0 Views

สัญลักษณ์ที่แปลงประหลาดที่ชายชราหยิบออกมานั้นทำให้หลินเทียนได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นมันเพราะเขาเคยเห็นมันมาก่อนตอนที่กระบี่ได้พุ่งเข้าร่างเขาไป หลังจากนั้นก็ปรากฏภาพร่างมากมายขึ้นในสมองของเขารวมถึงสัญลักษณ์เหล่านี้ด้วย

“สัญลักษณ์พวกนี้คือ …..”

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

คนอื่นๆภายในห้องเองก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกับเขาเช่นกัน

ชายชราได้ปิดหนังสือก่อนที่จะพูดออกมาช้าๆว่า

“นี่คือสัญลักษณ์ของข่ายอาคม ”

“ข่ายอาคม ? ”

หลายคนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

ข่ายอาคมนั้นเป็นชิ้นส่วนที่ตกผลึกของการศึกษาที่ไม่มีสิ้นสุดของเหล่าปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้และปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้แหละที่เป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากการบ่มเพาะ ”

ชายชราได้พูดต่อว่า

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นสามารถใช้พลังของตัวเองและวัตถุดิบภายนอกเพื่อทำให้ผู้คนธรรมดาสามารถใช้พลังของทักษะจากม้วนคัมภีร์ สามารถใช้ข่ายอาคมรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อที่จะเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะหรือเพิ่มความสามารถในการรบโดยใช้ข่ายอาคมโจมตีซึ่งตามตำนานกล่าวเอาไว้ว่าผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของด้านนี้สามารถใช้พลังของธรรมชาติเพื่อสังหารได้อย่างน่ากลัว ”

วิ้สส !

หลังจากที่คำพูดของชายชราได้จบลงนั้นท่าทางของผู้คนต่างๆล้วนเปลี่ยนไปด้วยกันทั้งหมด

ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ? นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว !

ในที่สุดหลินเทียนที่อยู่ตรงมุมห้องเองก็เข้าใจ

“จริงๆแล้วสัญลักษณ์แปลกๆในสมองเรานั้นเป็นข่ายอาคมนี่เอง มันเป็นของพวกปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม”

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ทันใดนั้นก็เกิดประกายขึ้นในสมองของเขาเพราะว่าจากที่ได้ยินมาจากชายชรานั้นสิ่งที่ดึงดูดเขาที่สุดคือปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมสามารถสร้างข่ายอาคมที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะได้ ต้องรู้นะว่าตอนนี้ปัญหาที่เขากำลังเผชิญคือความเร็วด้านการบ่มเพาะนี้

“ท่านอาจารย์ ข้าอยากจะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ท่านช่วยสั่งสอนข้าด้วย ! ”

“ท่านอาจารย์ ข้าเองก็อยากเป็นเช่นกัน ! ”

“ข้าจะต้องเรียนรู้ให้ได้ ! ”

เหล่าศิษย์ต่างๆที่อยู่ภายในห้องล้วนแสดงท่าทางตื่นเต้นออกมา

ชายชราได้แต่ส่ายศีรษะก่อนที่จะยกมือขึ้นให้สัญญาณเพื่อให้เงียบลง

“ภายในอาณาจักรนี้ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นมีสถานะสูงมากซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่ใครๆต่างต้องการเข้าหา หลังจากที่ได้เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วก็รับประกันได้ถึงเรื่องความร่ำรวยอย่างแน่นอน ”

ชายชราได้พูดออกมาก่อนที่จะพูดต่อว่า

“น่าเสียดายที่เงื่อนไขในการเป็นนั้นยากมากๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนธรรมดาๆจะประสบความสำเร็จได้ ”

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้คนต่างๆถึงกับชะงักไป

“ท่านอาจารย์ แล้วเงื่อนไขนั้นคืออะไร ? ”

ศิษย์คนหนึ่งได้เอ่ยปากถามออกมา

หลินเทียนที่อยู่ตรงมุมห้องเองก็หูผึ่งไปเลยทีเดียว แน่นอนว่าการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้คงเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถช่วยให้เขาบรรลุถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 9 ภายในสามเดือน

ชายชราได้พูดออกมาว่า

“หากว่าอยากจะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นอย่างน้อยๆก็มีเงื่อนไขสองข้อ หนึ่งคือมีพลังวิญญาณที่เหนือกว่าผู้คนธรรมดา อย่างที่สองคือต้องมีปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมคอยฝึกสอนแล้วถ่ายทอดข่ายอาคมให้ ”

ตรงนี้เองที่ชายชราได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะพูดว่า

“คนภายในอาณาจักรนี้ที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นพอนั้นหาได้หนึ่งในหมื่นเลยก็ว่าได้แต่ปรมาจารย์ข่ายอาคมนั้นไม่มีใครฝึกสอนคนภายนอกดังนั้นถึงได้บอกว่าการจะเป็นปรมาจารย์ข่ายอาคมนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ”

หลังจากที่ชายชราได้พูดจบแล้วคำพูดเหล่านี้ก็ได้ทำให้ท่าทางของผู้คนถึงกับแข็งค้างไป

“อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องพลังวิญญาณเลยแต่ว่าในมือท่านมันก็คือข่ายอาคมไม่ใช่หรอ ? ”

ศิษย์คนหนึ่งได้พูดออกมา

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วหลายๆคนก็ได้แต่จ้องมองไปทางชายชราโดยทันที

ชายชราได้ส่ายหนังสือไปมาก่อนที่จะพูดว่า

“สัญลักษณ์พวกนี้เป็นของที่ปรมาจารย์บางคนคัดลอกขึ้นมา มันไม่มีความน่าหลงใหลและไม่มีค่าที่จะสามารถทำความเข้าใจด้วยได้หรอก ”

“นี่ ……”

ศิษย์หลายคนถึงกับแสดงสีหน้าที่ผิดหวังออกมา

หลังจากที่เห็นเช่นนั้นแล้วชายชราก็ได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

“มันไม่ได้มีแค่นั้นนะ หากว่าอยากจะเป็นปรมาจารย์แล้วก็มีเงื่อนไขมากกว่าที่บอกไปอีกแต่ยังจำเป็นต้องมีความมั่งคั่งด้วยเพราะว่าเมื่อทำการฝึกวางข่ายอาคมนั้นก็จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบราคาสูง คนธรรมดาไม่สามารถจ่ายมันได้อย่างแน่นอนแต่หลังจากที่ได้เป็นปรมาจารย์แล้วก็จะสามารถขายทักษะในราคาดีได้ มันเป็นการหาเงินที่สบายๆเลยล่ะ ”

หลังจากที่ฟังคำพูดของชายชราไปแล้วเหล่าศิษย์ทั้งหลายที่ต่างอยากที่จะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมด้วยกันทั้งหมดนั้นล้วนแสดงสีหน้าที่ผิดหวังยิ่งกว่าเก่าเพราะว่าเงื่อนไขมันยากยิ่งนัก เรียกได้ว่ายากจนถอดใจเลยก็ว่าได้

“เอาล่ะ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องนั้นแล้วบ่มเพาะไปอย่างตั้งใจเถอะ ”

ชายชราได้พูดออกมา

หลายๆคนได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความอับอายเพราะว่าการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นยังห่างไกลกับพวกเขานักก่อนที่จะเริ่มรับฟังชายชราอธิบายเกี่ยวกับการบ่มเพาะต่อไป

หลินเทียนที่อยู่ตรงมุมห้องได้กำหมัดของเขาก่อนที่จะเกิดประกายขึ้นในดวงตา

“ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมมันเป็นอย่างงี้นี่เอง ”

การสอนนั้นดำเนินไปกว่าสองชั่วโมงและหลังจากนั้นชายชราก็ได้จบการสอนลง หลินเทียนได้รีบพุ่งออกจากห้องเพื่อกลับไปยังที่พักของตัวเองอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ถึงห้องแล้วเขาก็รีบปิดประตูพร้อมทั้งนั่งลงศึกษาสัญลักษณ์ต่างๆภายในสมองของตัวเอง

อีกสามเดือนจะถึงการประลองระหว่างเขาและโจวเฮ่าซึ่งอย่างน้อยๆเขาต้องบรรลุเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 8 ให้ได้แต่ตอนนี้มันยังไม่พอทว่าการที่เขาสามารถเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมและเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่เขากระหายเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่การบ่มเพาะเองก็จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมากมายเช่นกันไม่ว่าจะเป็น ยาหรือว่าอาวุธล้ำค่า หากว่าเขาได้เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วก็จะสามารถทำเงินได้มากมาย เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะสามารถซื้อยาและอาวุธคุณภาพสูงได้สบายๆ

ดังนั้นแล้วยังไงเขาก็ต้องเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมให้ได้ !

หลับตาลงก่อนที่จะเริ่มสัมผัสถึงสัญลักษณ์ต่างๆในสมอง สัญลักษณ์เหล่านี้ได้ผ่านเข้ามาในหัวของเขาซึ่งมันผสมปนเปไปด้วยความเวทย์มนต์ที่ลึกซึ้ง เขาได้รับความเจ็บปวดจนเกือบจะโห่ร้องออกมาเหมือนว่ามีกระบี่อันแหลงคมกำลังสับมากลางศีรษะของเขา

ขั้นตอนนี้ดำเนินไปกว่าหกชั่วโมงก่อนที่หลินเทียนจะลืมตาขึ้นในช่วงบ่าย

“เจ็บปวดจะตายอยู่แล้ว ”

เขาได้อดทนกับความเจ็บปวดขณะที่วิสัยทัศน์ของเขาเริ่มเลือนรางจากความเจ็บปวดที่เกือบจะทำให้หัวระเบิด

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่หลินเทียนกลับตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาได้ผสานเข้ากับสัญลักษณ์เหล่านี้แล้วเขาก็พบกับข่ายอาคมมากมายรวมถึงข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณที่ชายชราได้พูดเอาไว้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือข่ายอาคมนี้เป็นข่ายอาคมรากฐานที่สุด !

“ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ ข่ายอาคมผสาน ข่ายอาคมกับดัก ข่ายอาคมลวงตา ข่ายอาคมสังหาร…..”

หลินเทียนได้พึมพำออกมา

เขาได้ถูศีรษะของตัวเองก่อนที่จะสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

สัญลักษณ์ข่ายอาคมที่ปรากฏขึ้นในสมองของเขานั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็นข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณที่เป็นรากฐานหรือข่ายอาคมระดับสูงสุดอย่างข่ายอาคมสังหาร การผสานนี้เกือบทำให้สมองของเขาต้องระเบิดออก

อาการของเขาค่อยๆดีขึ้นหลังจากผ่านไปอีกสองชั่วโมง

เมื่อผ่านไปกว่า 8 ชั่วโมงแล้วในที่สุดหลินเทียนก็เข้าใจได้ว่าจะจัดการอย่างไรกับการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้ เขาตระหนักดีว่าพลังวิญญาณของตัวเองนั้นผ่านเกณฑ์ไม่งั้นก็คงไม่สามารถสัมผัสถึงสัญลักษณ์พวกนี้ได้ เขาเชื่อว่าตัวเองสามารถทำความเข้าใจกับมันได้แน่นอน !

อย่างแรกในการศึกษาข่ายอาคมก็จำเป็นต้องมีคัมภีร์เสียก่อน โดยปกติแล้วจะใช้กระดาษธรรมดาและหลังจากนั้นก็คือการไปซื้อวัตถุดิบต่างๆไม่ว่าจะเป็นน้ำหมึกที่ได้จากการกลั่นสมุนไพรหรือเลือดของสัตว์ร้ายระดับสูงก็ตาม

หลังจากที่ได้คัมภีร์กับน้ำหมึกมาแล้วก็เริ่มทำการลงลวดลายโดยใช้พลังซึ่งเป็นมันขั้นตอนที่ยากอย่างมาก สำหรับผู้เริ่มฝึกนั้นหากสามารถใช้การหนึ่งในสิบคัมภีร์ที่วางข่ายอาคมได้นั้นก็ถือว่าดีมากๆแล้ว

หากว่าผิดพลาดในแต่ละขั้นตอนนั้นก็จะทำให้เสียคัมภีร์และวัตถุดิบนั้นไปทันที แน่นอนว่านี่รวมถึงเงินด้วยเพราะงั้นการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมถึงเป็นอะไรที่สิ้นเปลืองมากๆ คนธรรมดาไม่สามารถรับราคาค่าวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนได้อย่างแน่นอน

“อย่างแรกก็เอาข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณก่อนแล้วกัน ”

หลินเทียนนั้นตื่นเต้นเป็นอย่างมากก่อนที่จะระลึกถึงวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการสร้างแล้วพูดออกมาว่า

“หญ้าฮุนหยา รากไม้ทองคำ เลือดของสัตว์ร้ายระดับ 3 อย่างวานรไฟ……”

“วัตถุดิบพวกนี้…”

หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะฝืนยิ้มออกมา

หญ้าฮุนหยาและรากไม้ทองคำนั้นเป็นสิ่งที่เขาพอจะหาได้แต่เลือดของสัตว์ร้ายระดับสามนั้นเป็นอะไรที่ราคาสูงมากๆ แต่ละอย่างนั้นจำเป็นต้องใช้เงินหลายสิบเหรียญ สรุปแล้วข่ายอาคมแต่ละแผ่นที่เขาจะสร้างนั้นจำเป็นต้องใช้เงินกว่าร้อยเหรียญซึ่งหากรวมกับความเป็นไปได้ที่จะล้มเหลวแล้วเขาก็ต้องใช้เงินกว่าหลายพันเหรียญด้วยซ้ำกว่าจะได้ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณมาสักม้วน

“นี่มันผลาญเงินชัดๆ ! ”

เหรียญวิญญาณนั้นเป็นค่าเงินของอาณาจักรแห่งนี้ซึ่งสำหรับครอบครัวธรรมดาแล้วเพียงเหรียญเดียวก็สามารถใช้ได้กว่าหนึ่งเดือน หลินเทียนได้นับเงินตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วมีเพียง 30 เหรียญเท่านั้น มันไม่พอจะซื้อวัตถุดิบสำหรับข่ายอาคมสักม้วนเลยด้วยซ้ำ

หลังจากที่คิดถึงตรงนี้แล้วท่าทางของเขาถึงกับเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

“ดูเหมือนว่าคงได้แต่ยืมเงินแล้วสินะ ”

หลินเทียนได้พูดออกมา

……..

“อะไรนะ ? พันเหรียญ ? เจ้าจะเอาเงินไปทำอะไรมากมายขนาดนั้น ? ”

ซูชูวได้จ้องมองไปทางหลินเทียน

แม้ว่าจะเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสในสำนักแต่เงินหนึ่งพันเหรียญก็ถือว่าเยอะเอาการ

“ไปซื้อของ ”

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างอับอาย

ภายในสถานที่แห่งนี้มีเพียงซูชูวเท่านั้นที่เขาสนิทด้วย มู่ชิงและฉีดีนั้นถือเป็นผู้อาวุโสดังนั้นมันคงไม่ดีเท่าไหร่หากจะไปขอยืมเงินจากพวกเขา หลังจากที่คิดไปคิดมาแล้วเขาก็ได้แต่ต้องยืมจากซูชูวเท่านั้น

ตั้งแต่รอดตายมาได้นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขายืมเงินจากหญิงสาว

“ไปซื้อของแต่จำเป็นต้องใช้เงินขนาดนั้นเลย ? ”

ซูชูวได้ถามออกมา

หลินเทียนได้ตบศีรษะของตัวเองพร้อมกับพูดว่า

“มันเป็นความลับที่ยังบอกไม่ได้ในตอนนี้ ”

“ความลับ ? ”

ซูชูวได้จ้องมองไปทางหลินเทียนก่อนที่จะยกริมฝีปากขึ้น

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อึดอัดและไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดี

ซูชูวได้แสยะออกมาและไม่สร้างความอับอายให้เขาต่อก่อนที่จะส่งเงินให้หลินเทียนไปในที่สุด

“ขอบคุณมาก ข้าจะหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุด ”

หลินเทียนได้ให้คำสัตย์สาบานออกมา

หลังจากที่ได้เงินมาแล้วเขาก็รีบกลับไปที่พักโดยทันทีเพื่อที่จะหาชุดคลุมตัวมาสวมเอาไว้และไม่นานเขาก็ได้เดินออกจากสำนักไป, การที่เขาลงมือสังหารโม่เซินไปนั้นแถมยังมีตระกูลเสี่ยวเป็นศัตรูคู่อาฆาตอีก หากว่าเขาเผยตัวตนอยู่ด้านนอกสำนักแล้วก็บอกได้เลยว่าจะต้องเป็นอันตรายกับตัวเองอย่างแน่นอน ก่อนที่จะแข็งแกร่งพอเขาจะต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก