0 Views

การวาดลวดลายของข่ายอาคมนั้นห้ามหยุดกลางคันโดยเด็ดขาดไม่เช่นนั้นแล้วก็จะทำให้ล้มเหลวโดยทันที ณ ตอนนี้หลินเทียนได้ลงลวดลายไป 3 ใน 5 แล้วแต่พลังฉีของเขากำลังจะหมด ก่อนหน้านี้เขาไม่ทันได้คิดถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ

หลินเทียนได้กัดฟันแน่นก่อนที่จะกวัดแกว่งมือขวาออกไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น

“บึ้ส ! ”

พลังฉีและพลังวิญญาณได้ถูกปลดปล่อยออกมามากกว่าเก่า น้ำหมึกที่มือขวาของเขาได้ถูกวาดลงบนม้วนคัมภีร์อย่างรวดเร็วซึ่งตอนนี้หยาดเหงื่อมากมายได้ท่วมใบหน้าของหลินเทียนไปหมดและท่าทางของเขาเองก็เริ่มซีดลงอย่างมาก

“อึก ! ”

เสียงหนึ่งได้ดังขึ้นก่อนที่มือขวาของเขาจะสั่นสะท้านและชะงักไป

หลินเทียนได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง

“ล้มเหลวแล้ว ”

เขาได้ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

อย่างไรก็ตามพริบตานี้เองที่ท่าทางของเขาเปลี่ยนเป็นแน่วแน่และมั่นคงยิ่งกว่าเดิม

เขารู้มาแต่แรกแล้วว่าการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ขั้นตอนที่สามนั้นยากกว่าสองขั้นตอนแรกมากดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรหากจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น

“น้ำหมึกธรรมดากับน้ำหมึกที่ใช้วาดข่ายอาคมนี่มันแตกต่างกันอยู่เล็กน้อยแหะ ”

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเอง

เขาไม่ได้เริ่มการวาดลวดลายต่อแต่เริ่มใช้ความคิดอย่างเงียบสงบ

ความล้มเหลวครั้งนี้มันไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาไม่คุ้นเคยกับสัญลักษณ์ของข่ายอาคมแต่มันเป็นเพราะว่าพลังฉีของเขาไม่เพียงพอและมันจะทำให้ขั้นตอนการวาดลวดลายถูกขัดจังหวะถึงได้กลายเป็นข้อผิดพลาด

“ในอีกความหมายหนึ่งคือปัญหาเดียวนั้นเป็นเพราะว่าพลังฉีไม่เพียงพอ ”

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ปริมาณของพลังฉีในร่างเขาก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ในวันเดียวเช่นกัน หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเขาก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้น หลังจากที่ดวงดาวได้ปรากฏออกมาแล้วเขาก็ได้เริ่มการหมุนวนของเคล็ดวิชาซือจี่และหลังจากที่พลังงานได้ถูกเติมเต็มแล้วก็เริ่มการวาดลวดลายอีกครั้ง

ตอนนี้เป็นช่วงกลางดึกซึ่งสิ่งที่เขาคิดคือการหมุนวนเคล็ดวิชาบ่มเพาะของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

พริบตานี้เองที่แสงแห่งหมู่ดาวได้ตกกระทบลงบนร่างของหลินเทียนและดูดกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นภายในร่างของเขาก็ได้ส่งเสียงกึกก้องออกมา พลังฉีภายในร่างของเขาได้รับการเติมเต็มแล้ว

ไม่นานก็ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง

ณ ตอนนี้ที่พลังงานภายในร่างของเขาอยู่ในจุดสูงสุดนั้นเขาก็ได้ลืมตาขึ้นมา

“ตอนนี้แหละ ”

พลังงานภายในร่างของเขาได้หมุนวนก่อนที่เขาจะโบกสะบัดมือตัวเองเพื่อผสานน้ำหมึกเข้ากับมือขวา ประกายตาของเขาได้เปลี่ยนไปก่อนที่นิ้วทั้งห้าจะเริ่มวาดลวดลายต่างๆลงไปยังม้วนคัมภีร์ตรงหน้า

ไม่นานขั้นแรกก็ได้เสร็จสิ้น !

หลินเทียนในตอนนี้ยังคงจดจ่ออยู่กับการลงลวดลายโดยใช้นิ้วทั้งห้าของตน ไม่นานลวดลายขั้นที่สองก็ได้ปรากฏขึ้น สำหรับตัวของเขานั้นคุ้นเคยกับลวดลายนี้เป็นอย่างมาก เหตุผลที่เขาล้มเหลวทั้งหมดล้วนมีต้นเหตุมาจากการที่พลังฉีของเขาไม่เพียงพอ

“บึ้สส ”

เมื่อเสียงนี้ได้ถูกส่งออกมานั้นลวดลายขั้นที่สามก็ได้ปรากฏขึ้น

ณ ตอนนี้หลินเทียนไม่ได้รู้สึกถึงอาการขาดแคลนพลังฉีแต่อย่างใด มันแสดงให้เห็นว่าวิธีที่เขาคิดมันใช้ได้จริง

“งั้นต่อเลย ! ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

ประกายตาระยิบระยับได้ถูกส่งออกมา ในสมองเขามีรูปสัญลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบมากมายปรากฏขึ้นและมือขวาของเขาก็ได้กวัดแกว่งน้ำหมึกลงไปยังที่ๆควรจะอยู่อย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นสิบห้านาทีลวดลายขั้นที่สี่ก็ได้ปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

จนถึงตอนนี้เองที่หลินเทียนรู้สึกได้ถึงอาการขาดแคลนพลังอีกครั้ง ตอนนี้เขาสัมผัสได้เลยว่าพลังฉีภายในร่างได้ถูกใช้ไปกว่า 5 ใน 7 แล้ว

“ต้องได้ !”

หลินเทียนได้กัดฟันแน่น

เขาได้กวัดแกว่งมือขวาออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะจ้องมองไปยังม้วนคัมภีร์ตรงหน้าโดยที่ปลดปล่อยพลังฉีและพลังวิญญาณออกมาผสานกัน

ลวดลายขั้นที่ห้าได้ปรากฏขึ้น !

“เกือบแล้ว ! อีกแค่ขั้นตอนเดียว ”

พลังฉีของเขากำลังจะเหือดแห้งและตอนนี้เหลือเพียงแค่ขั้นตอนเดียวเท่านั้น หลินเทียนได้กัดฟันแน่นก่อนที่จะเริ่มหมุนวนเคล็ดวิชาของตัวเองเพื่อที่จะดูดกลืนพลังแห่งดวงดาวเข้ามาเติมเต็มอีกครั้ง การกระทำเช่นนี้เป็นอะไรที่เสียงอย่างมาก มันมีความเป็นไปได้สูงที่จะส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดในม้วนคัมภีร์นี้

อย่างไรก็ตามหลินเทียนก็ยังคงอดทน !

โดยที่ไม่ก่อให้เกิดข้อผิดพลาด !

“เหลือแค่ขั้นตอนเดียวแล้ว เร็ว เร็ว !”

“บึ้ส ! ”

ประกายรัศมีได้ถูกส่งออกมาก่อนที่พริบตาหลังจากนั้นมันจะหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว

ม้วนคัมภีร์ที่อยู่ตรงหน้านั้นมีจุดศูนย์กลางของลวดลายหลายนิ้วซึ่งเห็นได้ถึงลวดลายพื้นฐานทั้งหกได้อย่างชัดเจน การตวัดของน้ำหมึกนั้นเหมือนดั่งมังกรที่เหาะเหินอยู่ในอากาศแถมยังปลดปล่อยเสน่ห์ออกมาอย่างชัดเจน

“ได้แล้ว !”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

นี่คือข่ายอาคมผสานอย่างแท้จริง

หลินเทียนได้เก็บความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้เพราะเขายังเหลือสิ่งที่ต้องทำอีกนิดหน่อย แน่นอนว่าขั้นตอนนี้เป็นอะไรที่ง่ายมากๆเหมือนกับการสร้างม้วนคัมภีร์เลยก็ว่าได้ เขาได้ยื่นมือขวาออกไปแตะที่ข่ายอาคมก่อนที่เจตจำนงแห่งกระบี่อันรุนแรงจะถูกส่งออกไป

ทักษะระดับกลางเขตแดนหล่อหลอมร่างกาย ทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้าน !

หลินเทียนได้สำเร็จกระบี่แห่งการทำลายล้างที่เป็นขั้นต้นของทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านซึ่งตอนนี้เองที่เจตจำนงแห่งกระบี่ได้ผสานลงไปกับม้วนคัมภีร์อย่างช้าๆ สิ่งที่แปลกคือแม้ทักษะนี้จะมีพลังทำลายที่น่ากลัวแต่กลับถูกผนึกไว้ในกลางข่ายอาคมโดยทันที

“ลึกลับอย่างแท้จริง ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่เขาได้แยกแยะความรู้ภายในสมองแล้วเขาก็ตระหนักได้นานแล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้แต่การที่ได้เห็นด้วยตาตัวเองนั้นก็ยังทำให้เขาประหลาดใจอยู่ดี เขาได้แต่ถอนหายใจให้กับความลึกลับและพลังของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้

มือขวาของเขาก็ยังคงส่งเจตจำนงแห่งกระบี่ออกไปมากมาย

“บึ้ส ! ”

ตอนนี้เองที่มีมือของเขาได้ส่องแสงลางๆออกมา

หลินเทียนได้ก้มหน้าลงไปมองก่อนที่จะต้องชะงักไป เขาเห็นเพียงแค่ว่าสัญลักษณ์รูปกระบี่ที่มือขวานั้นเริ่มที่จะส่องแสงออกมา

“นี่มัน ? ”

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไป นี่คือสัญลักษณ์ที่ได้มาหลังจากที่กระบี่ลึกลับผสานเข้ากับร่างของเขา แม้ว่าเขาจะประหลาดใจแต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมันมากนัก เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตอนนี้มันถึงได้ส่องแสงออกมา

“บึ้สส ! ”

ประกายแสงได้ถูกส่งออกมามากมาย

ตอนนี้เองที่เสียงกระบี่อันรุนแรงได้ดังกึกก้อง

เจตจำนงแห่งกระบี่ที่เขากำลังส่งออกไปในตอนนี้ได้เพิ่มพลังทำลายขึ้นกว่าเท่าตัว !

“นี่มัน….”

หลังจากที่มองแล้วหลินเทียนเองก็ถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปอย่างมาก

เจตจำนงแห่งกระบี่ของเขาแข็งแกร่งกว่าเดิมมากมายภายใต้รัศมีของสัญลักษณ์รูปกระบี่ที่มือขวานี้ซึ่งมันทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก เขาเริ่มสงสัยว่าหากเขาไม่ได้ใช้อะไรเพื่อสำแดงเพลงกระบี่นั้นสัญลักษณ์ที่มือขวาเขาจะเปลี่ยนเป็นกระบี่เทวะและทำให้พลังทำลายของมันเพิ่มขึ้น ?

“จริงๆแล้วช่วงที่ฝึกทักษะนี้เราก็ได้ใช้กิ่งไม้แทนกระบี่และครั้งแรกที่ปะทะกับศัตรูก็ได้ใช้กิ่งไม้เช่นกัน สิ่งนี้ถือว่าเป็นอาวุธดังนั้นถึงไม่ได้รับการตอบสนองอะไรจากสัญลักษณ์นี่ ตอนนี้ในมือของเราไม่มีอะไรเลยดังนั้นถึงได้รับการตอบสนอง”

หลินเทียนได้คาดเดาความเป็นไปได้อยู่ภายในใจ

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้หยิบเอาท่อนไม้มาทำการทดลองและมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ พลังทำลายจากการที่เขาไม่ได้ใช้กระบี่นั้นมากกว่าตอนที่เขาใช้ท่อนไม้เป็นอย่างมาก

“นี่….”

หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมา

ใบมือไม่มีกระบี่แต่กลับสำแดงพลังได้มากกว่าซะงั้น นี่มันเป็นเรื่องประหลาดอย่างแท้จริง !

หลังจากที่ตระหนักแล้วเขาก็ได้แต่ยับยั้งความตื่นเต้นเอาไว้ก่อนที่จะมองไปยังม้วนคัมภีร์ผสานและพบว่ามันเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้ในมือเขากำลังถือทักษะระดับกลางเขตแดนหล่อหลอมร่างกายเอาไว้ !

หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาก่อนที่จะกระโดดกลับลงมายังที่พัก

“พักสักหน่อยแล้วค่อยเริ่มอีกรอบ ”

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

…….

ไม่นานก็ผ่านไปกว่าห้าวัน

“บึ้ส !”

บนยอดของที่พักนั้นหลินเทียนได้สำแดงทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านกระบวนท่าแรกออกมาขณะที่เจตจำนงแห่งกระบี่นับสิบได้ผสานลงไปยังม้วนคัมภีร์ตรงหน้าอย่างช้าๆ หลังจากที่ได้ยินเสียงกระบี่ที่ถูกส่งกลับมาแล้วหลินเทียนก็ได้ถอนมือขวาของตัวเองกลับมา

ตอนนี้เขาได้ใช้วัตถุดิบไปหมดแล้วซึ่งผลสรุปคือเขาได้สร้างม้วนคัมภีร์ทักษะระดับกลางมาทั้งหมดสามม้วน หลังจากที่มองไปยังม้วนคัมภีร์เหล่านี้แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงใบหน้าของความสำเร็จออกมา เขาใช้เวลาเพียงแค่ 11 วันก็ประสบความสำเร็จมาได้ถึงระดับนี้แล้ว

นี่มันทำให้เขาภูมิใจในตัวเองอย่างมาก !

จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ภูมิใจมากมายอะไรขนาดนั้น

ความภาคภูมิทำให้ผู้คนถดถอยและความจริงนี้ก็เป็นสิ่งที่เขาตระหนักดี

“พักสักครึ่งวันแล้วไปที่ตำหนักแลกสมบัติดีกว่า ! ”

เกิดประกายระยิบระยับขึ้นในสายตาของเขา

ตอนนี้เป็นช่วงเช้าตรู่ หลังจากที่เก็บม้วนคัมภีร์แล้วเขาก็ได้กลับลงไปยังที่พักอย่างระมัดระวังก่อนที่จะเข้าไปพักผ่อนเพราะ 11 วันมานี้มันกินแรงเขาอย่างมาก

เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้แล้วเขาก็พักผ่อนจนถึงช่วงบ่าย

แสงอาทิตย์อันร้อนระอุอยู่ใจกลางกระหม่อมจึงเป็นเหตุให้เขาตื่นขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ทานอาหารแล้วก็เปลี่ยนเป็นสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่พร้อมทั้งเดินออกไปจากสำนักอย่างเงียบๆ ไม่นานเขาก็ได้หยุดอยู่ตรงหน้าตำหนักแลกสมบัติพร้อมทั้งเดินเข้าไปทางโรงประมูลอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เดินไปครู่หนึ่งเขาก็ได้หยุดอยู่ที่ห้องๆหนึ่งที่หน้าประตูสลักเอาไว้ว่า ห้องประเมินสมบัติ

หลังจากที่เดินเข้าไปแล้วเขาก็พบกับชายวัยกลางคน

ณ ตอนนี้ชายวัยกลางคนก็ตระหนักถึงการเข้ามาของหลินเทียนเช่นกัน หญิงสาวผู้ที่ต้อนรับเขาเมื่อสิบกว่าวันก่อนนั้นได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาซึ่งท่าทางของชายวันกลางคนนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หากเทียบความชำนาญกับหญิงสาวแล้วชายคนนี้ชำนาญกว่ามากแต่สายตาที่เขาแสดงออกมายังด้อยกว่านิดหน่อย

“ท่านมีความประสงค์จะประเมินสมบัติ ? ”

ชายวัยกลางคนได้ยืนขึ้นก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่เชี่ยวชาญ

หลินเทียนได้พยักหน้าก่อนที่จะหยิบเอาม้วนคัมภีร์ออกมาวางบนโต๊ะ

ท่าทางของชายวัยกลางคนนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก หลังจากที่หยิบม้วนคัมภีร์ขึ้นมาแล้วก็ได้แต่มองกลับไปยังหลินเทียนและพูดด้วยด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆว่า

“ท่านคือปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ? ”