0 Views

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

คลื่นกลีบดอกบัวรายล้อมของรอบร่างของจี่หยูเอาไว้ด้วยกลิ่นอายที่รุนแรงขณะที่ทำลายคลื่นกระบี่ของเชินหยานก่อนที่จะพุ่งผ่านแก้มของนางไป

หลินเทียนที่กำลังจ้องมองไปยังร่างของจี่หยูเองก็ได้แต่ผงะไปเพราะแม้ว่าระดับพลังของจี่หยูจะต่ำกว่าเชินหยานก็จริงแต่เจตจำนงแห่งกระบี่ของนางนั้นต่างชั้นกันอย่างมากเหมือนไม่คำนึงถึงความต่างชั้นด้านระดับพลังเหล่านี้เลย

เชินหยานได้แต่ผงะไปก่อนที่จะคำรามออกมาอย่างดังว่า

“จี่หยู ! เจ้ากล้าทำลายผมข้างั้นรึ ! ”

โครม ! กลิ่นอายที่เชินหยานปลดปล่อยออกมารุนแรงยิ่งขึ้นก่อนที่จะจ้องมองไปทางหลินเทียนและจี่หยูด้วยดวงตาสีแดงก่ำ

“หยุด ! ”

หญิงชราได้พุ่งเข้าไปอยู่ข้างๆเชินหยานก่อนที่จะทำลายแรงกดดันของนางโดยทันที

“แต่ท่านอาจารย์…….. ”

“ข้าบอกให้เจ้าหยุด ! ”

หญิงชราได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ตกต่ำ

เชินหยานในตอนนี้ได้แต่จ้องมองออกไปด้วยสายตาที่เกลียดชังแต่ก็ต้องหยุดเมื่อเผชิญหน้ากับหญิงชราคนนี้

หญิงชราได้กวาดตามองไปทางจี่หยูก่อนที่จะหันไปมองหยูหวูชวงพลางพูดออกมาว่า

“ท่านจ้าวนิกาย ยินดีด้วยที่ได้รับลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์ ”

น้ำเสียงที่นางพูดออกมาแม้จะเป็นการแสดงความยินดีแต่ก็แฝงไปด้วยความหม่นหมองที่ทำให้คนฟังรู้สึกไม่พอใจ

“ข้ารู้ถึงความโดดเด่นของศิษย์ข้าดีดังนั้นไม่ต้องบอกก็ได้”

หยูหวูชวงตอบกลับไปอย่างราบเรียบ

หญิงชราได้แต่แสยะออกมาก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไปพร้อมๆกันเชินหยาน

“แกร๊ง ! ”

ตอนนี้เองที่เสียงคำรามกระบี่อย่างดังถูกส่งออกมาขณะที่คลื่นกระบี่พุ่งไปตกอยู่ตรงหน้าหญิงชราจนทำให้ก้อนหินแตกกระจายเป็นผุยผง

หลินเทียนก้าวเดินออกไปขณะที่ชี้กระบี่ไปทางเชินหยานพลางพูดว่า

“ขอโทษก่อนแล้วค่อยไป ! ”

หญิงชราได้หันหน้ากลับมาด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง

“เจ้าหนู เจ้าเป็นศิษย์ของหลี่ชางเฟิงแล้วยังไง ? อย่าอวดดีไปหน่อย ที่นี่ไม่ใช่นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าของเจ้าแต่เป็นนิกายพิณใต้พิภพดังนั้นหัดรู้จักทำตัวดีๆเสียบ้าง ! ”

จี่หยูได้จับแขนเสื้อของเขาเอาไว้พร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงกระซิบว่า

“ไม่เป็นไรหรอกหลินเทียน ข้าเองก็ได้ทำผมนางแหว่งไปแล้ว ”

“ยังไม่คิดบัญชีเรื่องอื่น ”

หลินเทียนส่ายศีรษะของเขาก่อนที่จะชี้กระบี่ไปทางเชินหยานแล้วพูดต่อว่า

“หากว่าอยากจะไปก็ขอโทษมาซะ ! ”

“เจ้า ! ”

เชินหยานได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่โกรธจัดและสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร

สีนหน้าของหญิงชราเองก็เปลี่ยนไปเช่นกันก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“คิดว่าชื่อเสียงของอาจารย์เจ้าจะสามารถทำให้เจ้าอวดดีภายในนิกายเราได้ ? ”

“ข้าจะทำอะไรตอนนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอาจารย์ของข้าส่วนเรื่องมารยาทก็เอาไว้สอนศิษย์ตัวเองเถอะ ด้วยสถานะของจี่หยูแล้วดูสูงกว่านางด้วยซ้ำแต่กลับกล้าเหยียดหยามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ! ”

หลินเทียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่แยแส

หญิงชราได้พูดต่อด้วยสีหน้าที่เย็นยะเยือกว่า

“นั่นก็เป็นเรื่องของนิกายเรา เจ้าอย่าเข้ามายุ่ง ! ”

หลินเทียนแสยะออกมาก่อนที่จะแหงนมองไปยังหยูหวูชวงแล้วถามออกมาว่า

“ท่านจะช่วยข้าขวางไอ้แก่นั่นรึไม่ ? ”

“แน่นอน ”

หยูหวูชวงตอบกลับอย่างไม่แยแส , นางที่เป็นถึงจ้าวนิกายนั้นไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเชินหยานได้โดยตรงไม่งั้นจะส่งผลประทบต่อตำแหน่งของนางและในเมื่อตอนนี้มีหลินเทียนออกหน้าแทนจี่หยูเพื่อบังคับให้เชินหยานขอโทษนั้นนางก็อยากจะเห็นภาพเหล่านี้มากๆ

หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากหยูหวูชวงแล้วหลินเทียนได้กวัดแกว่งกระบี่เข้าใส่เชินหยานโดยทันที

“โอหัง ! ”

หญิงชราได้คำรามออกมาด้วยความโกรธ

แกร๊ง ! ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งเข้าปะทะกับร่างของหญิงชราจนกระเด็นออกไปโดยทันที

“ผู้อาวุโสซู โปรดดูอยู่นิ่งๆ ”

หยูหวูชวงพูดออกมาอย่างราบเรียบ

สีหน้าของหญิงชราได้แต่หม่นหมองลงเพราะนางไม่สามารถฝ่าการป้องกันของหยูหวูชวงไปได้

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามกระบี่อย่างดังถูกส่งออกมาก่อนที่หลินเทียนที่แสดงสีหน้าราบเรียบจะสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ถึงขีดสุดก่อนที่จะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเชินหยานโดยทิ้งภาพติดตาเอาไว้

“ข้าจะฆ่าเจ้าซะ ! ”

เชินหยานในตอนนี้โกรธจัดเป็นอย่างมากขณะที่สำแดงทักษะกระบี่ดอกบัวหิมะกระบวนท่าที่สามออกมาอีกครั้ง

หลินเทียนแสยะออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะอาบคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงระดับสูงสุดจนทำให้ร่างของเขาปกคลุมไปด้วยกระแสไฟฟ้าและเปลวเพลิง , แม้ว่าเคล็ดวิชากระบี่ดอกบัวหิมะที่เป็นถึงทักษะเขตแดนจักรพรรดินภาจะแข็งแกร่งก็จริงแต่อีกฝ่ายนั้นฝึกฝนได้แค่ระดับ 3 เท่านั้นถึงไม่สามารถเทียบเคียงกับทักษะกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงของเขาได้

“ตาย ! ”

หลินเทียนฟาดฟันกระบี่ออกไปด้วยสองมืออย่างสุดแรง

การโจมตีของทั้งสองได้เข้าปะทะกันก่อนที่จะทำลายสภาพแวดล้อมโดยรอบไปทันที

หลังจากที่เกิดเสียงระเบิดออกมาอย่างดังแล้วร่างๆหนึ่งก็ได้ลอยเคว้งออกไปนั่นก็คือเชินหยาน !

หลินเทียนในตอนนี้สั่นไปเล็กน้อยก่อนที่จะรีบปรับสมดุลกลับมาพลางจ้องมองไปทางอีกฝ่ายแล้วสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อพุ่งเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว

“เจ้า………..”

“อย่าขยับ ! ”

หลินเทียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

ณ ตอนนี้กระบี่ของเขาแนบอยู่ที่แก้มของอีกฝ่ายขณะที่ส่งไอความร้อนอันรุนแรงออกมา

เมื่อมองไปยังภาพเหล่านี้แล้วผู้คนโดยรอบต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปตามๆกันและไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะสามารถจบการต่อสู้นี้ได้เร็วขนาดนี้เพราะถึงอย่างไรเชินหยานก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 ทว่าหลินเทียนเป็นคนที่เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุดเพราะว่าการโจมตีก่อนหน้านี้ของเขาไม่ได้ยั้งมือดังนั้นถึงได้เอาชนะนางได้ในพริบตา

“ตอนนี้ก็ขอโทษซะ ! ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

“อย่าฝันไปหน่อยเลย ! ”

เชินหยานที่โกรธจัดได้เหวี่ยงกระบี่เข้าใส่หลินเทียน

หลินเทียนยกเท้าขึ้นมาเตะกระบี่ในมือของนางออกไปที่พื้นก่อนที่จะปลดปล่อยไอความร้อนออกมาทางกระบี่มากกว่าเก่าแล้วพูดว่า

“เจ้าควรจะรีบขอโทษซะไม่งั้นกระบี่ของข้าอาจทิ้งรอยแผลเอาไว้บนใบหน้าของเจ้าได้ ”

ณ ตอนนี้เองที่ไอความร้อนจากกระบี่นั้นไม่ได้ต่างไปจากเหล็กที่ถึงจุดหลอมเหลวเลยแม้แต่น้อย

เชินหยานได้แต่สั่นระริกเพราะว่าหากหลินเทียนแนบกระบี่เข้ากับใบหน้าของนางรับรองได้เลยว่ามันต้องมอดไหม้อย่างแน่นอน

“ขอโทษซะ ข้าให้เวลาเจ้าสามลมหายใจ ! ”

หลินเทียนพูดออกมาอย่างเย็นชา

“เจ้า…..”

เชินหยานโกรธจัดเป็นอย่างมาก

หญิงชราที่อยู่อีกฝั่งเองก็ได้มีสีหน้าที่หม่นหมองเป็นอย่างมากขณะที่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาแล้วพูดว่า

“ไอ้ชาติชั่ว หยุดเดี๋ยวนี้ ! ”

“เจ้าเองก็ด้วย ”

หยูหวูชวงได้พุ่งเข้ามาขวางทางของนางเอาไว้

“หยูหวูชวง ! ”

หญิงชราได้คำรามออกมาอย่างดัง

หยูหวูชวงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า

“ซูเยวี่ย อย่าได้ลืมสิว่าข้าคือจ้าวนิกาย ! ”

หญิงชราที่ได้ยินเช่นนั้นเองก็ได้แต่มีสีหน้าที่ตกต่ำยิ่งกว่าเก่า

หลินเทียนได้เปิดปากพูดต่ออีกครั้งว่า

“สาม”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วซูเยวี่ยได้แต่กำหมัดแน่น

เชินหยานเองก็ได้แต่เหลือบมองไปยังกระบี่ที่อยู่ตรงหน้าด้วยร่างกายที่สั่นระริก

“สอง ”

ร่างกายของนางสั่นยิ่งกว่าเก่าขณะที่ใบหน้าซีดเป็นกระดาษ

จี่หยูที่ทนดูไม่ไหวจึงได้ก้าวออกไปแล้วพูดว่า

“หลินเทียน พอได้แล้วล่ะ ”

“หนึ่ง ”

หลินเทียนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส

ณ ตอนนี้เองที่สีหน้าของเขาเย็นชายิ่งกว่าเก่าขณะที่กระบี่ในมือสั่นไหวพร้อมทั้งส่งกลิ่นอายความร้อนที่รุนแรงกว่าเก่าออกมา

เชินหยานได้แต่กรีดร้องพลางร้องไห้ออกมาว่า

“ขอโทษ ! ”

หญิงสาวคนไหนไม่ห่วงเรื่องใบหน้าของตัวเองบ้างกัน นางเป็นคนที่มีรูปลักษณ์งดงามและหากว่าเสียโฉมไปแล้วมันไม่ต่างกับการทำให้นางตกตายทั้งเป็นดังนั้นในวินาทีสุดท้ายนางถึงได้หวาดกลัวเป็นอย่างมาก

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้กระอักเลือดออกมาพร้อมทั้งสลบเหมือดไปทันที

ซูเยวี่ยได้พุ่งเข้ามาพยุงร่างของเชินหยานเอาไว้ก่อนที่จะจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารพลางพูดว่า

“ศิษย์ของหลี่ชางเฟิง เจ้าทำดีมาก ! ข้าจะจำเรื่องในวันนี้เอาไว้ ! ”

“ข้าไม่ดีใจหรอกนะที่ไอ้แก่อย่างเจ้าจะจดจำข้า ”

หลินเทียนได้ตอบกลับไปเพราะจิตสังหารที่นางปลดปล่อยออกมาทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก

ซูเยวี่ยได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป

สาวงามที่เดินมาพร้อมกับเชินหยานในตอนนี้เองก็ได้แต่สั่นสะท้านไปกับความแข็งแกร่งของหลินเทียนเพราะมันป่าเถื่อนเกินไปแล้ว !

“แยกย้ายกันไปได้แล้ว”

หยูหวูชวงได้ออกคำสั่ง

ศิษย์ทั้งหลายต่างทำความเคารพก่อนที่จะรีบแยกย้ายกันไป

พริบตานั้นเองที่นี่ก็เหลือเพียงแต่จี่หยู หยูหวูชวงและหลินเทียน

“ดีมาก ”

หยูหวูชวงได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ

หลินเทียนตอบกลับไปว่า

“โชคดีที่ได้ท่านช่วยเอาไว้ ”

“แต่การทำให้สตรีเสียโฉมนี่มันก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นะ ”

หยูหวูชวงได้พูดออกมา

“เรื่องนี้มันเป็นเพราะตัวนางเอง ”

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

“อีกอย่างศิษย์ก็แค่ขู่เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นางเสียโฉมจริงๆหรอก ”

หยูหวูชวงพยักหน้าให้กับเขาก่อนที่จะเดินเข้าใกล้จี่หยู

“นี่เจ้าบรรลุระดับที่ 5 ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?”

สำหรับนางแล้วการที่จี่หยูผู้ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 16 ปีและอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 1 แต่กลับสามารถบรรลุเคล็ดวิชากระบี่ดอกบัวหิมะระดับที่ 5 ได้นั้นมันทำให้นางภูมิใจมากๆ ! ต้องรู้ก่อนนะว่าศิษย์หลักของนิกายที่มีอายุ 20 แถมยังอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 ยังบรรลุเคล็ดวิชานี้ได้เพียงแค่ระดับที่ 3 เท่านั้น

“เมื่อสองวันก่อนค่ะ ”

จี่หยูตอบกลับไป

หยูหวูชวงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว ”

หยูหวูชวงพูดออกมาก่อนที่จะพยักหน้าให้กับหลินเทียนแล้วจากไปโดยทันที

ดังนั้นที่นี่จึงเหลือเพียงแค่หลินเทียนและจี่หยูสองคนเท่านั้น

“ขอบคุณเจ้ามากๆ ข้ามีความสุขจริงๆ ”

จี่หยูพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้แต่ยิ้มตอบพร้อมทั้งดีดหน้าผากนางแล้วพูดว่า

“ขอบคุณอะไรกัน เจ้าเป็นคนที่ปกป้องข้าเอาไว้ในป่าสัตว์อสูรนะดังนั้นตอนนี้ในเมื่อข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้าข้าก็ต้องปกป้องเจ้าเป็นธรรมดา ไม่มีทางที่ข้าจะปล่อยให้ใครรังแกเจ้าต่อหน้าข้า ”

“เป็นคนซื่อบื้อเหมือนอย่างเคย ”

จี่หยูหัวเราะอยู่ภายในใจก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

“แต่ถึงอย่างไรนางก็แค่หยาบคายเท่านั้น ข้าไม่ได้สนใจหรอก ”

หลินเทียนส่ายศีรษะของเขาก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

“แม้ว่าจะเป็นเพียงคำพูดก็ห้ามปล่อยไปดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่หากมันทำเกินไปหน่อย ”

คำพูดก่อนหน้านี้ของเชินหยานนั้นมันเป็นการหยามนางชัดๆ

พวกเขาได้สนทนากันอยู่นานก่อนที่จะถึงช่วงค่ำแล้วจี่หยูถึงได้เดินไปส่งหลินเทียนที่ๆพักซึ่งทางนิกายจัดเอาไว้ให้สำหรับศิษย์นิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าชั่วคราว มันเป็นเพราะว่าจี่หยูอยู่ที่นิกายนี้มาพักหนึ่งแล้วดังนั้นถึงได้คุ้นเคยเป็นอย่างดีและหลังจากที่ส่งหลินเทียนแล้วนางก็ได้โบกมือลาเขาก่อนที่จะกลับไปยังที่พักของตัวเอง

หลินเทียนได้แต่จ้องมองไปยังร่างของจี่หยูที่กำลังเดินจากไปก่อนที่จะกลับเข้าไปยังห้องของเขา ภายในนั้นเป็นห้องที่ดูธรรมดาๆแต่ยังดูดีกว่าที่พักนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าของเขาด้วยซ้ำ อย่างน้อยๆมันยังกว้างและดูดีกว่าไม่เหมือนกับของนิกายเขาที่มีเพียงเตียงนอนและเครื่องใช้ธรรมดาๆ

“ถึงอย่างไรก็เป็นนิกายของสตรีล่ะเนอะ ”

หลินเทียนคิดอยู่ภายในใจ

เขาปิดประตูลงก่อนที่จะนั่งบ่มเพาะพลังอยู่บนเตียง

ไม่นานเวลากลางคืนได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วันนี้หลุยเจี่ยได้รีบมาที่แห่งนี้เพื่อเชิญศิษย์จากทั้งสองนิกายไปยังลานประลองของนิกายพิณใต้พิภพ

ศิษย์จากสามนิกายใหญ่ต่างแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วยการประลองกันในวันนี้