0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

กระบี่ทั้งเก้าเล่มปรากฏออกมาอยู่รอบตัวของหลินเทียนพร้อมทั้งเคลื่อนที่ไปมาด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าขณะที่ป้องกันการโจมตีของไป่หยุนเฟย์เอาไว้ได้ทั้งหมดจนทำให้สีหน้าของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

“นี่มัน ?! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมคนอื่นๆล้วนแสดงสีหน้าที่หวาดผวาออกมาเพราะว่าสิ่งที่หลินเทียนกำลังทำอยู่นั้นมันเหมือนกับทักษะที่ไป่หยุนเฟย์ใช้ไม่มีผิด

“นี่ .. นี่มันทักษะลับนิกายร้อยหลอม ? ”

“เป็นไปได้ไงกัน…… หลินเทียนเองก็ฝึกฝนทักษะนี้ด้วยงั้นรึ ? เป็นไปไม่ได้ ! ”

“แต่นี่มันเหมือนกันมากเลยนะ ! ”

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

“แกร๊ง ! ”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง ! ”

กระบี่ทั้ง 18 เล่มฟาดฟันเข้าใส่กันไปมาขณะที่ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ใบหน้าของพูอันถูกย้อมไปด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อพลางระลึกถึงสิ่งหนึ่งว่า

“ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก่อนเจ้านี่เพิ่งแลกเอาอาวุธสมบัติขั้นต้นไป 15 เล่มหนิ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง ”

ซูเฟิงที่อยู่ข้างๆเองก็ผงะไปเช่นกัน

ณ ตอนนี้สีหน้าของจ้าวนิกายและผู้อาวุโสเหลาก็โง่งมไม่ต่างกัน

“เจ้าหนูนี้ไปได้ทักษะลับของนิกายร้อยหลอมมาได้อย่างไรกัน ? เป็นไปไม่ได้ ! ”

ผู้อาวุโสเหลาพูดออกมา

ดวงตาของจ้าวนิกายเป็นประกายออกมาขณะที่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึง

ระหว่างที่คนอื่นๆกำลังประหลาดใจนั้นซัวชางเองก็ถึงกับมีสีหน้าที่ตกต่ำลงอย่างมากเพราะเขาคิดไว้ว่าไป่หยุนเฟย์จะสามารถเอาชนะหลินเทียนได้อย่างง่ายดายแต่ไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่หลินเทียนสามารถใช้ทักษะเดียวกับอีกฝ่ายได้

“แกร๊ง ! ”

ระหว่างนี้กระบี่ทั้ง 18 เล่มก็ยังคงกวัดแกว่งเข้าใส่กันและกันก่อนที่จะต่างปลิวออกไป

“ข้าไม่เชื่อหรอก ! ”

ไป่หยุนเฟย์ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

กระบี่ทั้งเก้าสั่นไหวขณะที่ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังแล้วพุ่งเข้าใส่หลินเทียนโดยทันที

สีหน้าของหลินเทียนในตอนนี้ยังคงราบเรียบขณะที่รับการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยกระบี่ทั้งหมด

การโจมตีแบบเดียวกันทำให้ไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบ

ณ ตอนนี้ ,กระบี่เล่มที่สิบได้ปรากฏออกมาข้างๆหลินเทียนก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ไป่หยุนเฟย์

“เจ้า … ! ”

“แกร๊ง ! ”

กระบี่เล่มที่สิบได้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วขณะที่ไป่หยุนเฟย์ต้องรีบยกกระบี่ที่เป็นอาวุธสมบัติระดับสูงขั้นต้นขึ้นมาป้องกันเอาไว้

หลินเทียนที่กำลังแสดงสีหน้าราบเรียบอยู่นั้นก็ยังคงเรียกเอากระบี่เล่มที่สิบเอ็ดออกมาและส่งมันเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง

สีหน้าของไป่หยุนเฟย์เปลี่ยนไปอย่างมากด้วยความตกตะลึงถึงขีดสุด

“นี่…..”

“กระบี่ 11 เล่ม ! นี่มันมากกว่าไป่หยุนเฟย์อีก ? ”

“นี่มันอะไรกัน ! ”

สีหน้าของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปตามๆกัน

ไป่หยุนเฟย์ที่อยู่กลางเวทีในตอนนี้โกรธจัดถึงขีดสุดแต่สำหรับเขาแล้วกระบี่สองเล่มนี้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากนัก , เห็นเพียงแค่ว่าเขาได้กวัดแกว่งกระบี่ในมือออกไปปะทะเข้ากับการโจมตีของกระบี่ทั้งสองและตอนนี้เองที่สีหน้าของเขาได้เปลี่ยนไปอีกครั้งเพราะว่ามีกระบี่เล่มที่สิบสองปรากฏออกมาข้างกายของหลินเทียนพลางพุ่งเข้าใส่เขา

หลังจากนั้นกระบี่เล่มที่สิบสามก็ได้ปรากฏออกมา !

“แกร๊ง ! ”

กระบี่เล่มที่สิบสามสั่นไหวขณะที่พุ่งเข้าใส่เขาเหมือนดั่งลำแสงสีเงินก่อนที่จะฟาดฟันลงกลางหน้าอกของเขา

เลือดอาบชโลมไปทั่วหน้าอกของไป่หยุนเฟย์จนทำให้ต้องถอยร่นออกไป

“เจ้า……..”

เขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

หลินเทียนที่ยังคงมองเขาด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ได้ฉีกยิ้มออกมาก่อนที่จะพูดว่า

“กลัวงั้นรึ ? ตรงหน้าเจ้ากำลังมีเรื่องที่เจ้าไม่คาดคิดอยู่สินะ ”

หลังจากที่คำพูดได้จบลงแล้วกระบี่เล่มที่สิบสี่ได้ปรากฏออกมาโดยทันที

“วู้ส ! ”

เสียงแหวกว่ายผ่านอากาศอย่างดังถูกส่งออกมาขณะที่กระบี่พุ่งเข้าใส่ร่างของไป่หยุนเฟย์

กระบี่สิบสี่เล่ม , เก้าเล่มปะทะเข้ากับกระบี่เก้าเล่มส่วนอีกห้าเล่มที่เหลือพุ่งเข้าโจมตีไป่หยุนเฟย์

กระบี่อาวุธสมบัติระดับสูงขั้นต้นของไป่หยุนเฟย์ยังคงพยายามปัดป้องการโจมตีเอาไว้ขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของกระบี่ทั้งห้าเล่ม , ด้วยระดับพลังเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 4 ของเขาแล้วก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะต้านทานมันเอาไว้ดังนั้นการควบคุมกระบี่ทั้งเก้าของเขาถึงเริ่มอ่อนแรงลงและการโจมตีที่เริ่มดูสับสน

“ระยำ ! ”

ไป่หยุนเฟย์คำรามออกมาด้วยความโกรธ

ขณะที่เขายังไม่ทันปรับอารมณ์ความโกรธได้นั้นกระบี่เล่มที่สิบห้าก็ได้ปรากฏออกมาข้างๆกายของหลินเทียน

“วิ้ส ! ”

กระบี่เล่มที่สิบห้าได้พุ่งทะลุผ่านหัวไหล่ของไป่หยุนเฟย์ไปอย่างรวดเร็ว

ร่างกายของเขาได้แต่แข็งข้างไปก่อนที่การควบคุมกระบี่ทั้งเก้าจะเริ่มอ่อนแรงลง

“กระบี่สิบห้าเล่ม สามารถควบคุมกระบี่ได้ถึงสิบห้าเล่ม ! ”

“เขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 4 อย่างไป่หยุนเฟย์ควบคุมได้เก้าเล่มแต่เขากลับสามารถควบคุมได้ถึงสิบห้าเล่มเลยงั้นรึ ! ”

“นี่มันบ้าเกินไปแล้ว ข้าอยากจะเป็นบ้า ! ไม่สิ โลกนี้มันเป็นบ้ากันไปหมดแล้ว ! ”

หลายๆคนได้แต่ผงะไป

จริงๆแล้วการที่ไป่หยุนเฟย์สามารถควบคุมกระบี่ได้กว่าเก้าเล่มนั้นถือเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆและทำให้คนอื่นถึงกับตกใจกลัวทว่าตอนนี้หลินเทียนกลับสามารถควบคุมกระบี่ได้ถึงสิบห้าเล่มนี่มันแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ! ณ ตอนนี้พวกเขาได้แต่ระลึกถึงสภาพที่ตกต่ำของหลินเทียนช่วงก่อนหน้านี้และอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างไป

“นี่เขาแสร้งเป็นหมูเพื่อกินเสืองั้นรึ !? ”

หลายๆคนส่งเสียงพึมพำออกมา

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

เสียงกระบี่ปะทะกันอย่างดังยังคงถูกส่งออกมาไม่หยุด

ณ ตอนนี้สถานการณ์ได้กลับตาลปัตรไปหมดเพราะไป่หยุนเฟย์กลายเป็นฝ่ายถูกต้อนแถมเสื้อผ้ายังชโลมไปด้วยเลือดมากมาย

หลินเทียนยังคงควบคุมกระบี่ทั้งสิบห้าเล่มด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสเช่นเคย

“ข้าจะใช้ทักษะแขนงที่เจ้าเชี่ยวชาญที่สุดปราบเจ้าให้สิ้นซาก”

หลินเทียนที่กำลังจ้องมองไปทางไป่หยุนเฟย์ได้พูดออกมา

ไป่หยุนเฟย์ในตอนนี้ได้แต่แสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมาพลางปลดปล่อยแรงกดดันอย่างบ้าคลั่ง

“เหอะ ! ”

หลินเทียนแสยะตอบก่อนที่จะควบคุมกระบี่ทั้งสิบห้าเล่มให้โจมตีหนักหน่วงยิ่งขึ้น

เสียงกระบี่ปะทะกันยังคงถูกส่งออกมาไม่หยุดขณะที่ร่างกายของไป่หยุนเฟย์ถูกต้อนถอยกลับไปเรื่อยๆ

ผู้คนที่กำลังรับชมอยู่รอบๆถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากเพราะตอนนี้มันแสดงให้เห็นว่าไป่หยุนเฟย์มีสิทธิแพ้ในการประลองนี้

“ระยำ ! เจ้าไปขโมยทักษะลับของนิกายข้ามาจากไหนกัน ! ”

ไป่หยุนเฟย์ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ณ ตอนนี้สีหน้าของเขาหม่นหมองเป็นอย่างมากเพราะว่าทักษะลับของนิกายร้อยหลอมนั้นเป็นทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดแต่ตอนนี้ศิษย์ตำหนักนอกนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้ากลับมีมันแถมยังเชี่ยวชาญเสียยิ่งกว่าเขาอีก ! มันเป็นเรื่องที่ทำให้เขาเสียหน้ามากๆ !

นิกายร้อยหลอมของเขาก็เช่นกัน !

“ข้าจะถือซะว่าเมื่อครู่เป็นเสียงหมาหอนนะ ”

หลินเทียนพูดออกมา

“เจ้า ! ”

ไป่หยุนเฟย์ถึงกับโกรธจัดไปทันทีพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไป

ตอนนี้เขากำลังตั้งรับการโจมตีจากกระบี่ทั้งเก้าของหลินเทียนด้วยกระบี่ทั้งเก้าของเขาและในเวลาเดียวกันนี้เขายังต้องป้องกันกระบี่อีกหกเล่มของหลินเทียนที่กำลังโจมตีเข้าใส่เขาจนทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตโดยทันที , ตอนนี้การควบคุมกระบี่ทั้งเก้าของเขายิ่งอ่อนแรงลงเรื่อยๆตามกาลเวลาที่ผ่านไป

“พอได้แล้ว ! ”

เสียงหนึ่งดังขึ้น

หลินเทียนได้ยกกระบี่ในมือขึ้นก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไป

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่ความยาวกว่าสามเมตรกวาดออกไปทางกระบี่ทั้งเก้าของไป่หยุนเฟย์

ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้ควบคุมกระบี่ทั้งสิบห้าเล่มไปห้อมล้อมร่างกายของไป่หยุนเฟย์เอาไว้

ณ ตอนนี้ปลายแหลมของมันต่างพุ่งเป้าไปตามจุดตายต่างๆตามร่างกายของอีกฝ่ายเช่น หน้าผาก ดวงตาทั้งสอง ลำคอและหัวใจจนทำให้ไป่หยุนเฟย์เหงื่อท่วมโดยทันที

ผลลัพธ์ได้ออกมาแล้ว

“ศิษย์พี่พ่ายแพ้ ? ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมร่างพากันพึมพำออกมา

ไป่หยุนเฟย์ในตอนนี้โกรธจัดและอับอายเป็นอย่างมากพร้อมทั้งตะโกนออกมาอย่างดังว่า

“เจ้าไปขโมยทักษะลับนี้มาจากที่ใดกัน ! นี่มันเป็นทักษะที่ไม่สามารถแพร่งพรายของนิกายข้า ! เจ้าไปฝึกฝนมันมาจากไหน ! ”

“ทักษะลับ ? ขโมย ? ”

หลินเทียนแสยะออกมา

เขาได้แสดงสีหน้าที่ดูถูกออกมาขณะที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของอีกฝ่ายในพริบตาพร้อมทั้งยกขาถีบเตะไปอย่างจัง

โครม ! , ร่างของไป่หยุนเฟย์ลอยเคว้งไปตกอยู่ที่ขอบเวทีโดยทันที

“เจ้า…….”

“วู้ส ! ”

ขณะที่ไป่หยุนเฟย์กำลังจะเปิดปากพูดนั้นกระบี่อันคมกริบทั้งสิบห้าเล่มก็ได้พุ่งเข้ามาอยู่ห่างจากร่างกายของเขาเพียงแค่หนึ่งนิ้วและมันทำให้เขาอดสั่นไปทั้งตัวไม่ได้

“มีอะไรจะพูดอีกไหม ?”

หลินเทียนถามออกมาขณะที่จ้องมองไปทางอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

ไป่หยุนเฟย์ในตอนนี้โกรธจัดเป็นอย่างมากแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบี่ทั้งสิบห้าเล่มแล้วเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่น้อย

“ถ้าไม่มีแล้วก็กลิ้งไปซะ ”

หลินเทียนพูดออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาได้ยกขาขึ้นมาเตะอัดแก้มของไป่หยุนเฟย์จนลอยออกนอกเวทีไปทันที , ลูกเตะนี้ไม่ได้ออมแรงเลยแม้แต่น้อยดังนั้นถึงทำให้กรามของอีกฝ่ายป่นปี้และสลบไปทันที

“ศิษย์พี่ ! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมทั้งหลายต่างผงะไปพร้อมทั้งรีบพุ่งเข้าไปยังร่างของไป่หยุนเฟย์

ณ ตอนนี้ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงจนตาค้างออกมา

“ชนะ ? ”

“เจ้าหลินเทียนคนนั้นสามารถเอาชนะศิษย์ของผู้อาวุโสนิกายร้อยหลอมได้ด้วยทักษะลับเดียวกัน ! ”

“เขาฝึกฝนทักษะลับด้วย ?! ”

ศิษย์ของนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าถึงกับโง่งมไปตามๆกัน

ณ ตอนนี้มีเพียงซัวชางเท่านั้นที่มีสีหน้าที่น่าเกลียดเป็นอย่างมาก

จ้าวนิกายและผู้อาวุโสเหลาที่อยู่กลางท้องฟ้าต่างแสดงสีหน้าที่มีความสุขและตกตะลึงออกมาในเวลาเดียวกัน

“ท่านจ้าวนิกาย ทักษะของเจ้าหนูนั่นมันอะไรกัน ? แต่มันเหมือนกับทักษะของนิกายร้อยหลอมเลยนะ ”

ผู้อาวุโสเหลาพูดออกมา

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ หลังจากนี้ค่อยถามเขาแล้วกัน ”

เขาได้แต่ขมวดคิ้วขณะที่ตกอยู่ในห้วงความคิดว่าหลินเทียนสามารถฝึกฝนทักษะของนิกายร้อยหลอมได้อย่างไร ?

ศิษย์นิกายร้อยหลอมที่อยู่ข้างๆร่างของไป่หยุนเฟย์ได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวไม่ใช่เพราะแค่เรื่องที่เอาชนะศิษย์พี่ของพวกเขาได้แต่เป็นเพราะทักษะที่อีกฝ่ายใช้มันเหมือนกับทักษะลับของนิกายพวกเขาไม่มีผิด

ผู้อาวุโสเหลาที่อยู่กลางท้องฟ้าได้พูดออกมาขณะที่มองลงมาเบื้องล่างว่า

“ตามที่ตกลงกันไว้ พวกเจ้ากลับกันไปได้แล้ว ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมต่างสั่นสะท้านไปพร้อมทั้งรีบพยุงร่างของไป่หยุนเฟย์จากไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยเพราะคนที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขายังพ่ายแพ้แล้วพวกเขาจะกล้าอยู่ต่ออีกทำไม ? แม้ว่าทางนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าจะไม่ทำอะไรเขาแต่พวกเขากลับรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปทั่วใบหน้า

มาอย่างหงส์แต่กลับอย่างหมา ไม่มีอะไรที่น่าทุเรศได้มากกว่านี้แล้ว !

ทันใดนั้นเองที่ศิษย์นิกายร้อยหลอมต่างพากันจากไปอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ ก่อนหน้านี้ยิ่งใหญ่แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นพวกขี้ขลาดไปหมดแล้ว ”

หนึ่งในผู้คนได้ส่งเสียงออกมา

ตอนนี้พวกเขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่หวาดเกรงเพราะว่าชายหนุ่มศิษย์ใหม่คนนี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว !

“แกร๊ง ! ”

ณ ตอนนี้เองที่เสียงคำรามของกระบี่ดังขึ้นอีกครั้ง

หลินเทียนที่อยู่ใจกลางเวทีได้ชี้กระบี่ไปทางชูซวนก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“จากธรรมเนียมปฏิบัติของนิกายแล้วข้าที่ตัดผ่านเขตแดนผู้รอบรู้ไปได้สามารถท้าประลองศิษย์ตำหนักในคนไหนเพื่อเลื่อนระดับตัวเองก็ได้ , ชูซวน ขึ้นมา !!”