0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตอนนี้หลินเทียนหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะคิดว่าอีกฝ่ายทำเกินไปหน่อย ! แม้ว่าจี่หยูจะไม่ชอบตอบโต้แต่เขาไม่สามารถยืนดูอยู่เฉยๆได้ระหว่างที่อีกฝ่ายเหยียดหยามนาง

“ขอโทษนางซะ ! ”

เขาได้เดินออกไปตรงหน้าเชินหยานพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

จี่หยูได้เดินเข้ามาจับแขยเขาเอาไว้ก่อนที่จะพูดว่า

“ไม่เป็นไรหรอกหลินเทียน เราไปกันเถอะ ”

“บางคนหากว่าเจ้ายังปล่อยไปเรื่อยๆแบบนี้พวกมันก็จะยังคงรังแกเจ้าต่อไป ”

หลินเทียนส่ายศีรษะของเขาก่อนที่จะมองกลับไปทางเชินหยานแล้วพูดว่า

“ขอโทษซะ ! ”

สีหน้าของเชินหยานได้ตกต่ำลงก่อนที่จะพูดว่า

“เจ้าเป็นใคร ? เจ้าคิดว่าจะให้ข้าขอโทษในถิ่นของข้า ? ”

สีหน้าของหลินเทียนยังคงเคร่งขรึมขณะที่ก้าวออกไปอีกก้าวแล้วพูดว่า

“อย่าได้ทดสอบความอดทนของข้า ข้าบอกให้ขอโทษ ! ”

เขาได้แต่จ้องมองไปทางอีกฝ่ายขณะที่ปลดปล่อยไอเย็นออกมาโดยรอบจนทำให้สีหน้าของเชินหยานเปลี่ยนไปอย่างมากเพราะมันเป็นกลิ่นอายที่น่ากลัวทว่าสาวงามคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังถึงกับสั่นระริกไปโดยทันที

“เข้าเป็นแขกของนิกายเราแต่นี่กลับคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าถิ่นหรือไง ? ”

เชินหยานได้ตอบกลับไปอย่างเย็นชา

หลังจากทีพูดจบแล้วนางเหวี่ยงฝ่ามือออกไปทางหลินเทียนโดยทันที

หลินเทียนยกมือขึ้นมาพร้อมทั้งเหวี่ยงหมัดเข้าปะทะอย่างรุนแรงจนทำให้อีกฝ่ายถูกกระแทกกลับไปหลายก้าว

“ศิษย์พี่เชินหยาน ! ”

“เจ้าเป็นศิษย์นิกายเจ็ดตำหนักรอบรู้หรือนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้ากัน ! ทำเกินไปแล้ว ! ”

“รู้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน ! ”

ศิษย์หลายๆคนได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าที่โกรธจัด

แน่นอนว่าพวกนางรู้เรื่องที่ศิษย์จากทั้งสองนิกายมาเยี่ยมดีดังนั้นถึงได้พอเดาได้ว่าหลินเทียนมีสถานะอะไร

หลินเทียนได้แต่มองไปทางเชินหยานด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสพลางพูดว่า

“ขอโทษซะ ! ”

สีหน้าของเชินหยานตกต่ำลงอย่างมากขณะที่กวาดตามองไปทางจี่หยูแล้วแสยะออกมาว่า

“ก่อนหน้านี้ข้าก็พูดลอยๆแต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นของศิษย์นิกายอื่น ! ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ ! ”

“ศิษย์พี่ เจ้ามีอายุมากกว่าข้าดังนั้นข้าถึงได้ให้ความเคารพกับเจ้าแต่อย่าให้มันมากเกินไปนะ ! ”

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่มีน้ำโห

“กระวนกระวายอะไรกัน ? ต่อให้ข้าพูดแบบนี้แล้วมันจะทำไม ….”

เชินหยานได้แสยะออกมาแต่ขณะที่นางยังพูดไม่ทันจบนั้นหลินเทียนก็ได้พุ่งเข้ามาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้านางด้วยความเร็วพริบตา

“เจ้า……….”

“เพรี้ย ! ”

เสียงตบอย่างดังถูกส่งออกมาขณะที่ร่างของเชินหยานลอยเคว้งออกไปไกล

จี่หยูเองก็ถึงกับผงะไปและไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะลงมือตบอีกฝ่ายแบบนี้

“เจ้ากล้าตบข้างั้นรึ ! ”

เชินหยานได้พยุงตัวเองกลับขึ้นมาก่อนที่จะกรีดร้องอย่างดัง

“เจ้ามีหน้าด้วย ? ”

หลินเทียนตอบกลับอย่างเย็นชา

เขาได้พุ่งตัวออกไปด้วยทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ก่อนที่จะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้านางแล้วเหวี่ยงฝ่ามือตบไปอีกครั้ง

ฝ่ามือนี้ตบจนเชินหยานปลิวออกไปอีกครั้ง

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้หลินเทียนรู้สึกโกรธยิ่งกว่าเก่า

“นี่…….”

ศิษย์คนอื่นๆเองก็ถึงกับสั่นสะท้านไปกับการกระทำของหลินเทียน เชินหยานนั้นเป็นถึงศิษย์หลักของนิกายที่อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 แต่ตอนนี้กลับถูกตบซ้ำแล้วซ้ำอีก ครั้งแรกยังไม่เท่าไหร่แต่ครั้งที่สองที่สามติดกันนี่มันน่าเหลือเชื่อมาก

“ข้าจะฆ่าเจ้าซะ ! ”

เชินหยานกรีดร้องออกมาขณะที่ปลดปล่อยคลื่นกระบี่อันรุนแรงจนทำให้ต้นไม้และดอกไม้โดยรอบกระจุยกระจาย

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ไม่แยแสออกมาขณะที่ก้าวออกไป

“ระวังนะหลินเทียน ”

จี่หยูเตือนเขา

นางรู้ถึงนิสัยของหลินเทียนดีดังนั้นการจะให้เขาหยุดมือคงเป็นเรื่องที่เพ้อฟันและนางก็รู้ดีด้วยว่าเชินหยานนั้นแข็งแกร่งมากๆเพราะถึงอย่างไรก็อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 5 แถมยังฝึกฝนเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายอย่างเคล็ดวิชากระบี่บัวหิมะดังนั้นหากทั้งสองต่อสู้กันจริงๆก็ยากจะคาดเดาผลลัพธ์

ณ ตอนนี้เชินหยานได้พุ่งเข้าใส่หลินเทียนอย่างเร็ว

หลังจากที่โดนตบไปซ้ำๆโดยหลินเทียนนั้นมันทำให้นางโกรธจนดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ , กระบี่อาวุธสมบัติระดับสูงได้ถูกเรียกออกมาก่อนที่จะฟาดฟันออกไปจนทำให้หลินเทียนถึงกับต้องแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา แม้ว่าเขาจะไม่ถูกชะตากับอีกฝ่ายนักแต่ก็ต้องยอมรับเลยว่านางแข็งแกร่งจริงๆ

ตอนนี้เองที่เขาได้เรียกเอากระบี่ออกมาฟาดฟันตอบโต้กลับไป

สีหน้าของศิษย์ต่างๆที่อยู่รอบๆถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมากเพราะคนนอกอย่างหลินเทียนกลับกล้าลงมือภายในนิกายนี้ ! กล้าดีเกินไปแล้ว ! แถมการปะทะกันของทั้งสองยังถึงกับทำให้พวกนางต้องแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาเพราะดูเหมือนหลินเทียนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ !

หลินเทียนที่กำกระบี่อยู่เองก็ได้กวัดแกว่งคลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตออกไปถึงขีดสุด

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง ! ”

กระบี่ทั้งสองได้ปะทะเข้าใส่กันและกันซึ่งการโจมตีของหลินเทียนนั้นแม่นยำและรุนแรงเป็นอย่างมากจนทำให้เชินหยานได้แต่ถอยร่นออกไปไม่หยุด

ไม่รู้เลยว่าต้นไม้ข้างทางถูกทำลายไปด้วยการปะทะกันของพวกเขามากมายขนาดไหน

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงแสยะอันเย็นชาถูกส่งออกมาก่อนที่จะปรากฏเป็นร่างของหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศพลางพุ่งเขามาในสนามรบของพวกเขาในพริบตา

“ผู้อาวุโสซู ! ”

หลายๆคนได้โห่ร้องออกมา

เชินหยานส่งเสียงเรียกอย่างดังว่า

“ท่านอาจารย์ ! ”

สีหน้าของหลินเทียนเปลี่ยนไปโดยทันทีเพราะแรงกดดันของอีกฝ่ายนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก

“เป็นคนนอกแต่กล้าหยาบคายในนิกายของข้างั้นรึ ! ”

หญิงชราได้ตะหวาดออกมาก่อนที่จะเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่หลินเทียน

หลินเทียนในตอนนี้สัมผัสได้เพียงแค่ว่าฝ่ามือนี้ปิดกั้นทางหนีของเขาเอาไว้ทั้งหมด

“หยุดนะผู้อาวุโสซู ! ”

สีหน้าของจี่หยูเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่อย่างดังได้ถูกส่งออกมาจากสถานที่ๆอยู่ห่างไกลก่อนที่เส้นแสงจะพุ่งเข้ามาทำลายการโจมตีของหญิงชราโดยทันที

ตอนนี้เองที่มีสาวงามอีกคนปรากฏตัวออกมาอยู่เหนือศีรษะของหลินเทียนซึ่งกลิ่นอายของนางแข็งแกร่งยิ่งกว่าหญิงชราด้วยซ้ำ

“ข้าว่าการต่อสู้ของศิษย์ก็ไม่ควรจะเข้ามายุ่งนะ กลับไปซะผู้อาวุโสซู ”

หลังจากที่เห็นการปรากฏตัวของหญิงงามคนนี้แล้วสีหน้าของผู้คนโดยรอบถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมากก่อนที่จะรีบทำความเคารพอย่างรวดเร็ว

“ท่านจ้าวนิกาย ! ”

จี่หยูในตอนนี้ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจพร้อมกับโล่งอกออกมาในเวลาเดียวกัน

หลินเทียนเองก็ไม่ต่างกันเพราะเขาไม่คิดเลยว่าหญิงงามคนนั้นจะปรากฏตัวออกมา

“หยูหวูชวง เจ้าเองก็น่าจะรู้กฎดีหนิ ชายคนนี้เป็นศิษย์นิกายเรางั้นรึ ? ”

หญิงชราได้มองไปทางหญิงงามก่อนที่จะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

“นิกายของข้ามีศิษย์เป็นบุรุษตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ! ”

“อาจารย์ของเขาคือหลี่ชางเฟิง ”

หยูหวูชวงตอบกลับอย่างไม่แยแส

“หลี่ชางเฟิง ? เขาเป็นศิษย์ของหลี่ชางเฟิง ? ”

สีหน้าของหญิงชราได้แต่เปลี่ยนไปก่อนที่จะพูดต่อว่า

“เป็นไปไม่ได้ ! ข้าไม่เห็นเคยได้ยินว่าชายคนนั้นมีลูกศิษย์ ! ”

“จะใช่หรือไม่ใช่ก็ลองไปถามจ้าวนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าเอาแล้วกัน”

หยูหวูชวงได้พูดต่อว่า

“นิกายของเราเคยได้รับน้ำใจอันยิ่งใหญ่จากหลี่ชางเฟิงมาก่อนดังนั้นจ้าวนิกายท่านก่อนที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดได้สั่งการเอาไว้ว่าหากหลี่ชางเฟิงมีทายาทหรือลูกศิษย์ก็สามารถเข้าออกนิกายของเราได้ตามใจเขาและถือว่าเป็นศิษย์ของที่นี่หรือแม้กระทั่งเขาอยากจะฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่ดอกบัวหิมะก็ยังได้ หรืออยากจะขอเข้าพบผู้อาวุโสสูงสุดหน่อยไหมล่ะ ? ”

สีหน้าของหญิงชราได้เปลี่ยนเป็นหม่นหมองลงมันทีเพราะไม่คิดเลยว่าหลี่ชางเฟิงคนนั้นจะรับลูกศิษย์ด้วย !?

เมื่อฟังจากคำพูดของหยูหวูชวงแล้วหลินเทียนก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา นี่ตาเฒ่าขี้เมาเคยช่วยอะไรนิกายนี้เอาไว้ ? ทำไมถึงได้ทำให้จ้าวนิกายคนก่อนถึงขั้นอนุญาตให้เขาสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่ดอกบัวหิมะได้ ? ต้องรู้ก่อนนะว่ามันเป็นเคล็ดวิชาประจำนิกายที่มีเพียงแค่ผู้มีสิทธิ์ชิงตำแหน่งเจ้านิกายเท่านั้นถึงจะฝึกฝนได้

ไม่เพียงหลินเทียนเท่านั้นแต่จี่หยูที่อยู่ข้างๆเองก็ถึงกับตกตะลึงไปทันที นี่เฒ่าขี้เมาคนนั้นสุดยอดขนาดนั้นเลย ?

“แกร๊ง ! ”

ตอนนี้เองที่มีเสียงคำรามกระบี่ถูกส่งออกมาอย่างดัง

แม้ว่าหลินเทียนจะไม่รู้ว่าเฒ่าขี้เมาเคยช่วยเหลืออะไรเอาไว้แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก กระบี่ในมือของเขาได้ชี้ไปทางเชินหยานพร้อมกับเหวี่ยงมันเพื่อส่งคลื่นกระบี่ผ่านแก้มนางไปทำลายก้อนหินด้านหลังพลางพูดว่า

“ขอโทษซะ ! ”

“อย่าหวังไปหน่อยเลย ! ”

เชินหยานได้ตอบกลับไป

“งั้นรึ ”

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมว่า

“งั้นข้าก็จะทำให้เจ้าขอโทษเอง ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่ในมือของเขาสั่นไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะส่งเสียงคำรามของคลื่นกระบี่สายฟ้าออกมา

“โอหัง ! ”

หญิงชราถึงกับโกรธจัดโดยทันทีก่อนเพราะขนาดนางอยู่ต่อหน้าแต่หลินเทียนยังกล้าลงมือ ! , นางได้แต่เหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

แกร๊ง ! ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่ได้ทำลายการโจมตีของหญิงชราไปอย่างรวดเร็ว

“ผู้อาวุโสซู อย่าลืมที่ข้าเพิ่งพูดไปสิว่าอย่าได้เข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ของศิษย์ ”

หยูหวูชวงพูดออกมา

หญิงชราเองตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกว่า

“หยูหวูชวง เจ้ากล้ารังแกเชินหยานด้วยคนนอกงั้นรึ ! ”

“เขาเป็นศิษย์ของหลี่ชางเฟิงดังนั้นก็ถือเป็นศิษย์นิกายเราและนี่ไม่ถือว่าเขาเป็นคนนอก ”

นางได้พูดต่อด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิมว่า

“ศิษย์ของเจ้าเองก็รังแกจี่หยูแถมยังด่าทอนางมากมายแต่ข้าที่เป็นอาจารย์เองก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งดังนั้นตอนนี้เจ้าก็อยู่นิ่งๆอยู่ตรงนั้นซะ ! ไม่งั้นก็อย่าหาว่าข้าที่เป็นจ้าวนิกายไม่เตือน ! ”

“เจ้า ! ”

สีหน้าของหญิงชราถึงกับซีดเผือดไปทันทีเพราะอีกฝ่ายใช้สถานะของจ้าวนิกายข่มขู่

“แกร๊ง ! ”

เสียงคำรามของกระบี่อย่างดังถูกส่งออกมาขณะที่คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงถูกส่งออกไป

หลังจากที่สำแดงทักษะกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปแล้วกลิ่นอายของหลินเทียนได้ทะลักออกมามากกว่าเก่าหลายเท่าตัวและส่งผลให้เชินหยานได้แต่ถอยร่นออกไปไม่หยุด

จี่หยูที่กำลังจ้องมองออกไปเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่กระวนกระวายออกมา

“ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่ได้ตอบโต้อะไรเชินหยานกลับไป ”

หยูหวูชวงที่อยู่กลางท้องฟ้าได้ส่งความคิดเข้าไปในหูของจี่หยูพลางพูดต่อว่า

“หยูเอ๋อ แม้ว่าจะไม่ชอบต่อสู้กับคนอื่นมันเป็นเรื่องที่ดีแต่ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นผู้บ่มเพาะดังนั้นเมื่อถึงเวลาก็ต้องชักกระบี่ออกจากฝัก”

จี่หยูได้แต่มองกลับขึ้นไปก่อนที่จะหันหน้ากลับลงมามองไปยังหลินเทียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

เสียงคำรามของกระบี่อย่างดังยังคงถูกส่งออกมาขณะที่ถาโถมเข้าใส่อีกฝ่ายดั่งพายุที่โหมกระหน่ำ

“ระยำเอ้ย ! ”

เชินหยานได้แต่กรีดร้องออกมา

โครม ! ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวได้ปลดปล่อยออกมาจากร่างของเชินหยาน

“กระบวนท่าที่สามของเคล็ดวิชากระบี่ดอกบัวหิมะ ? ”

สาวงามหลายๆคนได้แต่โห่ร้องออกมา

นัยน์ตาของหลินเทียนหดเล็กลงเพราะสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของการโจมตีนี้ดีแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร

ทันใดนั้นเองที่มีมือหนึ่งจับชายเสื้อของเขาเอาไว้ก่อนที่จี่หยูจะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเขา

“ข้าเอง ”

จี่หยูได้พูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วคลื่นกระบี่ที่รุนแรงยิ่งกว่าได้ทะลักออกมาพร้อมๆกับกลีบดอกบัวมากมายพร้อมทั้งส่งแรงกดดันเข้าใส่เชินหยานโดยทันที

“นี่มัน ?! ”

สีหน้าของหญิงชราถึงกับเปลี่ยนไปก่อนที่จะอุทานออกมาว่า

“เป็นไปไม่ได้ ! ”

ขนาดหยูหวูชวงเองก็ยังต้องแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปออกมาพลางพึมพำออกมาว่า

“เด็กคนนี้ ด้วยอายุขนาดนี่แต่กลับสามารถทำความเข้าใจได้ถึงระดับนี้นี่มัน………..”