0 Views

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

กระบี่ทั้ง 9 เล่มที่รายล้อมอยู่ได้ส่งเสียงคำรามออกมาถึงขั้นทำให้สีหน้าของผู้คนโดยรอบเปลี่ยนไปโดยทันที

“นี่………..ศิษย์พี่ไป่ใช้ทักษะลับของนิกายจริงๆงั้นรึ ! ”

“เจ้าหลินเทียนนั่นสามารถกดดันเขาได้ขนาดนี้เลย ?! ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมหลายคนต่างพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

ผู้คนโดยรอบเองก็ต่างจับจ้องไปบนเวทีด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

“แย่ล่ะสิ ”

หลายๆคนได้ส่งเสียงออกมา

ทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายร้อยหลอมนั้นคือทักษะลับและทุกๆคนก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี มันเป็นทักษะสังหารดังนั้นไป่หยุนเฟย์ที่ใช้ทักษะนี้จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

พูอันได้แต่มีสีหน้าหม่นหมองไปส่วนซูเฟิงนั้นได้แต่หน้าซีด

ไป่หยุนเฟย์ที่อยู่บนเวทีได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่มั่นใจในตัวเองอย่างมาก

“สามารถกดดันข้าได้ถึงขนาดนี้นี่เจ้าทำได้ดีมากๆ ! ”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมา

กระบี่ทั้ง 9 เล่มนั้นเป็นระดับอาวุธสมบัติดังนั้นกลิ่นอายที่มันส่งออกมาถึงได้ป่าเถื่อนมากๆ

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

“น่าสนใจจริงๆ ”

เมื่อฟังจากคำพูดของเขาแล้วสีหน้าของผู้คนโดยรอบต่างโง่งมไปทันที น่าสนใจ ? นี่มันอะไรกัน ?

ไป่หยุนเฟย์ได้หรี่ตาลงขณะที่ส่งกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่หลินเทียน

“พุ่งด้วยความเร็วทะลุมิติ ? ! ”

ไม่คิดเลยว่าจะสามารถชำนาญทักษะนี้ได้ถึงขนาดนี้

ความเร็วของกระบี่ที่พุ่งออกไปนั้นสูงมากขณะที่ส่งเสียงคำรามออกมาจนทำให้อากาศรอบข้างบิดตัว

หลินเทียนในตอนนี้ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนพร้อมทั้งฟาดฟันคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปปะทะกับกระบี่ที่กำลังพุ่งเขามา

“กระบี่ที่สอง ”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมา

กระบี่เล่มที่สองข้างๆไป่หยุนเฟย์ได้พุ่งออกไปทางหลินเทียนอีกเล่ม

กระบี่ทั้งสองโจมตีเข้าใส่จุดอับต่างๆอย่างคล่องแคล่วเหมือนผู้เชี่ยวชาญสองคนกำลังร่วมมือกันโจมตีหลินเทียนจากมุมต่างๆ

หลินเทียนเองก็ได้แต่ฟาดฟันกระบี่ออกไปปะทะกับกระบี่เล่มที่สองจนปลิวออกไป

“เล่มที่สาม”

“เล่มที่สี่”

“เล่มที่ห้า”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมาเรื่อยๆ

ตอนนี้กระบี่ทั้งห้าเล่มได้พุ่งเข้าโจมตีหลินเทียนพร้อมๆกันและมันเริ่มทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก

“วิ้ส  !”

“วิ้ส !”

“วิ้ส !!”

หลินเทียนสำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ไปมาขณะที่กวัดแกว่งกระบี่ในมือไม่หยุดหย่อน

“เร็วดีหนิแต่ความเร็วของเจ้ามันยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้จิตสัมผัสข้าไม่สามารถตรวจจับได้ เจ้าไม่มีทางหลบทักษะลับนี้ได้หรอกเพราะจิตสัมผัสของข้ากางออกเป็นวงกว้าง ”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมาอย่างไม่แยแส

หลังจากที่พูดจบแล้วกระบี่เล่มที่หกของเขาก็ได้พุ่งออกไป

กระบี่ทั้งหกเล่มโจมตีพร้อมๆกันทำให้สภาพของหลินเทียนตกต่ำยิ่งกว่าเดิม

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง ! ”

หลินเทียนยังคงฟาดฟันกระบี่ออกไปเพื่อต้านการโจมตีเหล่านี้จนเกิดเสียงดังสนั่นออกมาทว่าการที่ต้องเผชิญกับการโจมตีของกระบี่พร้อมกันถึงหกเล่มนี้มันส่งผลให้เสื้อผ้าเขาเริ่มขาดเป็นชิ้นๆอย่างรวดเร็ว

“เล่มที่เจ็ด ”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมา

กระบี่เล่มที่เจ็ดได้ส่งเสียงคำราขณะที่พุ่งเข้าไปปิดเส้นทางหนีของหลินเทียน

เลือดสาดกระจายออกมาขณะที่มันได้เฉือนไปยังแขนของหลินเทียนแต่หลินเทียนในตอนนี้ก็ยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบเช่นเคยพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไปปะทะเข้ากับกระบี่ทั้งเจ็ดเล่ม

“วู้ส ! ”

เสียงสายลมกรีดร้องดังขึ้นขณะที่กระบี่เล่มที่แปดพุ่งเข้ามาทางเขา

หลินเทียนได้เคลื่อนที่หลบอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังคงได้รับการโจมตีจากกระบี่ทั้งเจ็ดเล่ม

“เจ้าแข็งแกร่งมากๆแต่เจ้าคิดว่าตัวเองจะมีพลังฉีอยู่มากมายแค่ไหนกัน ? คิดว่าจะต้านกระบี่ข้าได้อีกกี่ครั้งกัน ? ”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมาอย่างไม่แยแส

กระบี่ทั้งแปดเล่มยังคงกวัดแกว่งไม่หยุดขณะที่ไป่หยุนเฟย์ยังยืนถือกระบี่อยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับไปไหน การโจมตีของกระบี่ทั้งแปดนั้นล้วนมาจากทิศทางที่ต่างกันไปและส่งผลให้การหลบมันทำได้ยากมากๆ

ทันใดนั้นเองที่สภาพในตอนนี้ของหลินเทียนตกต่ำลงอย่างมาก

“นี่…….”

“ดูเหมือนว่าเจ้าหลินเทียนนั่นจะเสียเปรียบกว่ามากเลยนะ ! ”

“นี่น่ะหรือทักษะลับของนิกายร้อยหลอม ? น่ากลัวจริงๆ การโจมตีแบบนั้นใครจะไปป้องกันได้ ? ”

การโจมตีของกระบี่แปดเล่มพร้อมๆกันนั้นคนธรรมดาที่ไหนจะไปตอบสนองได้ทัน หลายๆคนได้แต่มองไปทางเวทีด้วยหยาดเหงื่อที่ท่วมไปทั้งตัวไม่ว่าจะเป็นเพราะความตกตะลึงในความร้ายกาจของทักษะลับหรือจะเป็นความแข็งแกร่งของหลินเทียนที่ยังสามารถอดทนอยู่ได้นานขนาดนี้ หลายๆคนได้แต่มองไปพลางคิดว่าหากเปลี่ยนเป็นพวกเขาก็คงจะตกตายลงไม่เหลือซากไปแล้ว

“กะแค่หลินเทียนแต่กลับกล้าอวดดีไปสู้กับศิษย์พี่ไป่ได้ไง ”

“เมื่อทักษะลับถูกสำแดงเมื่อไหร่ก็สามารถสังหารได้หมดทุกคน ! ”

“แต่การที่สามารถกดดันศิษย์พี่ไป่มาถึงขนาดนี้ได้นี่ถือว่าใช้ได้เลยจริงๆ ”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมหลายคนได้พูดออกมา

จ้าวนิกายอาทิตย์ผลาญฟ้าที่อยู่บนท้องฟ้ายังคงยืนกอดอกขณะที่มองลงไปเบื้องล่าง

“ท่านจ้าวนิกาย นี่มันดูค่อนข้างยุ่งยากไม่น้อยเลยนะ ”

ผู้อาวุโสเหลาได้พูดออกมา

มันเป็นเพราะตัวเขารู้จักทักษะลับของนิกายร้อยหลอมดีว่ามันน่ากลัวขนาดไหน ด้วยทักษะนี้มันทำให้นิกายร้อยหลอมสามารถขึ้นเป็นหนึ่งในสี่นิกายใหญ่ได้และได้ชื่อว่าเป็นนิกายที่แข็งแกร่งที่สุดมากว่าหลายพันปีเพราะว่าอีกสามนิกายอื่นๆไม่มีใครสามารถป้องกันทักษะนี้ได้หรือเรียกได้ว่านิกายร้อยหลอมนั้นสามารถสังหารทุกคนที่อยู่ในระดับเดียวกันได้ทั้งหมด

“ในอดีตสหายเคยจัดการผู้มีพรสวรรค์ของนิกายร้อยหลอมทั้งหมดในรุ่นนั้นได้ เขาเป็นศิษย์ของสหายคนนั้น ”

จ้าวนิกายได้พูดออกมา

ผู้อาวุโสเหลาได้แต่ฝืนยิ้มเพราะว่าความเชื่อมั่นนี้มันดูแปลกจริงๆ

“แกร๊ง ! ”

เสียงกระบี่ปะทะกันอย่างดังยังคงถูกส่งออกมาจากกลางเวทีขณะที่กระบี่ทั้งแปดกวัดแกว่งไม่หยุดหย่อนอย่างพร้อมเพรียง

หลินเทียนได้แต่ใช้ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์พลางส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงออกไปด้วยสภาพที่ตกต่ำเป็นอย่างมาก ตอนนี้เขาไม่สามารถเข้าใกล้ไป่หยุนเฟย์เลยด้วยซ้ำแต่แม้ทุกคนจะเห็นว่าเขาอยู่ในสภาพที่ตกต่ำแต่ก็ไม่มีใครตระหนักได้ว่าสีหน้าของเขายังคงสุขุมอยู่เช่นเคย

“เล่มที่เก้า”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมา

กระบี่เล่มสุดท้ายได้พุ่งออกไปโจมตีอย่างรวดเร็วจนทำให้อากาศรอบข้างบิดตัวไปทันที

หลินเทียนที่กำลังปะทะอยู่กับกระบี่ทั้งเก้าเล่มเองก็ได้แต่ตกอยู่ในสภาพอนาถขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลา เพียงไม่กี่ลมหายใจหลังจากนั้นเสื้อผ้าของเขาเริ่มไม่เหลือชิ้นดีทุกๆครั้งที่พยายามหลบการโจมตีเหล่านี้

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง !”

“แกร๊ง ! ”

เสียงกระบี่ปะทะกันยังคงถูกส่งออกมาไม่หยุด

หลังจากที่ผ่านไปอีกกว่าสิบลมหายใจหลินเทียนก็พยายามหาโอกาสกวัดแกว่งการโจมตีจากกระบี่ด้านหน้าและด้านข้างออกไป

อย่างไรก็ตามตอนี้เองที่กระบี่เล่มที่เก้าโจมตีมาจากด้านหลังของเขาดังนั้นถึงไม่สามารถป้องกันมันได้

“การที่สามารถอดทนได้ถึงขนาดนี้ก็เรียกได้ว่าเจ้าพอมีน้ำยาอยู่บ้างแต่มันคงต้องจบแล้ว”

ไป่หยุนเฟย์พูดออกมา

เมื่อจ้องมองไปยังการโจมตีนี้สีหน้าของผู้คนถึงกับเปลี่ยนไปโดยทันที

“จบแล้ว ”

ซัวชางแสยะออกมา

ซูเฟิงและคนอื่นๆได้แต่มองออกไปด้วยสีหน้าที่กังวลจนน่าเกลียด

ณ ตอนนี้จ้าวนิกายที่อยู่บนท้องฟ้าเองก็ถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไป เขาอยากจะยื่นมือเข้าไปทว่าก็ยังคงอดกลั้นเอาไว้

“วู้ส ! ”

กระบี่ที่รุนแรงนี้จุดเปลวเพลิงขึ้นหลังจากที่มันกรีดอากาศออกพร้อมทั้งพลังทำลายที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเก่า

เรียกได้ว่ามันเป็นการโจมตีสังหารเลยก็ยังได้ !

ทุกคนโดยรอบไม่มีใครคิดว่าหลินเทียนจะสามารถป้องกันมันได้ไม่เว้นแม้แต่จ้าวนิกายเพราะว่ามันเป็นการโจมตีจากจุดอับอย่างแท้จริงและหลินเทียนเองก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีจากกระบี่อีกแปดเล่มได้

“ท่านจ้าวนิกาย ! ”

ผู้อาวุโสเหลาได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

จ้าวนิกายตัดสินใจลองพนันดูพร้อมทั้งจ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนว่าเขาต้องสามารถป้องกันมันไว้ได้ !

กระบี่อันรวดเร็วนี้พุ่งเข้ามาอยู่ในระยะ 5 ซ.ม.อย่างรวดเร็ว

“แกร๊ง ! ”

ณ ตอนนี้เองที่มีกระบี่ปรากฏขึ้นมากลางหลังของหลินเทียนและป้องกันการโจมตีนี้เอาไว้ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนโดยรอบจนก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นออกมาทันที

“เรียกกระบี่เล่มที่สิบออกมาป้องกันการโจมตีของตัวเองเพื่ออะไร ? ”

หลายๆคนได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมา

ศิษย์นิกายร้อยหลอมเองก็ได้แต่พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นว่า

“นี่ศิษย์พี่สามารถควบคุมกระบี่เล่มที่สิบได้แล้วงั้นรึ สุดยอด ! ”

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พูดต่อว่า

“แต่นี่ศิษย์พี่คิดอะไรกัน ? ทำไมถึงได้ป้องกันกระบี่ของตัวเอง ? แถมนั่นมันกระบี่อะไร ? ข้าไม่เคยเห็นเลยนะ ”

“ข้าเองก็ด้วย ”

“ถามมากไปทำไม มันเป็นเพราะว่าศิษย์พี่ต้องการสั่งสอนเจ้าหลินเทียนนั่นไงล่ะ ”

“ใช่แล้ว”

ศิษย์นิกายร้อยหลอมหัวเราะออกมา

จ้าวนิกายที่อยู่บนท้องฟ้าและผู้อาวุโสเหลาเองก็ได้แต่มองลงไปด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“ท่านจ้าวนิกาย กระบี่นั่น ? ”

“ไม่ผิดแน่ มันเป็นกระบี่ของเขา ! ”

สายตาของจ้าวนิกายหดเล็กลงด้วยความประหลาดใจเพราะว่าหลินเทียนที่อยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้จะทำให้กระบี่ลอยตัวได้ไง ? จากความเป็นจริงนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้

ณ ตอนนี้มีอีกคนที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากนั่นก็คือพูอัน มันเป็นเพราะว่ากระบี่เล่มนั้นเป็นกระบี่ที่เขาคุ้นเคยอย่างมากเพราะหลินเทียนเพิ่งแลกมันไปจากตำหนักผู้ดูแลแต่แล้วตอนนี้มันกลับลอยตัวอยู่กลางอากาศ !

ไป่หยุนเฟย์ที่อยู่กลางเวทีนั้นเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่ากระบี่นั้นมันไม่ใช่ของเขา

“เจ้า…….”

เขาได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ราบเรียบออกมาขณะที่ฟาดฟันกระบี่ของไป่หยุนเฟย์ออกไปก่อนที่จะควบคุมให้กระบี่ของเขาพุ่งเข้าไปโจมตีอีกฝ่าย

หลายๆคนที่กำลังมองอยู่ถึงกับผงะไป

“นั่นไม่ใช่กระบี่ของไป่หยุนเฟย์ ? ”

“นี่…… เหมือนไม่ใช่เลยนะ มันดุเหมือนกระบี่ของหลินเทียนมากกว่า ! ”

“กระบี่หลินเทียน ? มันเป็นไปได้ไงกัน ? กระบี่นั่นลอยอยู่กลางอากาศนะ มันมีเพียงผู้ที่ฝึกฝนทักษะลับของนิกายร้อยหลอมเท่านั้นถึงทำได้ , อย่างน้อยๆคนที่อยู่ระดับต่ำกว่าเขตแดนจักรพรรดินภาไม่สามารถควบคุมกระบี่แบบนั้นได้ ! ”

หลายๆคนต่างผงะไป

ณ ตอนนี้โดยเฉพาะไป่หยุนเฟย์นั้นมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากขณะที่จ้องเขม็งไปยังหลินเทียน

ตอนนี้เองที่เสียงคำรามกระบี่ดังขึ้น

กระบี่ที่ลอยตัวอยู่ข้างๆหลินเทียนพุ่งออกไปโจมตีไป่หยุนเฟย์อย่างรวดเร็ว

สีหน้าของไป่หยุนเฟย์ถึงกับเปลี่ยนไปทันทีพร้อมทั้งส่งกระบี่ทั้งแปดออกไปโจมตีหลินเทียนแล้วใช้กระบี่เล่มสุดท้ายป้องกันการโจมตีเอาไว้

“แกร๊ง ! ”

เสียงกระบี่คำรามถูกส่งออกมาอีกครั้งขณะที่มีกระบี่อีกเล่มปรากฏออกมาข้างๆหลินเทียนเพื่อป้องกันการโจมตีจากกระบี่ทั้งแปดเล่มของไป่หยุนเฟย์เอาไว้ ไม่นาน แกร๊ง ! เสียงกระบี่คำรามยังคงถูกส่งออกมาเรื่อยๆก่อนที่จะมีกระบี่ปรากฏออกมารายล้อมร่างกายหลินเทียนเอาไว้กว่าเจ็ดเล่มก่อนที่จะพุ่งออกไปฟาดฟันกระบี่ทั้งแปด

“นี่………..”

“เหมือนกัน…. เขา….เขาก็…….”

“นี่มันเป็นไปได้ไงกัน ! ”

ณ ตอนนี้สีหน้าของผู้คนถึงกับโง่งมไปตามๆกัน