแบบนี้แต่กลับแต่งชุดคลุมทั้งตัวมันก็ดูแปลกๆจริงนั่นแหละ

ตัวเขาที่รู้สึกอับอายเองก็ได้ก้าวเดินเข้าไปในตัวอาคารอย่างรวดเร็ว ก้าวแรกที่เดินเข้าไปนั้นเขารู้สึกได้ถึงความเย็นในอากาศซึ่งอดไม่ได้ที่จะทำให้เขาประหลาดใจโดยทันที

สายตาของผู้คนโดยรอบล้วนจดจ่ออยู่ที่ร่างของเขา

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ก็ไม่ได้มีใครพูดอะไร

“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ดิฉันช่วยหรือไม่ ? ”

หญิงสาวพนักงานต้อนรับได้พูดออกมา

เกี่ยวกับการแต่งตัวของหลินเทียนแล้วพนักงานคนนี้ก็รู้สึกแปลกๆเช่นกันแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรพร้อมทั้งแสดงรอยยิ้มออกมาทางสีหน้า ที่นี่เป็นสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมดังนั้นสถานะของผู้เข้าออกแต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา เธอไม่สามารถล่วงเกินพวกเขาได้ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นใครแต่ตราบใดที่ก้าวเข้ามาแล้วเธอก็จะต้อนรับเป็นอย่างดี

“สวัสดี ข้าอยากจะให้รับรองเรื่องการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา

“อะไรนะ ! ”

หญิงสาวคนนั้นได้โห่ร้องออกมาขณะที่นัยน์ตาของเธอเบิกกว้าง

หลินเทียนได้พูดย้ำอีกครั้งว่า

“ข้าอยากให้รับรองเรื่องการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ”

“ท่าน….”

หญิงสาวคนนั้นตกตะลึงกับน้ำเสียงที่ยังหนุ่มภายใต้ชุดคลุมนี้เป็นอย่างมากก่อนที่จะเก็บอาการขอบตัวเองเพราะว่าคนๆนี้ต้องการจะมารับรองการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมซึ่งเธอไม่สามารถล่วงเกินได้ พริบตานี้เองที่ท่าทางของเธอได้แปรเปลี่ยนเป็นความเคารพพร้อมทั้งพูดพลางโค้งคำนับว่า

“โปรดรอสักครู่ ดิฉันจะไปแจ้งให้ท่านเก้อทราบโดยทันที ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเธอก็จากไปทันที

หลินเทียนได้กวาดตามองไปรอบๆและพบว่ามันมีศิลาก้อนใหญ่ถูกวางเอาไว้พร้อมทั้งสลักเรื่องเกี่ยวกับปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเอาไว้ ตัวเขาเองก็รู้สึกว่าในเมื่อต้องได้รับการรับรองดังนั้นก็ควรที่จะศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวกับปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมเอาไว้เหมือนกัน

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นถือว่าสัญลักษณ์ของข่ายอาคมคือชีวิต ใช้ข่ายอาคมเป็นอาวุธ…….”

“ลำดับชั้นความแข็งแกร่งของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมถูกแบ่งออกเป็น 9 ระดับจากต่ำสุดถึงสูงสุด….”

“ผู้ที่จำเป็นต้องใช้หมึกในการวาดข่ายอาคมนั้นอยู่ในระดับ 1 ถึง 5 ระดับที่สูงขึ้นไปจะไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้อีกแล้วโดยเฉพาะระดับที่ 9 ซึ่งใช้เพียงแค่ความคิดก็สามารถร่างสัญลักษณ์ข่ายอาคมอกมาได้ไม่ว่าจะเป็นข่ายอาคมสังหารหรือข่ายอาคมลวงตาก็ตาม เพียงแค่ยกมือขึ้นมาก็สามารถส่งพลังทำลายล้างจากใต้แขนเสื้อออกไปได้ทันที ”

จากคำอธิบายเหล่านี้ทำให้หลินเทียนเข้าใจเกี่ยวกับปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมมากขึ้นรวมถึงการแยกระดับของปรมาจารย์แต่ละคน หลังจากที่ได้รับการทดสอบแล้วก็จะได้รับตราสัญลักษณ์ประจำตัวมาซึ่งที่ตัวของสัญลักษณ์ก็จะมีแถบที่แสดงถึงระดับชั้นอยู่ด้วย หนึ่งแถบหมายความว่าเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับที่ 1และสองแถบก็หมายความว่าเป็นปรมาจารย์ระดับที่ 2และอีกต่อๆไป

“งั้นก็หมายความว่าพูชินั้นเป็นปรมาจารย์ระดับที่ 2 ซึ่งในเมืองนี้ก็ถือได้ว่าเป็นผู้แข็งแกร่งสุดๆเลยน่ะสิ ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ณ ตอนนี้เองที่หญิงสาวพนักงานต้อนรับได้กลับมาพร้อมกับชายชราในชุดคลุมสีคราม

“สวัสดีค่ะ นี่คือท่านเก้อและเป็นผู้ทำการทดสอบของท่าน ”

หญิงสาวได้พูดออกมาอย่างเคารพ

หลินเทียนได้แหงนหน้ามองพร้อมกับสังเกตท่าทางของชายชราคนนี้ซึ่งให้ความรู้สึกถึงความหัวโบราญอย่างชัดเจน หลังจากที่ก้มลงมาเล็กน้อยก็จะเห็นได้ถึงตราสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีแถบสีทองอยู่สองแถบเหมือนกับพูชิไม่มีผิด

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับที่ 2 ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ชายชราชุดสีครามได้มองไปทางเขาด้วยท่าทางแปลกๆพร้อมทั้งขมวดคิ้วแล้วพูดว่า

“ชื่อและอายุ ”

“เฮ่ยเป่า อายุ 16 ปี ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

แน่นอนว่าเขาไม่สามารถบอกชื่อที่แท้จริงออกไปได้ดังนั้นถึงได้ใช้ชื่อปลอมแทน

นัยน์ตาของหญิงสาวที่อยู่ข้างๆเองก็ถึงกับเบิกกว้าง 16 ปี ! เธอทำงานที่นี่มาก็ถือว่านานมากแล้วและเด็กสุดที่เธอเคยเห็นว่ามาทำการรับรองคืออายุ 28 ปีแต่ตอนนี้กลับมีเด็กหนุ่มอายุเพียง 16ปี มาเข้ารับการทดสอบ !

“ไร้สาระ ! อายุแค่นี้อย่าได้มาก่อกวนที่นี่ !”

ชายชราได้จ้องเขม็งมาทางเขา

อายุ 16 ปีแต่กลับมาทำการทดสอบนี่ก็ถือเป็นการก่อกวนอย่างที่ชายชราว่านั่นแหละ

หลินเทียนที่อยู่ในชุดคลุมเองก็ได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า

“ข้าไม่ได้มาเพื่อก่อกวน ! ข้ามาเพื่อการรับรอง !”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของชายชราก็ได้เปลี่ยนไปอีกครั้งก่อนที่จะคำรามออกมาอย่างดังว่า

“ยังจะพูดเล่นอยู่อีก ไสหัวออกไปให้พ้นเลยนะ ! ”