0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

การกระทำของเชินหยานนั้นทำให้ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาตามๆกันก่อนที่จะรีบปรบมือออกมาเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้วนางและหลินเทียนนั้นมีความแค้นกันอยู่ถึงคิดว่านี่เป็นเพียงการประลองเท่านั้น ณ ตอนนี้มีเพียงสาวงามหลายๆคนที่ติดตามเชินหยานเท่านั้นที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปส่วนจี่หยูที่ห่างออกไปได้แต่แสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมา

“ทำเกินไปแล้ว ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วนางได้ก้าวออกไปเพราะนางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเชินหยานตั้งใจปองร้ายต่อหลินเทียน

หยูหวูชวงได้จับแขนนางเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“ไม่ต้องรีบร้อนไป ”

“ท่านอาจารย์ ! ”

จี่หยูขมวดคิ้วของนางก่อนที่จะพูดต่อว่า

“ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 สองคนรุมเขานี่มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะรับมือได้ ! ”

“หยูเอ๋อ อย่าเป็นห่วงจนสับสนไปสิ เจ้าไม่เห็นสีหน้าที่เขาแสดงออกมางั้นรึ ? ”

หยูหวูชวงได้พูดออกมา

จี่หยูได้หันมองตามไปยังหลินเทียนก่อนที่จะพบว่าแม้เขาจะถูกต้อนถอยร่นไปเรื่อยๆแต่ก็ยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ

“นี่…..”

จี่หยูได้แต่ผงะไปทันที

ตอนนี้หลินเทียนนั้นสุขุมเป็นอย่างมากเหมือนว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาและนี่มันทำให้นางได้แต่รู้สึกประหลาดใจไปเพราะถึงอย่างไรหลินเทียนก็อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 3 เท่านั้นแต่อีกฝ่ายเป็นถึงเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 ถึงสองคน ทำไมเขายังดูใจเย็นอยู่ ?

หยูหวูชวงหรี่ตาของนางลงก่อนที่จะพูดขึ้นว่า

“ข้าเองก็สงสัยจริงๆเลยว่าเขาจะพลิกกลับเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างไรกัน เรามาดูกันต่อเถอะ ”

คลื่นกระบี่มากมายปะทะกันอยู่กลางลานประลองขณะที่เสียงดังของมันทำให้ผู้คนโดยรอบถึงกับต้องอุดหูเอาไว้

หลินเทียนที่กำกระบี่อยู่เองก็ได้ฟาดฟันเพื่อส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปรอบๆเพื่อปะทะเข้ากับการโจมตีของตี้เหวินฮงและเชินหยายซึ่งในสายตาของคนอื่นๆนั้นตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่ตกต่ำและเสียเปรียบเป็นอย่างมาก

“สหายหลินเทียนนี่แข็งแกร่งจริงๆเลยนะ ”

ตี้เหวินฮงหรี่ตาลงขณะที่ส่งเสียงออกมา

แกร๊ง ! กระบี่ในมือของตี้เหวินฮงได้สั่นสะท้านขณะที่ปลดปล่อยคลื่นกระบี่ขนาดยักษ์ออกมาจนทำให้ก่อเกิดเป็นพายุถึงขั้นส่งผลให้ศิษย์โดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่หวาดผวาออกมา

หลินเทียนเหวี่ยงกระบี่ของเขาเมื่อส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปทะทะอย่างสุดแรง

“โครม ! ”

คลื่นกระบี่ทั้งสองเข้าปะทะกันก่อนที่ต่างคนจะต่างถูกผลักกระเด็นออกไป

เสมอกัน !

“นี่……”

“หลินเทียนสามารถรับทักษะกระบี่ผู้รอบรู้ระดับ 3 ได้งั้นรึ ! ”

“เป็นไปได้ไงกัน ! ”

ศิษย์นิกายเจ็ดตำหนักรอบรู้ต่างผงะไปทันที

สาวงามจากนิกายพิณใต้พิภพมากมายที่อยู่โดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาตามๆกันเพระพวกนางไม่คิดเลยว่าศิษย์ตำหนักในของนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้านั้นจะสามารถแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ ตัวของตี้เหวินฮงเองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปไม่ต่างกันเพราะก่อนหน้านี้การที่หลินเทียนรับการโจมตีทักษะกระบี่ผู้รอบรู้ระดับ 2 ไปได้นั้นก็ทำให้เขาตกตะลึงมากพอแล้วแต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะรับระดับ 3 ได้ด้วย

“วู้ส ! ”

เสียงคลื่นกระบี่พุ่งผ่านอากาศได้ถูกส่งออกมาจากทางด้านของเชินหยาน

เชินหยานที่โกรธแค้นนั้นส่งการโจมตีออกไปอย่างไม่ปราณีและพุ่งเป้าไปที่จุดตายของหลินเทียน

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ไม่แยแสออกมาขณะที่ฟาดฟันกระบี่ในมือออกไปอย่างราบเรียบ

ให้พูดกันตามตรงแล้วแม้นางจะอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 เช่นกันแต่ความแข็งแกร่งของนางยังด้อยกว่าตี้เหวินฮงดังนั้นคลื่นกระบี่ที่เข้าส่งออกไปถึงได้ทำลายการโจมตีของนางลงโดยทันที

“แกร๊ง ! ”

ณ ตอนนี้เองที่ตี้เหวินฮงเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง

สายตาของหลินเทียนในตอนนี้เย็นชาเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้า จริงๆแล้วเขาเองก็คิดอยู่ภายในใจเหมือนกันว่าตัวเองจะรับมือผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 สองคนได้ถึงไหนกัน

พริบตาเดียวพวกเขาก็เข้าปะทะกันกว่าร้อยกระบวนท่า

“เจ้าหลินเทียนที่ถูกรุมอยู่นั่นทำไมถึงได้ต้านทานได้นานขนาดนี้ ? ”

ตอนนี้เองที่หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

หลิงเย่ที่กำลังจ้องมองอยู่เองก็มีสีหน้าที่ตกต่ำลงเช่นกันเพราะความแข็งแกร่งของหลินเทียนมันทำให้เขาเริ่มหวั่นกลัว

“แกร๊ง ! ”

กระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่พลังทำลายได้กระจายออกไปโดยรอบ

หลินเทียนที่เผชิญหน้ากับพวกเขาอยู่ได้แต่ล่าถอยกลับไป , เขาอยากจะรู้ว่าเขาจะทนอีกได้นานแค่ไหนกันหากไม่ได้ใช้ทักษะควมคุมอาวุธ , สำหรับเขาในตอนนี้แล้วสามารถรับมือกับคนๆเดียวได้สบายๆแต่หากว่าต้องการเอาชนะนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

“โครม ! ”

พลังฉีอย่างป่าเถื่อนถูกส่งออกมาขณะที่การโจมตีของพวกเขาทั้งสามคนต่างรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนตกอยู่ในสภาพที่เสียเปรียบเป็นอย่างมากและได้แต่ถอยกลับไปหลายก้าว

ซูเยวี่ยที่อยู่ห่างออกไปเองก็ยังคงยืนกอดอกเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ราบเรียบพลางแสยะออกมาเป็นครั้งคราว

“สหายหลิน ข้าจะใช้ทักษะกระบี่ผู้รอบรู้ระดับ 4 แล้วนะ โปรดระวังด้วย ”

แม้ตี้เหวิงฮงจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มแต่ภายในดวงตาลึกๆกับแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือก หลังจากที่พูดจบแล้วกลิ่นอายของเขาได้ปะทุออกมาอย่างฉับพลันก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่อันน่าสยดสยองออกมา

“กระบี่ที่สาม ! ”

เชินหยานได้ส่งเสียงออกมาเช่นกัน

ภายในดวงตาของนางนั้นแฝงไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นขณะที่ส่งทักษะกระบี่ดอกบัวหิมะระดับ 3 ออกมา

ตอนนี้เองที่พลังทำลายมหาศาลทั้งสองได้กวาดออกไปโดยรอบพื้นที่ขณะที่ทำให้สีหน้าของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปอย่างมาก

“หลินเทียนไม่มีทางป้องกันการโจมตีนี้ได้อย่างแน่นอน ! ”

“นั่นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ถึงอย่างไรคู่ต่อสู้ของเขาก็เป็นถึงศิษย์หลักของสองนิกายที่อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 เลยนะ หลินเทียนที่ต้องเผชิญกับพลังทำลายขนาดนั้นต้องแพ้อย่างแน่นอน ”

“แต่ต่อให้เขาพ่ายแพ้ก็ภูมิใจตัวเองได้เลยที่สามารถรับมือกับศิษย์หลักของสองนิกายได้ถึงขนาดนี้ หากว่าสู้แบบตัวต่อตัวอีกสองคนไม่ใช่คู่มือของเขาอย่างแน่นอน ”

“มีความเป็นไปได้สูงมาก ! ”

“อีกอย่างการกระทำแบบนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อหลินเทียนงั้นรึ ? การโมตีของสองคนนั้น……..”

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก นี่แค่การประลองกันเท่านั้น ”

“ก็ใช่เนอะ ”

“การประลองนี้สุดยอดไปเลย ”

หลายๆคนได้แต่จดจ่อไปกับภาพตรงหน้า

ตี้เหวินฮงที่ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกเองก็ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมายิ่งกว่าเก่าขณะที่ทางเชินหยานส่งจิตสังหารออกมาอย่างไม่ปิดบัง เมื่อวานนี้นางได้รับความอับอายจากหลินเทียนดังนั้นต้องอาศัยจังหวะการรุมนี้เพื่อหาโอกาสสังหารเขาให้ได้และต่อให้อีกฝ่ายตกตายลงไปก็จะอ้างว่าพลั้งมือไปเท่านั้น

“ตาย ! ”

เชินหยานได้ส่งเสียงออกมาขณะที่คลื่นกระบี่ดอกบัวพุ่งเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่ตี้เหวินฮงได้ส่งคลื่นกระบี่ของเขาออกไปเช่นกัน

ไม่นานพลังทำลายมหาศาลทั้งสองได้โหมกระหน่ำเข้าใส่หลินเทียน

“สหายหลิน หากว่าต้านทานไม่ได้ก็บอกนะเราจะได้ยั้งมือให้”

ตี้เหวินฮงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้ยังคงมีสีหน้าราบเรียบเช่นเคยขณะที่พูดออกมาว่า

“ไว้บอกตัวเองเถอะ ”

จนถึงตอนนี้แม้เขาอยากจะยั้งมือแต่ก็เป็นไปไม่ได้แล้วเพราะการโจมตีนี้มันรุนแรงอย่างมาก

“แกร๊ง ! ”

หลังจากที่คำพูดของเขาจบลงแล้วกระบี่มากมายก็ได้ปรากฏออกมาข้างกายของเขา

“แกร๊ง ”

กระบี่กว่า 15 เล่มล่องลอยอยู่เหนืออากาศขณะที่ส่งคลื่นกระบี่ออกมาอย่างรุนแรง

“นี่มัน !? ”

หยูหวูชวงมีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันทีเหมือนกับเพิ่งได้เห็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ซูเยวี่ยที่อยู่อีกฝั่งนึงเองก็มีสีหน้าไม่ต่างกันพูดส่งเสียงออกมาว่า

“เป็นไปได้ไงกัน ! ”

กระบี่ทั้ง 15 เล่มสั่นไหวขณะที่พุ่งออกไปทำลายคลื่นกระบี่ของตี้เหวินฮงและเชินหยานจนแตกสลายหายไปก่อนที่พวกเขาจะถูกกระแทกกลับไปไกล

“นี่มันทักษะลับนิกายร้อยหลอม ?! ”

ตี้เหวินฮงที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากได้พูดต่อว่า

“เจ้าเรียนรู้ทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายร้อยหลอมได้อย่างไรกัน ! ”

“เจ้าไปขโมยมาจากไหน ! ”

เชินหยานโห่ร้องออกมาโดยทันที

ณ ตอนนี้สีหน้าของผู้คนโดยรอบต่างเปลี่ยนไปอย่างมาก

“นี่……”

“กระบี่ 15 เล่มลอยอยู่กลางอากาศ นี่มัน……..นี่มันเป็นทักษะลับของนิกายร้อยหลอมจริงๆด้วย ! ”

“เขาเป็นศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าไม่ใช่หรือไงกัน ? มีทักษะนี้ได้ไง ! ”

ทักษะลับนิกายร้อยหลอมนั้นเป็นทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดในทั้งสี่นิกายใหญ่ซึ่งได้ชื่อว่าไร้เทียมทานในระดับพลังเดียวกัน คนที่มีคุณสมบัติสามารถฝึกฝนทักษะนี้ได้นั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นแต่ตอนนี้ศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าอย่างหลินเทียนกลับใช้ทักษะลับนั้น !

“ขอบคุณที่ก่อนหน้านี้เป็นคู่ซ้อมกระบี่ให้ข้า ถึงเวลาที่ข้าจะตอบแทนพวกเจ้าแล้ว ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างราบเรียบ

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ทั้ง 15 เล่มได้พุ่งออกไปโดยทันที

ตี้เหวินฮงและเชินหยานล้วนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก คนหนึ่งต้องเผชิญหน้ากับกระบี่ 8 เล่มส่วนอีกคนก็ 7 เล่มซึ่งการโจมตีของพวกมันล้วนมาจากจุดอับสายตาต่างๆจึงทำให้เป็นเรื่องยากมากที่จะป้องกันมันได้ ไม่นานเลือดมากมายก็สาดกระจายไปทั่วพื้นที่

ตี้เหวินฮงได้ส่งเสียงร้องออกมาขณะที่หัวไหลของเขาได้รับบาดเจ็บจากคมกระบี่

เชินหยานที่อยู่อีกฝั่งเองก็ได้แต่รับการโจมตีจนทำให้เสื้อผ้าเริ่มขาดวิ่นขณะที่ร่างกายชโลมไปด้วยเลือด

ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่โง่งมออกมาตามๆกัน

ก่อนหน้านี้หลินเทียนพ่ายแพ้อย่างแน่นอนทว่าตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ตี้เหวินฮงและเชินหยานกลับเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนจนไม่สามารถต่อกรได้ !

“แสดงว่าก่อนหน้านี้เขายังออมมือ ? ”

“นี่…….. ใช่แน่นอน ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งพูดว่าใช้สองคนนี้……..ฝึกกระบี่ ?”

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมาตามๆกัน

ณ ตอนนี้หลินเทียนยังยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่ขยับไปไหนทว่ากระบี่ทั้ง 15 เล่มกลับฟาดฟันออกไปอย่างบ้าคลั่งจนทำให้คู่ต่อสู้ทั้งสองไม่สามารถรับมือได้

“สหายหลิน หยุดมือได้แล้ว ! ”

ตี้เหวินฮงส่งเสียงออกมา

“รีบร้อนไปทำไมกัน ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้อยากจะประลองกับข้ามากไม่ใช่รึ ? ตอนนี้มันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น เรามาประลองกันอย่างช้าๆเถอะ ”

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยสีหน้าที่ราบเรียบว่า

“ที่นี่มีศิษย์พี่ศิษย์น้องตั้งมากมายที่คอยรับชมการประลองของเรากันอยู่และบางทีอาจจะมีหลายคนที่ได้รับประโยชน์ดังนั้นเจ้าก็คิดเสียว่ามันเป็นการเสียสละเพื่อคนอื่นแล้วกัน ”

“เจ้า….”

“พุฟฟฟ”

กระบี่มากมายทิ้งรอบแผลเอาไว้ตามร่างกายของตี้เหวินฮงจนเกือบจะทำให้แขนของเขาขาดเป็นสองท่อนเลยด้วยซ้ำ

เชินหยานที่อยู่อีกฝั่นเองก็ได้แต่ถอยร่นกลับไปไม่หยุดโดยที่ไม่สามารถต้านทานกระบี่ทั้ง 7 เล่มเอาไว้ได้ด้วยสภาพที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ

“อ่อใช่ เกือบลืมเจ้าไปเลย ”

หลินเทียนได้กวาดตามองไปทางนาง

เขาได้ส่งความคิดออกมาขณะที่กระบี่ทั้ง 7 เล่มได้โจมตีด้วยพลังทำลายที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นจนทำให้ร่างกายของเชินหยานได้แต่ชโลมไปด้วยเลือด

“หลินเทียน ! เจ้า ! ”

“พุฟฟ ! ”

กระบี่พุ่งผ่านแก้มนางไปอย่างรวดเร็ว

โครม ! ร่างของเชินหยานลอยเคว้งออกไปไกลกว่า 9 เมตรก่อนที่จะตกลงมากระแทกกับขอบลานประลอง